<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนร่วมจัดงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ ที่ จ.สระแก้ว ชูประเด็น ‘บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคมจากฐานราก’  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-right:2.7pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:2.7pt; text-align:justify&quot;&gt;จ.สระแก้ว/ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนร่วมจัดงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; ปี 2562 ที่ จ.สระแก้ว ชูประเด็น &amp;lsquo;บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานราก&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในสระแก้วแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; 62 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินรวมกัน 158 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกรอบด้าน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้เกษตรกรที่ขาดแคลน&amp;nbsp; โดยใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ตามนโยบายทวงคืนผืนป่ากว่า 3,000 ไร่&amp;nbsp; จัดสรรให้เกษตรกรได้ 212 ครอบครัวทำให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะที่ตำบลคลองหินปูนนำร่องใช้เทคโนโลยีดิจิทัล &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร และมีกิจกรรมปลูกไม้เศรษฐกิจสร้างทุนภายในตำบล ตั้งเป้าปลูก 500,000 ต้นภายในปี 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:2.7pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:2.7pt; text-align:justify&quot;&gt;องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อให้ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันที่ 7 ตุลาคม&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจัดกิจกรรมเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ตลอดเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย และร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยจัดกิจกรรมที่จังหวัดเชียงราย ขอนแก่น เพชรบุรี กระบี่ กรุงเทพฯ ส่วนภาคตะวันออกจัดที่จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยวันนี้ (14 พ.ย.) ที่สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเย็น (คทช.) จำกัด&amp;nbsp; ต.คลองหินปูน&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว&amp;nbsp; มีการจัดมหกรรมการเรียนรู้ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานราก&amp;rsquo; เนื่องในโอกาสวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562 (World Habitat Day 2019) โดยมีนายวิทยา มากปาน รองผู้ว่าฯ จ.สระแก้ว และนายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมเป็นประธานในพิธี&amp;nbsp; มีผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม ได้แก่ นายอำเภอวังน้ำเย็น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว ผู้อำนวยการนิคมสหกรณ์วังน้ำเย็น ฯลฯ นายก อบต.คลองหินปูน&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดสระแก้ว เข้าร่วมงานประมาณ 400 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; รูปธรรมการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนงานพัฒนาโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก ผ่านกลไกสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ระบบทุนภายใน&amp;nbsp; เชื่อมโยงนโยบายระดับจังหวัด บ้านเกษตรกรตัวอย่าง&amp;nbsp; แปลงสาธิตการเกษตรในพื้นที่ 1 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; แปลงเกษตรกรแปลงรวม&amp;nbsp; ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp; สาธิตการบังคับอากาศยานไร้คนขับเพื่อใช้ในการเกษตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หลังจากนั้นผู้ร่วมงานได้ร่วมกันปลูกไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พะยูง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 500 ต้นในที่ดินสร้างทุนภายในตำบลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้วได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo; หนึ่ง&amp;nbsp; เราจะร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน&amp;nbsp; เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสปีมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สอง&amp;nbsp; เราจะปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้น&amp;nbsp; รวมทั้งสิ้น 500,000 ต้นภายในปี 2563 เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้จังหวัดสระแก้วให้มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; ลดโลกร้อน&amp;nbsp; เพิ่มอากาศบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และสาม&amp;nbsp; เราจะใช้การปลูกต้นไม้เป็นการสร้างทุนชุมชน&amp;nbsp; เป็นแหล่งอาหาร&amp;nbsp; สมุนไพร&amp;nbsp; เพื่อใช้สร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และใช้ต้นไม้เป็นการออม&amp;nbsp; เพื่อสร้างบำนาญของชุมชน&amp;nbsp; และการพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.75pt; text-align:justify&quot;&gt;นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์ ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงภาพรวมประเด็นงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้วว่า มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในยามเจ็บป่วย&amp;nbsp; คลอดบุตร เสียชีวิต การศึกษา &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย สาธารณประโยชน์&amp;nbsp; ช่วยเหลือคนด้อยโอกาส&amp;nbsp; พิการ&amp;nbsp; ฯลฯ แล้ว 62 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกประมาณ 81,000 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกันประมาณ 158 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินภายใต้โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบทจำนวน 9 เมือง&amp;nbsp; รวม 499 ครัวเรือน และซ่อมแซม ปรับปรุงบ้านสำหรับครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยที่มีบ้านสภาพชำรุดทรุดโทรม&amp;nbsp; สร้างด้วยวัสดุที่ไม่มั่นคง&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทที่ พอช. สนับสนุน&amp;nbsp; จำนวน 25 ตำบล&amp;nbsp; รวม 836 ครัวเรือน ,การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; โดยมีพื้นที่รูปธรรม 10 ตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp; เกษตรปลอดภัย&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; การแปรรูป&amp;nbsp; และการตลาด&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ที่ปรึกษาโครงการบ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก. จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า สระแก้วเป็นจังหวัดหนึ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดสรรที่ดินให้แก่ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินตั้งแต่ปี 2559 โดยมีที่ดินที่นำมาจัดสรรทั้งหมด 6 แปลง คือ 1.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลโนนหมากเค็ง อ.วัฒนานคร เนื้อที่ 693 ไร่ 2.ที่ดิน ส.ป.ก.บ้านพร้าว อ.วัฒนานคร เนื้อที่ 326 ไร่ 3.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลหนองม่วง อ.หนองม่วง เนื้อที่ 655 ไร่เศษ 4.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลหนองแวง อ.หนองม่วง&amp;nbsp; เนื้อที่ 611 ไร่เศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลป่าไร่ &amp;nbsp; อ.อรัญประเทศ เนื้อที่ 578 ไร่ และ 6.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น&amp;nbsp; เนื้อที่ 318 ไร่เศษ&amp;nbsp; รวมเนื้อที่ทั้งหมด 3,181 ไร่เศษ โดยที่ดินที่ ส.ป.ก.นำมาจัดสรรจะให้เกษตรกรเข้าทำกินโดยการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์&amp;nbsp; เพื่อบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp; แต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์&amp;nbsp; และห้ามซื้อขาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่อยู่อาศัยในแปลงที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น&amp;nbsp; จ.สระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ดินทั้งหมดนี้&amp;nbsp; ส.ป.ก. นำมาจัดสรรเป็นที่อยู่อาศัยและทำกินให้ประชาชนได้ทั้งหมด 212 ครอบครัว ได้ครอบครัวละ 6 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สระน้ำเพื่อการเกษตร ถนน&amp;nbsp; โดย พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างบ้านและสาธารณูปโภคตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท ครัวเรือนละ 62,000 บาท&amp;nbsp; ขณะนี้ประชาชนทั้งหมด 212 ครอบครัวได้เข้าอยู่อาศัยและทำกินแล้ว&amp;nbsp; มีอาชีพหลัก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เลี้ยงวัวเนื้อ&amp;nbsp; ทำไร่ข้าวโพด&amp;nbsp; มันสำปะหลัง&amp;nbsp; อ้อย ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; พืชระยะสั้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกบวบเหลี่ยม&amp;nbsp; มะระจีน&amp;nbsp; มันเทศ&amp;nbsp; ถั่วลิสง&amp;nbsp; ส่งขายมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 400-500 บาท&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่เคยไร้ที่ดินทำกินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายละอองดาวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายละอองดาวบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้กลุ่มเกษตรกรบ้านบ่อลูกรัง&amp;nbsp; ต.คลองหินปูน&amp;nbsp; ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเกษตร&amp;nbsp; โดยใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; มาบินเพื่อฉีดพ่นสารชีวภาพ&amp;nbsp; เพื่อบำรุงแปลงเกษตร&amp;nbsp; และขับไล่ศัตรูพืช&amp;nbsp; โดยเสนอโครงการไปยังสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก depa ในปี 2562&amp;nbsp; จำนวน 499,412 บาท&amp;nbsp; ชุมชนสมทบเงินจำนวน 320,312 บาท&amp;nbsp; จัดซื้อโดรนจำนวน 2 ลำ&amp;nbsp; สามารถฉีดแปลงเกษตร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ข้าวได้พื้นที่วันละ 200 ไร่&amp;nbsp; ลดแรงงานจาก 10-20 คนต่อวัน&amp;nbsp; เหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1-2 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลดต้นทุนการผลิตได้มากกว่าร้อยละ 20&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยจะคิดค่าบริการแก่สมาชิกไร่ละ 80 บาทเพื่อนำมาเป็นค่าบำรุงและค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ชุมชนยังมีแผนงานที่จะส่งเสริมการทำเกษตรกรรมอัจฉริยะ (Smart Farming) โดยการนำระบบการรดน้ำอัตโนมัติผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (Internet of Things : IoT) มาประยุกต์ใช้อีกด้วย&amp;nbsp; โดยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าว จะช่วยประหยัดเวลา ลดการใช้แรงงานคน&amp;nbsp; ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp; ส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การขุดบ่อทำธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp; โดยขุดบ่อให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร&amp;nbsp; ขุดลึกลงไปถึงชั้นดินดานประมาณ 2-3 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วนำวัสดุ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หิน&amp;nbsp; ขวดพลาสติกบรรจุน้ำใส่ลงไปสลับกัน&amp;nbsp; ทำให้เกิดโพรงอากาศในบ่อ&amp;nbsp; และน้ำใต้ดินจะไหลมารวมกัน&amp;nbsp; เหมือนธนาคารน้ำในดิน&amp;nbsp; ทำให้ผืนดินเกิดความชุ่มชื้น&amp;nbsp; ช่วยกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp; และระบายน้ำขังในช่วงหน้าฝน&amp;nbsp; เมื่อปลูกพืชผักจะเกิดความเจริญเติบโตได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิทยา&amp;nbsp; มากปาน&amp;nbsp; รอง ผวจ.สระแก้ว (กลาง) ร่วมสร้างธนาคารน้ำใต้ดินในที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางรจนา&amp;nbsp; สุริฉาย&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เดิมตนและสามีไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องเช่าที่ดินทำกินไร่ละ 100 บาท&amp;nbsp; หากมีเวลาว่างก็จะไปรับจ้างทำงานในไร่ของคนอื่น&amp;nbsp; มีรายได้ไม่พอกิน&amp;nbsp; เมื่อได้ที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง 5 ไร่จึงรู้สึกดีใจ&amp;nbsp; และเริ่มเข้าทำกินตั้งแต่ปี 2561&amp;nbsp; โดยปลูกบวบเหลี่ยมได้ผลผลิตประมาณรอบละ 8 ตัน (รอบละ 3 เดือน)&amp;nbsp; ราคาขายกิโลกรัมละ 8-10 บาท&amp;nbsp; ปลูกมันเทศได้รอบละประมาณ 1 ตัน&amp;nbsp; ขายส่งกิโลกรัมละ 2-3 บาท&amp;nbsp; และกำลังจะปลูกถั่วลิสง&amp;nbsp; หมุนเวียนกันตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ดีใจที่ได้ที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; รู้สึกว่าโชคดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 เสียอีก&amp;nbsp; เพราะถูกหวยก็อาจจะมีวันหมดเงิน&amp;nbsp; แต่ได้ที่ดินมันไม่มีวันหมด&amp;nbsp; จะเอาไปขายก็ไม่ได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เราสามารถทำกินได้ตลอดชีวิต&amp;nbsp; ลูกหลานก็สามารถทำกินต่อได้&amp;nbsp; ถ้าขยันปลูกพืชระยะสั้นก็จะมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี&amp;nbsp; ปีนี้ปลูกบวบเหลี่ยมเก็บขายได้ 2 รอบๆ ละ 3 เดือน&amp;nbsp; วันหนึ่งเก็บขายได้เงินวันละ 1,000-2,000 บาท&amp;nbsp; ทำให้มีรายได้พอเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; มีกิน&amp;nbsp; มีใช้&amp;nbsp; ความเป็นอยู่ก็ดีกว่าตอนเช่าที่ดินคนอื่นทำกิน&amp;rdquo;&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.บอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในแปลงเกษตรกรที่ตำบลคลองหินปูนแล้ว&amp;nbsp; บริษัทเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ.ดีแทคได้ร่วมสนับสนุนชุมชนในการฝึกอบรมการใช้สื่อออนไลน์เพื่อขายสินค้าเกษตรด้วย&amp;nbsp; โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทดีแทคได้จัดทำโครงการเน็ตอาสาฝึกอบรมเกษตรกรในที่ดินแปลง ส.ป.ก. คลองหินปูนจำนวน 40 คนทำเพจเพื่อค้าขายสินค้าการเกษตรทางสื่อออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิทยา&amp;nbsp; มากปาน&amp;nbsp; รอง ผวจ.สระแก้ว&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตำบลคลองหินปูนถือเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยให้แก่ชาวบ้านในตำบล&amp;nbsp; โดยใช้ระบบข้อมูลเป็นฐาน&amp;nbsp; มีการสำรวจข้อมูลปัญหาต่าง ๆ&amp;nbsp; แล้วนำมาวางแผนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ประกอบกับการมีผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; มีองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; หน่วยราชการ&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชน&amp;nbsp; สนับสนุนทั้งด้านความรู้&amp;nbsp; วิชาการ&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; โดยเฉพาะด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; แต่ที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เหมือนนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วรวมกัน&amp;nbsp; ทำให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ร่วมปลูกไม้เศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาชุมชนให้ประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp; เช่นที่ตำบลคลองหินปูนจะต้องมีองค์ประกอบ 7 อย่าง&amp;nbsp; หรือกุญแจ 7 ดอก&amp;nbsp; คือ 1.มีที่ดินเป็นฐานการผลิต&amp;nbsp; 2.มีบ้านเป็นที่พักพิง&amp;nbsp; 3.มีแปลงเกษตรเพื่อทำกินหรือสร้างรายได้&amp;nbsp; 4.มีน้ำในการทำเกษตร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดทำธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp; 5.มีข้อมูลเพื่อนำมาใช้เป็นฐานในการวางแผนงานหรือแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.มีเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นำโดรนหรืออากาศยานไร้คนขับมาใช้ในแปลงเกษตร&amp;nbsp; ทำให้ลดต้นทุน&amp;nbsp; ลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; ลดแรงงาน&amp;nbsp; การใช้สื่อออนไลน์มาขายสินค้า&amp;nbsp; และ 7.การบูรณาการการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับชุมชน&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; หน่วยราชการ&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนมาร่วมกันขับเคลื่อน&amp;nbsp; โดยยึดชุมชนเป็นแกนกลาง&amp;nbsp; นำไปสู่ความเร็จในการพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;เยี่ยมบ้านเกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50274</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการองค์กรชุมชน, จ.สระแก้ว, พอช, วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562, ‘บ้านมั่นคงที่พอช.’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd15f82d651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จัดอบรมหลักสูตร ‘การสื่อสารสาธารณะ’ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน ตั้งเป้าเสนอเรื่องราวชุมชนสู่สาธารณะเพื่อสร้างพลังเปลี่ยนแปลงสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เชียงใหม่/&amp;nbsp; พอช.จับมือไทยพีบีเอสและภาคีเครือข่ายจัดอบรมหลักสูตร &amp;lsquo;การสื่อสารสาธารณะ&amp;rsquo; ให้ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ฝึกการเล่าเรื่อง การถ่ายทำคลิป VDO. และตัดต่อด้วยโทรศัพท์มือถือ นำเรื่องราวจากชุมชนมาถ่ายทอดสู่สื่อสาธารณะ&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อใช้พลังการสื่อสารจากชุมชนเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 2-5 กันยายน&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp; คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)&amp;nbsp; และคณะทำงานพัฒนาคนในขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; จัดอบรมการพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชน หลักสูตร &amp;lsquo;การสื่อสารสาธารณะ&amp;rsquo; ขึ้นที่ฮอไรซันวิลเลจแอนด์รีสอร์ท&amp;nbsp; อ.ดอยสะเก็ด&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอบรมประมาณ 70 คน&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อใช้พลังการสื่อสารจากชุมชนเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายธีรพล&amp;nbsp; สุวรรณรุ่งเรือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;พอช.ได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) ด้านการพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชนและองค์กรชุมชน&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของคนทำงานในขบวนองค์กรชุมชนและผู้นำชุมชนท้องถิ่นใน 5 ปี&amp;nbsp; จำนวน 15,000 คน&amp;nbsp; โดยมุ่งหวังให้คนในขบวนองค์กรชุมชนและองค์กรชุมชน&amp;nbsp; มีความรู้ความสามารถ&amp;nbsp; มีคุณธรรม&amp;nbsp; จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่าทันการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับองค์กรและชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; ซึ่งในปี 2560 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีผู้นำที่ได้รับการพัฒนาในเนื้อหาและกระบวนการต่างๆ จำนวน&amp;nbsp; 3,842 คน&amp;nbsp; และในปี 2561 (ถึงเดือนพฤษภาคม 2561) จำนวน 2,056 คน&amp;nbsp; โดยมีหลักสูตรต่างๆ&amp;nbsp; 7 หลักสูตร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยพลังองค์กรชุมชน, การขับเคลื่อนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ, การพัฒนาและการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สำหรับหลักสูตรการสื่อสารสาธารณะนั้น&amp;nbsp; พอช.เห็นความสำคัญว่า&amp;nbsp; การสื่อสารเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์&amp;nbsp; ซึ่งคนในขบวนองค์กรชุมชนและคนทำงานพัฒนาในพื้นที่จะต้องเรียนรู้&amp;nbsp; เพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของระบบการสื่อสารที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; และมีความรู้ความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคปัจจุบัน &amp;nbsp;เพื่อนำไปสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งใช้พลังการสื่อสารเป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบายได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายชัชวาลย์&amp;nbsp; ทองดีเลิศ&amp;nbsp; คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในอดีตชุมชนต่างๆ เคยมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์&amp;nbsp; อยู่กันแบบพอเพียง &amp;nbsp;พึ่งตนเองได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ชุมชนในปัจจุบันมีความอ่อนแอ&amp;nbsp; ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากการพัฒนาแบบสมัยใหม่&amp;nbsp; แบบบนลงล่าง (top-down) &amp;nbsp;โดยมีรัฐและนายทุนเป็นฝ่ายกำหนดการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งหากชุมชนจะเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาจากล่างขึ้นบน&amp;nbsp; แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ยาก&amp;nbsp; แต่ไม่ควรท้อ &amp;nbsp;และต้องดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.จะต้องเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเดิมคือบนลงล่าง&amp;nbsp; เป็นจากล่างขึ้นบน (bottom-up)&amp;nbsp; หรือ &amp;ldquo;ชุมชนจัดการตนเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; คือกระบวนการจัดการตนเองของชุมชน&amp;nbsp; เปลี่ยนเป็นเชิงรุก&amp;nbsp; เอาชุมชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp; เริ่มจากปัญหาและความต้องการของชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มจากแผนพัฒนาของชุมชน&amp;nbsp; 2.จะผ่าโครงสร้างได้อย่างไร&amp;nbsp; แต่ละพื้นที่เริ่มมีพื้นที่รูปธรรม &amp;nbsp;เริ่มมีสภาองค์กรชุมชนที่ชุมชนเริ่มหารือร่วมกัน&amp;nbsp; มีแผนชุมชน&amp;nbsp; แผนตำบล&amp;nbsp; ทำเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัด&amp;nbsp; นำแผนชุมชนไปอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และ 3.สื่อ &amp;nbsp;ซึ่งเดิมอยู่ในมือของรัฐและนายทุน&amp;nbsp; สื่อแนวคิดการพัฒนาของรัฐและทุนมาตลอด &amp;nbsp;ต่อไปสื่อจะเผยแพร่แนวคิดของชุมชนได้หรือไม่ ?&amp;nbsp; และจะต้องสื่อสารอะไรบ้าง &amp;nbsp;จะเสนอปัญหาความต้องการ&amp;nbsp; เสนอแนวคิดการพัฒนา เสนอองค์ความรู้ภูมิปัญญาของชุมชน&amp;nbsp; เสนอข้อมูลรูปธรรมความสำเร็จในการแก้ปัญหา เช่น รูปธรรมการจัดสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตาย&amp;nbsp; รูปธรรมการจัดการป่า&amp;nbsp; ซึ่งนักสื่อสารชุมชนต้องทำบทบาทนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายชัชวาลกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การทำงานจากล่างขึ้นบน&amp;nbsp; ควรเริ่มจาก 1. พื้นที่รูปธรรม&amp;nbsp; เป็นพื้นที่เป็นตัวอย่าง&amp;nbsp; เพื่อให้คนมาเรียนรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความสำเร็จที่เด่นชัด แก้ปัญหาได้&amp;nbsp; 2. พื้นที่ทางสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเสนอปัญหาความต้องการ &amp;nbsp;รูปธรรมความสำเร็จให้กับสังคมได้รับรู้&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเดิมพื้นที่ทางสังคมที่ทำจากบนลงล่าง&amp;nbsp; จะมองชาวบ้านว่า &amp;ldquo;โง่ &amp;nbsp;จน &amp;nbsp;เจ็บ&amp;rdquo; &amp;nbsp;จึงต้องเปลี่ยนเป็นชาวบ้านมีศักยภาพ &amp;nbsp;ชุมชนมีพลัง &amp;nbsp;มีองค์ความรู้&amp;nbsp; แก้ปัญหาได้&amp;nbsp; และมีความยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ฉะนั้นพื้นที่ทางสังคมต้องมีตัวอย่างความสำเร็จ&amp;nbsp; นัยยะพื้นที่ทางสังคมที่ประสบความสำเร็จ &amp;nbsp;ต้องถูกถอดความรู้ และสร้างการรับรู้ต่อสังคม &amp;nbsp;ซึ่งในที่สุดจะไปเปลี่ยนกระแสสังคมให้เข้าใจการพัฒนาแนวใหม่&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กระแสสังคมเข้าใจเรื่องชุมชนจัดการตนเอง &amp;nbsp;หากคนในสังคมเข้าใจมากขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งอาจหมายถึงนักวิชาการ &amp;nbsp;กลุ่มต่างๆ เริ่มรับรู้มากขึ้น&amp;nbsp; การสนับสนุนจากสังคมจะเกิดขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายชัชวาลย์ยกตัวอย่าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายชัชวาลกล่าวในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; หากชุมชนสื่อสารพื้นที่รูปธรรม และสังคมรับรู้มากขึ้น &amp;nbsp;จนกระทั่งเกิดกระแสของสาธารณะ&amp;nbsp; และทำให้สังคมมีความเข้าใจชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งจะไปช่วยผลักดันพื้นที่ที่ 3 คือ พื้นที่นโยบาย &amp;nbsp;โดยกลุ่มต่างๆ ในสังคมจะไปช่วยสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมชุมชนมากขึ้น &amp;nbsp;และมีแผนที่สอดคล้องกับชุมชนมากขึ้น รวมถึงการออกกฎหมายที่สอดคล้องกับชุมชนมากขึ้นด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการอบรมการพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชน หลักสูตร &amp;lsquo;การสื่อสารสาธารณะ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ครั้งนี้&amp;nbsp; มีหัวข้อการอบรมที่สำคัญ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;พลังการสื่อสารเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;rsquo; โดย ผศ.ประสาท&amp;nbsp; มีแต้ม&amp;nbsp; นักวิชาการอิสระด้านสังคมและพลังงาน&amp;nbsp; การอบรมเชิงปฏิบัติการโดยวิทยากรจากไทยพีบีเอส&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเรียนรู้พลังของเรื่องเล่า&amp;nbsp; การพัฒนาโครงเรื่องให้น่าสนใจ&amp;nbsp; การเสนอโครงเรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทคนิคการถ่ายภาพ&amp;nbsp; การทำแบนเนอร์&amp;nbsp; การถ่ายคลิป VDO. ด้วยมือถือ&amp;nbsp; การตัดต่อเพื่อเล่าเรื่องอย่างง่ายๆ&amp;nbsp; และนำผลงานมานำเสนอ ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้ที่ได้กลับไปฝึกฝนเพื่อถ่ายถอดเรื่องราวจากชุมชนของตนเอง&amp;nbsp; และนำผลงานสื่อสารสู่สาธารณะ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; Youtube&amp;nbsp; facebook&amp;nbsp; หรือช่องทางสื่อสารของไทยพีบีเอสได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16697</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสื่อสารสาธารณะ’, ขบวนการองค์กรชุมชน, ท้องถิ่น, นายธีรพล  สุวรรณรุ่งเรือง, ผอ.พอช., ภาคีเครือข่าย, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cd0003ccb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศยื่นหนังสือถึง ‘รมต.กอบศักดิ์’  เดินหน้ายุทธศาสตร์ขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมืองทองธานี/ ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp;&amp;lsquo;ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp;และยื่นหนังสือถึง&amp;nbsp;&amp;lsquo;รมต.กอบศักดิ์&amp;rsquo;&amp;nbsp;เดินหน้ายุทธศาสตร์&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ด้าน &amp;nbsp;ตั้งเป้าชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองเต็มแผ่นดินในปี&amp;nbsp;2579&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง &amp;nbsp;องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ส่งเสริมให้ชุมชนมี&amp;nbsp;&amp;lsquo;ธรรมนูญชุมชน-สภาพลเมืองท้องถิ่น&amp;rsquo;&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนกว่า&amp;nbsp;7,800&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ &amp;nbsp;การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเสนอให้รัฐบาลผลักดันการแก้ไขปัญหาด้านนโยบาย &amp;nbsp;เช่น แก้ไขกฎหมายต่างๆ และนำที่ดินสาธารณะที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาจัดสรรให้ประชาชนใช้อยู่อาศัยและทำกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;3 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)&amp;nbsp;และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ร่วมจัดงาน&amp;nbsp;&amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp; ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี &amp;nbsp;โดยในวันสุดท้าย (5&amp;nbsp;สิงหาคม) มีการจัดเวทีวิชาการ &amp;nbsp;&amp;lsquo;การสังเคราะห์ความรู้และข้อเสนอนโยบาย &amp;nbsp;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง &amp;nbsp;สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp;การปาฐกถาพิเศษ&amp;nbsp;&amp;lsquo;การขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้วยนวัตกรรมชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;โดย ดร.กอบศักดิ์ &amp;nbsp;ภูตระกูลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;และการประกาศเจตนารมณ์ของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ภาค &amp;nbsp;โดยมีพลเอกอนันตพร &amp;nbsp;กาญจนรัตน์ รมว.พม. &amp;nbsp;และผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;และผู้แทนชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชวาลย์ &amp;nbsp;ทองดีเลิศ&amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;กล่าวสรุปถึงผลการขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศว่า &amp;nbsp;ผลที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนที่ผ่านมา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;การลดหนี้&amp;nbsp;เพิ่มรายได้&amp;nbsp;มีการสร้างเศรษฐกิจฐานล่างเช่น วิสาหกิจชุมชน ร้านค้าชุมชน ซึ่งเป็นความพยายามในการคลี่คลายปัญหาในระดับชุมชน 2.ด้านสุขภาพ 3.ด้านสังคม 4.&amp;nbsp;ด้านทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;มีการจัดการทรัพยากรชุมชนโดยชุมชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ป่าชุมชน&amp;nbsp;โฉนดชุมชน&amp;nbsp;การจัดการภัยพิบัติ การฟื้นฟูป่าชุมชน&amp;nbsp;4.การพัฒนาองค์ความรู้ การจัดการความรู้โดยชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีการจัดการตนเองมากขึ้นตามบริบทที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสถานการณ์ปัญหาใหญ่ๆ&amp;nbsp;มาจากการรวมศูนย์อำนาจ&amp;nbsp;ดังจะเห็นได้จากเรื่องต่างๆ&amp;nbsp;เช่น เรื่องที่ดิน ความไม่มั่นคงที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;โอกาสการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;การพัฒนาเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงนำไปสู่ความท้าทายที่ขบวนชุมชนจะต้องขับเคลื่อนในประเด็นต่างๆ เช่น &amp;nbsp;1.การที่ชุมชนไปต่อได้อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ต้องมีการกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างเต็มที่&amp;nbsp;และจะทำได้อย่างไร&amp;nbsp;? &amp;nbsp;2.การกำหนดแผนพัฒนาตนเองทุกมิติ&amp;nbsp;จะมีอำนาจ&amp;nbsp;มีสิทธิกำหนดได้อย่างเต็มที่&amp;nbsp;ได้อย่างไร&amp;nbsp;? &amp;nbsp;3.สิทธิการเข้าถึงการพัฒนาของรัฐอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม&amp;nbsp;จะทำได้อย่างไร?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.การกระจายที่ดินอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;การผลักดันกฎหมาย&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง&amp;nbsp;จะทำได้อย่างไร&amp;nbsp;? &amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5.การจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจใหม่ที่ชุมชน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นแกนหลักในการพัฒนา&amp;nbsp;ที่ใช้ชุมชนเป็นตัวตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท้องถิ่นเป็นแกนหลัก&amp;nbsp;จะทำได้อย่างไร&amp;nbsp;?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนักวิชาการและสื่อมวลชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;แนวคิดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นแนวใหม่ ด้วยนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข&amp;nbsp;บรรณาธิการสำนักข่าวประชาไท&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเองได้ติดตามงานเรื่องชุมชนท้องถิ่นมานานนับสิบปี&amp;nbsp;ทำให้มีความเข้าใจชุมชนท้องถิ่นพอสวควร&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก&amp;nbsp;มีการสถาปนาให้เป็นทางการด้วยสภาองค์กรชุมชน เมื่อมาดูตัวเลข 6,000 กว่าองค์กรชุมชน ทำให้เห็นว่าพัฒนาการไปได้&amp;nbsp;รวมถึงการปะทะต่อรองระหว่างภาคที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการมีความคืบหน้าอยู่พอสมควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงสิทธิการจัดการตนเอง&amp;nbsp;สิทธิชุมชน&amp;nbsp;แต่ตนคิดว่าสถานการณ์โลกที่เข้าไปกำหนดและมีอิทธิพลต่อทุกครัวเรือนหมู่บ้าน จำเป็นต้องมีอำนาจการต่อรองที่มีพลังมาจากนวัตกรรม&amp;nbsp;อาศัยการจัดการสมัยใหม่ทำให้วิสาหกิจขนาดเล็กค่อยๆ เติบโตจนข้ามชาติ ไม่ได้มองแค่การปฏิบัติในท้องถิ่นแต่ต้องไปถึงระดับโลก การบริหารจัดการเช่นนี้จะเป็นการสร้างอำนาจการต่อรองทางเศรษฐกิจได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่สิ่งที่ยังขาด&amp;nbsp;ไม่อยู่ในรากฐานความคิดของสังคมไทยอย่างลงหลักปักฐาน คือ ในภาวะของการจัดการตนเอง&amp;nbsp;ยังมีเสียงที่แตกต่าง เสียงของคนส่วนน้อยยังไม่สามารถเล็ดลอดออกมาได้ความเข้มแข็งไม่ควรเกิดจากเสียงของคนส่วนใหญ่&amp;nbsp;แต่ควรเกิดจากความแตกต่างหลากหลาย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;จะต้องมีกลไกที่เชิดชูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่มีความแตกต่างกัน&amp;nbsp;สิทธิมนุษยชนน่าจะเป็นแก่นแกนหลักใหม่&amp;nbsp;ที่เปิดให้ความแตกต่างหลากหลายมีพื้นที่มากขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เยาวชนมีเสียงในการกำหนดชุมชนท้องถิ่นของตนเอง&amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นเรื่องของความอาวุโสเพียงอย่างเดียว&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายชูวัสกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิโรตม์&amp;nbsp;&amp;nbsp;คล้ามไพบูลย์&amp;nbsp;นักวิชาการอิสระและคอลัมน์นิสอิสระ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ชุมชนหรือชนบทมีพลังต่อภาคเศรษฐกิจ แต่ปัญหาของประเทศเรา คือ ทรัพยากรที่มีอยู่มากไม่กระจายไปสู่ประชาชนส่วนใหญ่&amp;nbsp;ชุมชนไม่ใช่เรื่องพื้นที่หรือเรื่องการรวมตัวในระดับชุมชน แต่ต้องเป็นเครือข่ายหรือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการนำทรัพยากรของประเทศมาสู่ประชาชน&amp;nbsp;โดยชุมชนเป็นเครือข่ายเป็นฐานของการพัฒนาหรือกำหนดนโยบายของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุมชนเป็นแหล่งที่มาของนโยบาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.การสร้างความยุติธรรม&amp;nbsp;2.การสร้างสังคมเมืองและสังคมอุตสาหกรรมที่เป็นธรรม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.การพัฒนาชุมชนเป็นเรื่องที่มากกว่าการรวมตัวกันของชุมชน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ชุมชนต้องเชื่อมโยงกับการเติบโตและการเมืองที่เข้มแข็ง เป็นเรื่องของการทำให้ทรัพยากรที่มีมากกระจายไปยังประชาชนโดยชุมชนเป็นแกน&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายศิโรตม์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.อรรจักร สัตยานุรักษ์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า&amp;nbsp;นวัตกรรม ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เกิดการปรับตัวเองด้านยุทธศาสตร์ โดยการตระหนักว่ามีปัญหาในเรื่องอะไร เป้าหมายข้างหน้าคืออะไร ส่วนการสร้างเครือข่ายเป็นการปรับตัวทางยุทธวิธีเพื่อไปสู่เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ ที่สำคัญนวัตกรรมขยายตัวอย่างมากมายและมีมิติซ้อนทับกัน ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เวลาพูดเรื่องเศรษฐกิจฐานล่าง เรากำลังสร้างสังคมผู้ประกอบการในทุกระดับ ในหลายๆ ประเทศเรื่องนี้เป็นหัวใจหลักในการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่พวกเราทำเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เป็นผู้ประกอบการในทุกระดับ ทั้งผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรมและเชิงสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และสร้างจริยธรรมส่วนกลางและในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำงานกับ พอช. ที่ผ่านมา พบว่าทำให้เกิดศักยภาพหลายด้านหลายมิติ ทำให้มีการจัดสรรความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกลางกับรัฐท้องถิ่น ทำให้สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่างท้องถิ่น ซึ่งเป็นฐานที่สำคัญ ในอนาคตของสังคมไทยเราต้องมีความสัมพันธ์เชิงอิสระจาก พอช.&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องด้วยรัฐอาจจะกลืน พอช. ไปแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย ดังนั้น เราต้องสร้างความสมดุล ด้วยการสร้างสังคมผู้ประกอบการในชนบท&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักวิชาการจาก ม.เชียงใหม่เสนอความเห็น&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพลากร วงศ์กองแก้ว&amp;nbsp;คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp;เสนอความเห็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็น &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.ในสายตาของคนภายนอกมองว่า พอช. ควรปรับบทบาทการทำงาน&amp;nbsp;ไม่ใช่การทำโครงการต่างๆ เช่น บ้านมั่นคง สวัสดิการ สภาองค์กรชุมชน ฯลฯ&amp;nbsp;แต่เป็นบทใหม่ที่เป็นนวัตกรรม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เป็นพลเมืองที่ช่วยกันผลักดันประเทศหรือเป็นผู้ร่วมพัฒนาประเทศ ซึ่งต้องคิดว่านวัตกรรมใหม่ในอนาคตข้างหน้าคืออะไร&amp;nbsp;?&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในการทำเรื่องพื้นที่ พอช.ถูกสถาปนาให้เป็นหน่วยงานหลัก ทั้งในประเด็นที่อยู่อาศัย สวัสดิการชุมชน ฯลฯ ดังนั้น ระบบพื้นที่มีความสำคัญมาก&amp;nbsp;จึงต้องทำให้ชุมชน&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;มีความเข้มแข็ง และมีบทบาทที่สอดคล้อง&amp;nbsp;และทำงานร่วมกับ พอช.ได้ รวมถึงเกิดการกระจายอำนาจ สร้างสมดุลในการทำงาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.เรื่องปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ ต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตข้างหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.กอบศักดิ์ &amp;nbsp; ภูตระกูล&amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปาฐกถาพิเศษเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้วยนวัตกรรมชุมชนท้องถิ่น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีใจความสรุปว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรามักพูดว่าประเทศไทยพัฒนาแล้ว หากกลับไปดูจะเห็นว่าพัฒนาไปจริงหรือไม่ เศรษฐกิจดี&amp;nbsp;รายได้เพิ่ม&amp;nbsp;แต่หากไปดูในชนบทจะเห็นว่าหลายพื้นที่อ่อนแอลงการพัฒนาประเทศในช่วงที่ผ่านมา อาจจะหลงทางหรือไม่&amp;nbsp;?&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำไมคนจึงเป็นหนี้มากขึ้น &amp;nbsp;เหมือนคนที่หัวโตแต่แขนขาลีบ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาทบทวนว่าสิ่งที่ทำในอดีตนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนจริงหรือไม่&amp;nbsp;?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนาต้องพัฒนาทีละลำดับขั้นตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง&amp;nbsp;และจะนำไปสู่การพัฒนาที่แท้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มต้นจากการไปพบพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;สอบถามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่อยากได้&amp;nbsp;และมี &amp;nbsp;6 ด้านที่ประชาชนอยากได้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.แก้จน โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง&amp;nbsp;2.แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.แก้โกง&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.ปฏิรูประบบราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.สร้างการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;6.ต้องการให้ชุมชนกำหนดอนาคตของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การแก้จน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก (Strength from Bottom)&amp;nbsp;เมื่อข้างล่างเข้มแข็ง&amp;nbsp;ข้างบนก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย &amp;nbsp;ต้องให้พี่น้องประชาชนฐานรากความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ที่ต้องดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ &amp;nbsp;ลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพิ่มรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;และสร้างชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการเดินทางไปพื้นที่ต่าง ๆ&amp;nbsp;ได้เห็นการทำงานพัฒนาของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งธนาคารชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถาบันการเงินชุมชน&amp;nbsp;สามารถเป็นแหล่งทุนภายในของชุมชนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยภายในปีนี้จะมีกฎหมายสำหรับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พ.ร.บ.ธนาคารชุมชน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ร.บ. ป่าชุมชนอย่างน้อย 20,000 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนวิสาหกิจชุมชนอยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นนิติบุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp;การทำให้ชุมชนเข้มแข็ง โดยการแก้กฎหมายต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เป็นอุปสรรค&amp;nbsp;และการจัดตั้งกองทุนพัฒนาผู้นำชุมชน จะมีลักษณะกองทุนคล้ายๆ กับ&amp;nbsp;Sif&amp;nbsp;เมนู 5&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้นำชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.กอบศักดิ์ยกตัวอย่างการสนับสนุนให้ชุมชนเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้จะส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน &amp;nbsp;โดยการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ธนาคารต้นไม้&amp;nbsp;การปลูกต้นไม้เพื่อเป็นทรัพย์สินและเป็นหลักค้ำประกัน&amp;nbsp;ซึ่ง ครม.ได้เห็นชอบแล้ว &amp;nbsp;การส่งเสริมธนาคารปูม้า&amp;nbsp;การท่องเที่ยวชุมชน โซลาร์เซลล์ประชาชน&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำ สมาร์ทฟาร์มเมอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานวิจัยที่กินได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;ส่วนการลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;จะส่งเสริมเรื่องต่างๆ เพื่อแก้ทุกข์ให้ประชาชน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การดูแลผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp;บ้านพอเพียง/บ้านมั่นคง&amp;nbsp;ยาเพื่อประชาชน&amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;และรัฐบาลจะสนับสนุนนวัตกรรมชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยชาวบ้านคิด&amp;nbsp;รัฐบาลสนับสนุน&amp;nbsp;รวมทั้งแก้ไขกฎหมายต่างๆ&amp;nbsp;ที่ไม่เอื้อต่อประชาชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยต้องขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วงท้ายของการจัดเวทีวิชาการ &amp;ldquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองฯ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชนจาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ภาคได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp;&amp;lsquo;ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp;และยื่นหนังสือถึง ดร.กอบศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีสาระสำคัญส่วนหนึ่ง &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป้าหมายการพัฒนาสูงสุดของขบวนองค์กรชุมชนคือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง เต็มแผ่นดินในปี&amp;nbsp;2579&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยใช้ยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนคือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งหมายถึงว่า&amp;nbsp;ชุมชนท้องถิ่นจะดำเนินกิจกรรมพัฒนาทุกๆ&amp;nbsp;เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาของท้องถิ่น โดยมีองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนเป็นกลไกการขับเคลื่อนหลักร่วมกับเพื่อนภาคีพัฒนาทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นหลักการทำงานสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เครือข่ายองค์กรชุมชนทุกท้องถิ่นจะวางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นเพื่อเป็นการกำหนดทิศทางการพัฒนาโดยประชาชนในท้องถิ่นเอง &amp;nbsp; จะส่งเสริมให้ทุกท้องถิ่นมี&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธรรมนูญชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ทั้งในระดับจังหวัดและตำบลหรือเมือง &amp;nbsp;เป็นกติกาการอยู่ร่วมกันระหว่างประชาชนพลเมืองในท้องถิ่นนั้นๆ รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้ง&amp;nbsp;&amp;ldquo;สภาพลเมืองท้องถิ่น&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นเวทีกลางของทุกภาคส่วนในตำบลหรือจังหวัดเพื่อส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จะดำเนินการทุกวิถีทางให้ทุกครอบครัวทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp;มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและมีที่ดินทำกินเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ&amp;nbsp;ต่อเนื่องจากที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.จะเพิ่มจำนวนกองทุนสวัสดิการและสมาชิกกองทุนให้ได้ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคนในปี&amp;nbsp;2569เพื่อที่คนด้อยโอกาสทุกคนทั้งในเมืองและชนบท ได้รับการคุ้มครองทางสังคมและจะส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาสังคมระดับตำบล&amp;nbsp;ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันสมทบ&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จะมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนครบทุกท้องถิ่นกว่า&amp;nbsp;7,800&amp;nbsp;แห่งในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีสมาชิกองค์กรชุมชนทุกประเภทกิจกรรมกว่า&amp;nbsp;150,000องค์กร&amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคน&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพองค์กรชุมชนและเป็นกลไกสำคัญที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;จะสร้างความมั่นคงด้าน&amp;nbsp;เศรษฐกิจและสัมมาชีพชุมชน&amp;nbsp;โดยมาตรการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาสถาบันการเงิน&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.จะขยายผลการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ทางด้านต่างๆ เช่น การจัดการป่าชุมชน การปลูกต้นไม้ใช้หนี้ การจัดการขยะและมลพิษต่างๆ การอนุรักษ์และบริหารจัดการแม่น้ำลำคลอง&amp;nbsp;ทะเลสาบและทะเลชายฝั่ง ให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.จะส่งเสริมและขยายผลการทำเกษตรกรรมยั่งยืนหรือเกษตรอินทรีย์ให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ เพื่อที่ผู้บริโภคจะมีอาหารที่ปลอดภัยและเกษตรกรผู้ผลิตอาหารไม่ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีมีพิษทางการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่เครือข่ายองค์กรชุมชนจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองเต็มแผ่นดินได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลและเพื่อนภาคีการพัฒนา ร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านต่างๆ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.หน่วยงานของรัฐจัดสรรที่สาธารณะที่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเป็นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนในท้องถิ่น เพื่อบรรลุเป้าหมายให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในปี&amp;nbsp;2579&amp;nbsp;ตามแผนแม่บทที่อยู่อาศัยระยะ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นวางแผนการพัฒนาระยะยาว&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;ปีของตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานสนับสนุนงบประมาณและการดำเนินการตามแผนของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;มีการออกฎหมาย&amp;nbsp;นโยบายและมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;สนับสนุนให้ชุมชนสามารถจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;มีกฎหมาย นโยบายและมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตอาหารปลอดภัยด้วยเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ภายในปี&amp;nbsp;2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14735</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo, กระทรวง พม., ขบวนการองค์กรชุมชน, ขับเคลื่อนชุมชน, นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่น, ผอ.พอช., พอช, พัฒนาที่ยั่งยืน, รมต กอบศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b66b6520647e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน :  ประสบการณ์จากอาเซียน  “การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี/&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;3 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ณ ฮอลล์&amp;nbsp;5-8 &amp;nbsp;ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขบวนองค์กรชุมชนได้จัดเวทีวิชาการ &amp;ldquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีการเสวนาในประเด็นต่างๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;Inslusive&amp;nbsp;City Development&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยวิทยากรจากประเทศอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;Yap Kioe Sheng&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Urban Poverty and Housing Advisor) &amp;nbsp;จากประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ผู้คนอาศัยอยู่ในชนบท&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันคนย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตอนนี้เรามีเมืองที่ใหญ่มาก&amp;nbsp;ทั้งคนที่รวย &amp;nbsp;คนจนมาอาศัยอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;การพัฒนาเมืองก็มีข้อดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะทุกคนเข้าเมืองมาเพื่อทำงานหาเงิน&amp;nbsp;โอกาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความรู้ก็มีมาก&amp;nbsp;ในเมืองใหญ่สิ่งที่ยากคือ&amp;nbsp;การหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp;และต้องเรียนรู้การอยู่อาศัยร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากในชนบทที่ทุกคนเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมือง&amp;nbsp;ต่างก็เป็นพลเมืองของพื้นที่และได้ทำหน้าที่ที่สำคัญ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะขายอาหารริมถนน &amp;nbsp; ขับรถมอเตอร์ไซค์ &amp;nbsp;คนเก็บขยะ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง&amp;nbsp;ดังนั้นทุกคนในเมืองจึงควรได้รับการดูแลและได้รับการสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ควรเป็นพื้นที่ของทุกคน&amp;nbsp;เป็นเมืองของทุกคน &amp;nbsp;คนจน&amp;nbsp;คนแก่&amp;nbsp;เด็ก&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;แต่ในบางครั้งเมืองก็กลับกลายเป็นพื้นที่ของคนรวยเท่านั้น&amp;nbsp;กรุงเทพฯ เป็นเมืองของคนขับรถ&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่สำหรับเดิน&amp;nbsp;ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ถูก (มีรถไฟฟ้าที่ราคาแพง)&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับคนพิการที่ใช้รถเข็น&amp;rdquo;ศาสตราจารย์ &amp;nbsp;Yap&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และว่า &amp;nbsp;เราคงไม่ได้ร้องขอให้รัฐบาลมาทำอะไรให้เราเพียงฝ่ายเดียว&amp;nbsp;แต่ในฐานะประชาชนเราต้องลุกขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ของเราเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เวลาเราพูดถึงเรื่องการพัฒนา&amp;nbsp;มักพูดถึงแต่เรื่องเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เศรษฐกิจแต่เพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยังไม่พอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราควรมองถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;การมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกคนมีอยู่มีกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าถึงการรักษาสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีกระทรวง&amp;nbsp;พม. ซึ่งเป็นกระทรวงหลักในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Marco &amp;nbsp;Kusumawijaya&amp;nbsp;(Senior Advisor,&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;for Urban Studies Jakarta)&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมืองในยุค&amp;nbsp;1.0เป็นเมืองที่รัฐเป็นผู้จัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เมือง&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;คือชุมชนและรัฐร่วมกันจัดการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&amp;nbsp;เมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;(เมืองหลวงของประเทศ) เผชิญกับการไล่รื้อครั้งใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้ดำเนินการอย่างหนักในการต่อสู้เรื่องการไล่รื้อ&amp;nbsp;เรานำเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม&amp;nbsp;โดยได้รับความรู้และประสบการณ์จาก พอช. และกรณีตัวอย่างจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเริ่มงานในจาการ์ตา&amp;nbsp;เริ่มต้นเหมือนที่ดำเนินการในโครงการบ้านมั่นคงในประเทศไทย&amp;nbsp;มีการดำเนินงานสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนในเมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการดำเนินงานเมืองเทียบกับประชากรทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคนในประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้สร้างกลยุทธ์ในการออกแบบชุดให้กับคนหาบเร่แผงลอย &amp;nbsp;เพื่อใช้ในการพูดคุยชักชวนเจ้าหน้าที่รัฐให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีปัญหา &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;ที่ไม่เชื่อมั่นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้การสร้างที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนจากเดิมที่รัฐเป็นหน่วยงานที่ไล่รื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องเปลี่ยนมาเป็นสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Marco&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;และบอกว่า ระบบการบริหารของรัฐต้องเปลี่ยนมาสนับสนุนชุมชน &amp;nbsp;แต่หน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินงานของชุมชนก็ไม่มีอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งคนทำงานในพื้นที่ก็ยังไม่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ตอนนี้เรามีหน่วยงานใหม่ในการสนับสนุนทุนเพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยในหน่วยงานที่มีอยู่เดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการจัดสรรที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และขณะนี้เราพยายามตั้งองค์กรที่คล้ายๆ พอช.ในระดับจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งมีความพยายามในการร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;จากโครงการ&amp;nbsp;Think city&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสังคมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล &amp;nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณลงไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ปีนัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการอนุรักษ์บ้านเก่า&amp;nbsp;ตึกเก่า &amp;nbsp;อนุรักษ์วัฒนธรรมและพื้นที่ทางวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;200&amp;nbsp;ปีที่แล้ว&amp;nbsp;ปีนังเป็นเมืองท่าที่คึกคัก&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเมืองได้เปลี่ยนไป&amp;nbsp;กลายเป็นอาคารบ้านช่องที่ทรุดโทรม&amp;nbsp;ผู้คน จึงอพยพย้ายออกจากเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;จึงมาหาจุดแข็งของเมืองว่าเรื่องใดที่เราจะฟื้นฟูเมืองได้&amp;nbsp;ซึ่งก็คือเรื่องวัฒนธรรม อาคารบ้านเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเรื่องอาหาร&amp;nbsp;เราจึงเริ่มฟื้นฟูโดยทำงานร่วมกับชุมชนมัสยิดในการอนุรักษ์มัสยิด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความเชื่อใจของคนในพื้นที่ &amp;nbsp; โดยทำการอนุรักษ์อาคารเก่าในพื้นที่&amp;nbsp;และพัฒนาปรับปรุงจนกลายมาเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจของเมือง&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;มีการจัดงาน&amp;nbsp;Grorge Town Festival&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงานที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;มีการบันทึกเรื่องราว&amp;nbsp;ดนตรี จนสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;Grorge Town&amp;nbsp;เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็สามารถพัฒนาให้เป็นเมืองที่มีชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้คนเข้ามาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจในเมืองได้&amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่อาศัยในเมืองใหญ่&amp;nbsp;มีการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะในเมืองด้วยการทำงานร่วมกับคนในเมือง&amp;nbsp;ทำให้คนรู้สึกอยากกลับเข้ามาอยู่ในเมืองเพราะมีพื้นที่ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับปรุงกลุ่มบ้านแถว&amp;nbsp;จากเดิมที่มีแผนในการไล่รื้อคนที่อยู่อาศัยออก&amp;nbsp;จึงลงพื้นที่เข้าไปดำเนินการกับกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าและผู้เช่าในการปรับปรุงอาคาร&amp;nbsp;ทำงานร่วมกับ&amp;nbsp;ACHR(มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย) &amp;nbsp;มีการจัดกระบวนการการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เพื่อให้คนที่อาศัยอยู่เดิมได้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ซึ่งคนเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่นั้นๆ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบัตเตอร์เวิร์ธ&amp;nbsp;การฟื้นฟูพัฒนาย่าน&amp;nbsp;เริ่มต้นด้วยการค้นหาจุดเด่นของพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการเริ่มต้นการสำรวจและการพูดคุยกับคนในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อค้นหาอัตลักษณ์และศักยภาพของพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp;ด้วยกระบวนการเดินสำรวจเมือง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้คนเข้าใจเมืองตนเองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Parked&amp;nbsp;Angkera&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Deputy Director General of the Housing)จากประเทศกัมพูชา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การเจริญเติบโตของเมืองพนมเปญดึงดูดให้คนเข้ามาในเมืองมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับปัญหาของภาคชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรรมไม่สร้างรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงผลักดันประชากรให้เข้ามาในเมือง&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้คนในพนมเปญ&amp;nbsp;55%&amp;nbsp;ต้องเผชิญกับปัญหาความยากจน&amp;nbsp;การไม่มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชากรต้องอยู่ในสลัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับทางการไม่ยอมรับว่าในเมืองมีปัญหาคนจนที่อาศัยในสลัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับประเทศ&amp;nbsp;รัฐบาลมีแผนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ยูนิตต่อปี &amp;nbsp;แผนการพัฒนานี้มีเป้าหมายเข้าถึงกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลได้ทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐ (ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท) &amp;nbsp;เพื่อให้คนมีรายได้น้อยเข้าถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้หากเอกชนทำโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;รัฐบาลจะทำการสนับสนุนงบประมาณให้กับเอกชนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Parked &amp;nbsp;กล่าวและบอกว่า &amp;nbsp;การจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;รัฐบาลจะมีแผนการพัฒนาแบบองค์รวม&amp;nbsp;เพื่อให้คนรายได้น้อย &amp;nbsp;ปานกลาง&amp;nbsp;รายได้สูง &amp;nbsp;สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของชุมชน&amp;nbsp;ขณะนี้ได้มีการร่างแผนการพัฒนาชุมชนและจะเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการประสานความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งเอกชน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และภาคีความร่วมมืออื่นๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Natalja&amp;nbsp;Wehmer&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากโครงการที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UN-Habitat)&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อไหร่ก็ตามที่คนพัฒนา&amp;nbsp;ประเทศนั้นก็จะพัฒนาไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันประชากร&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในประเทศต้องอาศัยอยู่ในสลัม&amp;nbsp;อยู่ในที่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี&amp;nbsp;เราจะทำอะไรกับปัญหานี้ได้หรือไม่&amp;nbsp;? &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;และปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตัดสินใจร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในการเข้าถึงที่ดิน&amp;nbsp;การเข้าถึงทรัพยากรจากภาครัฐ&amp;nbsp;เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;มีแผนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;มีเป้าหมายบรรลุภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;(SDGs&amp;nbsp;2030 Agenda)&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เป็นสมาชิก&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้การเห็นชอบในการดำเนินงานตามแนวทางนี้&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงของรัฐบาลในการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้&amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;ผู้มีรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง และตัวเองต้องลุกขึ้นมาพัฒนาตนเองด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผู้แทนสหประชาชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่เพียงแต่มีเป้าหมายเพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ยังมีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งทุกคนสามารถใช้เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานรัฐได้&amp;nbsp;ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งสิ้น&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว&amp;nbsp;จึงอยากให้แต่ละเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละพื้นที่ได้วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของตนเอง&amp;nbsp;และพัฒนาต่อยอดเรื่องเหล่านี้ให้ไปสู่ระดับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่าเมืองต่างๆ ในประเทศไทยและในเอเซียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่จะเกิดขึ้นได้ก็จะเกิดการไล่รื้อ&amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้คน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ระบบโครงสร้างความสัมพันธ์ผู้คนในเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประชากรในโลกยังต้องอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง&amp;nbsp;บางเมืองคนมากกว่าครึ่งต้องอาศัยอยู่ในสลัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มความท้าทายของการพัฒนาในประเทศเอเชีย&amp;nbsp;จะเกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนจากชนบทเข้าเมือง&amp;nbsp;รัฐบาลแต่ละประเทศมีแนวโน้มในการรวมศูนย์มากขึ้น&amp;nbsp;เกิดการไล่ที่&amp;nbsp;เกิดการอพยพย้ายถิ่นเพื่อทำมาหากิน&amp;nbsp;การอยู่อาศัยแบบปัจเจกมากขึ้น&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยอยู่ไกล&amp;nbsp;ต่างคนต่างอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่มีงบประมาณในการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;ใช้เรื่องที่อยู่อาศัยในการสร้างสถานภาพ&amp;nbsp;สร้างความเป็นพลเมืองให้กับผู้คนในเมือง คนสิงคโปร์มากกว่า&amp;nbsp;90 %&amp;nbsp;อาศัยอยู่ในแฟลต&amp;nbsp;หลายประเทศทั่วโลกอยากนำแนวทางนี้มาพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นต้นแบบ แต่โมเดลนี้ไม่ได้เหมาะสมกับทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเมืองไทย ได้มีกระบวนการคิดค้นเรื่องการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างก้าวหน้าและรวดเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือการแก้ไขปัญหาโดยประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องของที่อยู่อาศัยไม่ใช่สินค้า&amp;nbsp;ไม่ใช่ให้ใครมาสร้าง&amp;nbsp;แต่ที่อยู่อาศัยคือการสร้างชุมชน&amp;nbsp;ต้องให้คนในชุมชนเป็นหลักในการพัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุขกล่าวถึงเรื่องการพัฒนาเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทิศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.เศรษฐกิจนำ&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กายภาพเป็นหลัก (ต้องมีชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเมืองที่ดี&amp;nbsp;สวยงาม )&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;คนและสังคมเป็นหลัก&amp;nbsp;ดังนั้นเมืองจะพัฒนาไปทำไมถ้าไม่พัฒนาเพื่อคนในเมือง&amp;nbsp;?&amp;nbsp;และให้ประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เชื่อมโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;วางแผน&amp;nbsp;และมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งการทำเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;คือระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องที่อยู่ที่นอน&amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างสิทธิขั้นพื้นฐานร่วมกัน&amp;nbsp;มีสวัสดิการ&amp;nbsp;มีสังคมร่วมกัน&amp;nbsp;ช่วยเหลือกัน&amp;nbsp;ชุมชนเป็นรากฐานของการสร้างเมือง&amp;nbsp;เป็นประชาชนที่ตื่นรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป&amp;nbsp;แต่เป็นการเปลี่ยนการพัฒนาใหม่&amp;nbsp;คนเดิม &amp;nbsp;ชุมชนเดิม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรับปรุงที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp;จัดพื้นที่ใหม่&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;inclusive&amp;nbsp;city&amp;nbsp;หมายถึงการที่คนทุกคนในเมืองได้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีที่อยู่อาศัยที่ดี &amp;nbsp;สวยงาม &amp;nbsp;ปลอดภัยในที่ดินเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;จึงเป็นจุดเริ่มต้น &amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp;อย่างรอบด้าน&amp;nbsp;เป็นการสร้างระบบใหม่ของเมืองที่มีองค์ประกอบจากท้องถิ่น &amp;nbsp; ชุมชน &amp;nbsp;สถาบันการศึกษา &amp;nbsp;และภาคีอื่นๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในงานเสวนาครั้งนี้ &amp;nbsp;ในช่วงท้ายตัวแทนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนได้ร่วมกันมอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือ &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้แก่ผู้แทนจากลาวที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ &amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;31,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14687</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, Thailand Social Expo 2018, ขบวนการองค์กรชุมชน, คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ, ชุมชน, นวัตกรรมชุมชน, บ้านประชารัฐ, พอช, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b6571b383c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
