<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;สั่งปส.สอบเหตุออสเตรเลียจับไอซ์ล็อตใหญ่316กก.ส่งจากไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64-มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(ปป.) รับผิดชอบงานด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบกรณีประเทศออสเตรเลียสกัดจับขาไอซ์หนัก 316 กิโลกรัม ส่งจากประเทศไทยเข้าประเทศออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.มนู สั่งการให้ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.)ให้รีบดำเนินการ ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย พร้อมทั้งให้เร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว จากนั้นให้รีบแถลงข่าวในส่วนที่สามารถดำเนินการได้โดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียได้ตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนัก 316 กิโลกรัม มูลค่าราว 94.5 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 2,319,105,600 บาท บนเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งที่ท่าเรือโบทานีเมื่อวันที่ 4 &amp;nbsp;พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเดินทางมาจากประเทศไทย เนื่องจากพบความไม่สอดคล้องกันในรายละเอียดของรายการสินค้า โดยยาไอซ์ดังกล่าวถูกซุกซ่อนในกล่องเตาปิ้งย่างและกาน้ำร้อนไฟฟ้า 62 กล่อง ซึ่งทางการออสเตลียกำลังสอบสวนเรื่องยาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้อยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ac2234abbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!ตชด.ชุมพรบุกชาร์ตหนุ่มขับรถส่งของขนยาบ้าหมื่นเม็ดยาไอซ์300กรัม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.63-พ.ต.อ.สมชาย ศรีศรยุทธ์ ผกก ตชด.41 ชุมพร ค่ายอาภากรณ์เกียรติวงศ์ &amp;nbsp;รับแจ้งจากสายมีขบวนการค้ายาเสพติดจะลักลอบขนยาบ้ามากับรถกระบะตู้ทึบแบบรับส่งพัสดุ อีซูซุ สีขาว ตอนเดียว ทะเบียน 2 ฒล 3452 กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้ามาส่งยาบ้าให้กับเอเย่นต์ใน จ.ชุมพร บริเวณศาลาพักผู้โดยสารทางเข้าสำนักสงฆ์เข้าเลี้ยว ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 1 ตำบลเขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร &amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.อมรชัย สนธิสุวรรณ รอง ผบ.กองร้อย ตชด.414 (ท่าแซะ) พร้อม ร.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชุมดำ หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าวกองร้อย ตชด.414 &amp;nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบติดตามจับกุมแก๊งยาเสพติดดังกล่าว
&amp;nbsp;
กระทั่งพบรถเป้าหมายตามที่ได้รับแจ้งขับมาจอดริมถนนสายเพชรเกษมใกล้ศาลที่พักผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังออกจากจุดซุ่มในป่าหลังหน้าศาลา ได้ขับรถยนต์จำนวน 2 คัน ออกมาปิดหัวท้ายพร้อมกับอาวุธหนักครบมือทำการชาร์ตเข้าตรวจค้นจับกุมไว้โดยไม่มีการขัดขืนต่อสู้ ทราบชื่อคนขับคือ นายธรรมนูญ หรือตาม ติ้ววงศ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/120 หมู่ที่ 16 ตำบลบางกระสั้น อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกชนิดกดปิด-เปิด สีฟ้าจำนวน 40 ถุง สีดำจำนวน 10 ถุง รวม 50 ถุงๆละ 200 เม็ด รวมทั้งหมด 1 หมื่นเม็ด และไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกชนิดกดปิด-เปิด จำนวน 3 ถุง รวมน้ำหนัก 305.59 กรัม &amp;nbsp;อยู่ในกระเป๋าผ้าสีดำ ซุกอยู่หลังเบาะนั่งด้านซ้ายข้างคนขับ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาสสอบสวนขยายผลที่กองร้อย ตด. 414
&amp;nbsp;
นายธรรมนูญ รับสารภาพว่า ก่อนหน้าตนเองยึดอาชีพขับรถรับจ้างรับส่งพัสดุภัณฑ์ให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาได้มีนายขาวไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงซึ่งรู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ทราบเพียงว่าเป็นชาว จ.ชุมพร ได้เข้ามาทักและพูดคุยพร้อมชักชวนให้มาร่วมงานเป็น &amp;ldquo;นักบิน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นสำนวนภาษาของขบวนการค้ายาเสพติดที่ใช้กับกลุ่มผู้รับจ้างวิ่งรับส่งยาเสพติดระหว่างจังหวัดโดยจะได้ค่าจ้างเป็นรายเที่ยว มากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนยาเสพติดและระยะทาง ซึ่งแต่ละเที่ยวจะได้เงินไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นบาท โดยยาเสพติดนั้นนายขาวจะเป็นคนโทรศัพท์มาสั่งงานว่าให้ไปรับของจากนายเอ๊กซ์ ซึ่งไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งทำมาแล้วสองครั้ง &amp;nbsp;โดยแต่ละเที่ยวจะได้นักค่าบินจำนวน 3 หมื่นบาท &amp;nbsp;จนมาครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งที่สามก็มาถูกจับกุมได้ในที่สุด
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้บันทึกจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับนายธรรมนูญ ฐานมียาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 (ยาบ้าและไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย &amp;nbsp;พร้อมกับนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.มาบอำมฤต อ.ปะทิว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาบ้า, ขนยาไอซ์, ตชด.41 ชุมพร, พ.ต.อ.สมชาย ศรีศรยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f1435a8bebf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับไต๋เรือไทย-เขมร ลอบขายยาไอซ์ที่เก็บได้จากทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63- พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์เอี่ยม &amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานตำรวจภูธรคลองใหญ่ &amp;nbsp;กล่าวถึงการจับกุมจับสองผู้ต้องหาคดียาเสพติด หลังสั่งการให้ ร.ต.อ.สมศักดิ์ ดวงนภา ร.ต.ท.สม แย้มสี รองสารวัตรสืบสวนพร้อมกำลังชุดสืบสภ.คลองใหญ่ ติดตามจับกุมได้พร้อมของกลาง ยาไอซ์จำนวน 7.325 กิโลกรัม โดยรายแรกตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัวนายเน็ต นี อายุ 36 ปี ลูกเรือประมงสัญชาติกัมพูชา ได้ที่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง ม.1 ตำบลหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 4 ห่อ ห่อละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 4,000 กรัม หรือ 4 กิโลกรัม &amp;nbsp;เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2563 หลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขยายมาจากผู้ต้องหาเสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ดำรง ระบุว่า จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนได้สอบปากคำนายเน็ต จนทราบว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีก 1 คน คือ นายอุเทน สุขสวัสดิ์ อายุ 44 ปี ไต๋เรือสัญชาติไทย อยู่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ม.1 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จึงนำกำลังชุดสืบสวนไปยังบ้านหลังดังกล่าว พร้อมตรวจค้นบริเวณรอบบ้าน จนพบยาไอซ์ใส่ถุงและขวดน้ำ ซุกซ่อนอยู่ใต้ถัง 200 ลิตร โดยมีดินสำหรับปลูกต้นไม้และต้นไม้ปกปิดอยู่ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่ามียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ รวมน้ำหนัก 3,325 &amp;nbsp;กรัม หรือ 3.325 กิโลกรัม &amp;nbsp;จากนั้นตำรวจนำกำลังไปตรวจค้นที่เรือประมงของนายอุเทนเพิ่มเติม แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสองคน ถูกตั้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ไว้จำหน่าย ขณะที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย ส่วนยาเสพติดที่ยึดได้เป็นยาเสพติดกลุ่มเดียวกันที่ลอยทะเลเข้าชายฝั่งจังหวัด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2563 ซึ่งล่าสุดตำรวจภูธรจังหวัดตราด สามารถจับผู้ต้องหาที่เก็บยาไอซ์ไปจำหน่ายได้แล้วมากกว่า 15 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69956</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, สภ.คลองใหญ่ ตราด, ไอซ์ลอยทะเล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef86b851831b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม!ปปส.รวบก๊วนนศ.มหาวิทยาลัยดังสุมหัวปาร์ตี้ไอซ์กลางวันแสกๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.63- พล.ต.ต.กานตพงศ์ &amp;nbsp;ชัยรุ่งเรือง ผบก.สสภ.6 สั่งการให้ พ.ต.ต.เจนรบ &amp;nbsp;เนติรัตน์ไพบูลย์ สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.6 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 6 สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านพักเลขที่ 329/71 หมู่ 4 ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดัง มั่วสุมจัดปาร์ตี้ยาเสพติดกันอยู่เป็นประจำ โดยขณะที่เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าวพบกลุ่มวัยรุ่นชายและหญิง จำนวน 10 คน เปิดไฟแนวดิสโก้เทคและเปิดเพลงเต้นเสียงดังสนั่น กำลังดื่มกินสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับตกใจหน้าถอดสี โดยมีนายพงษกรณ &amp;nbsp;หรือเพชร &amp;nbsp;สุขเอี่ยม อายุ 24 ปี รับเป็นเจ้าของบ้าน พร้อมของกลางในที่เกิดเหตุ ยาไอซ์น้ำหนักรวมถุง 6.7 กรัม เอ็กตาซี่ จำนวน 30 เม็ด คีคามีน 0.42 กรัม รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กษ 3785 พิษณุโลก จำนวน 1 คัน สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 1 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยจากลุ่มวัยรุ่นนักเที่ยวกลางคืน ว่ามีการแอบลักลอบจำหน่ายเสพติดในสถานบันเทิงของ จ.พิษณุโลก จึงให้สายลับติดต่อขอล่อซื้อจนสามารถขยายผลและสืบทราบว่า นายพงษกรณ &amp;nbsp;หรือเพชร &amp;nbsp;สุขเอี่ยม เป็นผู้นำยาเสพติดมาจำหน่ายให้ ก่อนจะเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมมนานกว่า 2 เดือน จนพบว่ากลุ่มวัยรุ่นในเครือข่ายหลังจากเที่ยวกลางคืนเสร็จแล้วมักจะมาจัดปาร์ตี้ต่อที่บ้านหลังดังกล่าว จึงเข้าจับกุมดำเนินคดีเอาไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าได้รับยาเสพติดมาจากเอเย่นต์ใน กทม. ก่อนจะมาจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นนักเที่ยวกลางคืนอีกต่อหนี่ง จึงขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาหากมีเบาะแสให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59810</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, ปปส.ภาค6, พิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6ddc736791a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2สาวไทยขนยาไอซ์เข้าบาหลีรอดโทษประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงไทย 2 คนที่ลับลอบขนยาไอซ์เกือบ 1 กิโลกรัมเข้าเกาะบาหลีเมื่อปีที่แล้วรอดพ้นโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในอินโดนีเซีย เมื่อศาลปรานีพิพากษาลงโทษแค่จำคุก 16 ปี เบากว่าที่อัยการเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กษริน ขำขาว (ซ้าย) และศนิชา มณีเทศ สองสาวไทยขณะถูกนำตัวมาแถลงข่าวที่สำนักงานศุลกากรในเมืองเดนปาซาร์ของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า ศาลแขวงเมืองเดนปาซาร์ เมืองเอกของจังหวัด เกาะท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย มีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า กษริน ขำขาว อาชีพแม่บ้านทำความสะอาด และศนิชา มณีเทศ ซึ่งเปิดร้านเช่ารถจักรยานยนต์ในไทย แสดงความสำนึกผิดต่ออาชญากรรมที่ก่อ และสมควรได้รับความปรานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของอินโดนีเซียพบเห็นพิรุธและจับกุม ภายหลังเดินทางจากกรุงเทพฯ มาถึงสนามบินบาหลีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว การตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวไว้ในเวลานั้นว่า พวกเธออาจโดนลงโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซียมีกฎหมายยาเสพติดที่รุนแรงมากที่สุดชาติหนึ่งในโลก รวมถึงการลงโทษประหารชีวิตผู้ค้ายา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการอินโดนีเซีย ซึ่งร้องขอให้ศาลลงโทษจำคุกทั้งสองรายละ 19 ปี กล่าวว่า พวกเขาอาจจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาโทษที่เบากว่าที่ร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาศาลระบุด้วยว่า หญิงไทย 2 รายนี้ยังต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินคนละ 1,000 ล้านรูเปียห์ (ราว 2,261,000 บาท) หรือจำคุกเพิ่มอีก 3 เดือนหากไม่จ่ายค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียชะลอการลงโทษประหารชีวิตหลายคดีถึงแม้ว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนโทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวางก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นนักโทษขนยาเสพติดชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งที่ถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ลดโทษเหลือจำคุก 19 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตอินโดนีเซียเคยประหารชีวิตนักโทษชาวต่างชาติหลายราย รวมถึงชาวออสเตรเลีย 2 รายที่เป็นตัวการใหญ่ในแก๊งขนยาเฮโรอีน &amp;quot;บาหลีไนน์&amp;quot; ที่โดนยิงเป้าเมื่อปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, คนไทย, บาหลี, อินโดนีเซีย, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57835e6d9c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยประสานญี่ปุ่นกวาดแก๊งขนไอซ์ เทศกาลจับอื้อกว่าพันตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.62- พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผช.ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 3 คดี ตรวจยึดของกลางได้ไอซ์น้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัม และยาบ้า 40,000 เม็ด รวมมูลค่า 360,000,000 บาท โดยคดีแรก เมื่อวันที่ 10 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่จับกุมนายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี อายุ 22 ปี และนายวรชุน แซ่ว่าง อายุ 21 ปี &amp;nbsp;บริเวณแยกเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ขณะลักลอบขนไอซ์ 1,000 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ย สีเหลือง บรรทุกอยู่ท้ายรถยนต์กระบะ ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาพร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้นำทางขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมายังภาคกลาง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ารับยาไอซ์จากนายทุน พ่อค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน &amp;nbsp;เพื่อส่งกระจายต่อกรุงเทพและปริมณฑล จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวทั้ง3 ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.วิสนุ ระบุด้วยว่า คดีที่ 2 ตำรวจตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนัก 8กิโลกรัม ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดทางพัสดุไปต่างประเทศ โดยหนึ่งในสินค้าเฝ้าระวังพบมีปลายทางไปประเทศญี่ปุ่น สำแดงสินค้าฝากส่งเป็นนาฬิกาแขวนผนังแต่มีน้ำหนักผิดปกติ ตรวจสอบพบบริเวณกรอบนาฬิกาใส่เป็นท่อเหล็กซึ่งถูกดัดแปลงขึ้นเพื่อให้ภายในสามารถบรรจุยาไอซ์ 8 กิโลกรัมได้ ตรวจยึด ยาไอซ์ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในส่วนคดีที่3 ตำรวจจับกุมนายจักรพงษ์ ฮวดลิ้ม วัย 42 ปีพร้อมพวกรวม 4 คน หลังสืบทราบว่า มีผู้ต้องหา คดียาเสพติดและพ้นโทษไปแล้ว แต่ยังคงติดต่อกับผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ พบว่ากระบวนการนี้ จะซื้อ-ขายยาเสพติดออนไลน์ผ่านทาง Social ก่อนจะเดินทางไปรับยาจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ตำรวจจึงติดตามกลุ่มผู้ต้องหากระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม และกัญชาน้ำหนัก 1 กิโลกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดมักอาศัยช่วงเทศกาลต่างๆ ขนยาเสพติดจำนวนมาก &amp;nbsp;จึงได้สั่งการเฝ้าระวังตามเส้นทาง เช่นในครั้งนี้ที่สามารถจับกุมได้ล็อตใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้า ซึ่งบางเครือข่ายหยุดไป ขณะเดียวกันก็มีเครือข่ายเกิดใหม่ นอกจากนี้ยังมีคนไทยที่ถูกจับคดียาเสพติดในประเทศญี่ปุ่นหลายราย ซึ่งตำรวจ ปส. มีการประสานประสานพูดคุยความร่วมมือกันกับทางการญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทุกหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, จับกุมผู้ค้ายาเสพติด, ผช.ผบ.ตร., ผบช.ปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcb9b840ddae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดฯ จับ 2 สาวไทยขน &#039;ไอซ์&#039; เข้าบาหลี โทษหนักถึงยิงเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงไทย 2 คนโดนเจ้าหน้าที่ศุลกากรอินโดนีเซียจับกุมฐานพยายามลักลอบนำยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีนเกือบ 1 กิโลกรัมเข้าเกาะบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทษหนักสุดถึงขั้นยิงเป้าประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กษริน ขำขาว (ซ้าย) และศนิชา มณีเทศ สองสาวไทยถูกนำตัวมาแถลงข่าวที่สำนักงานศุลกากรในเมืองเดนปาซาร์ของอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรอินโดนีเซียแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดชาวต่างชาติ 4 ราย โดยนำทั้งหมดมาแสดงตัวต่อสาธารณะเมื่อวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม สองคนเป็นหญิงไทยที่โดนจับได้ขณะพยายามลักลอบนำเมทแอมเฟตามีนเกือบ 1 กิโลกรัม เข้าเกาะบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวว่า หญิงไทยคู่นี้มีชื่อว่า กษริน ขำขาว และศนิชา มณีเทศ ขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่เกาะบาหลี แต่เจ้าหน้าที่สนามบินเห็นพิรุธตรวจสอบแล้วพบว่าพวกเธอมียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮีมาวัน อินดาร์โยโน ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินบาหลี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผลตรวจของห้องแล็บยืนยันว่าห่อที่พบทั้งหมดเป็นเมทแอมเฟตามีน น้ำหนักรวม 958 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า หญิงไทย 2 คนนี้ ซึ่งคนหนึ่งเป็นพนักงานทำความสะอาด อีกคนทำร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ อาจโดนลงโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าววันเดียวกัน ยังมีผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดชาวต่างชาติอีกคนเป็นชายชาวฝรั่งเศสชื่อโอลีวีเยร์ โฌแวร์ ถูกจับกุมที่บาหลีเช่นกัน เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีพัสดุห่อหนึ่งส่งจากที่อยู่บ้านของเขาในฝรั่งเศสมาถึงสนามบินบาหลี ภายในบรรจุโคเคน 22.5 กรัม หากถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาอาจถูกลงโทษสูงสุดประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องสงสัยอีกรายคือทาเทียนา เฟียร์โซวา ช่างเสริมสวยชาวรัสเซีย เธอถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำโคเคน 6.6 กรัมเข้าบาหลี เธอถูกจับกุมขณะขึ้นเครื่องบินจากกรุงโดฮามาถึงบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทษหนักสุดของเธอคือจำคุก 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศาลอินโดนีเซียเพิ่งพิพากษาจำคุกชายไทย 2 คน รายละ 16 ปี จากความผิดฐานลักลอบนำยาไอซ์ 1 กิโลกรัมเข้าประเทศด้วยการกลืนลงท้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้หลายครั้งอินโดนีเซียจะลดโทษประหารชีวิตเหลือเพียงโทษจำคุกยาวนานหลายปี แต่อินโดนีเซียก็เคยประหารชาวต่างชาติแล้วหลายคน รวมถึงชาวออสเตรเลีย 2 คนในแก๊งค้าเฮโรอีนบาหลีไนน์ที่โดนยิงเป้าเมื่อปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, จับคนไทย, จับยาเสพติด, บาหลี, หญิงไทยโดนจับ, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dada3e14accc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
