<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2019 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2019 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงเสด็จฯ เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 พ.ค.62 เวลา 16.49 &amp;nbsp;น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย สายสะพายมหาจักรี สายสร้อยจุลจอมเกล้า ทรงพระมาลาเส้าสูง และทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี เสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางพระทวารเทวราชมเหศวร เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งทางพระทวารเทเวศรรักษา ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค โดยพระราชยานพุดตานทองจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร-วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม-วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รวมระยะทาง 7.15 กิโลเมตร บริเวณถนนราชดำเนินกลางพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและชื่นชมพระบารมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เวลา 16.59 น. &amp;nbsp;ประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จออกจากเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 17.03 &amp;nbsp;น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ โดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ตามโบราณราชประเพณี ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา &amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี &amp;nbsp;ทรงร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระดำเนินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ในฐานะที่ทรงดำรงพระยศเป็นราชองครักษ์ในพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีกองทหารแห่นำริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางพิมานไชยศรี วิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายไปตามถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายถนนตะนาว เลี้ยวขวาถนนบวรนิเวศ เลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ &amp;nbsp;เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระราชาคณะและพระสงฆ์ เจริญชัยมงคลคาถา เสด็จฯ ไปถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธชินสีห์พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งถวายสักการะ พระบรมรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฆฒโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชกรรมวาจาจารย์ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์ถวายอดิเรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสด็จออกจากพระอุโบสถประทับพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนไปตามถนนพระสุเมรุ เลี้ยวขวาถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายถนนบำรุงเมือง เลี้ยวขวาถนนเฟื่องนคร เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยข้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เสด็จฯ ไปทรงถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นชานพระอุโบสถ บรรพชิตจีน และญวณถวายพระพร เสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะและพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมพระรัศมีทองคำลงยาราชาวดี (ฉัพพรรณรังสี) จากนั้นทรงอัญเชิญพระรัศมีทองคำลงยาราชาวดี สวมที่พระเศียรพระพุทธอังคีรส ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระอัฐิสมเด็จพระอริยวงศาคตาญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชอุปธยาจารย์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จฯ ไปยังเกยข้างวัดราชบพิธฯ ประทับพระราชยานพุดตานทอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนไปตามถนนเฟื่องนคร เลี้ยวขวาไปตามถนนเจริญกรุง เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระราชาคณะและพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระสงฆ์ถวายอดิเรก เสด็จออกจากกพระอุโบสถ เสด็จฯ ไปยังเกยหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประทับพระราชยานพุดตานทอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนไปตามถนนท้ายวัง เลี้ยวขวาไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปแบบริ้วขบวนนั้นมีระยะทาง 7.15 กม. เป็นการเดินกึ่งสวนสนาม 75 ก้าวต่อนาที เน้นเท้าตามจังหวะดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมทั้งสิ้น 6 เพลงได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, เพลงใกล้รุ่ง, เพลงยามเย็น, เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ โดยชุดแบกหามพระราชยาน ใช้ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เป็นเจ้าพนักงานแบกหามพระที่นั่งราชยานพุดตานทอง &amp;nbsp;จำนวน 16 นาย จัด 5 ผลัด เปลี่ยนผลัดแบกหามทุก 500-800 เมตร ใช้การเปลี่ยนคนแบกหามขณะเคลื่อนที่ โดยไม่หยุดขบวน และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนผลัดแบกหามก่อนทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดริ้วขบวนยึดตามแบบโบราณราชประเพณีและพระราชนิยม ผู้เข้าขบวนส่วนใหญ่แต่งกายตามแบบโบราณ เว้นแต่ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แซงเสด็จฯ, ทหารรักษาพระองค์ในขบวนทหารเกียรติยศนำและตาม อีกทั้งราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียง ที่แต่งกายชุดเต็มยศทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โดยริ้วขบวนแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ขบวนหน้าเป็นขบวนนำ &amp;nbsp;ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือ ขบวนเสด็จฯ เป็นขบวนกลาง &amp;nbsp;และขบวนหลัง เป็นขบวนตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนหน้า ตำรวจม้านำ จำนวน 2 ม้า พลประจำม้า ม้าละ 3 นาย จำนวน 6 นาย จัดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,วงดุริยางค์วงนำ จำนวน 107 นาย จัดจาก วงดุริยางค์ทหารบก แต่งกายด้วยเครื่องแบบชุดเต็มยศ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สังกัด กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ที่ 1 รักษาพระองค์ สวมเสื้อสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง กางเกงดำแถบแดง แขนเสื้อปักดิ้นทองเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ วปร. สวมหมวกพู่สีดำ ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์, กองบังคับการกองผสม จำนวน 10 นาย จัดจาก ผู้บังคับหน่วยระดับ ผู้บังคับการกรม จากหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 จำนวน 8 กรม โดยมี พลตรีทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์และรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 ปฏิบัติหน้าที่ เป็น ผู้บังคับกองผสม และตามด้วย นายทหารคนสนิท ซึ่งมีผู้บังคับการกรมทหารรักษาพระองค์ อีก 8 กรม เป็นตัวแทนของหน่วยทหารรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่เป็น นายทหารประจำกองบังคับการกองผสม,กองพันทหารเกียรติยศนำเสด็จฯ จำนวน 166 นาย จัดจาก กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 1 รักษาพระองค์,&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือขบวนเสด็จฯ ประกอบด้วย ส่วนนำริ้ว ได้แก่ เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว,ประตูหน้า ขวาและซ้าย,สารวัตรขบวน จัดจาก หน่วยราชการในพระองค์ ,ถัดมาเป็นธง 3 ชายหักทองขวาง อีก 2 หมู่ธง เชิญอยู่ในริ้วขวาและซ้าย จากนั้นตามมาด้วยตอนเครื่องประโคม เริ่มต้นที่ กลองมโหระทึก 4 กลอง ขวา 2 ซ้าย 3 พนักงานตีประโคมตลอดเส้นทาง มีสารวัตรกลองมโหระทึก เดินอยู่ย่านกลาง ตามมาด้วยริ้วขบวนกลองชนะ จากโรงเรียนเตรียมทหารกลองชนะแดงลายทอง 40 ต่อด้วยกลองชนะทอง อีก 40 เดินอยู่ริ้วทางขวา และมีกลองชนะเขียวลายเงิน 40 และกลองชนะเงิน อีก 40 เดินอยู่ซ้าย &amp;nbsp;มีสารวัตรกลอง 4 นาย เดินอยู่ย่านกลาง มีจ่าปี่ จ่ากลอง คอยประโคมและคุมจังหวะกลองชนะทั้งหลาย โดย เดิน ฟากละ 2 ซ้าย ขวา 2 สาย ซ้าย 2 สาย รวมเป็น 4 สาย และเครื่องประโคม ประกอบด้วย ริ้วแตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์ โดยจัด แตรฝรั่งเดิน 2 ข้าง ซ้ายและขวา โดยเดินข้าง 2 สาย สายละ 5 รวมข้างละ 10 นาย ตามด้วยแตรงอน เดินข้างละ 2 สายสายละ 8 รวมข้างละ 16 และปิดท้ายด้วย สังข์ เดินข้างละ 4 รวมเป็น 8 สังข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเป็นตอนผู้อำนวยการริ้วขบวน โดยมีประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฝ่ายต่างๆ ,ผู้บัญชาทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วม เดินในริ้วขบวน นำโดยพลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และปิดท้ายด้วยตอนอำนวยการริ้วด้วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และแม่ทัพภาคที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพระราชยาน ประกอบด้วย 3 ตอนการเดิน ได้แก่ ตอนเครื่องสูงหน้า ตอนพระราชยาน ตอนเครื่องสูงหลัง ตอนเครื่องสูงหน้า จัดตอนการเดิน เป็น 3 สาย ได้แก่ ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหน้าขวา ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหน้าซ้าย และริ้วมหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า เดินเป็นสายกลาง ระหว่างริ้วขบวนขวาและซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็จะเข้าสู่ ตอนพระราชยาน ประกอบด้วยเจ้าพนักงานเชิญฉัตรกรรภิรมย์,กรับสัญญาณ,พราหมณ์เป่าสังข์,ตำรวจหลวงรักษาพระองค์นำเสด็จ 2 สาย สายละ 8 รวมเป็น 16 นาย,นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยพระครุฑพ่าห์,กำกับพระราชยานพุดตานทอง1,คนคุมเจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทอง 1,เจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทอง 16 นาย,เจ้าพนักงานถือม้ารองพระราชยานพุดตานทอง 8 นาย,เจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทองสำรองผลัดหนุน 16 นาย จากทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์,มหาดเล็กเชิญพระแสงรายตีนตอง 4 นาย เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญ พระแสงศาสตราวุธสำคัญ 4 องค์ ได้แก่ 1.พระแสงดาบคาบค่าย 2.พระแสงดาบใจเพชร 3.พระแสงดาบอัษฏาพานร และ 4.พระแสงดาบนาคสามเศียร ลายมงคล 8 จัดจาก ข้าราชบริพารในพระองค์ หน่วยราชการในพระองค์,มหาดเล็กในพระองค์คู่เคียงพระราชยาน เดินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ข้างละสาย สายละ 8 นาย รวมเป็น 16 นาย จาก หน่วยราชการในพระองค์,ราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียงพระราชยาน เดินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ข้างละสาย สายละ 8 นาย รวมเป็น 16 นาย จากสำนักงานฝ่ายเสนาธิการประจำพระองค์ 904,ริ้วเจ้าพนักงานอินทร์เชิญทวนเงินคู่เคียงพระราชยานทางซ้าย 8 นาย มีกำกับอินทร์ เป็นผู้เดินนำ และ ริ้วเจ้าพนักงานพรหมเชิญทวนทอง คู่เคียงพระราชยานทางด้านขวา 8 นาย มีกำกับพรหม เป็นผู้เดินนำ,ขนาบคู่เคียงพระราชยานวงนอกสุด ได้แก่ แถวทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แซงเสด็จ ข้างละ 2 สาย สายละ 12 นาย รวมเป็นข้างละ 24 นาย โดยแต่ละข้างจะมีพลแตร 2 นาย และมีนายทหารผู้บังคับบัญชาของแถวแซงเสด็จ ข้างละ 5 นาย โดย แถวแซงเสด็จขวา มี พลเอกจักรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นนายทหารกำกับแถวแซงเสด็จขวา และ แถวแซงเสด็จซ้าย มีพลเอกอภิรัชต์ &amp;nbsp;คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เป็นนายทหารกำกับแถวแซงเสด็จซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดมาเป็นตอนเครื่องสูงหลังประกอบด้วย ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหลัง ขวาและซ้าย โดยริ้วสายหนึ่ง ประกอบด้วย ฉัตร 7 ชั้น 1 องค์ ฉัตร 5 ชั้น 5 องค์ และมีบังแทรก แทรกอยู่ระหว่างฉัตรแต่ละองค์ จำนวน 3 คัน ทั้ง 2 สาย และมีริ้วมหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า ซึ่งมีทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นผู้เชิญพระแสงศาสตราวุธ จำนวน 10 องค์ เชิญมาเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เดินอยู่สายกลางระหว่างเครื่องสูงหน้าทั้ง 2 สาย โดยพระแสงหว่างเครื่องที่เชิญมา ได้แก่ พระแสงดาบด้ามนาค จำนวน 5 องค์ ตามด้วยพระแสงหอกพระมหากฐินน้อย พระแสงง้าวด้ามไม้มะริดฝักถม พระแสงทวนด้ามทอง พระแสงหอกตรีศูลด้ามยาวและพระแสงง่ามด้ามไม้ต่อทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจะเป็นริ้ว มหาดเล็กเชิญพระแสงสำคัญ จำนวน 8 นาย ซึ่งทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญพระแสงสำคัญประจำแต่ละรัชกาล จำนวน 8 องค์ 1.พระแสงดาบคาบค่าย (องค์ที่2) 2.พระแสงดาบเวียด 3.พระแสงดาบฟันปลา4.พระแสงดาบแฝด 5.พระแสงดาบฝักมุกทรงเดิม 6.พระแสงดาบฝักทองเกลี้ยง 7.พระแสงขรรค์นวโลหะ และ8.พระแสงดาบมรกต (ร.7) ตามด้วยริ้วมหาดเล็กเชิญเครื่องตาม เป็นริ้วของมหาดเล็กฝ่ายที่ประทับ เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ราชูปโภค จำนวน 16 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดท้ายริ้วขบวนด้วยขบวนหลัง ประกอบด้วยวงดุริยางค์ วงตามจากวงดุริยางค์ทหารบก สนธิกำลังด้วย วงดุริยางค์ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ จำนวน 107 นาย ,กองพันทหารเกียรติยศตามเสด็จ จำนวน 166 นาย จัดจากกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 11 รักษาพระองค์ และมีการจัดขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนที่ตามริ้วขบวน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35086</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนพยุหยาตราสถลมารค, ในหลวงเสด็จฯ เลียบพระนคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190505/image_big_5cced5ea53760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้อมขบวนพระสุพรรณบัฏ กำลังพล‘เข้มแข็ง-สง่างาม’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เข้มแข็ง-สง่างาม! ซ้อมใหญ่เสมือนจริงขบวนเชิญพระสุพรรณบัฏ นายกฯ นำ คกก.งานพระราชพิธีฯ ซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนครในพื้นที่จริง เตรียมยกฉัตรเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 28 เมษายน เวลา 10.19 น. คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ภายใต้คณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงริ้วขบวนเชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกร ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ 1 และเป็นการฝึกซ้อมเสมือนจริง โดยพิธีจริงจะมีขึ้นวันที่ 3 พ.ค. เวลา 10.30 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกำลังพลที่ร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 1 มาจากหน่วยราชการในพระองค์, หน่วยเฉพาะกิจกองพลที่ 1 รักษาพระองค์, หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 ตลอดจนหน่วยงานในกองทัพบกและเหล่าทัพ นอกจากนี้ยังมีกองทหารเกียรติยศจากหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 &amp;nbsp;ร่วมฝึกซ้อมด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฝึกซ้อมริ้วขบวนแห่พระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกร โดยพระราชยานกง ขบวนเริ่มต้นจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มายังที่พระแท่นมณฑลพระที่นั่งไพศาลทักษิณ &amp;nbsp;ประกาศการบรมราชาภิเษก รวมระยะทางเดิน 220 เมตร โดยใช้กำลังพล 133 นาย รูปแบบการเดินใช้กลองใหญ่ให้จังหวะในการเดิน โดยพระที่นั่งไพศาลทักษิณใช้เป็นพระราชพิธีมณฑลในการประกอบพิธีบรมราชาภิเษกในทุกรัชกาล สำหรับริ้วขบวนเชิญพระสุพรรณบัฏ มีการจัดขบวนประกอบด้วย ส่วนนำริ้ว ส่วนพระราชยาน ส่วนฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้า และฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.34 น. คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ได้จัดการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 เป็นการฝึกซ้อมใหญ่ในพื้นที่จริง รวมทั้งมีการฝึกซ้อมยิงปืนใหญ่สลุตบริเวณท้องสนามหลวง 21 นัดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วขบวนที่ 3 ขบวนพยุหยาตราสถลมารคเลียบพระนคร อันเป็นริ้วขบวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ในพระบรมมหาราชวัง ไปทรงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร - วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม - วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ด้วยพระราชยานพุดตานทอง รวมระยะทาง 6.77 กิโลเมตร รวมเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง โดยริ้วขบวนมีความยาวเกือบ 500 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีบุคคลสำคัญร่วมฝึกซ้อมตอนผู้อำนวยการริ้ว ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, &amp;nbsp;พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก อยู่ในส่วนแถวแซงเสด็จพระราชยานพุดตานทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางที่ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร เริ่มจากเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทเลี้ยวซ้ายประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวขวาประตูวิเศษไชยศรี มุ่งหน้าสู่ถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายแยกศาลหลักเมืองถนนราชดำเนินใน แล้วเลี้ยวขวาแยกผ่านพิภพลีลา ถนนราชดำเนินกลาง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนตะนาว ตรงไปยังเกยวัดบวรนิเวศวิหาร ระยะทาง 1.9 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาริ้วขบวนออกจากวัดบวรนิเวศฯ เลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ และเลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนินกลาง ตรงไปยังแยกโรงแรมรัตนโกสินทร์แล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองหลอด ตรงไปจนถึงแยกถนนอัษฎางค์แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนเฟื่องนครไปตามเส้นทางหลังกระทรวงมหาดไทย จนถึงเกยประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ระยะทาง 3.18 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นขบวนออกจากเกยประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตรงไปเลี้ยวขวาถนนเจริญกรุง มุ่งหน้าสู่แยกท้ายวังเข้าสู่ถนนท้ายวัง ตรงไปยังเกยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ระยะทาง 500 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาริ้วขบวนออกจากเกยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามทางถนนท้ายวัง เลี้ยวขวาถนนมหาราช มุ่งหน้าสู่แยกท่าช้าง แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน ตรงไปจนถึงหน้าประตูวิเศษไชยศรี และเลี้ยวขวาเข้าประตูตรงไปจนถึงประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวซ้ายกลับไปยังพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทาง 6.77 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรูปแบบริ้วขบวนนั้น เป็นการเดินตามเสียงกลองนับก้าว 75 ก้าวต่อนาที ก้าวละ 40 เซนติเมตร ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งสิ้น 6 เพลง ได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, เพลงใกล้รุ่ง, เพลงยามเย็น, เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ใช้พลแบกหาม 32 นาย และจะมีการสับเปลี่ยนกำลังพลแบกหามทุก 500 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแบบริ้วขบวนมีความสง่างาม เริ่มจากม้านำ 2 ม้า จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติดุริยางค์ทหารบกนำขบวน 109 นาย หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เป็นผู้บัญชาการกองผสม 1 นาย ทส.ผบก.กองผสม 1 นาย นายทหารประจำกองผสม 8 นายกองพันทหารเกียรติยศนำจาก ร.1.รอ. 166 นาย หน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 นำริ้ว 1 นาย ต่อมาเป็นกลองมโหระทึก 16 นาย สารวัตรกลอง 4 นาย กลองชนะลายเงิน 40 นาย กลองเงิน 40 นาย กลองชนะแถวลายทอง 40 นาย กลองชนะลายทอง 40 นาย สารวัตร 2 นาย แตรฝรั่ง 20 นาย แตรงอน 32 นาย สังข์ 8 นาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาเป็นตอนผู้อำนวยการริ้ว ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวม 13 นาย ตามด้วยเครื่องสูงหน้าประกอบด้วย ธงสามชาย 4 นาย ฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้า 40 นาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเป็นพระราชยานพุดตานทอง ที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับนั่งอยู่ ซึ่งจะมีคู่เคียงพระราชยานอันเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ฯ ฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารอยู่คู่เคียงพระราชยานทั้ง 2 ฝั่ง ถัดมาเป็นฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง 40 นาย ดุริยางค์กองทัพบก 74 นาย สำหรับเครื่องสูงเป็นหนึ่งในสิ่งประกอบพระราชอิสริยยศที่ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี หลังจากพระมหากษัตริย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ และปิดท้ายด้วยกองพันตามจากทหารกองพันเกียรติยศ ร.11.รอ. จำนวน 166 นาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการฝึกซ้อมเสมือนจริงริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศครั้งนี้ เป็นไปอย่างเข้มแข็ง ถูกต้อง พร้อมเพรียง สง่างาม และสมพระเกียรติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณถนนบวรนิเวศน์ และถนนสิบสามห้าง วัดบวรนิเวศฯ มีประชาชนสวมใส่เสื้อเหลืองมาเฝ้ารอชมการซ้อมริ้วขบวนที่ 3 ต่างนำโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเก็บบันทึกภาพนิ่งตลอดจนภาพเคลื่อนไหวการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงด้วยความประทับใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของเรือราชพิธีในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 29 เมษายน สำนักพระราชวังจะเข้ามาดำเนินการติดตั้งฉัตรเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ณ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่แผนกเรือราชพิธีจะดำเนินการติดตั้งอุบะและมาลัยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และวันที่ 30 เมษายน จะมีการซ้อมใหญ่เสมือนจริง โดยเริ่มจากอู่จอดเรือที่ 1 อู่ทหารเรือธนบุรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ไปยังท่าราชวรดิฐ เพื่อเป็นการถวายพระราชอิสริยยศเครื่องราชูปโภคตามโบราณราชประเพณี ซึ่งพิธีจริงจะมีขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ การนี้ รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมชมความงดงามในการซ้อมเรือสุพรรณหงส์ ตั้งแต่เวลา 10.00-13.00 น. ณ ท่าราชนาวีสโมสร และบริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนพยุหยาตราสถลมารค, ฝึกซ้อมริ้วขบวนแห่พระสุพรรณบัฏ, พระบรมมหาราชวัง, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, พระสุพรรณบัฏ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc5b15206f29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
