<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.สุ่มตรวจ&quot;ขนมจีน- เส้นก๋วยเตี๋ยว&quot; ส่วนใหญ่น่าพอใจ ใช้วัตถุกันเสียไม่เกินเกณฑ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มิ.ย.62-นพ.นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงต่อสื่อมวลชนว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม และมีการเฝ้าระวังการใช้วัตถุกันเสียในเส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดเส้นสดมาอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกันทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ให้ความอนุเคราะห์ในการติดตามเฝ้าระวัง &amp;nbsp; วัตถุกันเสียในเส้นขนมจีนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;โดยล่าสุด อย. ได้สุ่มตรวจเส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดเส้นสดในช่วงระหว่างปี 2560 - 2562 พบจำนวนผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านมาตรฐานลดลง (ปริมาณวัตถุกันเสียกรด &amp;nbsp;เบนโซอิกสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) กล่าวคือปี 2560 ไม่ผ่านมาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 9.4 ปี 2561 ผ่านมาตรฐานทั้งหมด และปัจจุบันมีการพัฒนาชุดทดสอบอย่างง่ายสำหรับการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าว ดังนั้นปี 2562 อย. จึงนำมาใช้ร่วมกับการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ครอบคลุมจำนวนผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยตรวจได้ถึง 230 ตัวอย่าง จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ซึ่งผลตรวจพบไม่ผ่านมาตรฐานเพียงร้อยละ 1.43 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว จำนวน 3 ราย และอยู่ระหว่างการดำเนินคดี จำนวน 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงผลทดสอบวัตถุกันเสียประเภทกรดเบนโซอิกในตัวอย่างเส้นขนมจีน จำนวน 31 ตัวอย่าง ที่เก็บตัวอย่างอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 โดยศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (สุ่มตัวอย่างเดือนพฤษภาคม 2562) พบว่า มีขนมจีน 2 ยี่ห้อ (คิดเป็นร้อยละ 6) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ยี่ห้อหมื่นบูรพา ตลาดคลองเตย และ M&amp;amp;A บ้านขนมจีนปทุมจากตลาดสี่มุมเมือง ที่มีปริมาณกรดเบนโซอิกเกินมาตรฐาน
&amp;nbsp;ทั้งนี้ โดยภาพรวมจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ดีขึ้นจากครั้งแรกที่ตรวจพบสารกันบูดเกิดมาตรฐาน 2 ยี่ห้อ จาก 12 ยี่ห้อ (ร้อยละ 17) และในครั้งที่สองพบ 2 ยี่ห้อ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จาก 17 ยี่ห้อ (ร้อยละ 12) นอกจากนี้ จากการตรวจสอบการแสดงฉลาก พบว่า มีขนมจีน 4 ยี่ห้อ จาก 31 ยี่ห้อ เท่านั้น ที่แสดงข้อมูลการใช้สารกันบูดไว้บนฉลาก และยังพบว่าขนมจีนบางยี่ห้อ &amp;nbsp;มีการแสดงข้อความบนฉลากว่า &amp;ldquo;ปราศจากสารกันบูด&amp;rdquo; &amp;ldquo;ปราศจากสิ่งเจือปน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ไม่มีสารเจือปน&amp;rdquo; แต่ผลการตรวจพบว่ามีการใช้สารกันบูด &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าข้อมูลที่แจ้งบนฉลากเป็นเท็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขนมจีนจัดเป็นอาหารที่คนไทยนิยมกินบ่อย หากมีการใช้สารกันบูดเกินปริมาณที่กำหนดอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค ดังนั้น การผลักดันให้ผู้ผลิตขนมจีนตื่นตัว ผลิตขนมจีนที่มีคุณภาพและแสดงฉลากที่ถูกต้องนั้น ถือเป็นการยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภคสามารถใช้ข้อมูลบนฉลากในการตัดสินใจเลือกซื้อและบริโภคขนมจีนได้ว่ายี่ห้อใดที่ใช้สารกันบูด หรือไม่ใช้สารกันบูดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการฯ อย. แถลงเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่พบการใช้วัตถุกันเสียเกินมาตรฐาน และการแสดงฉลากไม่ถูกต้องของขนมจีนและเส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดเส้นสดนั้น ทาง อย. ได้มีการประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบสถานที่ผลิต พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ผลิตเพื่อให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งจะดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการแสดงฉลากที่ถูกต้อง รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การใช้วัตถุเจือปนอาหารเกินมาตรฐานดังกล่าว มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และหากตรวจพบว่ามีการใช้วัตถุกันเสียในปริมาณมากจนอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ มีโทษปรับ &amp;nbsp;ไม่เกิน 30,000 บาท ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค อย. และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จะร่วมกันติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวัง ณ สถานที่ผลิต และสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39414</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., -นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์, ก๋วยเตี๋ยว, ขนมจีน, น.ส.สารี อ๋องสมหวัง, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, สารกันบูดในขนมจีน-เส้นก๋วยเตี๋ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11cb10d187f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนมจีนไหหลำ&#039;โกหลุ่น&#039;ปากซอยมหรรณพ2ใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นเรื่องแปลกสำหรับเมนูอาหารที่มีชื่อว่าขนมจีน แต่กลับไม่มีขายในเมืองจีน ผมไม่ทราบประวัติความเป็นมาของขนมจีน แต่ที่แน่ๆ กลายเป็นอาหารยอดนิยมอีกอย่างหนึ่งของคนไทยไปแล้ว เพราะบ้านเราชอบกินเส้นไม่แพ้ชาติใดๆ ในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์นี้ผมไม่ได้มาแนะนำร้านขนมจีนทั่วไป แต่จะเชิญชวนให้ไปลองชิม &amp;ldquo;ขนมจีนไหหลำ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นของแปลกแต่อร่อยและหากินยาก เพราะเมนูนี้เป็นคนจีนไหหลำแท้ๆ ที่เปิดร้านขายอยู่ปากซอยมหรรณพ 2 ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างศาลเจ้าพ่อเสือกับศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยเปิดขายมานานกว่า 20 ปี เป็นร้านแรกๆ ที่ขายขนมจีนไหหลำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของร้านเป็นคนจีนไหหลำทั้งคู่ คือ คุณจรูญ จันทร์รัศมีวิไล หรือโกหลุ่น โดยมีคุณมัสมณ ภรรยา เป็นผู้ช่วย ร้านนี้ไม่มีชื่อ แต่ติดป้ายประกาศเขียนตัวหนังสือขนาดใหญ่ว่าขนมจีนไหหลำ เนื้อแพะน้ำแดง ข้าวหมูตุ๋น บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นเมนูเด็ดประจำร้านนี้ เมื่อก่อนเคยขายสุกี้ไหหลำ ปรากฏว่าขายดีมาก แต่ด้วยความที่ต้องช่วยกันทำเพียงสองคนสามีภรรยา จึงต้องเลิกขายเมนูนี้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะเด่นของขนมจีนไหหลำ คือ เส้นทำมาจากแป้งที่มีรูปร่างอ้วนกลมและยาว คล้ายเส้นอูด้ง แต่ใหญ่กว่าสปาเกตตี มีความเหนียวนุ่มไม่เละ และไม่เปรี้ยว เพราะไม่หมักเหมือนขนมจีนทั่วไป ซึ่งเด็กและวัยรุ่นชอบกินเส้นชนิดนี้ ขนมจีนไหหลำแบ่งเป็น 2 เมนู คือ น้ำใสและน้ำข้น โดยมีส่วนประกอบหลักๆ สำหรับสูตรชาวจีนไหหลำ คือ ผักกาดดอง, ขึ้นฉ่าย, งาขาว, ต้นหอม, หัวไชเท้า, กระเทียมเจียว, เนื้อหมูสด, หมูกรอบ, กระเพาะหมู, เอ็นหมูตุ๋น และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือน้ำจิ้มกะปิไหหลำ ภาษาจีนไหหลำเรียกว่า &amp;ldquo;โก่ย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นพระเอกในดวงใจสำหรับผม เพราะชอบในรสชาติความเค็มและเผ็ดที่เข้ากันลงตัว ผสานกับความหอมของกลิ่นกะปิที่ได้ลิ้มลองแล้วจนต้องยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รสชาติน้ำซุปทั้งแบบข้นและแบบใสอร่อยอยู่แล้ว แต่ทางร้านจัดเครื่องปรุงไว้ให้เติมเหมือนก๋วยเตี๋ยว แต่ผมเลือกใช้น้ำจิ้มกะปิปรุงรสเพิ่มความเข้มข้นและจัดจ้าน แล้วเติมน้ำตาลกับน้ำส้มอีกเล็กน้อยก็ยกระดับความอร่อยถูกปากเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะแบบน้ำใสนั้นรสชาติหอมหวานจากน้ำซุปกระดูกหมูและเผ็ดร้อนด้วยพริกไทยคล้ายรสชาติกวยจั๊บน้ำใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกะปิจีนสูตรไหหลำหาซื้อได้ที่ย่านเยาวราช นำมาผสมกับเต้าหู้ยี้ พริกขี้หนูสดและน้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากันในอัตราส่วนที่ต้องการแล้วปั่นส่วนผสมทุกอย่างให้ละเอียด โดยเติมน้ำต้มสุกลงไปนิดหน่อย แล้วคนให้เข้ากันรสชาติจะออกเค็มเผ็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเมนูขนมจีนไหหลำแล้ว ผมยังได้ลองชิมแพะตุ๋นน้ำแดง ซึ่งเป็นเมนูทางเลือกสำหรับคนที่ไม่รับประทานเนื้อวัว ก็สามารถทานเนื้อแพะได้เช่นกัน เพราะมีรสชาติและความหอมกว่าเนื้อวัว แถมร้านนี้ยังทำได้อร่อย รับประกันได้ว่าไม่มีกลิ่นเหม็นสาบแน่นอน เมนูนี้ถือได้ว่าบำรุงสุขภาพดียิ่งนักเพราะใส่เครื่องยาจีนที่เน้นปรับสมดุลในร่างกาย และใส่ฟองเต้าหู้เพิ่มลงไปด้วย ใช้เวลาตุ๋นประมาณ 3-4 ชั่วโมง เลือดที่อยู่ในกระดูกซี่โครงแพะจะออกมาทำให้น้ำซุปหวานกลมกล่อม โดยกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดและข่าป่นสูตรไหหลำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ร้านนี้เปิดขายทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. &amp;nbsp;โทร.สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.08-9010-2123 เรื่องที่จอดรถก็จอดได้รอบๆ ร้านตลอดเวลาที่ร้านเปิดขาย.
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนมจีน, อร่อย, อาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a91658e31176.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขนมจีนน้ำยาปลายี่สก&#039; ของอร่อยห้ามพลาดเมืองอ่างทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้พบร้านอาหารขนมจีนรสชาติอร่อยชื่อว่า ร้านป้านวย ตั้งอยู่สี่แยกวังน้ำเย็น หมู่ 7 ตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง โดยขายเส้นขนมจีนทั้งปลีกและส่งให้ลูกค้าในจังหวัดอ่างทองและใกล้เคียงได้ลองลิ้มชิมรสชาติความอร่อยในขนมจีนน้ำยามานานกว่า 30 ปี มีดีที่เส้นขนมจีนเหนียวนุ่ม สดใหม่ทุกวัน พร้อมด้วยน้ำยาปลายี่สกรสชาติกลมกล่อม น้ำยาป่า และน้ำพริกที่มีไว้บริการขายเริ่มต้นเพียงจานละ 20 บาท &amp;nbsp;พร้อมส่งขนมจีนน้ำยาตามงานบุญและในเทศกาลงานต่างๆ หากลูกค้าจะนำไปขายต่อก็จำหน่ายให้ในราคาย่อมเยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวินิตพล ช่างป่า อายุ 39 ปี เจ้าของร้านขนมจีนน้ำยาป้านวย เปิดเผยว่าทางครอบครัวขายขนมจีนน้ำยาสร้างรายได้มากว่า 30 กว่าปีแล้ว จนกระทั่งถึงตนเองเป็นรุ่นลูก ก็ดำเนินกิจการต่อ แต่ละวันจะมีลูกค้าตามตลาดนัดมาสั่งจองขนมจีนน้ำยาไปวางขาย พร้อมด้วยชาวบ้านที่มีงานบุญต่างๆ ก็จะมาสั่งขนมจีนน้ำยาไปเลี้ยงแขก รับประกันความอร่อยของเส้นขนมจีนแป้งหมักเส้นเหนียวนุ่ม ทำสดๆใหม่ๆโรยเส้นทุกวันในตอนเช้า พร้อมด้วยน้ำยากะทิที่ใช้เนื้อปลายี่สกเป็นวัตถุดิบหลัก นอกจากนั้นยังมีน้ำยาป่าและน้ำพริกไว้ให้ลูกค้าได้เลือกชิมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวินิตพล กล่าวว่าน้ำยากะทิปลายี่สก ขายส่งกิโลกรัมละ 90 บาท ขนมจีนขายส่งกิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนน้ำยาป่าขายส่งกิโลกรัมละ 70 บาท และน้ำพริกขายส่งกิโลกรัมละ 90 บาท ซึ่งแต่ละวันทางร้านจะทำขนมจีนน้ำยาตั้งแต่เช้าตามที่ลูกค้าสั่งจองไว้ แล้วก็จะวางขายที่หน้าบ้าน โดยเริ่มต้นราคาจานละ 20 บาท และในช่วงเย็นก็จะนำไปวางขายตามตลาดนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3030</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนมจีน, น้ำยาปลายี่สก, อ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82b4f1a0659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
