<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.แจ้งหยุดเดินรถทุกเส้นทาง เริ่มตั้งแต่ 3 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.2564 นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในการขยายเวลาบังคับใช้มาตรการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 เพื่อลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทาง และควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บขส. จึงขอแจ้งหยุดให้บริการเดินรถเส้นทางภาคเหนือ&amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก และภาคใต้&amp;nbsp; ทุกเส้นทางชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีประกาศคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ผู้โดยสาร บขส. ที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าเดินทางในช่วงเวลาที่ บขส. หยุดเดินรถ สามารถติดต่อขอคืนตั๋ว หรือเลื่อนการเดินทางได้ จนถึงสิ้นปี 2564 ณ ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ&amp;nbsp; ส่วนผู้โดยสารที่ใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถขอคืนเงินค่าตั๋วได้ แต่สามารถแจ้งเลื่อนการเดินทางได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัญลักข์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของบริการรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์&amp;ldquo;One day one Night ส่งของทั่วไทยรับได้วันเดียว&amp;rdquo; บขส. ยังเปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่เวลา 05.00 -19.30 น.&amp;nbsp; อาทิ เส้นทาง กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ , เส้นทาง กรุงเทพฯ &amp;ndash; แม่สาย , เส้นทาง กรุงเทพฯ &amp;ndash; อุบลราชธานี , เส้นทาง กรุงเทพฯ &amp;ndash; นครพนม , เส้นทาง กรุงเทพฯ &amp;ndash; หนองคาย , เส้นทาง กรุงเทพฯ &amp;ndash; ภูเก็ต , เส้นทาง กรุงเทพฯ &amp;ndash; ตรัง และเส้นทาง กรุงเทพฯ &amp;ndash; หาดใหญ่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ (จตุจักร) โทร 095-890-1687 , 02-537-8480&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111974</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, ล็อกดาวน์, หยุดเดินรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60502702aeab9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯแจงไม่ทอดทิ้งแท็กซี่ในช่วงโควิดช่วยประสานฉีดวัคซีนแล้ว 1.8 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ก.ค.2564 นายธานี สืบฤกษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดี ขบ. เพื่อให้เร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจกรณีผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ สมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย นำโดยนายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมฯ ได้นำรถแท็กซี่สหกรณ์ราชพฤกษ์ จำกัด และกลุ่มบวรแท็กซี่ จำนวนกว่า 100 คัน มาจอดที่หน้ากระทรวงพลังงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือกลุ่มแท็กซี่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยขอให้จัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ ฉีดให้กับประชาชนอย่างครอบคลุมและทั่วถึงโดยเร็วที่สุด นั้น
&amp;nbsp;
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก มิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่แล้ว ได้แก่ การขยายอายุรถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี, อนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีทางเลือกอื่นติดตามรถแทน GPS, พัฒนา Application เรียกใช้บริการรถแท็กซี่, เปิดโอกาสให้มีการติดตั้งสื่อโฆษณาบนแท็กซี่, กำหนดค่าสัมภาระเพิ่มเติมให้กับแท็กซี่สนามบิน เป็นต้น โดยมีเป้าหมายในการลดต้นทุนในการประกอบอาชีพและเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ของผู้ขับรถแท็กซี่ เพื่อการพัฒนาบริการรถสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ เกิดความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของการจัดหาวัคซีนโควิด-19 นั้น ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้นำผู้ขับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ซึ่งเป็นบุคลากรด่านหน้าภาคการขนส่งสาธารณะ เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ณ สถานีกลางบางซื่อ เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ช่วยเหลือผู้ขับรถให้ได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันตนเอง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ ระหว่างวันที่ 24 พ.ค.2564 - 30 มิ.ย.2564 โดยดำเนินการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้ว จำนวน 18,427 คน
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ หากกลุ่มผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่มีความประสงค์จะขอรับวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม กรมการขนส่งทางบกได้ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข โดยในเดือนสิงหาคม 2564 กระทรวงสาธารณสุขจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สถานีกลางบางซื่อได้ ซึ่งผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่รวมถึงผู้ขับรถโดยสารสาธารณะประเภทอื่นๆ สามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมในช่วงดังกล่าวได้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย ลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต่อไป
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างดำเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์กั้นระหว่างที่นั่งผู้ขับรถกับคนโดยสาร (Partition) ในรถแท็กซี่ เพื่อช่วยป้องกันการกระจายของละอองฝอยจากการไอหรือจามซึ่งจะมีส่วนช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และสร้างความมั่นใจในการใช้บริการรถแท็กซี่ โดยในระยะแรกคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในเดือนสิงหาคม 2564 สำหรับจัดทำฉากกั้นจำนวน 3,000 ชิ้น เพื่อติดในแท็กซี่กลุ่มตัวอย่าง จากนั้นจะมีการประเมินผล เพื่อพิจารณาขยายผลการดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111266</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, คนขับรถแท็กซี่, ฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa60e1bba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯย้ำรถสาธารณะในพื้นที่13 จังหวัดสีแดงเข้มหยุดให้บริการ 3ทุ่ม-ตี4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
21 ก.ค.2564 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังมีอัตราการเพิ่มของจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สงขลา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา โดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีคำสั่งเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดมาตรการให้สอดคล้องกับคำสั่งดังกล่าว ทั้งในส่วนของการให้บริการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะและการขนส่งสินค้า โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้บริการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด &amp;ldquo;งดให้บริการเดินรถเข้า-ออกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;จำกัดการเดินรถระหว่างเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;rdquo; เฉพาะเท่าที่จำเป็นสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด ส่วนมาตรการบังคับใช้เพื่อควบคุมการให้บริการรถโดยสารสาธารณะภาพรวมทั้งประเทศ ต้องปฏิบัติประกาศ ศบค. ด้านอื่นๆ อย่างเคร่งครัด อาทิ ต้องหยุดการให้บริการตั้งแต่เวลา 21.00 - 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้กำหนดจำนวนผู้โดยสารไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด และต้องปฏิบัติตามทางมาตรการเว้นระยะห่าง จัดที่นั่งของรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารไม่ประจำทาง ให้จัดที่นั่ง 1 ที่นั่ง เว้น 1 ที่นั่ง ห้ามลงจากรถระหว่างหรือในสถานที่ซึ่งมิใช่ที่หยุดหรือจอดตามที่กำหนดไว้ เพื่อให้สามารถตรวจคัดกรองผู้โดยสารตามมาตรการสาธารณสุขได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขนส่งสินค้าภาพรวมทั่วประเทศ &amp;ldquo;งดการขนส่งในช่วงตั้งแต่เวลา 21.00 &amp;ndash; 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น&amp;rdquo;
เว้นแต่ผู้ที่มีความจำเป็นในการขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน ได้แก่ ผู้ขนส่งอาหาร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ สินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตทางการเกษตร น้ำมันเชื้อเพลิง ไปรษณียภัณฑ์ พัสดุภัณฑ์ สิ่งพิมพ์ หรือสินค้าเพื่อการส่งออกหรือนำเข้า สามารถขนส่งสินค้าได้ รวมถึงการขนส่งเที่ยวเปล่าหรือตู้สินค้าเปล่าในกรณีเดินทางไปรับสินค้าและเดินทางกลับ โดยจัดเตรียมใบอนุญาตขับรถ บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวพนักงานหรือหนังสือรับรองการทำงาน และเอกสารรับรองความจำเป็นเกี่ยวกับสินค้าและการเดินทางของผู้ขนส่งสินค้าเพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการขนส่งต้องควบคุม กำกับ ดูแล ผู้โดยสารให้ลงทะเบียนไทยชนะ หรือหมอชนะ หรือกรอกแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และในระหว่างการเดินทางต้องมีการระบายอากาศภายในรถโดยสารปรับอากาศ รถตู้โดยสารปรับอากาศ โดยให้พนักงานขับรถพิจารณาจอดพักรถ และเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศภายในรถขณะเดินทางทุก 2 ชั่วโมง และทำความสะอาดภายในตัวรถและพื้นผิวสัมผัสภายในรถด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท และงดการพูดคุยขณะให้บริการ รวมถึงต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทางไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะประเภทใดก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, จิรุตม์ วิศาลจิตร, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.), โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7b1c2b43ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมแจ้ง 21 มิ.ย.นี้คลายล็อกเปิดให้ทำใบขับขี่ทุกสำนักขนส่งทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 มิ.ย.2564-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในหลายพื้นที่ดีขึ้นตามลำดับ และ ศบค. ได้ผ่อนคลายให้ประชาชนกลับมาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมได้มากขึ้นควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุข กรมการขนส่งทางบก จึงผ่อนคลายการควบคุมการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ เพื่อให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติทุกกระบวนงาน ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสำนักงานขนส่งที่มีจำนวนการจองคิวล่วงหน้าจำนวนมากจะให้บริการผู้จองคิวคงค้างเดิมก่อนเป็นลำดับแรก โดยผู้ที่เคยจองคิวขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่หรือกระบวนงานที่มีการอบรม ณ สำนักงานขนส่ง ที่ได้รับคิวระหว่างวันที่ 16 เมษายน 2564 &amp;ndash; 18 มิถุนายน 2564 สามารถเข้าระบบจองคิวเพื่อเลือกวันและเวลาที่สะดวกในการเข้ารับบริการใหม่ ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 09.00 น. จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 เวลา 16.30 น. ทางแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th ของกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถรายใหม่ รวมถึงการดำเนินการที่ต้องเข้าอบรมที่สำนักงานขนส่งซึ่งงดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่เคยจองคิวมาก่อนเข้าระบบจองคิวได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ได้จองคิวและได้รับคิวตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ให้เข้ารับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมายตามปกติ พร้อมกันนี้ ให้สำนักงานขนส่งทุกแห่งติดตามและประเมินการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นไปตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถทุกกระบวนงานต้องดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และบริหารจำนวนการให้บริการประชาชนผ่านระบบการจองคิว ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้เต็มศักยภาพเหมือนในสภาวะปกติ กรมการขนส่งทางบกจึงได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ผ่อนผันการใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้วเพิ่มเติมจากเดิม สามารถใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถสิ้นอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป ในระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการเยียวยารองรับ ดังนี้ ผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สิ้นอายุเกิน 1 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบข้อเขียน กรณีสิ้นอายุเกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ หากเป็นใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก สิ้นอายุเกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106662</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, เปิดสอบใบขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cabe4f4d3a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ต้องรีบ ขนส่งฯแจ้งใบขับขี่หมดอายุแล้วยังใช้ได้ถึง 30 มิ.ย.64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
6พ.ค.64 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกได้มีประกาศงดใช้ห้องอบรมในการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถที่สำนักงานขนส่งทุกแห่ง ตั้งวันที่ 16 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา เพราะเป็นกิจกรรมที่มีลักษณะการรวมกลุ่มคนจำนวนมากในบริเวณเดียวกันและใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตั้งแต่ 1-5 ชั่วโมง ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการแพร่และติดต่อของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พร้อมปรับการบริการที่สำนักงานขนส่งเพื่อลดความแออัด และให้จองคิวดำเนินการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ทำให้มีผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถบางรายไม่สามารถดำเนินการต่ออายุภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรมฯได้ตระหนักถึงความจำเป็นและความเดือนร้อนดังกล่าว ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ผ่อนผันการบังคับใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติตอบรับยืนยันผ่อนผันการบังคับใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับคำสั่งใด กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้วยังสามารถใช้แสดงตนได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ขับขี่รถและผู้ประกอบการขนส่ง ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้มีหนังสือขอความร่วมมือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องการต่ออายุใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้ขยายเวลาให้สามารถต่ออายุได้ล่วงหน้า 6 เดือนก่อนใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุ พร้อมนำระบบอบรมออนไลน์เข้ามารองรับทดแทนการอบรมที่สำนักงาน โดยเข้าอบรมออนไลน์ได้ที่ www.dlt-elearning.com สามารถนำผลผ่านการอบรมออนไลน์ติดต่อสำนักงานขนส่งเพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายและออกใบอนุญาตขับรถได้โดยไม่ต้องอบรมที่สำนักงานอีก โดยมีการอบรมทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล 5 ปี เป็น 5 ปี ประกอบด้วย รถยนต์, รถยนต์สามล้อ, รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 ชั่วโมง สำหรับการต่ออายุล่วงหน้าหรือสิ้นอายุไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น 22. ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ รถยนต์ ที่ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี ใช้ระยะเวลาอบรม 2 ชั่วโมง 3. การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถขนส่ง จำนวน 2 ชั่วโมง และ 4.การอบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ประกอบด้วย รถยนต์สาธารณะหรือรถแท็กซี่, รถยนต์สามล้อสาธารณะ, รถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 3 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถที่ไม่มีการอบรมที่สำนักงานยังคงเปิดให้บริการแต่จำกัดเฉพาะผู้ที่จองคิวดำเนินการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue แล้วเท่านั้น เพื่อควบคุมจำนวนผู้มาใช้บริการให้มีความเหมาะสมกับขนาดพื้นที่ของสำนักงานแต่ละแห่ง และเป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่าง ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ได้ฟรี ทั้งระบบ iOS: https://apple.co/2GIHARd &amp;nbsp;แอนดรอยด์ : http://bit.ly/2IkLpyO&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, ต่อใบขับขี่, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093672ccaf48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเปิดตัวเลขรถป้ายแดงปี63ลดลง14%เหตุโควิดป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64-นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) &amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถิติรถจดทะเบียนใหม่ทั่วประเทศภาพรวมปี 63 (เดือนมกราคม &amp;nbsp;&amp;ndash; ธันวาคม 63) พบว่ามีผู้นำรถใหม่ป้ายแดงมาจดทะเบียน รวม 2,638,466 คัน ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับสถิติรถจดทะเบียนใหม่ย้อนหลัง 3 ปี ซึ่งหากเปรียบเทียบเป็นรายปีจะพบว่า ลดลง 13.17%เมื่อเทียบกับปี &amp;nbsp;62 (จำนวนรถจดทะเบียนใหม่ 3,038,943 คัน) ลดลง 14.71%เมื่อเทียบกับปี &amp;nbsp;61 (จำนวนรถจดทะเบียนใหม่ 3,093,791 คัน) และลดลง 13.98%เมื่อเทียบกับปี 60 (จำนวนรถจดทะเบียนใหม่ 3,067,278 คัน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าส่วนหนึ่งเพราะความกังวลกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ประชาชนจะมีความมั่นใจในการตัดสินใจครอบครองรถมากขึ้น เมื่อจำแนกการจดทะเบียนใหม่ตามประเภทรถ พบว่า รถที่จดทะเบียนตามพ.ร.บ.ถยนต์ พ.ศ. 2522 มีสถิติดังนี้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp; 559,553 คัน ลดลงจากปีก่อน22.63%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;226,399 คัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 16.45 และรถจักรยานยนต์(จยย.) มีสถิติการจดทะเบียน 1,681,437 คัน ลดลงจากปีก่อน 10.40%ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;28,962 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 45.05&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถิติรถโดยสารสาธารณะที่จดทะเบียนภายใต้พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 พบว่า รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน หรือ แท็กซี่ มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;3,674 คัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 53.82 รถยนต์รับจ้างสามล้อ หรือ ตุ๊กตุ๊ก มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;194 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน25.25%ส่วนรถจักรยานยนต์สาธารณะ มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;2,273 คัน ลดลงจากปีก่อน 44.53% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของรถที่จดทะเบียนตามพ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มีสถิติดังนี้ รถโดยสารประจำทาง มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;2,404 คัน ลดลงจากปีก่อน 35.41%รถโดยสารไม่ประจำทาง มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;3,676 คัน ลดลงจากปีก่อน 52.21%รถโดยสารส่วนบุคคล มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;697 คัน ลดลงจากปีก่อน18.95%ในส่วนของรถบรรทุกไม่ประจำทาง มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;34,019 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.63%แต่รถบรรทุกส่วนบุคคล มีสถิติการจดทะเบียน &amp;nbsp;35,702 คัน ลดลงจากปีก่อน 5.22%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากสถิติรถจดทะเบียนใหม่ตลอดปี 63 ส่งผลให้จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 31ธ.ค.63 มีจำนวนทั้งสิ้น 41,471,345 คัน โดยรถจักรยานยนต์สูงสุด &amp;nbsp;21,396,980 คัน รองลงมาคือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน &amp;nbsp;(รถเก๋ง)10,446,505 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล(กระบะ) &amp;nbsp;6,878,050 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รถตู้) 434,254 คัน รถจักยานยนต์สาธารณะ 170,506 คัน รถแท็กซี่ &amp;nbsp;80,172 คัน ส่วนรถโดยสารมีทั้งสิ้น 151,547 คัน และรถบรรทุก จำนวน 1,173,801 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90665</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, จดทะเบียนป้ายแดง, ปี 2563, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a861c1a916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.แจ้งเดินรถทุกเส้นทางภาคใต้ตามปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.63-นายมาโนช สายชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายธุรกิจเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช กระบี่ สุราษฎร์ธานี ตรัง และพัทลุง ว่า บขส. ยังคงให้บริการเดินรถเส้นทางภาคใต้ทุกเส้นทางตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ล่าสุดได้รับรายงานจากสถานีเดินรถนครศรีธรรมราชว่า ยังมีน้ำท่วมขังบริเวณที่ทำการสถานีฯ และในเขตพื้นที่สถานีเดินรถขนส่งฯ ประมาณ 40 &amp;ndash; 50 เซนติเมตร &amp;nbsp;จึงได้ย้ายจุดจำหน่ายตั๋วรถโดยสารชั่วคราว มายังบริเวณด้านหน้าสถานีฯถนนกะโรม &amp;nbsp;ใกล้กับธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดหัวอิฐ ติดต่อสอบถามข้อมูลและจองตั๋วเดินทาง สถานีเดินรถนครศรีธรรมราชและตัวแทนจำหน่ายตั๋ว ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 093-718-6682 , 090-885-7345 , 081-569-6909 , 081-958-0534 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งกำชับไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง ทั้งการตรวจเช็คสภาพรถโดยสารให้พร้อมใช้งาน ให้พนักงานขับรถเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะจุดมีน้ำท่วม ควบคุมความเร็วบนรถโดยสาร รวมทั้งกำชับให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทางด้วย สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม ได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง และจองตั๋วออนไลน์ บขส. ล่วงหน้า 90 วัน ผ่านเว็บไซต์ www.transport.co.th หรือตัวแทนจำหน่ายตั๋ว ของ บขส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, มาโนช สายชูโต, สถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัดภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9fe98deee4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
