<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อธิรัฐ&#039;สั่งจท.-กทท. อัพเกรดการขนส่งทางน้ำหวังเชื่อม&#039;รถ-ราง-เรือ&#039;หนุนการคมนาคม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค. 2564 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานปี 2564 ที่จะสานต่อจากปี 2563 ว่า กรมเจ้าท่า (จท.) กระทรวงคมนาคม จะดำเนินการปรับปรุงท่าเรือตามแนวฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย ท่าเรือกรมเจ้าท่า, ท่าเรือราชวงศ์, ท่าเรือสะพานพุทธ, ท่าเรือราชินี, ท่าเรือบางโพ, ท่าเรือท่าเตียน,ท่าเรือท่าช้าง, ท่าเรือพระปิ่นเกล้า, ท่าเรือเรือเกียกกาย และท่าเรือนนทบุรี โดยจะยกระดับท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสถานีเรือ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ สามารถเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างรถ ราง เรือ รวมถึงสร้างเครือข่ายคมนาคมแบบไร้รอยต่อ อีกทั้งยังส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ นักท่องเที่ยวจะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ได้สะดวกสบายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการพัฒนาท่าเรือทั้ง 10 แห่งนั้น ได้ดำเนินการต่อจากปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 ขณะเดียวกัน ยังได้เน้นย้ำให้ใช้พลังงานสะอาด คือ การใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เอกชนที่ให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้มีการดำเนินการแล้ว นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ จท. ไปดำเนินการใช้พลังงานไฟฟ้าในคลองแสนแสบ หลังจากเปิดทดลองมาแล้วหลายเดือน และได้มีการปรับปรุง ดังนั้นจึงได้ให้ผู้ประกอบการเร่งดำเนินการต่อเรือขึ้นมา โดยตั้งเป้าว่า จะสามารถเปิดใช้เรือไฟฟ้าในคลองแสนแสบในช่วงกลางปี 2564 ซึ่งจะช่วยลดมลพิษอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกเหนือจากนี้ ได้มอบหมายให้ จท.ไปศึกษาเส้นทางการเดินเรือในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคลองบางกอกน้อย คลองบางกอกใหญ่ว่า จะสามารถพัฒนาคลองเหล่านี้ เพื่อที่จะให้ครอบคลุมระบบขนส่งรอง (ฟีดเดอร์) เข้าไปให้ถึงรถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆ ตามแนวพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน&amp;rdquo; นายอธิรัฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอธิรัฐ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้เร่งรัดให้ดำเนินการโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยในชุมชนคลองเตย (Smart Community) แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) จึงไม่สามารถลงพื้นที่ในการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนได้ โดยขอความร่วมมือจาก กทท. เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในต้นปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในปี 2564 ยังได้มอบหมายให้ กทท. เร่งดำเนินการนโยบายท่าเรือสีขาว เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีข่าวตามสื่อต่างๆในการจับยาเสพติด หรือของหนีภาษีในท่าเรือมาตลอด และยังไม่ได้มีมาตรการการตรวจอย่างเข้มข้น หลังจากในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้จากเรื่องการลักลอบของหนีภาษีเข้ามาในประเทศไทย ซึ่ง กทท. ในฐานะเป็นเจ้าบ้านในการขนตู้สินค้า อาทิ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือกรุงเทพ จึงได้เน้นย้ำให้กำหนดมาตรการตั้งด่านตรวจให้เป็นกิจจะลักษณะ เพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอธิรัฐ กล่าวอีกว่า ยังได้มอบหมายให้ กทท. ไปจัดทำแผนพัฒนาท่าเรือภูมิภาค เช่น ท่าเชียงแสน ท่าเรือเชียงของ ท่าเรือระนอง ท่าเรือคลองใหญ่ เป็นต้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการปล่อยทิ้งร้างเอาไว้โดยไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ประกอบกับตนได้ให้การบ้านเมื่อปีที่ผ่านมาว่า จะมีแนวทางใดให้เอกชนเข้ามาลงทุน และพัฒนาธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้เอกชนในจังหวัดนั้นๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วม และช่วยพัฒนาท่าเรือภูมิภาค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88972</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่งทางน้ำ, ท่าเรือกรมเจ้าท่า, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ, แผนปี 2564</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff539d04f561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จท.ตั้งเป้า 5 ส.ค.นี้เปิดตัวเรือต้นแบบอลูนิเนียม- พลังงานไฟฟ้าลำแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.2563 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยภายหลังลงนามร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลงด้าน &amp;#39;การพัฒนาการออกแบบ การผลิต และมาตรฐาน สำหรับเรือไฟฟ้าที่มีคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยในการขนส่งทางน้ำ และส่งเสริมการพาณิชยนาวี &amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตเรือไฟฟ้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งระดับประเทศ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเปิดตัวเรือไฟฟ้าต้นแบบ 1 ลำ ในวันที่ 5 สิงหาคมปีนี้ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสถาปนากรมเจ้าท่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการประกอบเรือต้นแบบในขณะนี้การประกอบเรือที่ใช้อลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก มีความคืบหน้าไปมาก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งระบบไฟฟ้าให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ &amp;nbsp;โดยข้อดีของการนำเรืออลูมิเนียมไฟฟ้ามาให้บริการนี้ &amp;nbsp;มีทั้งในเรื่องของการที่ปัจจุบันการประกอบเรือที่ใช้วัสดุไม้นั้นจัดหาวัสดุไม้ได้ยาก &amp;nbsp;ขณะที่การประกอบเรืออลูมิเนียมนั้นจะใช้เวลาเพียง 2 เดือน ในขณะที่การประกอบเรือไม้จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี &amp;nbsp;รวมทั้งวัสดุอลูมิเนียมนั้นจะมีความคงทนในระยะ 20 ปี ทำให้ต้นทุนในการบำรุงรักษาจะต่ำมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการนำพลังงานไฟฟ้ามาติดตั้งกับเรือนั้น &amp;nbsp;แม้ขณะนี้ราคาแบตเตอรี่จะมีราคาที่สูงอยู่ แต่เชื่อว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้าราคาก็จะมีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้การประกอบเรืออลูมิเนียมพลังงานไฟฟ้าลำนึงจะใช้ต้นทุนประมาณ 40 ล้านบาท และเรือ 1 ลำ จะสามารถจุผู้โดยสารได้ประมาณ 100 คน &amp;nbsp;ใกล้เคียงกับเรือที่ใช้วัสดุไม้ &amp;nbsp;โดยหลังจากเรือต้นแบบแล้วเสร็จในอนาคตหากผู้ประกอบการเรือโดยสารในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑลไม่ว่าจะเป็นเรือด่วนเจ้าพระยา หรือเรือด่วนคลองแสนแสบ ก็สามารถว่าจ้างผลิตเพื่อนำเรืออลูมิเนียมไฟฟ้ามาให้บริการแก่ประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยย้ำว่า ความร่วมมือการพัฒนาการผลิตเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าลำแรกของไทยในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานะบบการขนส่งทางน้ำ และการพาณิชยนาวีของไทย&amp;rdquo;นายวิทยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมเจ้าท่าได้ร่วมกับหน่วยงานจากภาครัฐ และเอกชน ได้แก่ กรมเจ้าท่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)บ้านปูเน็กซ์ บริษัทลูกของบริษัท บ้านปูจำกัด(มหาชน) และบริษัท สกุลชื่อินโนเวชั่น จำกัด ร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลงด้าน &amp;#39;การพัฒนาการออกแบบ การผลิต และมาตรฐาน สำหรับเรือไฟฟ้าที่มีคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยในการขนส่งทางน้ำ และส่งเสริมการพาณิชยนาวี &amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตเรือไฟฟ้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ นำไปสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเรือไฟฟ้าของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน &amp;nbsp;ยังช่วยลดมลพิษทางน้ำ และทางอากาศในระยะยาว อีกทั้งมีส่วนช่วยคืนความยั่งยืน &amp;nbsp;สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน และนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69763</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่งทางน้ำ, วิทยา ยาม่วง, อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.), เรือไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d941df07bfeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
