<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ 8 โจ๋เมืองคอนลอบขนกัญชาอัดแท่งเกือบ 2 ตัน พบลูกชายนายตำรวจใหญ่ร่วมทีมด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 โจ๋ &amp;quot;แก๊งล้อแม๊กซ์ทอง&amp;quot;&amp;nbsp;หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่ และเป็นเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.นครศรีธรรมราช ลอบขนกัญชาอัด น้ำหนัก 1,980 กิโลกรัม จากภาคกลางลงภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 - ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชุมพร นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.อ.ปกรณ์ จันทรโตะ รอง &amp;nbsp;ผบ.มทบ.44 พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 8 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ประจำด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ (บ้านพละ) ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาลักลอบขนยาเสพติด 8 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 1.นายอนุชา โสมจินทร์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/1 หมู่ที่ 11 ตำบลหัวไทร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช 2.นายอังกินันท์ หนำคอก อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/1 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 3.นายธีรดนย์ เทียนประทีป อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 264/43 ตำบลท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 4.นายณัฐภัทร ภูมิภัทร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 216/78 หมู่ที่ 2 ตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นลูกชายนายตำรวจ ยศ พ.ต.ท.สังกัด กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายวรกานต์ ตันสกุล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1508/16 ตำบลท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 6.นายอิทธิพงศ์ ศรีศักดา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่7/23 ตำบลคลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 7.นายรณชัย แซ่ลิ้ม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/12 ตำบลคลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และ 8.นายเกรียงศักดิ์ ปฏิสุวรรณ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 5 ตำบลโคกหาร อ.เขาพนม จ.กระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับของกลางที่ยึดได้เป็นกัญชาอัดแท่ง ตราดาว 5 แฉก จำนวน 1,980 แท่ง น้ำหนัก 1,980 กิโลกรัม และรถยนต์ จำนวน 6 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น มิว 7 สีขาว ทะเบียน 8กล-4218 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น มิว 7 สีขาว ทะเบียน 9กย-9961 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ ชนิด 4 ประตู รุ่น ดีแม็คสีดำ มีหลังคาแครี่บอย &amp;nbsp;ทะเบียน ขษ-9851 สงขลา รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อเชฟโรเล็ต ชนิด 4 ประตู ทะเบียน 9กข-9064 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น มิว 7 สีขาว ทะเบียน กน-2331 นครศรีธรรมราช และรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น มิว 7 สีขาว ทะเบียน ฎฉ-7717 กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต ในตำแหน่งหัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้(บ้านพละ) เปิดเผยถึงการจับกุมขบวนค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางตำรวจได้สืบสวนทราบว่าจะมีรถยนต์ทั้ง 6 คัน ได้ร่วมกันลำเลียงยาเสพติดจากภาคกลางลงไปส่งที่ภาคใต้ และจะผ่านด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ จึงได้วางแผนและร่วมกันตั้งด่านตรวจบนถนนสายเพชรเกษมขาล่องใต้ หมู่ที่ 3 ตำบลเขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร และได้กระจายกำลังไปเฝ้าระวังตามถนนสายรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งถึงเวลา 03.30 น.คืนวันเดียวกัน พบรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น &amp;nbsp;มิว 7 สีขาว ทะเบียน 8กล-4218 กรุงเทพมหานคร มีนายอนุชา โสมจินทร์ เป็นคนขับ และมีนายอังกินันท์ หนำคอก นั่งมาด้วย และรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น มิว 7 สีขาว ทะเบียน 9 กย-9961 กรุงเทพมหานคร มีนายธีรดนย์ เทียนประทีป เป็นคนขับ ผ่านเข้ามาที่ด่านตรวจจึงเรียกขอตรวจค้น ปรากฏว่าได้มีรถยนต์ที่ตามหลังมาอีก 4 คันไหวตัว ได้ขับหลบเข้าซอยใกล้กับด่านตรวจและพยายามขับรถหลบหนีไป จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและสั่งการให้ สภ.ใกล้เคียงตั้งด่านตรวจสกัดจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ฉลาด กล่าวว่า ต่อมาได้พบรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ ชนิด 4 ประตู รุ่น ดีแม็คสีดำ มีหลังคาแครี่บอย &amp;nbsp;ทะเบียน ขษ-9851 สงขลา ขับหลบหนีเข้ามาเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงสกัดจับกุมไว้ได้ ทราบชื่อคนขับ นายณัฐภัทร ภูมิภัทร และต่อมาพบรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อเชฟโรเล็ต ชนิด 4 ประตู ทะเบียน 9กข-9064 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไปพักอยู่ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขต อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร และนำตัวผู้อยู่ในห้องพัก จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายวรกานต์ ตันสกุล ,นายอิทธิพงศ์ ศรีศักดา ,นายรณชัย แซ่ลิ้ม และนายเกรียงศักดิ์ ปฏิสุวรรณ จึงนำตัวไปสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้จอดรถยนต์ที่บรรทุกกัญชาทิ้งไว้ ในสวนปาล์มพื้นที่ ตำบลนาสัก อ.สวี จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปชี้จุด จนพบรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น มิว 7 สีขาว ทะเบียน กน-2331 นครศรีธรรมราช ซึ่งถอดเบาะนั่งออกหมด ภายในรถวางเรียงกัญชาอัดแท่ง นับได้จำนวน 950 แท่ง และรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น มิว 7 สีขาว &amp;nbsp;ทะเบียน ฎฉ-7717 กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;รื้อเบาะนั่งออกเช่นกัน ภายในพบกัญชาอัดแท่งวางเรียงนับได้จำนวน 1,030 แท่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่ากลุ่มนี้ จะมีการวางแผนกันมาเป็นอย่างดี โดยใช้รถยนต์ อีซูซุ รุ่น มิว 7 จำนวน 4 คัน แต่งเหมือนกันทุกอย่างแม้กระทั่งล้อแม๊กซ์สีทอง ซึ่งเหมือนกันทั้ง 6 คัน โดยรถอีซูซุ มิว 7 จะซุกกัญชา เพียง 2 คัน ส่วนอีก 2 คัน หากตำรวจรู้ไล่จับก็จะก็จะทำหน้าที่คอยขับสับเปลี่ยนเรียงคัน เพื่อหลอกตำรวจที่ไล่ให้หลงคัน และรถอีก 2 คัน ซึ่งเป็นรถแบบสี่ประตู นอกจากจะเป็นรถเซอร์วิช มีอุปกรณ์เครื่องมือ มียางอะไหล่ มีน้ำมันสแปร์ หากเกิดปัญหาสามารถซ่อมได้เลย แล้วยังทำหน้าที่ คอยขับขวางรถตำรวจไม่ให้ถึงรถขนกัญชาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.วิมลกล่าวอีกว่า นับวันขบวนการลักลอบขนยาเสพติด จะมีกลยุทธ์วิธีที่จะหลบหลีกและต่อกรกับทางตำรวจ ซึ่งกลุ่มนี้ก็เช่นกันมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี และเป็นกลุ่มวัยรุ่นล้วน ซ้ำหนึ่งในนั้นยังมีลูกชายของนายตำรวจใหญ่ระดับนายพันคนหนึ่งร่วมขบวนการนี้ด้วย ซึ่งกลุ่มนี้ยังเป็นเครือข่ายของนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ทำมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่รอด เนื่องจากทางตำรวจ ได้ตรวจสอบเส้นทางพบมีการขับขึ้นลงผ่านจังหวัดชุมพรติดต่อกันหลายครั้ง จึงได้ส่งสายประกบ จนนำมาสู่การติดตามจับกุมได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 (กัญชา)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและเตรียมขยายผลติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77624</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาอัดแท่ง, ขนกัญชา, จังหวัดชุมพร, สภ.บ้านมาบอำมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61bf7b70239.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย 1 ใน 5 ผู้ต้องหาขนยาเข้าบาหลีเสี่ยงโทษประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจเกาะบาหลีของอินโดนีเซียเผยชาวต่างชาติ 5 คน จากฮ่องกง, ชิลี, สวิตเซอร์แลนด์และไทย ที่โดนจับในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด อาจโดนโทษถึงยิงเป้าถ้าศาลตัดสินว่าทำผิดจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาคดียาเสพติดชาวฮ่องกง, สิงคโปร์, ไทย, ชิลี และสวิตเซอร์แลนด์ ถูกนำตัวมาแถลงข่าวเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบาหลีนำผู้ต้องหา 6 คน ชาวฮ่องกง, ชิลี, สวิตเซอร์แลนด์, ไทย และสิงคโปร์ ที่โดนจับในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม มาแถลงข่าวการจับกุมที่สำนักงานศุลกากรสนามบินบนเกาะบาหลีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ทุกคนใส่ชุดนักโทษสีส้ม ผู้ต้องหารายหนึ่งโดนใส่โซ่ตรวน ส่วนที่เหลือถูกมัดมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายลงโทษคดียาเสพติดรุนแรงที่สุดในโลก รวมถึงโทษประหารชีวิตผู้ลักลอบขนยาเสพติด ในปี 2558 อินโดนีเซียประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าชาวออสเตรเลีย 2 คนที่เป็นหัวหน้าแก๊งค้าเฮโรอีน &amp;quot;บาหลีไนน์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบาหลีแถลงเมื่อวันพุธว่า ผู้ต้องหาชาวต่างชาติลักลอบขนยาเสพติดที่นำมาแถลงข่าวกลุ่มนี้ 2 คนมาจากฮ่องกง โดยรายหนึ่งถูกจับพร้อมเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า น้ำหนัก 4 กิโลกรัม ส่วนอีกคนขนยาบ้า 3.2 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวชิลีโดนจับในข้อหาขนยาบ้าหนัก 77 กรัม ส่วนชาวสวิสเป็นผู้ต้องหาครอบครองกัญชา 30 กรัม ส่วนชายชาวไทยครอบครองกัญชาเกือบ 18 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีดา บากุส โกมัง อาร์ดีกา หัวหน้าตำรวจปราบปรามยาเสพติดเกาะบาหลีเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนนี้ ตามกฎหมายอินโดนีเซียอนุญาตให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เผยด้วยว่านักโทษรายที่ 6 เป็นหญิงจากสิงคโปร์ โดนจับในข้อหาครอบครองโคเคนในปริมาณไม่มาก ทำให้นักโทษรายนี้รอดโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจบาหลีแถลงข่าวจับผู้ต้องหาหญิงไทย 2 คน และชายชาวฝรั่งเศสหนึ่งคน ในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดเช่นกัน ทั้ง 3 คนอาจโดนโทษประหารชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนกัญชา, คนไทย, บาหลี, ผู้ต้องหาขนยา, อินโดนีเซีย, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa2f2371cc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮฮาประสาโจรสายเขียว! ขนกัญชาส่งลูกค้ายังขึ้นผิดท่าน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.61-เมื่อเวลา 08.30 น. บริเวณหน้า สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดฯ(ผบก.ภ.จวฯ) พ.ต.อ.ธีฑัต อิ่มทั่ว รอง ผบก.ฯ น.อ.อภิชาติ แก้วดวงเทียน ผู้บังคับการ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม(ผบ.นรข.เขตนครพนม) นายเสถียร ทุมลี ปลัดอาวุโสฯ พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ ผกก.ตม.จว.นครพนม ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดกัญชาอัดแท่ง จำนวน 1,024 แท่ง/กก. โดยบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ 25 กระสอบ ซึ่งได้ทำการตรวจยึดได้ที่ท่าทรายแห่งหนึ่ง ริมแม่น้ำโขง บ้านหนองงิ้ว หมู่ 3 ต.ท่าอุเทน เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ธนชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เวลาประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 28 ต.ค. ร.ต.อ.สุพจน์ แก้วมณี พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน รับแจ้งจากเจ้าของท่าทรายแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นท่าทรายที่ถูกต้องตามกฎหมาย โทรศัพท์แจ้ง &amp;nbsp;สภ.ท่าอุเทน ว่า พบวัตถุต้องสงสัยจำนวนมาก กองในบริเวณริมแม่น้ำโขงน้ำเขตท่าทรายของตนเอง เกรงว่าจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายขอให้ไปตรวจสอบด้วย จึงได้สนธิกำลังจากหน่วยงานข้างต้นเข้าตรวจที่เกิดเหตุ ก็พบว่ามีกระสอบสีดำวางเรียงรายอยู่จริง เมื่อนำมาตรวจก็พบว่าภายในบรรจุกัญชาอัดแท่งรวมนำหนักถึง 1,024 กก. จึงนำมาเก็บรักษาและสืบสวนขยายผลหาผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าท่าทรายที่พบกัญชา ไม่มีประวัติพัวพันกับยาเสพติด แต่ในขณะเดียวกันมีท่าทรายใกล้เคียง ซึ่งเป็นท่าทรายที่ไม่ได้รับสัมปทานอย่างถูกต้อง และชอบขายทรายตัดราคารายอื่นเสมอ จนมีเรื่องฟ้องร้องกันที่ศาลจังหวัดฯ ตลอดเวลาท่าทรายแห่งนั้น มีพฤติการณ์ลับๆล่อๆ เวลากลางคืนมักมีรถยนต์วิ่งเข้าออกประจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่สายสืบกำลังหาข่าวในทางลับอยู่ ว่าท่าทรายที่ลักลอบดูดทรายอย่างผิดกฎหมายนี้ มีส่วนพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติหรือไม่ จนมาพบกระสอบกัญชาโผล่ที่ท่าทรายข้างเคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่า ขบวนการค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน อาจจะขนกัญชาขึ้นผิดท่าน้ำ เพราะหลังจากช่วยกันขนวางไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้ว ก็รีบกลับข้ามไปฝั่งประเทศของตนเอง โดยไม่รู้ว่าท่าทรายดังกล่าวนั้น ไม่ใช่ท่าทรายที่ทางนายทุนระบุ
&amp;nbsp;
ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า ราคาซื้อขายกัญชาในพื้นที่ชายแดน ราคากิโลละ 6,000 บาท หากทะลุถึงพื้นที่ชั้นใน มีราคาเพิ่มเป็นกิโลละ 20,000 บาท แต่ถ้าไปถึงเขตชายแดนใต้จะมีราคาเพิ่มเป็นกิโลละ 30,000 บาท โดยจะสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20921</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาอัดแท่ง, ขนกัญชา, ท่าทราย, นครพนม, ริมฝั่งโขง, สภ.ท่าอุเทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd693e269fbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
