<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงพระเจริญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;quot; พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย พุทธศักราช 2562 ก่อนเสด็จฯ ยาตราโดยริ้วขบวนราบ พสกนิกรปลื้มปีติเฝ้าชื่นชมพระบารมี เปล่งเสียง &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; กึกก้องตลอดพระราชพิธี
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2562 เวลา 16.02 &amp;nbsp;นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ สวมสายสร้อยจุลจอมเกล้า และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ &amp;nbsp; เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร &amp;nbsp; มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังเรือนแพที่ประทับรับรองบริเวณท่าวาสุกรี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย พุทธศักราช 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน เฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งสันติชัยปราการ บริเวณสวนสันติชัยปราการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นาวาเอกธรรมรงค์ สุวรรณกูฏ อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ขึ้นรถยนต์พระประเทียบนำรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าวาสุกรี ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานราชูปโภคอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ &amp;nbsp;รัชกาลที่ 9 ไปประดิษฐานในบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ที่สะพานฉนวนประจำท่าวาสุกรี&amp;nbsp;
เมื่อเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเคลื่อนออกไป เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าวาสุกรี เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เข้าเทียบเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ไว้พร้อมแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ครุย ทรงพระมาลาเส้าสูง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินไปยังท่าวาสุกรี ณ ที่นั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา, นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าฯ รับเสด็จ &amp;nbsp;พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย พุทธศักราช 2562 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือและกำลังพล&amp;nbsp;
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ &amp;nbsp;เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์แล้ว พันโทสมชาย กาญจนมณี ถวายพระแสงขรรค์ชัยศรี ทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี ขณะนั้นทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ตามเสด็จในขบวนพยุหยาตรา พลเรือเอกสมชาย ณ บางช้าง ผู้ควบคุมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานบัญชีกำลังพลประจำเรือ นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.25 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารคออกจากท่าวาสุกรีไปตามชลวิถีท้องน้ำเจ้าพระยา ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง มโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่และกลองชนะประจำเรือพระราชพิธีประโคมขึ้นพร้อมกัน ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนไปตามลำดับ โดยจัดรูปขบวนเรือตามโบราณราชประเพณี ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจากท่าวาสุกรี-ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 4 &amp;nbsp;กิโลเมตร จัดรูปขบวนเรือแบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ดังนี้ ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นอกจากนี้ มีเรืออีเหลือง, เรือกลองนอก, เรือแตงโม ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ, เรือกลองใน พร้อมด้วยเรือตำรวจนอกและเรือตำรวจใน
ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ และปิดท้ายสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นเรือคู่ชัก และริ้วสายนอก ประกอบด้วยเรือดั้งและเรือแซงสายละ 14 ลำ รวมทั้งสิ้น 52 ลำ ตลอดระยะทางยาตรา นาวาเอกณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ พนักงานเห่เรือขับขานบทเห่เรือทั้งหมด 3 องก์ กึกก้องไปทั่วท้องน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยบทสรรเสริญพระบารมี (บทใหม่) บทชมเรือขบวนและบทชมวัง ประพันธ์โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย &amp;nbsp;
จากนั้น เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ เจ้าพนักงานราชูปโภคอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 จากบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ไปประดิษฐานบนพระราชยานถม เตรียมเข้าริ้วขบวนราบยาตราไปยังพระบรมมหาราชวัง จากนั้นเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเคลื่อนออกไป ขณะเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จะเข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ &amp;nbsp;เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ขึ้นสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พลเรือเอกลือชัยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลพระกรุณารายงาน &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปยังพลับพลาที่ประทับรับรอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เข้าเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ที่สะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จขึ้นสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ แล้วตามเสด็จไปเฝ้าฯ ณ พลับพลาที่ประทับรับรอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะ 5 จุดหลัก ซึ่งจัดอัฒจันทร์ให้ประชาชนเฝ้าชื่นชมพระบารมี พื้นที่เต็มแน่น อาทิ เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี ซึ่งมีภูมิทัศน์สวยงามในการชมยาตราขบวน, สวนสันติชัยปราการ จุดชมขบวนเรือพระราชพิธีที่ชัดเจน, สะพานพระปิ่นเกล้า, สวนนคราภิรมย์ โดยประชาชนต่างพร้อมใจสวมเสื้อเหลือง โบกธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ธงพระปรมาภิไธยย่อ วปร. และธงชาติ โดยมีจิตอาสากระจายดูแลและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างทั่วถึง เมื่อขบวนเรือยาตราผ่าน พสกนิกรต่างพร้อมใจเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง และปลื้มปีติที่ได้ชื่นชมพระบารมี และประทับใจกับความงดงามตระการของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 10&amp;nbsp;
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ &amp;nbsp;พระบรมราชินี เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ออกจากพลับพลาที่ประทับรับรอง เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ณ ที่นั้น นายกรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เฝ้าฯ รับเสด็จ แล้วเสด็จฯ ไปประทับพระราชยานพุดตานทอง ทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.51 นาฬิกา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราโดยริ้วขบวนราบไปยังพระบรมมหาราชวัง มีพระราชยานถมอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำริ้วขบวน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระดำเนินเข้าริ้วขบวนราบในฐานะราชองครักษ์ประจำพระองค์คู่เคียงพระราชยาน ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ริ้วขบวนราบยาตราออกจากเกยพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยท่าราชวรดิฐ จากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา &amp;nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงรอรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางยาตราริ้วขบวนราบออกจากท่าราชวรดิฐมาตามถนนมหาราช จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรีเพื่อไปเทียบยังเกยหน้าพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้เวลาในการยาตราขบวนประมาณ 30 นาที รวมระยะทางประมาณ 800 เมตร ความยาวริ้วขบวนประมาณ 400 เมตร จัดกำลังพลประมาณ 800 นาย ประกอบด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ จากหน่วยราชการในพระองค์ ได้แก่ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักพระราชวัง และกำลังพลจากกองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงเรียนเตรียมทหาร เดินในท่าเดินกึ่งสวนสนาม ประกอบจังหวะเพลงมาร์ชในเพลงพระราชนิพนธ์ 6 เพลง ประกอบด้วย เพลงมาร์ชราชวัลลภ, มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, ยามเย็น, ใกล้รุ่ง, สรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริ้วขบวนราบมีพลอากาศเอกสถิตย์ พงษ์สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้อำนวยการริ้วขบวน ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ขบวนหน้าเป็นขบวนนำ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศหรือขบวนเสด็จเป็นขบวนกลาง และขบวนหลังเป็นขบวนตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขบวนหน้าประกอบด้วยตำรวจม้านำ วงดุริยางค์วงนำ กองบังคับการกองผสม และกองพันทหารเกียรติยศ นำโดยมีพลตรีพงษ์ศักดิ์ เปรมทองสุข ผู้อำนวยการกองกำลังพลปฏิบัติการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับกองผสม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือขบวนเสด็จ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนนำริ้วกับส่วนพระราชยาน ดังนี้ ส่วนนำริ้ว แบ่งเป็น 3 ตอนการเดิน ประกอบด้วย ตอนนำริ้ว ได้แก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้วเจ้าพนักงานพระราชพิธีประตูหน้าและธงสามชายนำริ้วขบวน ต่อด้วยตอนเครื่องประโคม ประกอบด้วยหมู่กลองมโหระทึก ริ้วกองชนะ ริ้วแตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์ โดยมีจ่าปี่ จ่ากลองบรรเลงให้จังหวะและสัญญาณ จากนั้นเป็นตอนพระนำ ซึ่งเป็นริ้วพระราชอิสริยยศเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ที่เชิญมาในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคมาประดิษฐานบนพระราชยานถมประกอบเข้าในริ้วขบวน โดยมีนายทหารราชองครักษ์เชิญธงมหาราชเดินนำหมู่พระราชยานพระนำนี้ จากนั้นเป็นส่วนพระราชยาน และขบวนหลังเป็นขบวนตาม ประกอบด้วยวงดุริยางค์วงตาม และกองพันทหารเกียรติยศตามปิดท้ายขบวน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริ้วขบวนราบยาตราออกจากท่าราชวรดิฐ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ประทับพระราชอิริยาบถที่พระที่นั่งราชกรัณยสภา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ออกจากพระที่นั่งราชกรัณยสภา เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งข้างประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พร้อมด้วยรถยนต์พระประเทียบอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำรถยนต์พระที่นั่งจากพระบรมมหาราชวัง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บรรยากาศบนทางเท้าสองฝั่งบริเวณถนนมหาราช ถนนหน้าพระลาน และบริเวณท่าช้าง มีประชาชนสวมเสื้อเหลืองถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชินี ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด มาปักหลักจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จและชื่นชมพระบารมีในหลวงและพระราชินีตลอดเส้นทางจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อขบวนราบผ่าน พสกนิกรพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง โบกธงสีเหลืองพลิ้วไสว รวมถึงเก็บภาพริ้วขบวนอันยิ่งใหญ่งดงามด้วยโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายภาพ ด้วยเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฐยา ชูสอน ชาวอำเภอโคกโพธิ์ชัย จ.ขอนแก่น อายุ 33 ปี กล่าวว่า เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. จากนั้นวันที่ 12 ธ.ค. มาจับจองพื้นที่บนทางเท้าถนนหน้าพระลานแต่เช้า เพื่อเฝ้าชมพระบารมี รู้สึกตื้นตันและตื่นเต้นที่ได้ชมขบวนราบในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ยิ่งใหญ่มาก พระราชินีทรงร่วมริ้วขบวนอย่างเข้มแข็ง วันนี้พสกนิกรมากันเนืองแน่น แสดงถึงความจงรักภักดี และสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมใจของชาวไทย ตนเองเคยได้รับพระราชทานปริญญาจากพระหัตถ์ที่ มรฏ.อุบลราชธานี พ.ศ.2548 รู้สึกผูกพันกับพระองค์ท่านอย่างมาก ตั้งใจบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม เคยเป็นจิตอาสางานพระราชพิธีพระบรมศพในหลวง ร.9 และทำหน้าที่จิตอาสาในโอกาสสำคัญที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อสานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านการช่วยเหลือสังคม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปฏิญา เหล่าเพชร นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนนาหลวง เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ กล่าวว่า มากับเพื่อนๆ ในโรงเรียน ทำหน้าที่เป็นจิตอาสาผู้ให้คำแนะนำในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเข้าพื้นที่พระราชพิธีแต่เช้า ช่วยบริการน้ำให้ประชาชน และเป็นล่ามแปลภาษาต่างประเทศให้นักท่องเที่ยวทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน เมื่อทำหน้าที่เสร็จจึงชวนกันมาเฝ้าฯ รับเสด็จที่บริเวณท่าช้าง เมื่อขบวนราบผ่าน รู้สึกปลื้มปริ่มที่ได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงและพระราชินี ซึ่งเป็นครั้งแรก ริ้วขบวนมีความอลังการ เดินอย่างพร้อมเพรียงประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ไพเราะ งานครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้พัฒนาทักษะภาษามากขึ้น และอยากเป็นจิตอาสาทำประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย พุทธศักราช 2562, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df249ea30659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12&amp;nbsp;ธ.ค.2562 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.02&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์&amp;nbsp;สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์&amp;nbsp;สวมสายสร้อยจุลจอมเกล้า&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา,&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญาและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ&amp;nbsp;มหาวชิโรตตมางกูร&amp;nbsp;สิริวิบูลยราชกุมาร&amp;nbsp;โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;nbsp;พระราชวังดุสิตไปยังเรือนแพที่ประทับรับรองบริเวณท่าวาสุกรี&amp;nbsp;ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;พุทธศักราช&amp;nbsp;2562 ซึ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องปลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน และท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน &amp;nbsp;เฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พระที่นั่งสันติชัยปราการ &amp;nbsp;บริเวณสวนสันติชัยปราการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนาวาเอกธรรมรงค์&amp;nbsp;สุวรรณกูฏเป็นผู้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ขึ้นรถยนต์พระประเทียบนำรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;nbsp;พระราชวังดุสิตไปยังท่าวาสุกรี&amp;nbsp;ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ&amp;nbsp;วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพนักงานราชูปโภคอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ไปประดิษฐานในบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช&amp;nbsp;ที่สะพานฉนวนประจำท่าวาสุกรีเมื่อเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเคลื่อนออกไป&amp;nbsp;เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าวาสุกรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เข้าเทียบเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ไว้พร้อมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงฉลองพระองค์ครุย&amp;nbsp;ทรงพระมาลาเส้าสูงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินีทรงพระดำเนินไปยังท่าวาสุกรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่นั้น&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายชวน&amp;nbsp;หลีกภัย&amp;nbsp;ประธานรัฐสภา&amp;nbsp;นายไสลเกษ&amp;nbsp;วัฒนพันธุ์&amp;nbsp;ประธานศาลฎีกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เฝ้าฯ&amp;nbsp;รับเสด็จ&amp;nbsp;พลเรือเอกลือชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รุดดิษฐ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;พุทธศักราช&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือและกำลังพล&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตตมางกูร&amp;nbsp;สิริวิบูลยราชกุมาร&amp;nbsp;ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์แล้ว&amp;nbsp;พันโทสมชาย&amp;nbsp;กาญจนมณี&amp;nbsp;ถวายพระแสงขรรค์ชัยศรี&amp;nbsp;ทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี&amp;nbsp;ขณะนั้นทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพวงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี&amp;nbsp;ทหารบก&amp;nbsp;ทหารเรือ&amp;nbsp;ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;นัดทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;เสด็จไปประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ตามเสด็จในขบวนพยุหยาตรา&amp;nbsp;พลเรือเอกสมชาย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บางช้าง&amp;nbsp;ผู้ควบคุมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานบัญชีกำลังพลประจำเรือ&amp;nbsp;นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 16.25 &amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ให้เคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารคออกจากท่าวาสุกรีไปตามชลวิถีท้องน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึกสังข์&amp;nbsp;แตรงอน&amp;nbsp;แตรฝรั่ง&amp;nbsp;ปี่และกลองชนะประจำเรือพระราชพิธีประโคมขึ้นพร้อมกันขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนไปตามลำดับ&amp;nbsp;โดยจัดรูปขบวนเรือตามโบราณราชประเพณี&amp;nbsp;ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ&amp;nbsp;วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจากท่าวาสุกรี-ท่าราชวรดิฐ&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลเมตรจัดรูปขบวนเรือแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ริ้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญ&amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือพระที่นั่ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;มีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์&amp;nbsp;เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช&amp;nbsp;เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์&amp;nbsp;นอกจากนี้ มีเรืออีเหลือง&amp;nbsp;เรือกลองนอก&amp;nbsp;เรือแตงโม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ&amp;nbsp;เรือกลองใน&amp;nbsp;พร้อมด้วยเรือตำรวจนอกและเรือตำรวจใน,ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่งมีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต&amp;nbsp;เรือรูปสัตว์&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ลำและปิดท้ายสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทอง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรือคู่ชัก&amp;nbsp;และริ้วสายนอก&amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือดั้งและเรือแซงสายละ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ตลอดระยะทางยาตรา&amp;nbsp;นาวาเอกณัฐวัฎ&amp;nbsp;อร่ามเกลื้อ&amp;nbsp;พนักงานเห่เรือขับขานบทเห่เรือทั้งหมด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;องก์&amp;nbsp;กึกก้องไปทั่วท้องน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยบทสรรเสริญพระบารมี(บทใหม่)&amp;nbsp;บทชมเรือขบวนและบทชมวัง&amp;nbsp;ประพันธ์โดยนาวาเอกทองย้อย&amp;nbsp;แสงสินชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ&amp;nbsp;เจ้าพนักงานราชูปโภคอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จากบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช&amp;nbsp;ไปประดิษฐานบนพระราชยานถม&amp;nbsp;เตรียมเข้าริ้วขบวนราบยาตราไปยังพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;จากนั้นเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเคลื่อนออกไป&amp;nbsp;ขณะเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จะเข้าเทียบสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ&amp;nbsp;ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ&amp;nbsp;วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติมหาวชิโรตตมางกูร&amp;nbsp;สิริวิบูลยราชกุมาร&amp;nbsp;ขึ้นสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ&amp;nbsp;ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ&amp;nbsp;วงดุริยางค์บบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้บัญชาการขบวนเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;พุทธศักราช&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลพระกรุณารายงาน&amp;nbsp;เสด็จฯ&amp;nbsp;ไปยังพลับพลาที่ประทับรับรอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เข้าเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ที่สะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;เสด็จขึ้นสะพานฉนวนประจำท่าราชวรดิฐ&amp;nbsp;แล้วตามเสด็จไปเฝ้าฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พลับพลาที่ประทับรับรอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะ &amp;nbsp;5 จุดหลัก ซึ่งจัดอัฒจันทร์ให้ประชาชนเฝ้าชื่นชมพระบารมี พื้นที่เต็มแน่น อาทิ เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี ซึ่งมีภูมิทัศน์สวยงามในการชมยาตราขบวน ,สวนสันติชัยปราการ จุดชมขบวนเรือพระราชพิธีที่ชัดเจน &amp;nbsp;, สะพานพระปิ่นเกล้า &amp;nbsp;,สวนนคราภิรมย์ โดยประชาชนสวมเสื้อเหลืองโบกธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช &amp;nbsp;2562 ธงพระปรมาภิไธยย่อ วปร. และธงชาติ&amp;nbsp;และมีเหล่าจิตอาสากระจายดูแลและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างทั่วถึง เมื่อขบวนเรือยาตราผ่าน พสกนิกรเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ต่างปลื้มปีติที่ได้ชื่นชมพระบารมี และประทับใจกับความงดงามตระการของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 10&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df21632be1ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขบวนพยุหยาตราฯงดงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รวมกำลังพลซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเสมือนจริงครั้งแรก งดงามสมพระเกียรติ ปชช.ร่วมชมคึกคัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 พ.ย. เวลา 09.00 น. ที่อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ และสำนักพระราชวัง ได้มีการประดับตกแต่งเรือพระราชพิธีเหมือนวันพระราชพิธีจริง โดยนาวาเอกณัฏวัฐ อร่ามเกลื้อ รองผู้อำนวยการกองเรือเล็ก ในฐานะครูฝึกขบวนพยุหยาตราชลมารค ทำหน้าที่เชิญพู่ห้อยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ประดับที่หัวเรือ เพื่อเตรียมความพร้อมในการซ้อมใหญ่ขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 วันที่ 12 ธ.ค. สำหรับพู่ห้อยทำด้วยขนจามรีจากประเทศเนปาล ถือเป็นเครื่องประกอบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ให้มีความสง่างาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อเวลา 15.00 น. กองทัพเรือโดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีได้จัดเตรียมการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร การซ้อมวันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ในรูปแบบเสมือนจริงครั้งแรก เส้นทางท่าวาสุกรี-ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร กำลังพลประจำเรือและเจ้าหน้าที่ประจำเรือแต่งกายเหมือนวันจริงเข้าร่วมฝึกซ้อมในทุกริ้วขบวน จำนวน 2,399 นาย ใช้เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำ รวมถึงเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ประดับตกแต่งเหมือนวันจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.52 น. การฝึกซ้อมเสมือนจริงเริ่มที่ท่าวาสุกรี เรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำได้เริ่มตั้งขบวนเรือโดยหัวขบวนของเรือพระราชพิธีอยู่บริเวณธนาคารแห่งประเทศไทย และท้ายขบวนอยู่บริเวณโรงแรมริเวอร์ไซด์ ก่อนถึงสะพานกรุงธน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ได้เคลื่อนออกจากฉนวนน้ำท่าวาสุกรี มุ่งหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง ตลอดระยะทางประมาณ 3.4 กม. ในการซ้อมใหญ่ใช้บทเห่เรือทั้งหมด 3 องก์ด้วยกัน กึกก้องไปทั่วลำน้ำ ประกอบด้วย บทสรรเสริญพระบารมี (บทใหม่) บทชมเมือง และบทชมวัง ซึ่งประพันธ์ขึ้นใหม่โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ต่อมาในเวลา 16.59 น. ขบวนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ได้ยาตรามาถึงยังฉนวนน้ำท่าราชวรดิฐ รวมใช้เวลาในการเคลื่อนขบวนจากจุดเริ่มต้นจนถึงที่หมายประมาณ &amp;nbsp;1 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.27 น. กองทัพภาคที่ 1 ได้ทำการฝึกซ้อมริ้วขบวนราบ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะประทับพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ท่าราชวรดิฐยาตราโดยริ้วขบวนราบมายังพระบรมมหาราชวัง ผ่านเส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวขวาแยกมหาราช มุ่งหน้าสู่ถนนหน้าพระลานเลี้ยวขวาเข้าประตูวิเศษไชยศรี และเลี้ยวขวาประตูพิมานไชยศรีมุ่งหน้าสู่พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทาง 850 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ความยาวริ้วขบวน 380 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในวันนี้ กำลังพลแต่งกายเหมือนวันจริง และเป็นการเดินตามจังหวะบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกอบด้วยเพลงมาร์ชราชวัลลภยามเย็น ใกล้รุ่ง มาร์ชธงชัยเฉลิมพล สรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ บรรเลงโดยวงดุริยางค์กองทัพบก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแบบริ้วขบวนประกอบด้วย 3 ขบวนหลัก คือ 1.ขบวนทหารเกียรติยศนำ ซึ่งมีตำรวจม้านำวงดุริยางค์ กองบังคับการกองผสม กองพันทหารเกียรติยศนำ 2.ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ประกอบด้วย เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว ประตูหน้าธง 3 ชายหักทองขวาง สารวัตรกลองมโหระทึก มโหระทึก สารวัตรกลอง กลองชนะทอง-กลองชนะเงิน ขนาบซ้ายขวา จ่าปี่ จ่ากลอง สารวัตรแตร แตรฝรั่ง แตรงอน สังข์ &amp;nbsp;เครื่องสูงหน้า บังแทรกนายทหารราชองครักษ์เชิญธงมหาราช พระราชยานถมอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำริ้วขบวนพระราชยานพุดตานทอง บังพระสูรย์ พระกลด พัดโบก คู่เคียงพระราชยานถมเครื่องสูงหักทองขวางหน้า กรับสัญญาณพราหมณ์พิธีเป่าสังข์ 1 คู่ ตำรวจหลวงรักษาพระองค์นำเสด็จนายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ พระราชยานพุดตานทอง พระแสงรายตีนตอง บังพระสูรย์ บังพระกลด พัดโบก อินทร์เชิญทวน เงินพรหมเชิญทวนทอง แถวแซงเสด็จขนาบซ้ายขวา ตามหลังขบวนด้วยฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง มหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหลัง มหาดเล็กเชิญพระแสงสำคัญ มหาดเล็กเชิญเครื่องบรมราชอิสริยราชูปโภค ประตูหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขบวนทหารเกียรติยศตามอันเป็นขบวนหลัง ประกอบด้วยวงดุริยางค์วงตามและกองพันทหารเกียรติยศตาม โดยริ้วขบวนราบเป็นรูปขบวนที่ย่อมาจากขบวนพยุหยาตราสถลมารค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในวันนี้ เป็นการจัดรูปขบวนตามรูปแบบโบราณราชประเพณีทุกประการ โดยจัดรูปขบวนเรือแบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ดังนี้ ริ้วสายกลาง ซึ่งเป็นเรือสายสำคัญประกอบด้วยเรือพระที่นั่ง 4 ลำ มีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นอกจากนี้ มีเรืออีเหลือง เรือกลองนอก เรือแตงโม ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือกลองใน พร้อมด้วยเรือตำรวจนอกและเรือตำรวจใน, ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ และปิดท้ายสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นเรือคู่ชักและริ้วสายนอกประกอบด้วยเรือดั้งและเรือแซงสายละ 14 ลำ รวมทั้งสิ้น 52 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการซ้อมครั้งต่อไปนั้น ได้กำหนดแผนการซ้อมในวันที่ 9 ธันวาคม เวลา 13.30 น. อันเป็นเวลาที่กระแสน้ำใกล้เคียงกับวันที่ 12 &amp;nbsp;ธ.ค.มากที่สุด จะเป็นการฝึกซ้อมตกแต่งเรือพระราชพิธีเสมือนจริงและฝีพายแต่งกายเสมือนจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขบวนเรือพระราชพิธีผ่าน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวรอชมความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ ขณะที่พื้นที่ราชนาวีสโมสรใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าชมขบวนเรือพระราชพิธี โดยประชาชนต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อเข้าพื้นที่ เช่นเดียวกับที่ลานปรีดี มีการจัดเตรียมอัฒจันทร์รองรับคนเข้าชมขบวนเรือ ขณะที่บนทางเท้าบริเวณถนนมหาราช ถนนหน้าพระลาน และบริเวณท่าช้าง มีประชาชนรอชื่นชมการซ้อมใหญ่ขบวนราบตลอดเส้นทางจำนวนมาก และเก็บภาพความประทับใจด้วยโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายภาพริ้วขบวนอันงดงามตระการตา โดยส่วนใหญ่ตั้งใจจะมาชมริ้วขบวนเรือและริ้วขบวนราบในวันจริงด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51986</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;Great Food Good Run2018&quot;, ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, ซ้อมใหญ่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191207/image_big_5debb79410366.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งดงามเหนือท้องสนามหลวง นิทรรศการ”ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ขนาดครึ่งของลำจริง จัดแสดงให้ชมกลางท้องสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นานกว่า 94 ปี ที่คนไทยไม่ได้เห็นการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เหลือเวลาอีกไม่นานราชประเพณีโบราณอันยิ่งใหญ่นี้จะเกิดขึ้นบนสายน้ำเจ้าพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เสด็จฯ เลียบพระนครไปตามแม่น้ำตั้งแต่ท่าวาสุกรี สิ้นสุดที่ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที พสกนิกรจะได้เฝ้ารับเสด็จ ชื่นชมพระบารมีในหลวงอย่างใกล้ชิดสองฝั่งแม่น้ำ และตราตรึงในใจกับขบวนเรือพระราชพิธี 52 ลำที่ยิ่งใหญ่งดงาม ฝีพาย 2,200 นายพายด้วยท่วงท่านกบินพร้อมกันเป็นจังหวะ สอดรับเสียงเห่เรือยอพระเกียรติรัชกาลที่ 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก่อนจะถึงวันจริงที่คนไทยและคนทั่วโลกตั้งตารอการเรียนรู้และเข้าใจในพระราชประเพณีที่สั่งสมมายาวนาน มีความสำคัญ อีกทั้งเรือพระราชพิธีมีความเก่าแก่และรวมคุณค่าศิลปกรรมไทย ช่วงนี้เป็นโอกาสดี คณะกรรมการฝ่ายพิธีการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกโดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรังสรรค์ นิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ขึ้นเป็นพิเศษระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม-11 พฤศจิกายน ณ ท้องสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงภาพประวัติศาสตร์งานบรมราชาภิเษก เสด็จฯ เลียบพระนครทางสถลมารค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนเส้นทางยาวไกลในประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์จนถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10 มีพระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องปลายเสด็จออกมหาสมาคมที่อยู่ในความทรงจำพสกนิกร รวบรวมไว้ให้ชมในอาคารนิทรรศการ &amp;ldquo;เถลิงถวัลยราชสมบัติ สยามรัฐสีมา&amp;rdquo; ภายในแบ่งเป็น 3 ห้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ห้องที่ 1 &amp;ldquo;มหามงคลสมัยพระขวัญไผทเถลิงรัช&amp;rdquo; ซึมซับเรื่องราวพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านเนื้อหาและภาพพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ฉายภาพการแสดงมหรสพสมโภช ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคผ่านจอแอลอีดี และแท่นอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา รวมทั้งห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ E-book สำหรับสืบค้นและศึกษาข้อมูลภาษาไทยและอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นไปสัมผัสความงดงามตระการของขบวนพยุหยาตราในห้องที่ 2 &amp;ldquo;นิรมิตเรืองนทีเถลิงหล้า&amp;rdquo; ไฮไลต์เป็นการจัดแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสม เรื่องราวร้อยเรียงความสุขของคนไทยในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ผ่านจอแอลอีดีในรูปแบบ 3 มิติ ประกอบการแสดงจากศิลปินดาราที่มีชื่อเสียง และชุดการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมคณะนักแสดงสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมถึงการแสดงขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค โดยใช้สลิงเคลื่อนเรือจำลองทั้ง 52 ลำ ผ่านฉากแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบเสียงกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ ประพันธ์โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย เป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่สะกดทุกสายตา สัมผัสได้ถึงความฉ่ำเย็นภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ในห้องนี้จัดสแตนด์สำหรับนั่งชม รองรับผู้เข้าชมได้หลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตื่นตาตื่นใจขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค 52 ลำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับห้องที่ 3 &amp;ldquo;ขบวนนาวาอารยศิลป์แผ่นดินสยาม&amp;rdquo; เสนอองค์ความรู้ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพลิดเพลินกับภาพขบวนเรือจากอดีตถึงปัจจุบันผ่านจอแอลอีดี มาอ่านกาพย์เห่เรือที่มีความหมาย นอกจากนี้จำลองภาพเรือ 52 ลำ ประกอบคำบรรยาย พร้อมทั้งจัดแสดงเครื่องดนตรีประกอบการเห่เรือและหุ่นแสดงเครื่องแต่งกายของพนักงานประจำเรือในริ้วขบวนพยุหยาตรา เรือแต่ละลำพนักงานสวมเสื้อรูปทรงและสีสันสวยงามแตกต่างกันไป ทั้ง 3 ห้อง จัดทำอารยสถาปัตย์และจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชสุดวิจิตรงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดินออกมาด้านนอกอาคารนิทรรศการ จะได้ชมเรือพระราชพิธีจำลอง จำนวน 4 ลำ กรมศิลปากรสร้างขนาดครึ่งของลำจริง ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ทั้ง 4 ลำเคยสร้างความประทับใจในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว &amp;ldquo;สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; วันนี้ยกมาแสดงกลางท้องสนามหลวง มีการจัดพื้นที่ประดับดอกไม้งดงาม ทั้งสาธิตการเห่เรือโดยกองทัพเรือ โซนนี้ชื่อ &amp;ldquo;ศรีศุภยาตรา ปวงประชารวมใจถวายพระพร&amp;rdquo; มาศึกษาเรียนรู้และถ่ายภาพสวยๆ เช็กอินให้คนอิจฉากันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องที่ 3 &amp;ldquo;ขบวนนาวาอารยศิลป์แผ่นดินสยาม&amp;rdquo; แสดงชุดแต่งกายจริงพนักงานประจำริ้วขบวนพยุหยาตราฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกการแสดงห้ามพลาด ทุกค่ำคืนมีโชว์ม่านน้ำประกอบแสง สี เสียงตระการตา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่ที่โซน &amp;ldquo;ม่านธาราลือขจรเฉลิมราชย์องค์ราชัน&amp;rdquo; ร้อยเรียงตั้งแต่องก์ที่ 1 สายธารแห่งพระบารมี วิถีชีวิตคู่สายน้ำ เสนอวิถีไทยกับสายน้ำ และพระราชประเพณีเสด็จฯ ทางน้ำ องก์ที่ 2 งามล้ำขบวนเรือพระราชพิธี จะได้ชมความวิจิตรของโขนเรือขบวนพยุหยาตราชลมารค และองก์ที่ 3 เฉลิมราชย์องค์นฤบดี ปฐพีเป็นสุข แสดงถึงพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดการแสดงตื่นตาตื่นใจไม่เสื่อมคลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชว์ม่านน้ำประกอบแสง สี เสียง สื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ ร.10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นนิทรรศการองค์ความรู้ขบวนพยุหยาตราที่มีชีวิตชีวา ส่งต่อคุณค่าของประเพณีและวัฒนธรรมสู่คนรุ่นใหม่ เข้ามาเยี่ยมชมกันได้ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ที่สนามหลวง ความรู้ที่ได้รับจะช่วยให้การชมขบวนพยุหยาตราฯ วันจริงในแผ่นดินรัชกาลที่ 10 มีความหมายลึกซึ้งมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, นิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, เรือพระที่นั่งสำคัญ, เรือพระราชพิธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6cee741e3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>12ธค.ขบวนพยุหฯยิ่งใหญ่อย่างเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลแจงเหตุผลเลื่อนพระราชพิธี เชิญชวนใส่เสื้อเหลืองชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ยัน 12 ธ.ค.ยังเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่สวยงามอย่างเดิม เตรียมประสานคมนาคมเลื่อนตั๋ว-โรงแรมอำนวยความสะดวกประชาชน วธ.จัดนิทรรศการเพิ่มความรู้ที่ท้องสนามหลวง 24 ต.ค.-11 พ.ย. ขณะที่การซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 2 ผบ.ทร.ย้ำกำลังพลคงความพร้อมไว้วันจริง 12 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ที่มีการเลื่อนจากวันที่ 24 ต.ค.62 เป็นวันที่ 12 ธ.ค.62 จะมีขึ้นในเวลา &amp;nbsp;15.30 น. และริ้วขบวนจะเป็นดังเดิม คือใช้ขบวนเรือ 52 ลำในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร &amp;nbsp;และยังคงเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่สวยงามอย่างเดิม โดยจะเสด็จพระราชดำเนินจากท่าวาสุกรีเป็นระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ไปยังท่าราชวรดิฐ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ทั้งนี้จากการที่กองทัพเรือ คำนวณกระแสน้ำต่อวินาทีแล้ว ก่อนที่จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำความกราบบังคมทูลและมีพระบรมราชวินิจฉัยลงมาให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 12 ธ.ค.62 ดังกล่าวข้างต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุผลของการเลื่อนสรุปได้ 4 ข้อใหญ่ ดังนี้ 1.ทำอย่างไรให้เกิดความสง่างาม 2.ดูแลเรื่องความปลอดภัยของตัวเรือ และความปลอดภัยต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง 3.ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเรือ &amp;nbsp;เนื่องจากต้องมีระยะต่อ ระยะเคียงเป็นขบวนพยุหยาตราที่สวยงาม และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะมีการนำเทคโนโลยีเลเซอร์มาใช้เพื่อคุมระยะห่างของเรือ และ 4.เพื่อลดผลกระทบใดๆ ที่จะเกิดต่อประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการปล่อยน้ำ ดังนั้น 4 ปัจจัยดังกล่าวหากยังเป็นวันที่ 24 ตุลาคม 2562 คงไม่เป็นผลดี ถ้าเลื่อนเป็นวันที่ 12 ธันวาคมจะสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในแบบแผนได้ จึงเป็นที่มาของการเลื่อนในครั้งนี้&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 12 ธ.ค. จำเป็นจะต้องมีการซักซ้อมย่อยอีก 4 ครั้ง &amp;nbsp;และซ้อมใหญ่ (เสมือนจริง) อีก 1 ครั้งในวันที่ 9 ธ.ค. จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมรับชมได้ ทั้งนี้การซ้อมย่อย 4 ครั้ง ได้แก่ 12 พ.ย., 19 พ.ย., 26 พ.ย. และ 3 ธ.ค. ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนสวมเสื้อเหลืองโดยพร้อมเพรียงกัน และหากประดับเข็มบรมราชาภิเษกก็จะเกิดความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย จึงขอเชิญชวนเช่นกัน อย่างไรก็ตามในวันที่ 12 ธ.ค.ไม่ได้กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ แต่ก็เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมในพระราชพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.ไชยวุฒิ นาวิกาญจนะ เจ้ากรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กล่าวว่า กรมอุทกศาสตร์มีหน้าที่ตรวจวัดกระแสน้ำและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อ่าวไทย พบว่ากระแสน้ำในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถคาดเดาได้ ถึงแม้ว่าจะตรวจวัดอยู่อย่างสม่ำเสมอที่บริเวณหน้ากองทัพเรือ ซึ่งสภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.ที่ได้มีการซักซ้อมย่อยนั้น พบว่ามีอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับอ่าวไทยมีอิทธิพลความกดอากาศ ทำให้น้ำที่ดันเข้ามามีระดับน้ำสูงมาก อีกทั้งความเร็วกระแสน้ำจะสูงมากขึ้นเกือบ 40 เมตรต่อนาที จึงมีผลกระทบต่อเรือในขบวนพยุหยาตรา เนื่องจากเป็นเรือไม้ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ และเมื่อเวลาพายท่านกบินแล้วทำให้แทนที่เราจะสามารถเดินหน้าไปหนึ่ง แต่กลับถอยหลังไปสอง ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ต้องมีการขอเลื่อนออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและรับชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันที่ 12 ธ.ค.ว่า สำหรับประชาชนที่ซื้อตั๋วเครื่องบิน รถไฟ รถทัวร์ หรือจองโรงแรมแล้ว หรือแม้แต่ซื้อบัตรต่างๆ ของเอกชนไว้แล้วนั้น คณะกรรมการฯ จะประสานไปยังกระทรวงคมนาคม โดยจะพูดคุยกับ รมว.คมนาคม ในวันที่ 22 ต.ค. ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เจรจากับบริษัทจำหน่ายตั๋วรถไฟ ตั๋วเครื่องบิน &amp;nbsp;ตั๋วรถทัวร์ เนื่องจากหลายคนได้ซื้อตั๋วแบบเปลี่ยนไม่ได้ จะขอให้เลื่อนไปเป็นวัน-เวลาที่จะมีพระราชพิธีอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อทราบผลแล้วจะได้แจ้งให้ประชาชนทราบโดยเร็ว
จัดนิทรรศการ 24 ต.ค.-11 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 12 ธ.ค. คณะกรรมการฯ ได้ประสานทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร (กทม.) &amp;nbsp;และตำรวจ จัดสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้รับชมและเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด เช่น อัฒจันทร์ การปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทางตลอดสองฝั่งในการพระราชพิธี รวมถึงวัดที่อยู่ในเส้นทางเสด็จฯ ทางชลมารคจะได้มีการสวดเจริญพระพุทธมนต์ และในส่วนการประชาสัมพันธ์จะได้มีการเตรียมความพร้อมสมบูรณ์มากขึ้น ขณะเดียวกันในวันที่ 12 ธ.ค. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยจะได้ถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับชมเช่นเดิม&amp;quot; นายเทวัญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า รัฐบาลมอบหมายกระทรวงวัฒนธรรม สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดนิทรรศการเพื่อเพิ่มองค์ความรู้อันเนื่องมาจากพระราชพิธี ระหว่างวันที่ 24 ต.ค. -11 พ.ย.62 เช่นเดิม ที่ท้องสนามหลวง โดยแบ่งเป็น 4 โซน &amp;nbsp;คือ นิทรรศการองค์ความรู้พิธีบรมราชาภิเษก ฉายภาพยนตร์เรือจำลองทั้ง 52 ลำ แสดงศิลปวัฒนธรรม &amp;nbsp;โดยในวันที่ 24 ต.ค. นายกฯ จะเป็นประธานเปิดนิทรรศการด้วยตนเองในเวลา 18.30 น. และให้ประชาชนเข้าชมฟรีได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ทั้งนี้ขอให้นำบัตรประชาชนมาผ่านจุดคัดกรอง &amp;nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวก็เป็นหนังสือเดินทาง และหากนักเรียน นักศึกษาจะมาเป็นหมู่คณะ สามารถประสานงานมายังกระทรวงวัฒนธรรมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 07.29 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม &amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเทพยดางานนิทรรศการองค์ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคลและให้งานนิทรรศการสำเร็จลุล่วงด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีกองทัพเรือ จัดให้มีการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีเส้นทางท่าวาสุกรี-ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กม. โดยเป็นการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 ในแบบเสมือนจริง โดยเมื่อเวลา 15.48 น. การฝึกซ้อมเสมือนจริงเริ่มขึ้นที่ท่าวาสุกรี เรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำที่จอดอยู่ในหลักริมน้ำทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีใช้กำลังฝีพาย 2,200 นาย เรือพระราชพิธีเริ่มเคลื่อนออกไปตั้งขบวนรออยู่ที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเชิงสะพานพระราม 8 เมื่อถึงขั้นตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับบนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ออกจากท่าวาสุกรีเคลื่อนไปเข้าขบวนที่รออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วมีการให้สัญญาณยาตราตามกระแสน้ำไปยังท่าราชวรดิฐ มี น.อ.ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ รองผู้อำนวยการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เป็นพนักงานเห่เรือประจำอยู่บนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ร้องเห่แบบสดส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุไปยังลำโพงที่ติดตั้งทั้งบนเรือพระราชพิธีและตามท่าน้ำต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงยังท่าราชวรดิฐ สิ้นสุดการซ้อมใหญ่ครั้งที่ &amp;nbsp;2 ด้วยความงดงามสมพระเกียรติ&amp;nbsp;
คงความพร้อมถึง 12 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาเอกไพฑูรย์ ปัญญสิน ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการฝ่ายควบคุมขบวนเรือกองทัพเรือ &amp;nbsp;กล่าวว่า หลังจากมีการเลื่อนพระราชพิธีจากวันที่ 24 ตุลาคมไปเป็นวันที่ 12 ธันวาคม กองทัพเรือจะนำเรือเข้ามาเก็บในช่วงระยะหนึ่ง และได้กำหนดวันซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่เพื่อจะคงสถานะของกำลังพลอีก &amp;nbsp;5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นซ้อมย่อย 4 ครั้ง ในวันที่ 12 พฤศจิกายน, 19 พฤศจิกายน, 26 พฤจิกายน และ 3 &amp;nbsp;ธันวาคม ส่วนซ้อมใหญ่จะจัดขึ้นวันที่ 9 ธันวาคม อย่างไรก็ตามเรืออื่นๆ ที่พายท่าพลราบ ซึ่งมีความชำนาญและความเข้มแข็งเพียงพอ จะให้เจ้าหน้าที่เรือออกกำลังกายและฝึกฝนเพื่อยังคงพละกำลัง ขณะที่เรือพระที่นั่ง 4 ลำและเรือรูปสัตว์ต่างๆ ผบ.ทร.เน้นย้ำให้กำลังพลคงสถานะความพร้อมไว้อยู่ตลอด &amp;nbsp;โดยจะให้ฝึกต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม ดังนั้นจะมีการทำตารางการฝึก ทั้งเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ เป็นการฝึกทุกรูปแบบทั้งความพร้อมเพรียงความสวยงามและพละกำลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนเรือพระราชพิธีเดิม กองทัพเรือมีแผนเตรียมเรือให้พร้อมรับเสด็จในช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้น เมื่อมีการเลื่อนพระราชพิธีไปในเดือนธันวาคม ทำให้เรือบางลำมีความจำเป็นที่จะต้องซ่อมแซม โดยมีเรือที่ชำรุดมากประมาณ 6 ลำ แบ่งเป็นเรือพระที่นั่ง 1 ลำ คือเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช โดยหลังจากซ้อมเสร็จครั้งนี้จะเชิญมาขึ้นซ่อมที่พิพิธภัณฑ์คลองบางกอกน้อย และเรือรูปสัตว์อีก 5 ลำ โดยทั่วไปจะซ่อมที่กรมอู่ทหารเรือโดยมีเรือเอกชัยเหินหาว, เอกชัยหลาวทอง, ครุฑเหินเห็จ ครุฑเตร็จไตรจักร ส่วนเรือพาลีรั้งทวีปพบรั่วซึมจะลากมาขึ้นซ่อมที่ท่าวาสุกรี สำหรับเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์จะเก็บรักษาไว้ที่เดิม ส่วนเรือประกอบอื่นๆ อีก 36 ลำ วันนี้ 18 ลำจะเข้าที่แผนกเรือพระราชพิธีกองเรือเล็ก กรมขนส่งทหารเรือ และจะนำอีก 18 ลำเข้ามาในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อนการพระราชพิธีออกไปให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เดือดร้อน พระองค์มีพระราชประสงค์ให้พระราชพิธีนี้มีความสวยงาม ในเรื่องการพายเรือซึ่งการพายให้สวยงามต้องอยู่ในระดับน้ำที่เหมาะสม หากเป็นกำหนดการเดิมบางทีต้องใช้ท่าพายที่ไม่เหมือนกันเพื่อให้ได้ระยะ ก็ทรงไม่โปรดเพราะมีคนเสนอว่าถ้าจะทำแบบนั้นต้องปล่อยน้ำลงมาช่วย ทรงไม่โปรดให้ปล่อยน้ำมาจึงได้ขยับวันออกไป&amp;quot; นาวาเอกไพฑูรย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาเอกไพฑูรย์กล่าวอีกว่า สำหรับการซ้อมในครั้งนี้กระแสน้ำตอนตั้งขบวนไหลขึ้นมาถึงนิ่งและไหลลงเล็กน้อย ขณะที่วันที่ 24 ตุลาคมกระแสน้ำไหลขึ้น อีก 3 วันกระแสน้ำจะเปลี่ยน กองทัพเรือทำนายน้ำและกระแสน้ำจากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ แต่มีการเปรียบเทียบตลอดสถานการณ์จริงไม่แตกต่างจากการทำนายมากนัก ช่วงวันที่ 12 ธันวาคมนั้นกระแสน้ำจะไม่มีอิทธิพลแล้ว มีเพียงอิทธิพลเรื่องกระแสลม จะมีลมเหนือที่พัดเข้ามาเท่านั้น ช่วงนี้เป็นลมทางใต้หน้าหนาวแล้วแต่ไม่มีผลกระทบใด เพราะนายเรือมีการฝึกแก้ทิศทางลมอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลอดการฝึกซ้อม มีชาวไทยและชาวต่างประเทศปักหลักเฝ้าชมความงามของขบวนเรือพระราชพิธีสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้กองทัพเรือได้เปิดโอกาสให้ครอบครัวทหารเรือมาชมการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ โดยมีครอบครัวที่แสดงความจำนงมาทั้งหมด 400 &amp;nbsp;ครอบครัว และในวันที่ 12 ธันวาคมจะเปิดพื้นที่ในส่วนของกองทัพเรือให้แขกของกองทัพเรือเข้าชมอีก &amp;nbsp;5 จุด ได้แก่ กรมอู่ทหารเรือธนบุรี, หอประชุมกองทัพเรือ, ลานทัศนาภิรมย์ และห้องชมชลธี ราชนาวีสโมสร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันเดียวกัน กองทัพเรือได้เผยแพร่กำหนดการซ้อมกำลังพลฝีพายและเตรียมการจัดขบวนเรือพระราชพิธี โดยการซ้อมย่อยจะจัดขึ้นวันที่ 12 พ.ย., 19 พ.ย., 26 พ.ย.และ 3 ธ.ค. ส่วนการซ้อมใหญ่คือวันที่ 9 ธ.ค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48556</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, พระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่สวยงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหตุผลเลื่อนพระราชพิธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dadb4fe7588d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเสมือนจริงครั้งที่ 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค 62 -&amp;nbsp;คณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีกองทัพเรือจัดให้มีการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก2562 เส้นทางท่าวาสุกรี-ท่าราชวรดิฐระยะทาง3.4 กม. โดยเป็นการซ้อมใหญ่ครั้งที่2 ในแบบเสมือนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 15.48 น. การฝึกซ้อมเสมือนจริงเริ่มขึ้นที่ท่าวาสุกรี เรือพระราชพิธีทั้ง52 ลำที่จอดอยู่ในหลักริมน้ำทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีใช้กำลังฝีพาย 2,200 นายเรือพระราชพิธีเริ่มเคลื่อนออกไปตั้งขบวนรออยู่ที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเชิงสะพานพระราม 8 เมื่อถึงขั้นตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับบนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ออกจากท่าวาสุกรีเคลื่อนไปเข้าขบวนที่รออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วมีการให้สัญญาณยาตราตามกระแสน้ำไปยังท่าราชวรดิฐ มี น.อ.ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ รองผู้อำนวยการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เป็นพนักงานเห่เรือประจำอยู่บนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชร้องเห่แบบสดส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุไปยังลำโพงที่ติดตั้งทั้งบนเรือพระราชพิธีและตามท่าน้ำต่างๆใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงยังท่าราชวรดิฐสิ้นสุดการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 ด้วยความงดงาม สมพระเกียรติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอกไพฑูรย์ ปัญญสิน ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการฝ่ายความคุมขบวนเรือกองทัพเรือ กล่าวว่า หลังจากมีการเลื่อนวันเสด็จขบวนเรือพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารคจากวันที่24 ตุลาคมเป็นวันที่ 12 ธันวาคมกองทัพเรือจะนำเรือเข้ามาเก็บในช่วงระยะหนึ่งและได้กำหนดวันซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่เพื่อจะคงสถานะของกำลังพลอีก 5 ครั้งโดยแบ่งเป็นซ้อมย่อย 4 ครั้งในวันที่12 พฤศจิกายน, 19 พฤศจิกายน, 26 พฤจิกายนและ3 ธันวาคม ส่วนซ้อมใหญ่จะจัดขึ้นวันที่9 ธันวาคม อย่างไรก็ตาม เรืออื่นๆที่พายท่าพลราบ ซึ่งมีความชำนาญและความเข้มแข็งเพียงพอจะให้เจ้าหน้าที่เรือออกกำลังกายและฝึกฝนเพื่อยังคงพละกำลังขณะที่เรือพระที่นั่ง4 ลำและเรือรูปสัตว์ต่างๆ ผบ.ทร.เน้นย้ำให้กำลังพลคงสถานะความพร้อมไว้อยู่ตลอด โดยจะให้ฝึกต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม ดังนั้นจะมีการทำตารางการฝึก ทั้งเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ เป็นการฝึกทุกรูปแบบทั้งความพร้อมเพรียงความสวยงามและพละกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอกไพฑูรย์ กล่าวว่า ในส่วนเรือพระราชพิธีเดิมกองทัพเรือมีแผนเตรียมเรือให้พร้อมรับเสด็จในช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้นเมื่อมีการเลื่อนเสด็จฯไปในเดือนธันวาคมทำให้เรือบางลำมีความจำเป็นที่จะต้องซ่อมแซมโดยมีเรือที่ชำรุดมากประมาณ6 ลำแบ่งเป็นเรือพระที่นั่ง1 ลำคือเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชโดยหลังจากซ้อมเสร็จครั้งนี้จะอัญเชิญมาขึ้นซ่อมที่พิพิธภัณฑ์คลองบางกอกน้อยและเรือรูปสัตว์อีก5 ลำโดยทั่วไปจะซ่อมที่กรมอู่ทหารเรือโดยมีเรือเอกชัยเหินหาว เอกชัยหลาวทอง ครุฑเหินเห็จ ครุฑเตร็จไตรจักรส่วนเรือพาลีรั้งทวีป พบรั่วซึมจะลากเรือมาขึ้นซ่อมที่ท่าวาสุกรีสำหรับเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์จะเก็บรักษาไว้ที่เดิมส่วนเรือประกอบอื่นๆอีก 36 ลำ วันนี้ 18 ลำจะเข้าที่แผนกเรือพระราชพิธีกองเรือเล็กกรมขนส่งทหารเรือและจะนำอีก 18 ลำเข้ามาในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อนการพระราชพิธีออกไปให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เดือดร้อนพระองค์มีพระราชประสงค์ให้พระราชพิธีนี้มีความสวยงามในเรื่องการพายเรือซึ่งการพายให้สวยงามต้องอยู่ในระดับน้ำที่เหมาะสมหากเป็นกำหนดการเดิมบางทีต้องใช้ท่าพายที่ไม่เหมือนกันเพื่อให้ได้ระยะก็ทรงไม่โปรดเพราะมีคนเสนอว่าถ้าจะทำแบบนั้นต้องปล่อยน้ำลงมาช่วยทรงไม่โปรดให้ปล่อยน้ำมาจึงได้ขยับวันออกไป&amp;rdquo; นาวาเอกไพฑูรย์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาเอกไพฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับการซ้อมในครั้งนี้กระแสน้ำตอนตั้งขบวนไหลขึ้นมาถึงนิ่งและไหลลงเล็กน้อยขณะที่วันที่24 ตุลาคมกระแสน้ำไหลขึ้นอีก3 วันกระแสน้ำจะเปลี่ยนกองทัพเรือทำนายน้ำและกระแสน้ำจากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือแต่มีการเปรียบเทียบตลอดสถานการณ์จริงไม่แตกต่างจากการทำนายมากนักช่วงวันที่12 ธันวาคมนั้นกระแสน้ำจะไม่มีอิทธิพลแล้วมีเพียงอิทธิพลเรื่องกระแสลมจะมีลมเหนือที่พัดเข้ามาเท่านั้นช่วงนี้เป็นลมทางใต้หน้าหนาวแล้วแต่ไม่มีผลกระทบใดเพราะนายเรือมีการฝึกแก้ทิศทางลมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เรากำหนดการฝึกซ้อมมาเยอะบางเรื่องทำให้คนตกใจ เช่น การซ้อมครั้งที่2 ที่เราตั้งใจที่ให้เจอกระแสน้ำที่แรงที่สุดทุกคนไม่รู้ความตั้งใจก็ตกใจเราเลือกกระแสน้ำที่แรงแล้วให้กำลังพลไปสัมผัสการฝึกของเราเป็นการฝึกทวนน้ำ 6 ครั้งและตามน้ำ 4 ครั้งเราเลือกที่จะทวนมากกว่าตามแต่คนที่ไม่ใช่ชาวเรือก็ตกใจกันไปว่าจะไม่สวยกระทบกับงานพระราชพิธีและไม่สมพระเกียรติการฝึกของเรามีทุกสภาพทั้งน้ำแรงน้ำน้อยน้ำนิ่งฝนตกแดดออกและลมซึ่งทำให้กำลังพลมีประสบการณ์และความชำนาญมากขึ้นโดยดูจากการที่มีรายงานเรื่องการจัดทำโบ๊ทเลนโดยกำลังพลทุกลำจะมีการติดจีพีเอสไว้ที่ตัว1 คนและมีการตีเส้นอยู่ในแม่น้ำรายงานว่าฝีพายสามารถพายเรืออยู่ในเลนได้หรือไม่นับเป็นครั้งแรกที่ขบวนเรือสามารถจัดได้ตามเส้นเช่นนี้&amp;rdquo; นาวาเอกไพฑูรย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลอดการฝึกซ้อมมีชาวไทยและชาวต่างประเทศปักหลักเฝ้าชมความงามของขบวนเรือพระราชพิธีสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้กองทัพเรือได้เปิดโอกาสให้ครอบครัวทหารเรือมาชมการซ้อมใหญ่ครั้งที่2 ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ โดยมีครอบครัวที่แสดงความจำนงมาทั้งหมด400 ครอบครัว และในวันที่12 ธันวาคมจะเปิดพื้นที่ในส่วนของกองทัพเรือให้แขกของกองทัพเรือเข้าชมอีก 5 จุด ได้แก่ กรมอู่ทหารเรือธนบุรี หอประชุมกองทัพเรือ ลานทัศนาภิรมย์ และห้องชมชลธี ราชนาวีสโมสร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกัลย์สุดา อัศวะภูมิ อายุ 16 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด เดินทางมาพร้อมน้องชายลุงและยายมาร่วมชมซ้อมใหญ่กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมครอบครัวจากจังหวัดร้อยเอ็ดถึงกรุงเทพฯ วันที่20 ต.ค. ตั้งใจมาชมซ้อมใหญ่ เพราะได้ชมข่าวทางโทรทัศน์สวยงามมาก ฝีพายพร้อมเพรียงอยากเห็นเรือพระราชพิธีจริงๆเพราะมีความสำคัญตามโบราณราชประเพณีโดยวันนี้มาที่สะพานพระราม8 ฝั่งธนบุรีตั้งแต่เวลา12.00 น. ก่อนขบวนเรือเริ่มช่วงเย็นตื่นตาตื่นใจมากวันจริงจะเฝ้ารอชมผ่านการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรฉัตร เตชะยืนยง อายุ42 ปี มาพร้อมลูกสาวอายุ 10 ปีและลูกชายอายุ &amp;nbsp;7 ปี &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;มาชมซ้อมใหญ่ครั้งแรก &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ไปชมนิทรรศการขบวนเรือพระราชพิธีที่ไอคอนสยาม ลูกๆชอบมาก อยากชมขบวนเรือจริงๆ ตนเห็นว่าต้องให้ได้เห็นสักครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นประเพณียิ่งใหญ่ &amp;nbsp;อยากให้เด็กๆเห็นความงามของศิลปวัฒนธรรมและปลูกฝังรักสถาบันกษัตริย์ บ้านเรารักในหลวงทุกพระองค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเดียวกันกองทัพเรือได้เผยแพร่กำหนดการซ้อมกำลังพลฝีพายและเตรียมการจัดขบวนเรือพระราชพิธีโดยการซ้อมย่อยจะจัดขึ้นวันที่12 พ.ย., 19 พ.ย., 26 พ.ย.และ3 ธ.ค. ส่วนการซ้อมใหญ่วันที่9 ธ.ค.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad9eb71d566.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค งดงามตระการตาขบวนเรือพระราชพิธี 52 ลำแน่นสองฝั่งเจ้าพระยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.57 น. กองทัพเรือ โดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีได้จัดการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช2562 (เบื้องปลาย)โดยเป็นการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่1 มีกำลังพลฝีพาย 2,200 นาย เข้าร่วมฝึกซ้อม ในเครื่องแต่งกายฝีพายเรือพระราชพิธีโบราณประดับเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 เข็มที่ระลึกในโอกาสต่างๆ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งและป้ายชื่อเหมือนวันจริงเป็นครั้งแรก รวมถึงฝึกซ้อมบนเรือพระราชพิธี 52 ลำที่ประดับตกแต่งเหมือนวันจริง โดยเฉพาะเรือพระที่นั่ง 4 ลำที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ติดตั้งเครื่องสูงประกอบด้วยฉัตร พระวิสูตร เหมือนวันจริง ก่อนจะมีการฝึกซ้อมใหญ่ อีกครั้งในวันที่ 21 ตุลาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 เป็นจุดรวมพลเจ้าหน้าที่ประจำเรือพระราชพิธีภายในยังมีเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่างๆมาร่วมฝึกซ้อมด้วยตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ที่กระจายกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยกรุงเทพมหานครที่ส่งเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดมาดูแล การประปานครหลวงจัดบริการน้ำดื่มฟรี รวมถึงกรมแพทย์ทหารเรือและโรงพยาบาลต่างๆที่ส่งแพทย์และพยาพยาบาลมาประจำจุด รวมทั้งได้เตรียมความพร้อมเรื่องจุดคัดกรองใต้สะพานพระราม8 (ฝั่งธนบุรี) ในการเข้าพื้นที่ของประชาชน สำหรับจุดนี้รองรับประชาชนได้4,000 คน อย่างไรก็ตาม พบว่า หน่วยงานและบ้านเรือนริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาร่วมประดับตราสัญลักษณ์พร้อมธงชาติและธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 โดยพร้อมเพรียง ตลอดจนมีประชาชนจำนวนมากทั้งจากกรุงเทพฯและต่างจังหวัดสวมเสื้อสีเหลืองมาจับจองพื้นที่ริมแม่น้ำเพื่อรอชมความงดงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคทั้ง 52 ลำตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยไม่ย่อท้อต่อสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการซ้อมใหญ่ครั้งที่1 ครั้งนี้กำลังฝีพาย 2,200 นายแต่งกายเหมือนจริงเรือพระราชพิธีทั้งหมดประดับตกแต่งตามโบราณราชประเพณีและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพระราชพิธีครั้งนี้ได้ร่วมซักซ้อมใหญ่ โดยจะเป็นการถวายการรับเสด็จฯ พร้อมในเวลา 15.30 น. วันนี้กระแสน้ำลงคาดว่าจะใช้ตาราง 7 ในการฝึกซ้อม ใช้เวลาไม่เกิน 40 นาที และส่งเสด็จฯที่ท่าราชวรดิฐ จากนั้นตามแผนจะซ้อมใหญ่ครั้งที่2 วันที่21 ต.ค. การซ้อมใหญ่ใช้บทเห่เรือทั้งหมด3 องก์ด้วยกันประกอบด้วยบทสรรเสริญพระบารมี(บทใหม่) บทชมเมือง และบทชมวัง ซึ่งประพันธ์ขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อบกพร่องจากการซ้อมใหญ่ครั้งที่1 ทางทร.จะนำไปประชุมวันที่18 ต.ค.ผลสรุปจากการประชุมจะนำมาเป็นข้อกำหนดและรายละเอียดในวันซ้อมใหญ่ครั้งที่2 เพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมได้มีการบอกกล่าวแม่ย่านาง สำหรับในวันจริงจะมีพิธีบวงสรวง พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.เป็นประธานในพิธีเพื่อบอกกล่าวแม่ย่านางเพื่อจะเชิญเรือร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การฝึกซ้อมใหญ่ครั้งที่1 ได้นำผลจากการฝึกซ้อมย่อย10 ครั้งที่ผ่านมามาประกอบแต่ส่ิงที่ปรับแก้คือฉัตรพระวิสูตรและบัลลังก์กัญญาเพราะการซ้อมที่ผ่านมายังไม่ได้ติดตั้งบัลลังก์กัญญาแต่ครั้งนี้ติดตั้งครบทุกลำซึ่งงานประดับเครื่องสูงเรือพระราชพิธีได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาโดยส่ิงที่เปลี่ยนไปจากการซักซ้อมที่ผ่านมา ก็คือการจัดเตรียมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ที่มีการอัญเชิญบังลังก์กัญญายกขึ้นและทอดบุษบกในขบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้จะมีการทอดบุษบก2 องค์ อีกองค์เป็นเรืออนันตนาคราชทอดบุษบกเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป นอกจากนี้ ยังมีการปรับที่เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เดิมเป็นเรือพระที่นั่งรับรองราชวงศ์ ครั้งนี้ปรับเป็นเรือพลับพลาเปลื้องเครื่องเพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเปลี่ยนฉลองพระองค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวทางในจัดขบวนเรือพระราชพิธีโดยรื้อฟื้นราชประเพณีและมีการชำระประวัติศาสตร์โดยกองทัพเรือรับสนองพระบรมราชโองการดำเนินการร่วมกับกรมศิลปากรและกองการในพระองค์โดยยึเถือปฏิบัติตามโบราณราชประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแผนงานกองทัพเรือดำเนินการฝึกในทุกๆด้านทุกรูปแบบและทุกสถานการณ์เพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิบัติในวันจริงสำหรับขบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้มี52 ลำใช้กำลังพลฝีพาย 2,200 นายส่วนกำลังพลข้าราชบริพารและส่วนต่างๆที่เข้าร่วมรวมแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 2,377 คนสำหรับเครื่องแต่งกายกำลังพลฝีพายมีทั้งเครื่องแต่งกายใหม่และบางส่วนเป็นเครื่องแต่งกายเดิมในการเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค สำหรับการเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารควันที่ 24 ต.ค.นี้ยังเป็นไปตามหมายกำหนดการโดย ทร.จะถวายงานให้สำเร็จลุล่วงและสมพระเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศที่บริเวณสวนสันติชัยปราการหน่วยงานต่างๆอาทิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนเจ้าหน้าที่แพทย์จากกระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชนจัดทีมแพทย์ราว300 คนเพื่อดูแลประชาชนจุดนี้ในวันจริงรองรับประชาชน1,500 คนที่จะเดินทางมาเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและพระบรมวงศานุวงศ์ประทับบนพระที่นั่งสวนสันติชัยปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จากทีมการแพทย์โซน2 รับหน้าที่ดูแลประชาชนบริเวณนี้ให้คำแนะนำว่าผู้ที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีสำคัญนี้ขอให้เตรียมน้ำดื่มอุปกรณ์ป้องกันความร้อนมาด้วยแต่เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีลมพัดจึงทำให้อากาศปลอดโปร่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเช้าวันเดียวกันที่อู่ทหารเรือธนบุรีกรมอู่ทหารเรือ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังติดตั้งเครื่องสูงประกอบเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ เป็นการถวายพระราชอิสริยยศเครื่องราชูปโภคตามโบราณราชประเพณีประกอบด้วยฉัตรและธงสามชาย เพื่อเตรียมการฝึกซ้อมเสมือนจริงการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประดับตกแต่งเรือพระราชพิธีทั้ง52 ลำโดยเฉพาะเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำเจ้าหน้าที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรได้เข้ามาดำเนินการจนแล้วเสร็จเมื่อวานที่ผ่านมา ประกอบด้วยการติดตั้งอุบะและพวงมาลัยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ &amp;nbsp;คล้องลำคอพู่ห้อยที่หัวที่ทำจากขนจามรีสีขาวปลายพู่เป็นแก้วผลึกกลาง ลำติดตั้งบุษบกเช่นเดียวกับการเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมารคเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชติดตั้งบุษบกสำหรับอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญและอาภรณ์ภัณฑ์ ส่วนเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณติดตั้งบัลลังก์กัญญาและอาภรณ์ภัณฑ์อย่างสง่างาม สมพระเกียรตินอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งคฤห์และอาวุธประจำเรือรูปสัตว์และอาภรณ์ภัณฑ์ของเรือพระราชพิธีทั้งหมดตามแบบโบราณราชประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่1 ในแผ่นดินรัชกาลที่10 เป็นการจัดขบวนพยุหยาตรมชลมารคใหญ่รูปกระบวนเรือ5 ริ้ว3 สายใช้เรือพระราชพิธีในขบวนเรือจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำประกอบด้วยเรือพระที่นั่ง4 ลำ, เรือรูปสัตว์10 ลำและเรืออื่นๆประเภทเรือดั้งเรือแซงเรือตำรวจจำนวน38 ลำขบวนเรือมีความยาวจากหัวขบวนถึงท้ายขบวนประมาณ1,200 เมตรกว้าง90 เมตรเส้นทางเสด็จฯจากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐระยะทาง3.4 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ60 นาที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางละเอียด สุขสบาย อายุ 60 ปีเดินทางมาจาก อ.เมืองจ.โคราช พร้อมครอบครัวเพื่อชมการซ้อมใหญ่ครั้งแรกกล่าวว่า ตั้งใจมาชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคในวันนี้ออกเดินทางจากโคราชแต่เช้ามาปักหลักรอใต้สะพานพระราม 8 เพราะเป็นอีกจุดที่ชมขบวนเรือสวยที่สุด เมื่อขบวนเรือผ่านรู้สึกขนลุกเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ชมยิ่งใหญ่งดงาม มาก สมดังตั้งใจ ในวันจริงก็จะเดินทางมาเฝ้ารับเสด็จฯในหลวงเพื่อชื่นชมพระบารมี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da85cbb4687b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
