<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งล้มเจ้าในต่างประเทศหนาว!บุคลากรวงการทูตเปิดแนวรบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วย รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า บุคลากรในวงการทูตไทย เปิดแนวรบกับขบวนการล้มเจ้าในต่างประเทศ!!!! ทูตไทย ในหลายประเทศ พร้อมทั้งอดีต บุคลากรในวงการทูตและทูตทหารไทย ในหลายประเทศ ได้เปิดแนวรบกับขบวนล้มเจ้า ที่หนีคดีไปลี้ภัยในญี่ปุ่น ฝรั่งเศสและสหรัฐ อย่างได้ผล!!!!พวกล้มเจ้าในบางประเทศต้องหยุดเคลื่อนไหว ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากขึ้นแล้ว และในที่สุดอาจถูกขับไล่ออกไปจากประเทศเหล่านั้น!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ในเมื่อคนมีอำนาจตระบัดสัตย์ไม่ทำหน้าที่พิทักษ์พระบรมเดชานุภาพ ทรยศชาติบ้านเมือง ปล่อยให้ขบวนการล้มเจ้าย่ำยี สถาบันมาเป็นเวลานานเต็มที &amp;nbsp;จึงข้าราชการและประชาชนที่มีความจงรักภักดีก็ลุกขึ้นทำหน้าที่กันเอง และคาดว่าแนวรบนี้จะขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง!!! จงจัดตั้งกันขึ้น!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้รักชาติทั้งหลาย มาเถิด &amp;nbsp;มาเข้าร่วมในแนวรบ ประชาชาติด้วยมือชาญ &amp;nbsp;อย่ามัวยืนสังเกตการณ์ แล้วโบกมืออยู่ริมทาง!!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการล้มเจ้า, นายไพศาล พืชมงคล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วงการทูต, อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605a8c318d604.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวายฎีกาเลิกม.112 เครือข่าย3นิ้วจ้องล้มล้าง‘ป๊อก-ปวิน’ปลุกสู้ยืดเยื้อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนการล้มเจ้าจัดกิจกรรมยกเลิก ม.112&amp;nbsp; &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ตีมึนอ้างการมี ม.112 ในหมวดความมั่นคงในราชอาณาจักร คือการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ &amp;quot;ปวิน&amp;quot; ขุดศพอากงโยง ปลุก 3 นิ้วสู้ต่อ ยอมรับอาจใช้เวลานาน เจ็บปวดบ้าง ยังไม่เข็ด &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; คึก! อ้างคนกล้าพูดมากขึ้น ท้าทายกฎหมายนายสั่งมา เด็ก มธ.แนวร่วมม็อบ 3 นิ้วเผยถูกพ่อ-แม่ไล่ออกจากบ้าน ไม่สน จะสู้จนกว่าชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม กลุ่มต่อต้านรัฐบาลและสถาบันพระมหากษัตริย์จัดกิจกรรมที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวในการเสวนาหัวข้อ มาตรา 112 ว่าปกติมีการกำหนดความผิดฐานหมิ่นประมาท และยังมีการจำแนกการหมิ่นประมาทในแต่ละตำแหน่งอีก ทั้งนี้ การหมิ่นประมาทก็ต้องไม่ไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากเกินไป ซึ่งปัญหาของมาตรา 112 ไปอยู่ในหมวดความมั่นคงในราชอาณาจักร ขณะที่การหมิ่นประมาทบุคคลอื่นและตำแหน่งอื่นไปอยู่ในหมวดอื่น การจัดให้ไปอยู่ในหมวดความมั่นคงในราชอาณาจักรนั้น ก็จะเป็นเหมือนการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องบทลงโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาทมีความรุนแรง และไม่มีเหตุยกเว้นความผิดและไม่มีเหตุยกเว้นโทษ ทั้งนี้ในมาตรา 112 เปิดช่องทางให้ใครก็ได้สามารถไปแจ้งความได้ ดังนั้นจึงเกิดการกลั่นแกล้งกัน ส่วนแนวทางการใช้และการตีความของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมาเกินเลยกว่าที่ระบุไว้ในกฎหมาย อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่ามาตรา 112 ของไทย บทจะใช้ก็ใช้แบบสุดๆ บทจะไม่ใช่ก็ไม่ใช่เลย มันไม่ใช่แค่ กม.ที่อยู่ในอักษร มีเรื่องอื่นๆ กำกับไว้อยู่ ทั้งนี้ มาตรา 112 เป็นกฎหมายยุคโบราณที่ป้องกันไม่ให้มีการดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในรัฐสมัยใหม่ไม่มีใครใช้กันแล้ว เพราะเราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า หลายประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกกฎหมายข้อนี้ไปแล้ว หากถึงจะมีกฎหมายข้อนี้ แต่ก็ไม่ได้มีการหยิบขึ้นมาใช้ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ การยกเลิก 112 จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง และถึงเวลาแล้วที่โทษดูหมิ่นทั้งหมดควรนำออกจากประมวลกฎหมายอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการจัดกิจกรรม &amp;quot;ยกเลิก 112 สิแล้วเราจะเล่าให้ฟัง&amp;quot; โดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่ม Mob Fest ที่จัดขึ้นเนื่องในวันรัฐธรรมนูญและวันสิทธิมนุษยชนสากล มีการเปิดคลิปปาฐกถาพิเศษจากคนแดนไกล คือ นายปวิน หรือสุรชัย ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ต้องหาคดี ม.112 หนึ่งในแกนนำขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ มีสถานะผู้ลี้ภัยที่ประเทศญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวินกล่าวถึงการที่ตนเองเป็นเหยื่อ ม.112 ถึงแม้ยังไม่ได้รับแจ้งดำเนินคดี แต่ก็มีคนมาร้องให้ดำเนินคดีตนเยอะ ซึ่งตนเริ่มจากการเรียกร้องให้ปฏิรูปแก้ไข แต่ไม่มีหวัง ม.112 ถูกเอามาแกล้งคนเห็นต่าง ควรยกเลิกไปเลย อย่างที่นายอานนท์ นำภา อยากให้แก้ไขแล้วก็เป็นเหยื่อเอง ปัญหาของกฎหมายนี้ต่างจากกฎหมายหมิ่นทั่วไป โดยใครสามารถไปฟ้องร้องก็ได้ เป็นช่องว่างให้เอาไปใช้ในทางที่ผิด เปิดโอกาสให้บุคคลต่างๆ ใช้สถาบันทำลายล้างผู้อื่น คนฟ้องกลายเป็นฮีโร่ช่วยปกป้องสถาบัน ยกสถานะทางสังคมเป็นคนรักเจ้าและเป็นคนดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคนนี้กล่าวต่อไปว่า คนถูกฟ้อง ม.112 ส่วนใหญ่ถูกพิพากษาทำผิด ต้องทำตัวดี เพราะหวังได้รับการอภัยโทษ ส่วนบางกรณีไม่ยอม ไม่ขอรับอภัยโทษ เพราะว่าทำถูก แต่ถูกกระบวนการบังคับให้ยอมรับผิดเพื่อแลกอิสรภาพ ลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมีโทษป่าเถื่อนรุนแรงที่สุด บางคนโดนจำคุก 20-30 ปี มากกว่าฆาตกรหั่นศพ การปฏิรูปต้องมีหน่วยงานดำเนินคดีในนามสถาบัน เช่น สำนักพระราชวัง แต่ก็ไม่มีใครสนใจ เรื่องการลดโทษก็เช่นกัน คนเคยปฏิรูปจึงเห็นว่าทางออกที่ดีอาจจะต้องยกเลิก
&amp;quot;ปวิน&amp;quot;ขุดศพ&amp;quot;อากง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวินเผยว่า ที่ตนทำแคมเปญเซฟ &amp;quot;อากง&amp;quot; (ชื่อเรียกจำเลยคดี ม.112 คนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำ) โดยเขียนชื่ออากงบนฝ่ามือโพสต์เฟซบุ๊ก แล้วกลายเป็นไวรัลมีคนทำตาม จึงนำรูปมารวมทำเป็นสมุดขาย นำรายได้ช่วยอากง ซึ่งตนเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าอากงไม่ผิด และเคยไปเยี่ยมอากงในคุก ทำให้จำไม่ลืมเมื่อคิดถึง ม.112 ก็คิดถึงอากงเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในประเทศที่มีกษัตริย์ไม่มีใครใช้กฎหมายนี้แล้ว ต่างประเทศกฎหมายหมิ่นประมุขของรัฐ ประมุขต้องฟ้องเอง มีกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่ใครก็ได้ไปฟ้อง ทุกครั้งที่ใช้ ม.112 เป็นการกัดเซาะทำลายสถาบันทีละน้อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้าย นายปวินกล่าวถึงการนำ ม.112 กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อเป็นการปิดปากแกนนำผู้ชุมนุม เมื่อใช้กฎหมายอื่นและมาตรการปราบปรามไม่ทำให้ยุติได้ จึงเอา ม.112 กลับมาใช้ ถือว่าผิด คิดสั้น ฆ่าตัวตาย เพราะไม่ทำให้ยุติการพูดได้ และทำให้คนตื่นตัวอีกรอบว่า ม.112 เป็นปัญหา และออกมาต่อต้านการใช้มากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แทน ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุดท้ายขอฝากแกนนำผู้ชุมนุม ขอให้ต่อสู้ดำเนินต่อไป ประชาธิปไตยต้องชนะ อาจใช้เวลานาน เจ็บปวดบ้าง ระบอบไหนไม่ปรับปรุงอยู่ไม่ได้ ให้กำลังใจแกนนำผู้ชุมนุม ผ่านไปได้จะภูมิใจในสิ่งที่เราทำ&amp;quot; นายปวินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย อดีตนักโทษคดี ม.112 ถูกจำคุก 7 ปี กล่าวในเวทีเสวนา &amp;quot;ยกเลิก 112 สิแล้วเราจะเล่าให้ฟัง&amp;quot; ที่จัดโดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่ม Mob Fest ว่า ป.อาญา ม.112 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอกท่านไม่ให้ใช้ ม.112 ตนจงรักภักดีมาก แต่ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ออกแถลงการณ์ใช้กฎหมายทุกมาตรา กลับมาใช้ ม.112 ขัดพระราชประสงค์ไหม เหตุไฉนไม่ปฏิบัติตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมยศกล่าวถึงปัญหาการดำเนินคดี ม.112 ที่ผ่านมา มีการไม่ให้ประกันตัว เหมือนตัดสินล่วงหน้าผิดหลักยุติธรรม คุยกับทนายผ่านกระจก ผ่านโทรศัพท์ถูกดักฟัง หากยอมรับสารภาพได้ลดโทษครึ่งหนึ่ง ทำให้ไม่รู้ความจริงว่าถูกหรือผิด เพราะรับสารภาพอัตโนมัติ ซึ่งตนไม่ยอมรับกระบวนการบิดเบี้ยวทำให้คนยอมรับ ตนไม่สามารถพูดว่าผิดแล้วได้ออกเร็ว เสียอิสรภาพทางกาย แต่ไม่ขอเสียอิสรภาพทางใจ จึงได้อยู่ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังเล่าถึงความสูญเสียหลังถูกจำคุกทำให้สูญเสียรายได้ การงาน 7 ปี เงินเก็บต้องเอามาใช้หมด ครอบครัวไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ออกมาเจอบ้านเปล่า ถูกที่ทำงานกดดัน ต้องไปทำงานที่ไม่ใช่ในประเทศไทย หลังรัฐประหาร 2557 มีการบุกจับคนที่บ้านและห้ามมาเยี่ยม หลังออกมากว่าจะปรับตัวใช้เวลาเป็นปี เพราะ 7 ปี เปลี่ยนแปลงไปมาก ขับรถยังหลงทาง ถูกตัดสิทธิ์การเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะผมถูกจำคุกไม่ถูกบังคับทำงาน แต่โดนย้ายไปคุมขังที่ต่างๆ ต่อมาเป็นวัณโรค และได้กลับมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ รอดมาได้ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มิฉะนั้นผมอาจกลายเป็นวีรชนไปแล้ว&amp;quot; นายสมยศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนา &amp;quot;#ยกเลิก ม.112&amp;quot; ว่าการใช้มาตรา 112 ไม่ใช่กฎหมายธรรมดา แต่เป็นคดีนโยบายตามนายสั่งมา ดำเนินคดีตามใบสั่งไม่ใช่ตามกระบวนการ ยอมรับว่าในอดีตมาตรา 112 มีความน่ากลัว แต่ไม่ใช่เพราะตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่ผู้มีอำนาจบารมี แต่วันนี้มีคนกล้าที่จะพูดสูงขึ้น ทำให้มาตรา 112 ที่จะเป็นดาบฟาดฟันคนเห็นต่างกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัว และยิ่งนำมาใช้มากขึ้น ประชาชนที่เห็นถึงข้อเสียจะยิ่งออกมามากขึ้น และจะเล่นเกมยาว
เพนกวินเดินตามนิติราษฎร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนกวินกล่าวว่า การเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ก็สืบเนื่องมาจากคณะนิติราษฎร์ ที่เคยมีข้อเสนอไว้ว่าควรแก้ไขมาตรา 112 มาถึงการยกเลิก เพราะเห็นถึงปัญหาจากการใช้มาตราดังกล่าวที่จับคนโดยไม่ยุติธรรมจะทำให้การเมืองเลวร้าย อย่างไรก็ตาม วันนี้ประเทศไทยเหมือนสามแยก ระหว่างปฏิรูปกับการปฏิวัติ มีราษฎรเป็นน้ำมันที่จะพาไป ส่วนคนที่ตัดสินใจว่าจะเลี้ยวไปทางไหนคือสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์ภรรณ หรือ บิ๊ก นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เผยว่า เข้ามาเคลื่อนไหวครั้งแรกก็โดน ม.122 ทันที เพราะไปปราศรัยที่รัฐสภา เรื่องรัฐธรรมนูญกับสถาบัน ในใบแจ้งความบอกว่า จาบจ้วง ทั้งที่พูดหลักการสากลทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังพูดเสร็จโดน ม.116 ไม่นานได้ ม.112 ถูกครอบครัวขู่ตัดแม่ลูก โดนไล่ออกจากบ้าน และย้ายทะเบียนบ้านเรียบร้อย หลังจากนั้นบอกว่า ถ้าอยากรอด ไม่โดนอะไรให้หยุดเคลื่อนไหว แต่ผมหยุดไม่ได้ มาถึงขนาดนี้แล้วต้องต่อสู้เพื่อประชาชน พ่อแม่อาจจะเข้าใจผิด แต่ผมยังรักพวกเขาเหมือนเดิม จะต่อสู้จนกว่าชนะ และทำให้รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่เรื่องผิด พ่อแม่พยายามบอกว่าสิ่งที่เราทำไม่ถูก เดี๋ยวจะหมดอนาคต แต่ถ้าผมไม่สู้ก็คงหมดอนาคตตั้งแต่วันนี้ หลังโดน ม.112 อาจจะมีกลัวบ้าง เพราะเราเป็นนักศึกษา ต้องเรียน ต้องใช้ชีวิต ก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไร แต่ชีวิตคนเรามีทางออกเสมอ แต่จะให้หยุดเคลื่อนไหว แต่หยุดไม่ได้จริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกียรติชัยกล่าวว่า ตนเองมีความฝัน อยากเป็น ส.ส. มาพัฒนาประเทศ ถ้าโดน ม.112 อาจจะทำให้อนาคตไม่สามารถทำอาชีพที่อยากทำได้แล้ว แต่ไม่เป็นไร ไม่หยุด ความจริงคิดว่าไม่ได้กลัว เพราะมองว่าคือปริญญาประชาธิปไตย ซึ่งคุณพริษฐ์น่าจะเป็นดอกเตอร์ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สักวันผมอาจเป็นดอกเตอร์อย่างคุณพริษฐ์ อย่างไรก็ดี ผมไม่กลัวกฎหมายนี้ เพราะล้าหลัง ประเทศที่เจริญแล้วไม่มีกฎหมายนี้ สุดท้ายอาจติดคุก แต่ไม่กลัว เพราะมีพี่น้องอยู่ข้างหลัง พี่น้องจะช่วยผมแน่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังบอกว่า ประเทศที่เจริญแล้วจะไม่มีกฎหมายลิดรอนสิทธิเสรีภาพเช่นนี้ ประเทศที่มีก็โทษจำคุกไม่เกิน 7 เดือน แต่เขาแทบไม่ใช้ ไทยมีโทษสูงสุดในอาเซียน ประเทศบูรไน ที่เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีโทษจำคุกเพียง 3 ปี ดังนั้นควรยกเลิก เพื่อให้เราพูดได้ว่าอยากอยู่ในรัฐแบบใด จะได้สู้ตามระบบ แต่นี่ไม่เปิดหนทางให้พูด ถ้าเราต้องการอยู่ในสังคมที่มีเสรีภาพในการพูด ไม่อาจอยู่ได้โดยมีมาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.30 น. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำราษฎร 2563 กล่าวปาฐกถาปิดงาน &amp;quot;ยกเลิก 112 สิแล้วเราจะเล่าให้ฟัง&amp;quot; ซึ่งมีเนื้อหาเล่าความเป็นมาเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นเบื้องสูงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันใน ป.อาญา ม.112 พร้อมระบุเป็นกฎหมายจากระบอบเก่าที่ถูกเอามาใช้ในระบอบประชาธิปไตย หากเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เราคงวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ ได้โดยไม่โดน ม.112 ไม่โดนทำร้ายและลี้ภัย เพราะ ม.112 และบางคนถูกจำคุก 20-30 ปี เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าต้องถูกพรากไปเพราะพูดถึงเจ้า ขอให้สถาบันไตร่ตรองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกับเราหรือไม่ โลกจะดีกว่านี้แน่ ถ้ามนุษย์มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการกล่าวปาฐกถาเสร็จสิ้น พิธีกรได้ประกาศยุติกิจกรรมในวันนี้ ขณะที่ก่อนหน้าการกล่าวปาฐกถาของ น.ส.ปนัสยา บรรยากาศในการจัดกิจกรรมตลอดวันมีการเสวนาเกี่ยวกับการยกเลิก ป.อาญา ม.112 ความผิดหมิ่นเบื้องสูง ภายในห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ขณะที่บริเวณภายนอกรอบอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีมวลชนกลุ่มราษฎร 2563 เดินทางมาร่วมกิจกรรมชมนิทรรศการของผู้จัดงาน ฟังดนตรีจากศิลปินที่เป็นแนวร่วม และชมการแสดงฉ่อยของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำราษฎร 2563
ฟ้องยูเอ็นเลิก ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อยในเวลาประมาณ 18.20 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เพื่อเข้ามาประกาศให้ยุติการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุม เนื่องจากเลยเวลาที่ขออนุญาตการชุมนุมในเวลา 18.00 น. ทำให้มวลชนต่างพากันลุกฮือและตะโกนขับไล่ให้เจ้าหน้าที่ออกไปจากพื้นที่ และทำให้การ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมต้องเข้าไปล้อมและเจรจา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินออกไปจากพื้นที่ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก ช่วงสายวันเดียวกันนี้ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย พร้อมแนวร่วม มายื่นหนังสือข้อเรียกร้องพร้อมกล่าวว่า ม.112 เป็นกฎหมายที่ล้าหลัง และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ การแสดงความเห็นและแสดงออกทางประชาธิปไตย กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามโดยรัฐที่ดำเนินคดีอย่างละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงมายื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้ยกเลิกกฎหมายข้อนี้ ให้บ้านเมืองก้าวไปข้างหน้า จากนี้จะมีการเคลื่อนไหวต่างๆ ไม่เหมือน 10 ปีก่อน เพราะมีผู้เห็นด้วยกับเรามีมาก โดยเฉพาะเยาวชนระดับนักเรียนชั้นมัธยม และเราจะเคลื่อนไหวในระดับนานาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมยศกล่าวว่า สาเหตุที่มายื่นหนังสือวันนี้ ยึดวันสิทธิมนุษยชนสากล เพื่อบอกกับยูเอ็นให้ไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตามพันธสัญญาเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมือง เราจะส่งจดหมายไปยังองค์กรภาคประชาชนทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการต่อสู้ของคนไทยในเรื่องการปฏิรูปสถาบัน อีกทั้งในเดือน พ.ค.2564 จะมีการประชุมยูเอ็นที่รัฐบาลไทยจะไปร่วมประชุม ตนกำลังรวบรวมและประสานยูเอ็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไปประท้วงที่กรุงเจนีวา ที่ตั้งของยูเอ็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศโดยรอบ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนกรุงเกษมและคลองผดุงกรุงเกษม มีการนำตู้คอนเทนเนอร์และรั้วหนามหีบเพลงมาปิดกั้นเพื่อป้องกันกรณีผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปยังจุดอื่นนอกเหนือจากที่แจ้งไว้ ซึ่งวันนี้มีรถสัญจรค่อนข้างบางตา ภาพรวมการจราจรเป็นไปอย่างปกติ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นรถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือจีโน่ 2 คัน และรถน้ำอีก 1 คัน จอดประจำการอยู่ฝั่งถนนราชดำเนินนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มเคลื่อนไหวในนามคณะจุฬาฯ ร่วมกันเขียน &amp;ldquo;ฎีกาถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo; ต่อกรณีดังกล่าว เป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ 16 ภาษา หลังนิสิตและบัณฑิตอักษรศาสตร์ถูกแจ้งข้อหา ม.112 กลุ่มนิสิตเก่าและปัจจุบัน จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาใจความว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างบริสุทธิ์ใจ และมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น ม.112 ไม่สอดคล้องกับหลักสากล และหลักการอื่นในประเทศที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนย่อมมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบการทำงานขององค์กร และสถาบันต่างๆ และการวิจารณ์มิใช่การหมิ่นประมาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี แสดงความเห็นว่า แกนนำม็อบรู้ไหมว่ากฎหมายอาญามาตรา 112 บัญญัติว่า &amp;ldquo;ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี&amp;rdquo; ไม่ใช่เป็นกฎหมายที่อยากจะรังแกใครก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามต้องถามแกนนำม็อบว่า พวกท่านคิดว่าการหมิ่นประมาท การดูหมิ่น การแสดงความอาฆาตมาดร้าย เป็นสิ่งที่ควรกระทำหรือ ถ้าไม่คิดกระทำสิ่งเหล่านี้แล้ว ทำไมต้องกลัว อย่าว่าแต่สถาบันเบื้องสูงเลย ถ้ามีคนไปหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายคุณพ่อคุณแม่ของเหล่าแกนนำ พวกท่านจะคิดอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมนะครับ กฎหมายคุ้มครององค์พระประมุขแห่งรัฐนั้นมีทุกประเทศ แม้แต่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอเมริกาเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากญี่ปุ่นแพ้สงครามโลก ไม่ได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ภายหลังศาลสูงของญี่ปุ่นเองเป็นผู้วินิจฉัยว่าห้ามละเมิดองค์จักรพรรดิ ในวันที่ 20 พ.ย.1989&amp;quot;
วันนี้แกนนำม็อบจ้องล้มล้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือการคุ้มครององค์ประมุขแห่งรัฐไม่เพียงแต่คุ้มครองตามมาตรา 112 แต่ยังมีกฎหมายมาตรา 133 ที่มีสาระเหมือนกัน แต่คุ้มครองประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ รวมทั้งมาตรา 134 ให้ความคุ้มครองผู้แทนรัฐต่างประเทศ ในเนื้อหาเดียวกันอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ต้องถามแกนนำม็อบ ถ้าจะขอยกเลิกมาตรา 112 ทำไมไม่ขอยกเลิกมาตรา 133 และมาตรา 134 ด้วย หรือจะให้คุ้มครองเฉพาะประมุขรัฐ และผู้แทนประมุขรัฐต่างประทศ แต่ไม่ต้องคุ้มครององค์ประมุขรัฐของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้แกนนำม็อบจ้องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบสาธารณรัฐ จึงขอให้ยกเลิกมาตรา 112 อีกหน่อยคิดอยากจะหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นใคร ก็คงต้องไปร้องให้ยูเอ็น กดดันรัฐบาลให้เลิกมาตรา 326 และ 393 จะได้ไม่มีความผิด&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เจ้าของฉายาแรมโบ้อีสาน กล่าวว่า ที่มีการดำเนินคดีมาตรา 112 กับผู้ชุมนุม ถือว่าเป็นการทำตามกฎหมายที่มีอยู่มีความเหมาะสมที่สุดแล้ว และที่ก่อนหน้านี้นายกฯ ระบุว่าจะไม่ใช้มาตรา 112 เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีพระมหากรุณาธิคุณ ไม่อยากให้มีการดำเนินคดี แต่มาถึงตอนนี้จะเห็นได้ว่าผู้ชุมนุมทำการจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบันอย่างหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนเลวๆ พวกนี้ไม่เคยมีจิตสำนึกที่ทรงพระเมตตาประทานให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดังนั้นรัฐบาลและเจ้าหน้าที่จึงจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมด ทั้งนี้ มองว่าหากผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมายอย่างหนักเช่นนี้ต่อไป คนในประเทศก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมานายกฯ ไม่เคยห้ามการชุมนุม และตักเตือนด้วยความห่วงใยในฐานะลูกหลานว่าอย่าทำผิดกฎหมายบ้านเมือง แต่ผู้ชุมนุมได้ทำผิดซ้ำซาก อีกทั้งจาบจ้วงสถาบันอย่างมาก และนับวันยิ่งกระทำมากขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมด ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ซึ่งตนมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศ ที่รักประเทศ รักสถาบัน ต้องการให้บังคับใช้มาตรา 112 กับผู้ชุมนุม เพราะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของแกนนำผู้ชุมนุมที่กำลังต้องการให้เกิดความรุนแรง วุ่นวายในบ้านเมือง หวังเพียงสร้างสถานการณ์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหมดความอดทน ใช้กำลังสลายการชุมนุมตามที่แกนนำต้องการเพื่อเรียกร้องความเห็นใจและใส่ร้ายรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า ใครก็อ่านแผนการเกมตื้นๆ ของแกนนำเหล่านี้ออก รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ตกหลุมพราง ซึ่งต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ใช้ความนิ่มนวล อดทนถึงที่สุด และหันมาบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ รวมถึงใช้มาตรา 112 กับพวกคนเลวๆเช่นนี้ ถือว่าทำถูกต้อง และได้รับเสียงเรียกร้องปรบมือให้กำลังใจจากประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่เดินมาถูกทางแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมก็ควรมีจิตสำนึกด้วยว่า กฎหมายคือกฎหมาย หากไม่อยากให้ถูกดำเนินคดี ก็ควรหยุดจาบจ้วงสถาบัน และยุติการชุมนุมไป อย่าพูดหรือคิดเอาแต่ใจตัวเอง ต้องฟังเสียงจากคนอื่นบ้าง กล้าทำแล้วก็ต้องกล้ารับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง และยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย และที่ผ่านมารัฐบาล เจ้าหน้าที่บ้านเมือง รวมถึงประชาชนในประเทศก็พยายามใช้ความอดทนที่จะไม่ดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุม แต่มาถึงตอนนี้ ก็คงไม่มีใครที่จะทนกับพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนเลวๆ คิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ถือว่าเป็นพวกคิดกบฏต่อประเทศ กล้าหาญชาญชัยคิดจะเปลี่ยนการปกครองประเทศให้เป็นสาธารณรัฐ สมควรต้องจับแกนนำเหล่านี้เข้าคุกให้หมดหรือไม่ก็ต้องช่วยกันขับไล่ออกนอกประเทศโดยเร็ว&amp;quot; แรมโบ้อีสานกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86541</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการล้มเจ้า, ม.112, ยกเลิกม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd2326bb4fba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุนซือสมองเพชร ยกข้อมูลนักวิชาการชื่อดัง แฉต้นตอขบวนการล้มเจ้า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นตอขบวนการล้มเจ้าอยู่ที่ไหน???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านอาจารย์ปราโมทย์ นาครทรรพ เคยนำเอกสารหลักฐานจำนวนมาก มาบอกกล่าวให้คนไทยได้รู้กันนานแล้วว่าต้นตอการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยคือบางหน่วยงานในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการให้เงินจ้างคนทั้งในสหรัฐและในไทยดำเนินการเรื่องนี้ต่อเนื่องมานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ได้ผล!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะคนไทยจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นสถาบันหลักอยู่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่บรรพกาล และจะดำรงคงอยู่ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมีบางหน่วยงานในอังกฤษที่ทำแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังเกตการโพสเฟสบุ๊ค&amp;quot;bbcไทย&amp;quot; ก็จะพบว่ามีการโพสข่าวและบทความที่คนไทยอ่านแล้วไม่ค่อยสบายใจอยู่เนืองๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเกี่ยวกับนอกประเทศด้วย!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่น่าแปลกใจว่า ทำไมคนมีอำนาจหน้าที่เรื่องนี้นั่งอมสากอยู่ได้!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีแต่ปาก กับศัตรูของชาติกลับหดหัวเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โห่ช้างลากครกเลยครับพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงๆ อย่าเอาพวกใจปลาซิวขี้เท่อมาทำงานที่2จุดนี้เลย!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69838</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ขบวนการล้มเจ้า, สหรัฐ, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e1fad1ed8150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;กางบัญชีแก๊งล้มเจ้า แจ้งความดำเนินคดี ยันไม่ใช่ม.112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาระบุว่า ขณะนี้มีขบวนการล้มเจ้าเกิดขึ้น ว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ถ้าอันไหนที่ได้แล้ว ก็จะแจ้งความดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าไม่ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;quot;เรื่องนี้เราไม่ใช้อยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการข่าวอะไรมาเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;quot;ก็กำลังดูรายชื่อที่มีอยู่&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการล้มเจ้า, ดำเนินคดี, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร, ม.112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec22bbc51c72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คะแนนเสียงคืออุดมการณ์!&#039;ธนาธร&#039;พูดถึงพรรคยูโทเปียใหม่ ปัดร่วมขบวนการล้มเจ้า เชื่อไม่กระทบเพราะพิสูจน์ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.61-นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ให้สัมภาษณ์ วอยซ์ทีวี &amp;nbsp;ย้่ำถึงทิศทางของพรรค และแนวคิดในการแก้ไขปัญหาประเทศ โดยกล่าวว่า มีข้อกล่าวหาว่าผมอยู่ในขบวนการล้มเจ้า ขอชี้แจงอีกครั้งว่าในชีวิตไม่เคยเข้าร่วม ไม่รู้จักขบวนการ หรือองค์กรล้มเจ้าใดๆ &amp;nbsp;ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งแต่อย่างได้ ข้อกล่าวหาจึงไม่มีน้ำหนัก ไม่มีข้อเท็จจริง พิสูจน์ไม่ได้ ดังนั้นไม่คิดว่าเป็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร พูดถึงสเปกสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ว่า &amp;nbsp;ต้องเป็นคนฝักไฝ่ประชาธิไตย ยึดมั่นหลักการสิทธิมนุษยชน ไม่ค้ายาเสพติด ไม่ค้าอาวุธ ไม่มีประวัติด่างพร้อยการทุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อยการซื้อเสียง เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นหนึ่งในสมรภูมิของการรบ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่การชี้ขาดการแพ้ชนะของการรบ การเลือกตั้งเราต้องการส.ส.แน่นอน แต่ไม่คิดว่าการได้มาของส.ส.จะต้องแลกกับจุดยืนของพรรคดังนั้นเราต้องค่อยๆทำช้า สมัยทักษิณใจร้อนเกินไป ใช้วิธีรวบรวมส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่า &amp;quot;อุดมการณ์คือคะแนนเสียง คะแนนเสียงคืออุดมการณ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขายังกล่าวว่า เลือกตั้งครั้งหน้าที่เราต้องทำให้สำเร็จคือปักธงทางความคิด เรื่องการปฏิเสธทหาร เอาทหารออกจากการเมือง การสร้างประชาธิปไตย &amp;nbsp;เรื่องการลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;การกระจายอำนาจ &amp;nbsp;ความเท่าเทียมกันของประชาชนทุกคน ที่ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าเป็นเรื่องศาสนา รสนิยมทางเพศ ชาติพันธุ์ &amp;nbsp;มันคือการต่อสู้เพื่อปักธงทางความคิด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการล้มเจ้า, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคยูโทเปียใหม่, อนาคตใหม่, อุดมการณ์คือคะแนนเสียง คะแนนเสียงคืออุดมการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac2e819ca3cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
