<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ไม่โกรธลูกหลานนศ.ชุมนุม แต่ฮึ่มห้ามหมิ่นสถาบัน วอนฟังข้อมูลรัฐบาลบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ก.พ.2563 เวลา 10.05 น. นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย หารือต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้มีการชุมนุมของนักศึกษาของหลายมหาวิทยาลัย จึงไม่อยากให้เหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น เราเคยเกิดเหตุการณ์ &amp;nbsp;14 ต.ค. 16 วันมหาวิปโยค จึงไม่อยากให้เกิดแบบนั้นอีก &amp;nbsp;ดีใจที่นายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย รองนายกรัฐมนตรี อยู่ในสภาหมด จึงขอเรียนว่าขณะนี้มีตำรวจเข้าไปโดยไม่ควรเข้าไป สิ่งนี้จะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ จึงขอเตือนนายกฯอย่าประมาท อย่าให้เกิดการกระทบกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับนักศึกษาและประชาชน ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้เท่านั้น สภาแห่งนี้ก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน ทั้งนี้ ขอให้นายกฯสัญญาว่าจะไม่เกิดการเข็ญฆ่าประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงว่า เข้าใจถึงความหวังดีของทุกคนและสิ่งที่เราพยายามทำเต็มที่ คือ การทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ดังนั้นการดำเนินการต่างๆจะเป็นไปตามกฎหมาย บางครั้งเรายังไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายด้วยซ้ำไป ตนเป็นกังวลกับเด็กเหล่านี้อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจถูกชักชวน อาจถูกปลุกมาโดยฟังความข้างเดียว จึงขอให้นักศึกษาทุกคนที่ชุมนุมเวลานี้ช่วยฟังข้อมูลของรัฐบาลที่ได้แถลงออกไปและเลือกฟังดูว่าจะเชื่อทางไหนอย่างไร ตนไม่ต้องการให้ไปทางใดทางหนึ่งทั้งสิ้นเว้นเสียแต่ว่ามีบางฝ่ายต้องการให้ไปทางใดทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่เป็นกังวล คือ กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าวันนี้วันหน้า ผมไม่ได้ขู่ หลายๆอย่างถูกดำเนินการเป็นคดีความทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเมื่อปี 2553 2557 ยังเป็นคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะสีไหนก็ตาม ที่ผ่านมาปี 14 ปี 16 มันก็อีกกรณีหนึ่ง ซึ่งวันนี้เราไม่ได้ทำแบบนั้นที่จะทำให้เกิดเงื่อนไข วันนี้มีเรื่องเดียวที่เกิดเหตุการณ์ในปี 2557 ก่อนหน้านั้นพวกท่านก็ทราบดีว่าปี 2553 ก็รู้อยู่ว่าคนที่ออกมาจำนวนมาก คือ ใคร ทำเพื่ออะไร ปลุกระดมกันอย่างไร สิ่งที่ผมห่วง คือ ห่วงอนาคตของคนเหล่านี้มากกว่า ผมไม่ได้โกรธเด็กๆ หลานๆ ลูกๆเลยเพราะเขาเป็นผู้ที่มีแรงกระตุ้นพอสมควร เด็กรุ่นใหม่เราต้องทำให้เขาเกิดประโยชน์สูงสุด ผมไม่ได้เคยสั่งการว่าจะต้องไปปะทะ ไม่เคยสั่งการอย่างนั้นเลย เว้นแต่เป็นการป้องกันตัวเอง โดยจะต้องใช้มาตรการที่เบาที่สุด ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย ถ้าเขาไม่ทำเขาก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต้องช่วยกันคิดทั้งสองทาง ผมไม่โทษนักศึกษาแต่ผมอาจจะต้องกล่าวถึงคนที่ไปนำสิ่งเหล่านี้ออกมา ผมคิดว่าอันตรายที่สุดเลยนะ แล้วอนาคตเขาจะหมดไปในวันหน้าด้วยคดีอาญา ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกจริงๆ ปี 14 ปี 16 ก็เป็นตัวอย่างแล้วมา 2553 ก็เป็นตัวอย่างใหญ่โต หลายคนก็เข้าไปเกี่ยวข้องอีก ปี 2557 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าว ต้องเตือนว่าขณะนี้ได้มีการนำเรื่องหมิ่นสถาบันเข้ามาไปขับเคลื่อนด้วย ยอมหรือไม่ ถ้าท่านยอมตนก็โอเค ถ้าท่านเห็นว่าถูกต้องตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน จำเป็นต้องว่าไปตามกฎหมาย อย่าไปทำอย่างนั้น ตนขอโดยเด็ดขาด คิดว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาที่เคารพสถาบัน ตนเชื่อมั่นอย่างนั้น อย่าทำโดยเด็ดขาด ถ้าไปสู่ตรงนั้นจะเกิดเรื่องขึ้นอย่างที่ท่านว่าเมื่อสักครู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจิตร ชัยนิคม, นักศึกษาชุมนุม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e55fe2398e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ลงโทษ3งูเห่า! ไม่ส่งลงเลือกตั้งครั้งหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค. 63 &amp;ndash; คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เปิดเผยผลสรุปการสอบ 3 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่โหวตสวนมติพรรค ดังนี้&amp;nbsp; 1.กรณี ส.ส.พรพิมล ธรรมสาร&amp;nbsp; จังหวัดปทุมธานี พบว่า ได้แสดงพฤติกรรมและท่าทีชัดเจนว่ามีเจตนาและแสดงออกอย่างเปิดเผยในการฝ่าฝืนมติพรรค แม้ในครั้งแรกจะยังมิได้มีมติไปสนับสนุนรัฐบาล&amp;nbsp; แต่ก็ไปแสดงตัวเป็นองค์ประชุมอย่างเปิดเผย ซึ่งขัดต่อมติของพรรค&amp;nbsp; และเมื่อช่วงการอภิปรายงบประมาณ 2563 วาระสอง-สาม ยังแสดงตนโหวตสวนมติพรรคอย่างเปิดเผยโดยมิได้สนใจและนำพาต่อมติของพรรคแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับหลักฐานแวดล้อมหลายกรณีตามบันทึกการสอบสวนเห็นว่า&amp;nbsp; ส.ส.พรพิมล ได้จงใจฝ่าฝืนมติพรรคโดยเชื่อได้ว่า&amp;nbsp; เป็นการได้รับการร้องขอและมีประโยชน์ตอบแทนส่วนตน&amp;nbsp; ถือว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยพรรคอย่างร้ายแรง ซ้ำซาก ควรลงโทษสถานหนัก อย่างไรก็ตามการลงโทษถึงขั้นขับออกจากสมาชิกพรรค ตามรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นสามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในสามสิบวัน จึงเห็นว่ายิ่งจะเป็นการสมประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลมากขึ้นไปอีก จึงเสนอให้กรรมการวินัยและจรรยาบรรณลงโทษทางวินัยในระดับภาคทัณฑ์และใช้มาตรการทางปกครองที่เด็ดขาดคือ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคและไม่ส่งสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไขผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กรณี นายพลภูมิ&amp;nbsp; วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กรุงเทพฯ&amp;nbsp; จากการตรวจสอบและสอบสวนชี้ชัดว่า ส.ส.พลภูมิ ได้มีพฤติกรรมและการกระทำที่ฝ่าฝืนมติพรรคแม้จะอ้างเหตุผลด้วยความจำเป็น และเหตุผลส่วนตัว&amp;nbsp; ก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างหักร้างแนวทางของพรรค และจริยธรรมทางการเมือง และไม่อาจใช้เป็นเหตุผลในการกระทำที่ขัดต่อมติของพรรคได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าจะยังไม่ได้มีพฤติกรรมการกระทำผิดอย่างถึงที่สุด&amp;nbsp; แต่ก็ยังคงฝ่าฝืนมติพรรค โดยการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณที่ผ่านมา ได้ลงมติไม่ประสงค์ลงคะแนน สวนทางกับมติของพรรคที่ให้งดออกเสียง&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะไม่ถึงขั้นลงมติเห็นชอบแบบราย ส.ส.พรพิมลก็ตาม อย่างไรก็ตาม การจะพิจารณาลงโทษสถานหนักก็ยังมีเหตุผลเช่นเดียวกันว่าในที่สุดก็จะเข้าทางความต้องการของฝ่ายรัฐบาล จึงเห็นควรใช้มาตรการทางปกครองให้พิจารณาความผิดโดยให้ภาคทัณฑ์ และไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคเป็นเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งเป็นผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ให้พรรคมั่นใจหรือมีการกระทำที่น่าเชื่อถือว่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัยของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณี ส.ส.ขจิตร ชัยนิคม จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp; ถือว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน&amp;nbsp; ข้ออ้างและเหตุผลที่ชี้แจงถือว่าฟังไม่ขึ้น แต่พฤติกรรมคือเพียงแสดงตนให้เป็นองค์ประชุม แต่ในความประพฤติต่อมา&amp;nbsp; ยังไม่เห็นแจ้งชัดว่ายังจงใจที่จะกระทำผิดเช่นเดิม จึงเสนอให้ดำเนินการภาคทัณฑ์ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมพรรคในระยะเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป&amp;nbsp; จนกว่าจะมีข้อเสนอหรือพิจารณาเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผลสรุปทั้ง 3 กรณีนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จะส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาโดยลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54597</URL_LINK>
                <HASHTAG>3งูเห่า, ขจิตร ชัยนิคม, ฝ่ายค้าน, พท., พรพิมล ธรรมสาร, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1e868eb860f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2019 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2019 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เซ็นคำสั่งตั้ง 5 กรรมการสับ &#039;3 งูเห่า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ&amp;nbsp; , น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ,&amp;nbsp; นายขจิตร ชัยนิคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 62 - &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ลงนามในคำสั่งพรรคเพื่อไทยที่ 0153/2562 &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีส.ส.ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำสั่งระบุว่าตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีมติเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นไปตามอุดมการณ์และนโยบายของพรรคที่จะต้องคัดค้านต่อต้านการรัฐประหาร ดังนั้น เมื่อจะมีการตรวจสอบการกระทำต่างๆของคณะรัฐประหารที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องที่ ส.ส.ของพรรคและสมาชิกพรรคต้องให้การสนับสนุน แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ส.ส.พรรครัฐบาลเสนอให้ลงคะแนนใหม่ โดยมีเจตนาจะล้มญัตติดังกล่าว ได้มี ส.ส. ของพรรค จำนวน 3 คน ร่วมประชุมเพื่อให้ครบองค์ประชุมในการลงมติครั้งนี้ด้วย เมื่อนั้น ทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรคและภาพลักษณ์ของการเป็นพรรคฝ่ายค้านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่มติพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นชอบไม่ให้ ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง กรณี ส.ส. ของพรรคทั้งสามคนได้เข้าร่วมประชุมในวันดังกล่าว อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 63 (7) จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคณะหนึ่ง โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้องค์ประกอบ 1. พลตำรวจโทวิโรจน์ &amp;nbsp; เปาอินทร์ &amp;nbsp;ประธานกรรมการ 2. ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ &amp;nbsp; กรรมการ 3.นายภูมิธรรม &amp;nbsp; เวชยชัย &amp;nbsp; กรรมการ 4. รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ &amp;nbsp;ศิรินิล &amp;nbsp; กรรมการ 5. นายวัฒนา &amp;nbsp; &amp;nbsp;เตียงกูล &amp;nbsp;เลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรรมการมีอำนาจหน้าที่ 1. ตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ ส.ส.ของพรรคได้เข้าร่วมประชุมในวาระพิจารณาญัตติข้างต้น 2. เชิญ ส.ส.ของพรรคที่เกี่ยวข้องและที่มีข้อมูลมาให้ข้อเท็จจริงหรือส่งมอบเอกสารหลักฐาน 3. สรุปข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะเสนอหัวหน้าพรรคเพื่อพิจารณาและดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับส.ส.ทั้ง 3 คนที่ตรวจตั้งกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส. อุดรธานี. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจิตร ชัยนิคม, งูเห่าการเมือง, พรพิมล ธรรมสาร, พรรคเพื่อไทย, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191207/image_big_5deaf25aa07aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยชำแหละงบฯล้ำเส้นตุลาการ!เอาอำนาจอะไรมาสั่งส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ทำไม่งบประมาณของสภาแทนราษฎรใน ปี 62 ไม่มีส.ส.แต่มีการใช้งบไป 1.8 ล้านบาทเศษ แต่วันนี้มีส.ส. งบประมาณเหลือ 6 พันล้านบาทเท่านั้น ทำไมถึงลดงบลงมา และวันนี้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ได้แยกอำนาจการทำหน้าที่ของ 3 ฝ่ายคือสภา ครม.และศาล ชัดเจน ซึ่งคุ้มครองให้สมาชิกส.ส.ได้ทำงานอิสระ และไม่มีอำนาจใดมาหยุดยั้งการทำหน้าที่ของสภาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่วันนี้มีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติสามารถสั่งให้ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องสังคายนาใหม่ทั้งหมด เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 25 กำหนดไว้ชัดเจน แต่มีอำนาจตุลาการสามารถสั่งให้ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ วันนี้ เกิดอะไรขึ้น เพราะทั้ง 3 อำนาจ เป็นอิสระเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นอย่างนี้สส.จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร ดังนั้นฝากให้ฝ่ายกฎหมายของสภา จัดประชุมสัมมนานักกฎหมายของประเทศทั้งหมด ว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายขจิต กล่าวต่อว่า ประชาชนฝากถามว่านโยบายที่แต่ละพรรคเคยประกาศไว้ตอนหาเสียงไม่ว่าจะเป็นการออกโฉนดทันทีหรือการออกสปก.ที่กองอยุ่ที่สำนักงานที่ดินวันนี้ยังไม่ออกให้ประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเป็นโยบายของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล ตั้งงบประมาณที่จะจัดทำเรื่องเหล่านี้อยู่ที่ไหน รวมทั้งการประกันราคายางดิบ ยางแผ่น ยางก้อนถ้วย ขอให้ช่วยเหลือคนอีสานบ้าง และการพักหนี้กยศ.ที่บอกว่าจะยกเลิกดอกเบี้ย ค่าปรับ สามารถผ่อนได้ ทำแล้วหรือยัง และเมื่อไหร่จะเกิดผล วันนี้ยังไม่ได้มีสั่งการไป ดังนั้นท่านต้องทำ เพราะไปสัญญากับประชาชนไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่านโยบายด้านการศึกษาขณะนี้เป็นการทำลายโครงสร้างการบริหารกระทรวงศึกษา โดยเฉพาะแนวคิดที่จะยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครู เปลี่ยนมาเป็นใบอนุญาต เพราะใบประกอบวิชาชีพครูเป็นเรื่องของจิตวิญญาณของผู้ประกอบอาชีพครู และทำด้วยจรรยาบรรณ หากออกเป็นใบอนุญาตทำให้ขาดสิ่งเหล่านี้ รวมทั้งการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีอยู่ในตำบลต่าง ๆทั่วประเทศ เป็นการทำลายโรเงรียนภายในหมู่บ้าน ทำไมถึงใช้วิธีการโง่ๆ ทำไม่ไม่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมการเรียนการสอนแทน ขอให้ทบทวนด่วนก่อนที่จะเสียหายมากกว่านี้&amp;rdquo;นายขจิตร กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจิตร ชัยนิคม, ส.ส.อุดรธานี, อภิปรายงบ63, อำนาจตุลาการ, อำนาจนิติบัญญัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daaf2f69ebb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.สกัด&#039;ประยุทธ์&#039; ตั้งข้อหาฉีกรธน.ขัดคุณสมบัตินายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 62 - &amp;nbsp;ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 11.00 น. &amp;nbsp;มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่รองประธานรัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ ปรากฎว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงประธานในที่ประชุม อาทิ นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน เนื่องจากเห็นว่าประธานอาจทำผิดข้อบังคับที่ระบุว่า เมื่อมีการเสนอชื่อแล้วจะต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ใน 5 ของที่ประชุม จึงกังวลว่าการยกมือรับรองอาจมีการยกมือรับรองซ้ำกัน ขอให้ประธานนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ เพื่อป้องกันการรับรองชื่อซ้ำกัน แต่นายชวน ชี้แจงว่า การขานชื่อจะใช้เวลานาน เพราะไม่มีเครื่องมือในการนับคะแนน พร้อมยืนยันว่า ตนนั่งอยู่บนบัลลังก์เห็นชัดเจนว่ามีผู้รับรองถูกต้องตามจำนวนที่ข้อบังคับกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายจิรวัฒน์ อรัณกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อสมควรเป็นนายกฯ ทั้ง 2 คนได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยมีผู้รับรองถูกต้อง ทำให้นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นคัดค้านญัตติดังกล่าวทันที ก่อนที่ น.ส.ภาดาห์ วรกานนนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติสวน โดยขอให้ดำเนินการลงมติเลือกนายกฯ ตามระเบียบวาระ เพราะที่ผ่านมาไม่มีเคยมีการแสดงวิสัยทัศน์มาก่อน อีกทั้งรัฐธรรมนูญ และระเบียบข้อบังคับก็ไม่ได้กำหนดเอาไว้ ทำให้นายชวน ต้องขอมติต่อที่ประชุมเพื่อหาทางออก แต่เนื่องจากต้องใช้วิธีการขานชื่อรายคน จึงอาจกระทบเวลาการประชุม เพราะไม่มีเครื่องนับคะแนน ทำให้นายจิรวัฒน์ ขอถอนญัตติดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า เพื่อไม่ให้กระทบเวลาการประชุมตามที่นายชวน ในฐานะประธานการประชุมได้หารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ประธานในที่ประชุม ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภา อภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ซึ่งนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นนายกฯ มาตรา 160 (4) (5) และ (6) ระบุว่าบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม และกำหนดว่าผู้ที่จะมาเป็นนายกฯต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ และต้องไม่เป็นพนักงานของรัฐอื่น ฉะนั้น ถ้ามีการรับรองชื่อคนที่ขาดคุณสมบัติจะต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ หากดูโดยทั่วไปถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแน่นอน เพราะได้รับเงินเดือนประจำจากภาษีประชาชน และกระทำการในการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รับเงินเดือนของรัฐในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐอื่น จึงผิดคุณสมบัติแน่นอน วันนี้พรรคพลังประชารัฐ กลั่นกรองมาแล้วว่าบุคคลนี้มีคุณสมบัติ แต่หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เสนอไม่ได้ เพราะถ้าเสนอคนที่ไม่มีคุณสมบัติจะเท่ากับไม่ได้มีการเสนอ ตนถือว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และทำผิดคุณสมบัติหลายข้อ ฉะนั้น การฝ่าฝืนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สภานี้ต้องพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรฐานทางจริยธรรมข้อ 5 ที่ระบุว่า ต้องยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่หากย้อนกลับไป 4 &amp;ndash; 5 ปี พล.อ.ประยุทธ์ เคยฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ไม่เคารพประชาชน การใช้ปากกระบอกปืน ผมถือว่าไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย ผิดหลักจริยธรรมอย่างร้ายแรง&amp;rdquo; นายขจิตร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37730</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขจิตร ชัยนิคม, ธนาธร, ประชุมรัฐสภา, ประยุทธ์, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf767b9c50e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
