<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดจับกัญชาข้ามโขง คนร้ายบาดเจ็บถูกกระสุนตร. พบบัญชีหมุนเวียนนับล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp;เม.ย.64 - ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม(นรข.เขตฯ) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พล.ร.ต.จรัสเกียรติ&amp;nbsp;ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.)&amp;nbsp;นายวรวิทย์&amp;nbsp;พิมพนิตย์&amp;nbsp;นายอำเภอธาตุพนม น.อ.ฤทธิ์&amp;nbsp;นาทวงศ์&amp;nbsp;ผบ.นรข.เขตนครพนม นายณัฎฐ์กัญจ์กร&amp;nbsp;เกตุสุวรรณ&amp;nbsp;หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามศุลกากรนครพนม ร่วมแถลงการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย เหตุเกิดคืนวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก น.อ.ฤทธิ์&amp;nbsp;นาทวงศ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านละแวกนั้นว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงสั่งการให้ น.ท.พิเชษฐ์&amp;nbsp;เมืองโคตร หัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม(หน.สน.เรือธาตุพนม) จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการวางกำลังในพื้นที่เพื่อพิสูจน์ทราบบริเวณริมแม่น้ำโขง ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อเตรียมการสกัดกั้นตามบริเวณถนนหลวงชนบทหมายเลข&amp;nbsp;3015&amp;nbsp;เลียบริมแม่น้ำโขง และบริเวณทางแยกเส้นทางที่คาดจะมีการลำเลียงยาเสพติดผ่านมาในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเวลา&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น. สังเกตเห็นรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อ&amp;nbsp;Honda&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;ACCORD&amp;nbsp;สีเทา ทะเบียน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กก1996&amp;nbsp;กทม. ขับออกมาบนถนนเส้นเลียบริมแม่น้ำโขงพิกัดบ้านน้ำก่ำ มุ่งหน้าไปทาง อ.ธาตุพนม เมื่อรถคันดังกล่าวขับมาถึงบ้านโพธิ์ทองหมู่ 16 ต.ธาตุพนม เจ้าหน้าที่ชุดที่ติดตามได้แจ้งให้ชุดปฏิบัติการอีกชุดที่บริเวณหมู่บ้านดังกล่าว เข้ามาขวางทางเพื่อสกัดกั้นรถยนต์ต้องสงสัย แต่คนร้ายได้หยุดรถแล้วเข้าเกียร์ถอยหลังและพยายามจะขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับรถเข้ามากดดันปิดเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคนร้ายถูกบังคับให้หยุด เจ้าหน้าที่จึงตะโกนให้ลงจากรถ แต่ผู้ต้องหาพยายามที่จะถอยรถ และพยายามจะขับรถชนเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบออกด้านข้าง และจะยิงปืนไปที่ยางรถของผู้ต้องหา แต่คนร้ายกลับหักรถเพื่อที่จะชนเจ้าหน้าที่ที่สกัดกั้นอีกครั้ง จนทำให้เจ้าหน้าที่เสียหลัก และกระสุนปืนได้ไปเฉี่ยวที่บริเวณลำคอคนร้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด หลังจากที่คนร้ายเปิดประตูออกมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว ทราบชื่อภายหลังคือ นายนพรัตน์ หินแก้ว อายุ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี เป็นชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ได้รับบาดเจ็บจึงนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม อ.ธาตุพนม เพื่อรักษาตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถคันดังกล่าว พบว่าในรถคนร้ายเจอสมุดบัญชีธนาคาร มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท&amp;nbsp;และที่บริเวณที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหลังรถ มีถุงห่อพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ถุง ตรวจสอบภายในพบเป็นถุงกระสอบสีขาวบรรจุกัญชาอัดแท่งห่อด้วยกระดาษฟอยด์สีทอง&amp;nbsp;กระสอบละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;แท่ง/กก. รวม&amp;nbsp;120&amp;nbsp;แท่ง/กก. เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดของกลางคือ ยาเสพติดให้โทษประเภทที่&amp;nbsp;5 (กัญชาอัดแท่ง) รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น แอคคอร์ด สีเทา ทะเบียน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กก1996&amp;nbsp;กทม. โทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่องมาที่ นรข.เขตนครพนม อ.ธาตุพนม เพื่อทำบันทึกตรวจยึด&amp;nbsp;นำของกลางส่ง สภ.ธาตุพนม ตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ, นครพนม, นรข.นครพนม, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_60717ca594920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ยืนประหารชีวิต &#039;ไซซะนะ&#039; พร้อมพวกอีกรายสมคบค้ายาบ้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - ที่ห้องพิจารณา 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดียาเสพติด หมายเลขดำ อย.2833/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 42 ปี (XAY SANA KEOPIMPHA) สัญชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว), นายชุมพร พนมไพร อายุ 45 ปี และนายรัชพล หรือกิมเล้ง รัฐสพลพกรณ์ อายุ 33 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และมียาบ้า ซึ่งเป็นเมทแอมเฟตามีน ยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.- 16 ก.ย. 2558 จำเลยที่ 1-2 กับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการเครือข่ายยาเสพติด โดยจำเลยที่ 1 กับพวกที่อยู่ใน สปป.ลาว ร่วมกันจัดหาเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า และจัดหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการลักลอบขนส่งลำเลียงยาเสพติดและจัดหารถยนต์สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดจำนวน 2,381,400 เม็ด ไปส่งให้กับเครือข่ายทางภาคใต้ของไทย และมาเลเซีย และระหว่างวันที่ 17 - 22 ส.ค. 2559 จำเลยทั้งสาม ยังร่วมกันสมคบกันลักลอบส่งยาบ้าอีกจำนวน 1 ล้านเม็ด ส่งให้เครือข่ายทางภาคใต้โดยติดต่อกับนายไซนุเด็ง มะ ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจำเลยที่ 3 ได้ทำหน้าที่ธุรกรรมการเงินรับโอนเงินค่ายาเสพติดจากนายไซนุเด็งหลายครั้งหลายหน จำนวน 144 ล้านบาท ไปส่งมอบให้เพื่อนของจำเลยที่ 1 ที่ สปป.ลาว อันเป็นการกระทำเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมพวกจำเลยได้พร้อมของกลางหลายรายการทั้งยาเสพติด , รถกระบะที่ใช้กระทำผิด , โทรศัพท์มือถือ เหตุเกิดที่ สปป.ลาว , จ.นครพนม , จ.อุดรธานี , จ.สงขลา และอีกหลายพื้นที่เกี่ยวพันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 1-2 ไม่ได้รับการประกันตัว โดยถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ส่วนจำเลยที่ 3 ได้รับการปล่อยตัว หลังศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง ซึ่งวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-2 มาจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ส่วนจำเลยที่ 3 เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับมารดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2561 พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบแล้วเห็นว่า ในส่วนของข้อกล่าวหาสมคบกับนายรัชศักดิ์ ชำนาญกุล (ถูกฟ้องเป็นจำเลยคดีในศาลอาญาแล้ว) ค้ายาบ้าจำนวน 2,381,400 เม็ด ที่มีนายวิทยา หรือวิท โสภา เป็นผู้ขับรถยนต์ขนส่งไปที่ประเทศมาเลเซีย ช่วงเดือน ก.ย. 2558 นั้นปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย เบิกความตามที่ได้รับฟังข้อเท็จจริงมาจากบุคคลอื่นที่ให้การซัดทอดมา ขณะที่โทรศัพท์ที่ตรวจยึดได้ไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่า ได้ติดต่อกับหมายเลขโทรศัพท์ที่จำเลยที่ 1 ใช้ พยานหลักฐานโจทก์ จึงมีเพียงคำซัดทอดที่ต้องรับฟังด้วยความระมัดระวังประกอบพยานหลักฐานอื่น ซึ่งแม้จะมีข้อมูลการติดต่อโทรศัพท์แต่ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีการติดต่อถึงจำเลยที่ 1-2 พยานหลักฐานโจทก์จึงยังมีข้อสงสัยตามสมควร ศาลจึงยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกล่าวหาจำเลยที่ 1 สมคบกับพวกนายศักดา หรือโหน่ง อัครศักดิ์ศรี และนายวิวัฒนชัย หรือเอ๋ เดชสหโรจนธร (ทั้งสองถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดียาเสพติดหมายเลขดำ อย.3226/2559 ที่ศาลจังหวัดชุมพรพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดง 363/2560 แล้ว) กระทำความผิดเกี่ยวกับยาบ้าจำนวน 1 ล้านเม็ด และจำเลยที่ 2 มียาบ้า 1 ล้านเม็ดดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น โจทก์มีพยานหลักฐานการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์แสดงการติดต่อระหว่างจำเลยที่ 1-2 กับนายศักดา และนายวิวัฒนชัย ในเดือน ส.ค.2559 ก่อนเกิดเหตุที่นายศักดา และนายวิวัฒนชัย ถูกจับกุมในวันที่ 25 ส.ค.2559 ซึ่งจำเลยที่ 1 ใช้โทรศัพท์ติดต่อสั่งการจากฝั่ง สปป.ลาว และให้จำเลยที่ 2 กับพวกจัดหารถกระบะมือสองยี่ห้อมาสด้า ตรงกับคำให้การชั้นสอบสวนของนายศักดาและนายวิวัฒนชัย ที่ว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ติดต่อโทรศัพท์มาและพาไปพบจำเลยที่ 1 บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ช่วงเช้าของวันที่ 20 ส.ค.2559&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเย็นวันที่ 21 ส.ค.2559 จำเลยที่ 2 ได้นำรถกระบะมาส่งให้ ขณะที่เมื่อถูกจับกุมตรวจค้นก็พบยาบ้าซุกซ่อนในรถกระบะ ขณะที่ผลการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ก็ระบุตำแหน่งขณะใช้บริเวณ จ.อุดรธานี จ.หนองคาย และด่านตรวจคนเข้าเมือง สอดคล้องกับคำให้การพยาน พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นายไซซะนะ จำเลยที่ 1 สมคบกับพวกกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วน นายชุมพร จำเลยที่ 2 รับฟังได้ว่าเป็นผู้นำรถกระบะไปดัดแปลงซุกซ่อนยาบ้า 1 ล้านเม็ดไว้ก่อนนำรถมาส่งให้กับนายศักดา และนายวิวัฒนชัย เพื่อไปส่งให้บุคคลอื่น นายชุมพร จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นายรัชพล จำเลยที่ 3 ที่ถูกกล่าวหารับโอนเงินค้ายาจากกลุ่มผู้ค้ายาประเทศมาเลเซียมาส่งให้นายสีสุก ดาวเรือง พวกที่อยู่ใน สปป.ลาว เพื่อให้ความสะดวกจำเลยที่ 1-2 สมคบค้ายานั้น แม้โจทก์จะมีเจ้าหน้าที่จากมาเลเซีย เบิกความถึงหลักฐานการรับโอนเงินกว่า 2 ล้านบาทแต่ตามทางนำสืบฟังไม่ได้ว่าเป็นเงินจากการค้ายาบ้าจำนวน 1 ล้านเม็ดที่ฟ้องนี้ แต่น่าจะเป็นยาเสพติดอื่นจำนวน 200,000 แสนเม็ด ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นเป็นเรื่องนอกสำนวนที่ไม่ได้ปรากฏในฟ้องนี้ศาลจึงไม่อาจนำมาพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง พยานหลักฐานโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 3 ยังมีข้อสงสัยตามสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงพิพากษา ให้ประหารชีวิต นายไซซะนะ และนายชุมพร จำเลยที่ 1-2 แต่คำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความบางส่วนของจำเลยที่1-2 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1-2 ไว้ตลอดชีวิต และให้นับโทษนายไซซะนะต่อจากยาบ้าคดีแรกจำนวน 1.2 ล้านเม็ด ที่ศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตไปแล้วด้วย โดยพิพากษายกฟ้อง นายรัชพล จำเลยที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการโจทก์ จำเลยที่ 1,2 ยื่นอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วพิพากษาแก้ว่า นายไซซะนะ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานสมคบกันค้ายาเสพติดเพิ่มอีก 1 ฐานความผิดด้วย&amp;nbsp;แต่ยังคงโทษประหารชีวิต คำให้การจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์อยู่บ้างในชั้นสอบสวนลดโทษให้ 1ใน 3 คงจำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนของนายไซซะนะมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 ยังจำคุกตลอดชีวิตตามศาลชั้นต้น ขณะที่จำเลยที่ 3 พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะพิพากษาลงโทษได้ ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายไซซะนะ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2562 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาคดี อย.1642/2560 ให้ประหารชีวิตนายไซซะนะ ฐานนำเข้ายาบ้า จำนวน 1.2 ล้านเม็ด เข้ามาในราชอาณาจักรไทยเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตอีกคดีด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75006</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ, ค้ายา, ยาเสพติด, ไซซะนะ แก้วพิมพา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72e9796fa13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตร.สงขลา&#039; ทลายเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ล็อตใหญ่ 42 กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ สภ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา แถลงข่าวการจับกุมเฮโรอีนล๊อตใหญ่ล๊อตแรกของปีนี้จำนวน 84 ถุงๆละ 500 กรัม รวมน้ำหนัก 42 กิโลกรัม &amp;nbsp;มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท&amp;nbsp;หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา นำโดย พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา วางแผนล่อซื้อและขยายผลจับกุมได้พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายอาซี ขะมิโดย หรือซี อายุ 31 ปี เจ้าของเฮโรอีน นายฟาริด ขะมิโดย หรือ ริด อายุ 27 ปี น้องชาย ซึ่งมีภูมลำเนาอยู่ที่บ้านโพรงจระเข้ ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา และนายธรรมศักดิ์ ทองคำ หรือ อูน อายุ 25 ปีที่เป็นลูกน้องซึ่งทำหน้าที่เป็นคนส่งเฮโรอีนให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องหลังของการจับกุมเฮโรอีนล็อตใหญ่เริ่มจาก นายธรรมศักดิ์ ได้เสนอขายเฮโรอีนให้กับสายลับครั้งละ 1 กิโลกรัม ซื้อขายกันในราคากิโลกรัมละ 4 แสนบาท เจ้าหน้าที่จึงวางแผนส่งสายล่อซื้อเฮโรอีนน้ำหนัก 25 กรัมจากนายธรรมศักดิ์ และนัดส่งของกันที่บริเวณหน้าโรงเรียนจะนะชนูปถัมภ์ ใน อ.จะนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายธรรมศักดิ์ ให้การซัดทอดว่าเป็นเพียงคนส่งเฮโรอีน ส่วนเจ้าของที่เป็นเอเย่นต์ใหญ่คือ นายอาซี และนายฟาริด สองพี่น้อง&amp;nbsp;และยังมีเฮโรอีนอีกจำนวนมากที่รอส่งขายเจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 5 ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา แต่พบเพียง นายฟาริด พร้อมเฮโรอีน 89 ถุง หนัก 42 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนไว้ในบ้าน&amp;nbsp;ส่วนนายอาซี พี่ชาย ทราบว่าพักอยู่ในพื้นที่บ้านประกอบ อ.นาทวี แต่เมื่อไปค้นหากลับไหวตัวทันหลบหนีไปได้เพราะรู้ข่าวว่าน้องชายและลูกน้องถูกจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายอาซียอมเข้ามอบตัวเจ้าหน้าที่แต่โดยดีเพราะสงสารน้องชาย โดยรับว่าเฮโรอีนทั้งหมดเป็นของตนเพียงคนเดียว นำมาฝากไว้ให้น้องชายช่วยดูแลและขายเมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า เฮโรอีนชุดนี้เป็นของนายทุนใหญ่ชื่อ นายบ่าว ไม่ทราบชื่อจริงซึ่งอยู่ฝั่งประเทศเมียนมาร์ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจับกุม โดยให้นายฟาริด ติดต่อไปหา ซึ่งทีแรกก็ติดต่อได้ และนายบ่าวได้เสนอเงินติดสินบนเจ้าหน้าที่จำนวน 9 แสนบาท เพื่อขอคืนเฮโรอีนครึ่งหนึ่งพร้อมกับปล่อยตัวสองพี่น้อง เจ้าหน้าที่ทำทีตกลง นายบ่าวจึงโอนเงินจำนวน 9 แสนบาทผ่านบัญชีของสายลับ พร้อมกับแสดงการคืนเฮโรอีนและปล่อยตัวสองพี่น้องเพื่อให้นายบ่าวดู แต่ปรากฏว่าผิดแผนเพราะนายซีไม่สามารถส่งภาพไปให้นายบ่าวดูได้&amp;nbsp;จนนายบ่าวระแวงตัดสายไปเพราะกลัวว่าจะถูกจับกุม และไม่สามารถติดต่อได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ, จังหวัดสงขลา, จับเฮโรอีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70b2151a596.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตร.สงขลา&#039; ทลายเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ล็อตใหญ่ 42 กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ สภ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา แถลงข่าวการจับกุมเฮโรอีนล๊อตใหญ่ล๊อตแรกของปีนี้จำนวน 84 ถุงๆละ 500 กรัม รวมน้ำหนัก 42 กิโลกรัม &amp;nbsp;มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท&amp;nbsp;หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา นำโดย พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา วางแผนล่อซื้อและขยายผลจับกุมได้พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายอาซี ขะมิโดย หรือซี อายุ 31 ปี เจ้าของเฮโรอีน นายฟาริด ขะมิโดย หรือ ริด อายุ 27 ปี น้องชาย ซึ่งมีภูมลำเนาอยู่ที่บ้านโพรงจระเข้ ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา และนายธรรมศักดิ์ ทองคำ หรือ อูน อายุ 25 ปีที่เป็นลูกน้องซึ่งทำหน้าที่เป็นคนส่งเฮโรอีนให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องหลังของการจับกุมเฮโรอีนล็อตใหญ่เริ่มจาก นายธรรมศักดิ์ ได้เสนอขายเฮโรอีนให้กับสายลับครั้งละ 1 กิโลกรัม ซื้อขายกันในราคากิโลกรัมละ 4 แสนบาท เจ้าหน้าที่จึงวางแผนส่งสายล่อซื้อเฮโรอีนน้ำหนัก 25 กรัมจากนายธรรมศักดิ์ และนัดส่งของกันที่บริเวณหน้าโรงเรียนจะนะชนูปถัมภ์ ใน อ.จะนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายธรรมศักดิ์ ให้การซัดทอดว่าเป็นเพียงคนส่งเฮโรอีน ส่วนเจ้าของที่เป็นเอเย่นต์ใหญ่คือ นายอาซี และนายฟาริด สองพี่น้อง&amp;nbsp;และยังมีเฮโรอีนอีกจำนวนมากที่รอส่งขายเจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 5 ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา แต่พบเพียง นายฟาริด พร้อมเฮโรอีน 89 ถุง หนัก 42 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนไว้ในบ้าน&amp;nbsp;ส่วนนายอาซี พี่ชาย ทราบว่าพักอยู่ในพื้นที่บ้านประกอบ อ.นาทวี แต่เมื่อไปค้นหากลับไหวตัวทันหลบหนีไปได้เพราะรู้ข่าวว่าน้องชายและลูกน้องถูกจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายอาซียอมเข้ามอบตัวเจ้าหน้าที่แต่โดยดีเพราะสงสารน้องชาย โดยรับว่าเฮโรอีนทั้งหมดเป็นของตนเพียงคนเดียว นำมาฝากไว้ให้น้องชายช่วยดูแลและขายเมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า เฮโรอีนชุดนี้เป็นของนายทุนใหญ่ชื่อ นายบ่าว ไม่ทราบชื่อจริงซึ่งอยู่ฝั่งประเทศเมียนมาร์ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจับกุม โดยให้นายฟาริด ติดต่อไปหา ซึ่งทีแรกก็ติดต่อได้ และนายบ่าวได้เสนอเงินติดสินบนเจ้าหน้าที่จำนวน 9 แสนบาท เพื่อขอคืนเฮโรอีนครึ่งหนึ่งพร้อมกับปล่อยตัวสองพี่น้อง เจ้าหน้าที่ทำทีตกลง นายบ่าวจึงโอนเงินจำนวน 9 แสนบาทผ่านบัญชีของสายลับ พร้อมกับแสดงการคืนเฮโรอีนและปล่อยตัวสองพี่น้องเพื่อให้นายบ่าวดู แต่ปรากฏว่าผิดแผนเพราะนายซีไม่สามารถส่งภาพไปให้นายบ่าวดูได้&amp;nbsp;จนนายบ่าวระแวงตัดสายไปเพราะกลัวว่าจะถูกจับกุม และไม่สามารถติดต่อได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ, จังหวัดสงขลา, จับเฮโรอีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70b2151a596.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขย่าวงการบันเทิง!จ่อเรียก 4 ดาราพัวพันขบวนการค้ายา&#039;ปุ๊กกี้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 62 - ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) &amp;nbsp;พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยความคืบหน้าหลังเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.และตำรวจเข้าจับกุมนายฮุง เชง ยี (HUNG CHENG YI ) เครือข่ายค้ายาเสพติดชาวไต้หวัน &amp;nbsp;และขยายผลการจับกุมนายชลวิทย์ คีตะตระกูล และน.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือน.ส.ปริศนา พรายแสง หรือปุ๊กกี้ อดีตนักร้องชื่อดัง ว่า ปัจจุบันตลาดใหญ่ของยาเสพติดประเภทไอซ์อยู่ที่ไต้หวัน โดยยาไอซ์บางส่วนกระจายไปยังประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแหล่งผลิตยาไอซ์อยู่ตามตะเข็บชายแดนไทย โดยจะถูกลำเลียงมาจากชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้าน และเมื่อเข้ามาถึงฝั่งไทยยาไอซ์จะมีราคากิโลกรัมละ 300,000-400,000 บาท และหากหลุดไปถึงไต้หวันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 1-2 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาป.ป.สได้ใช้ระยะเวลาสืบสวนเครือข่ายค้ายาชาวไต้หวันมาเกือบ 1 ปี พบว่ากลุ่มนักค้ายาไอซ์จะเข้ามาในคราบของนักธุรกิจ โดยจะเข้ามาสำรวจตลาดและบรรจุภัณฑ์สินค้าที่ได้รับความนิยม จากนั้นจะเข้าไปดูโรงงานผลิต เพื่อวางแผนส่งออกยาเสพติดโดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อส่งยาไอซ์กลับไปยังไต้หวันให้แนบเนียนที่สุด&amp;rdquo;พ.ต.ต.สุริยากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ในการลักลอบลำเลียงยาไอซ์ไปยังไต้หวันจะมีหลายรูปแบบ เช่น นำกางเกงยีนส์ไปชุบยาไอซ์แล้วส่งออก บรรจุใส่กระป๋องแป้งเย็น &amp;nbsp;บรรจุลงไปในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือซุกซ่อนเข้าในตู้ลำโพงเครื่องเสียง โดยพบว่าเครือช่ายชาวไต้หวันจะเข้าออกไทยอย่างต่อเนื่อง แต่เพิ่งเริ่มมีการจ่ายเงินค่ายาเสพติดในช่วงต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเครือข่ายผู้รับซื้อยาเสพติดเป็นนักค้ารายใหญ่ในไต้หวัน ป.ป.ส.ไทยได้ส่งข้อมูลให้ป.ป.ส.ไต้หวันเพื่อไปดำเนินการต่อแล้ว ส่วนกรณีของปุ๊กกี้และสามีนั้นถือเป็นนักค้ารายย่อย แต่สาเหตุที่มาเชื่อมโยงกับเครือข่ายชาวไต้หวัน เนื่องจากป.ป.ส.มีปฎิบัติการยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ได้ที่โกดัง จ.ปทุมธานี จำนวน 1.5 ตัน จนทำให้ยาไอซ์ขาดตลาด กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดที่ทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์จัดหายาเสพติดให้ชาวไต้หวันจึงระดมหายาไอซ์จากบรรดานักค้ายาเสพติดรายย่อย จนเชื่อมโยงไปถึงอดีตนักร้องดังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ต.สุริยา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ป.ป.ส.อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินในเชิงลึกของเครือข่ายยาไอซ์ไทย-ไต้หวัน ส่วนการขยายผลไปถึงนักค้ารายย่อยและคนในวงการบันเทิงเป็นสำนวนการสอบสวนของตำรวจ ซึ่งจะต้องเรียกสอบผู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูล ในส่วนของป.ป.ส.จะขยายผลเฉพาะเครือข่ายรายใหญ่ที่ส่งออกยาเสพติดไปยังไต้หวัน โดยยังมีอีกหลายเครือข่ายที่ป.ป.ส.เฝ้าติดตามอยู่ &amp;nbsp;ทั้งนี้ขบวนการค้ายาเสพติดไปยังไต้หวัน ได้ใช้เส้นทางลำเลียงจากหลายประเทศทั้งส่งออกจาก ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม ซึ่งป.ป.ส.ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวกับป.ป.ส.ในประเทศต่างๆเหล่านี้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า มีศิลปินดาราที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ 4 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. เตรียมที่เรียกเข้าให้ปากคำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38952</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ, ค้ายาเสพติด, ปริศนา พรายแสง, ปุ๊กกี้, ยาเค, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a18dd19931.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
