<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอดไม้อาละวาดหนัก! โจรลักลอบตัดต้นพะยูงหลังโรงพยาบาลหลบหนีลอยนวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;กลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการลักลอบตัดไม้พะยูงขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี&amp;nbsp;บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลบัวเชด ต.บัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบัวเชด ได้โทรศัพท์แจ้งประสานงานให้ฝ่ายปกครองอำเภอบัวเชด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวเชด ให้รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลบัวเชด เพื่อตรวจสอบ ซึ่งมอดไม้ได้หลบหนีไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ลักลอบตัดไม้พะยูงขนาดหลายคนโอบ บริเวณป่าทิศใต้บ้านหนองหลวง ม. 4 ต.อาโพน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บัวเชด , เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบัวเขต และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.1 ได้ทำการตรวจยึด ไม้พะยูงจำนวน 6 ท่อน ขนย้ายนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สร.1.อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เพราะเกรงว่าผู้ลักลอบจะย้อนมาทำซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่เหล่ามอดไม้อาละวาดหนัก เนื่องจากขณะนี้ไม้พะยูงมีอยู่เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่ประเทศไทย ซึ่งชาวต่างชาตินิยมใช้เป็นไม้มงคลจึงทำให้มีราคาสูงมาก จึงมีการลักลอบตัดไม้ต้องห้ามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ ซึ่งส่วนเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถที่จะจับกุมผู้คนร้ายได้เลย เนื่องจากมีการทำเป็นกระบวนการ มีคนดูต้นทาง และเคลียร์เส้นทางในการหลบหนีตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อที่จะหลบหนีขนไม้พะยูงข้ามฝั่งไปขายให้กับนายทุนที่รอซื้ออยู่ที่ฝั่งประเทศกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ, ขบวนการค้าไม้พะยูง, จังหวัดสุรินทร์, ตัดไม้พะยูง, สภ.บัวเชด, โรงพยาบาลบัวเชด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79aac3b8acf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแก๊งลอบตัดไม้พะยูงขุดตอส่งขายนายทุนจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.62- นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย กล่าวว่าเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ตามที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูงเพื่อนำส่งขายให้กับพ่อค้าที่บริเวณป่าฝั่งซ้ายลำห้วยพลาญเสือทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บ้านโนนสูงในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซ้อนทับเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูเมยป่าเขาสวนตาล และป่าพลานไหแตก ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เดินลาดตระเวนไปถึงบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงคล้ายคนขุดดินและเสียงเลื่อยไม้ จึงเข้าปิดล้อมเห็นชาย 1 คนกำลังใช้เสียมและเลื่อย ขุดและตัดตอไม้พะยูงเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบชายดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่ติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อนายสมเดช นันทะนา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 20 ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พบไม้พะยูง จำนวน 1 ท่อนอยู่ในหลุมขนาดความกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ลึกประมาณ 40 เซนติเมตรลักษณะไม้พะยูงเป็นส่วนโคนต้นของไม้พะยูง ลักษณะเป็นไม้แก่นล่อนมีลักษณะเก่าถูกขุดขึ้นมาจากพื้นดิน และถูกตัดทอนด้วยเลื่อยจนขาดและพบเลื่อยคันธนู จำนวน 1 ปื้น ขวาน จำนวน 2 เล่ม เสียม จำนวน 2 เล่มตะไบหางหนู จำนวน 2 ด้าม ดวงไฟส่องสว่างชนิดคาดศีรษะ จำนวน 1 ดวงกระเป๋าเป้สีดำ จำนวน 1 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายสมเดช ให้การว่าตนเองกับพวกอีก 2 คน ชื่อนายเก่งและนายตาล ได้ลักลอบเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ในช่วงเช้าของวันที่ 10 สิงหาคม 2562 หลังจากนั้นในช่วงบ่ายได้ชักชวนกันเข้าไปทำไม้บริเวณร่องห้วยบกโดยการขุดตอไม้พะยูง ซึ่งได้ซุกซ่อนอุปกรณ์ทำไม้ไว้ในป่าอยู่แล้ว ตนเองนั้นทำหน้าที่เลื่อยตอไม้พะยูง ส่วนนายตาลทำหน้าที่ขุดตอไม้พะยูงในหลุมเดียวกัน และนายเก่งได้ขุดอีกหนึ่งตอเพียงคนเดียวเมื่อขุดเสร็จแล้วนายเก่งและนายตาลได้ออกไปล่าสัตว์เพื่อนำมาทำเป็นอาหารเย็นส่วนตนเองนั้นยังคงเลื่อยตอไม้พะยูงอยู่ในหลุมหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตนเองจึงได้วิ่งหนี แต่เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวไว้ได้สำหรับตอไม้พะยูง จำนวน 1 ท่อน ปริมาตร 0.037ลูกบาศก์เมตรที่ขุดขึ้นมานั้น ก็จะนำไปขายให้กับพ่อค้าชาวจีนที่มารอรับซื้อบริเวณชายแดนไทย-ลาว ในราคากิโลกรัมละ 120 บาท เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำยืนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43259</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มออฟโรด 4x4 อุบลราชธานี, ขบวนการค้าไม้พะยูง, ขุดตอไม้พะยูง, นายทุนจีน, อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d50dc1cb2136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมป่าไม้ ไล่ออก 2 จนท.พัวพันขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าไม้ข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจันทบุรีว่า นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ลงนามเห็นชอบให้ออก 2 เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง รายแรกเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งผู้ช่วยพิทักษ์ป่า ประจำศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) ตรวจสอบพบเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบทำไม้พะยูง เหตุเกิดในเขตพื้นที่ป่าไม้ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 ในท้องที่ ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้จับกุมดำเนินคดีขบวนการลักลอบทำไม้พะยูง ได้พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 4 คน พร้อมรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด และไม้พะยูงของกลาง 19 ท่อน ปริมาตร 3.37 ลูกบาศก์เมตร ต่อมาอธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้นายชีวะภาพ ชีวะธรรม พร้อมด้วยนายนิพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร นำกำลังลงขยายผลโดยละเอียดจนพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้เกี่ยวข้องกับขบวนการ กระทั่งได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้สรุปเรื่องราวเสนอมีความเห็นว่ากระทำผิดจริง จึงเห็นสมควรให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวให้ออกจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอีกรายชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้ขยายผลตรวจพบว่า มีส่วนพัวพันกับขบวนการลักลอบค้าไม้พะยูง เป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ส 2 ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ จบ.8 (คลองแดง) ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เหตุเกิดเมื่อช่วงวันที่ 9 มกราคม 2562 ซึ่งชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เข้าจับกุมขบวนการลักลอบไม้พะยูงขบวนการใหญ่ที่มีทั้งพลเรือนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภาคตะวันออก และภายหลังชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรได้ขยายผลจนพบว่า มีเจ้าหน้าที่ 4 รายที่เกี่ยวข้อง อธิบดีกรมป่าไม้ จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบ กระทั่งมีคำสั่งให้ไล่ออกเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ จบ.8 (คลองแดง) และมีการแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้ขยายผลต่อเนื่องพบว่า ยังมีเจ้าหน้าที่ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ส 2 อีก 1 รายที่ไปเกี่ยวข้อง และได้เสนอความเห็นให้ นายอรรถพล เจริญชันษา ลงนามเห็นชอบให้ออกจากราชการเพิ่มอีก 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เสนอให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานราชการถือปฏิบัติ ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการในระบบราชการอย่างเคร่งครัด ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ภาครัฐที่กระทำผิดทั้งอาญาและทางวินัย ซึ่งการกระทำผิดดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการอย่างรุนแรง จึงเห็นสมควรให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบพบการกระทำผิด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่มีพฤติการณ์ดังกล่าวหยุดการกระทำ ปรับตัวใหม่ เพราะหากมีการตรวจสอบพบจะถูกดำเนินการทั้งทางวินัยคือให้ออกและถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34426</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, ขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ, ขบวนการค้าไม้พะยูง, ลักลอบทำไม้พะยูง, ไล่ออกเจ้าหน้าที่ป่าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc13324397f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
