<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>14ตุลาเขม็งเกลียว! ตร.-ม็อบระอุก่อนชุมนุมใหญ่เสื้อเหลืองรวมพลแสดงพลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประเดิมชุมนุมใหญ่ 14 ต.ค. ม็อบ &amp;ldquo;ไผ่ ดาวดิน-แอมมี่&amp;rdquo; ลองของที่หน้าร้านแมคฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตำรวจกระชับพื้นที่ก่อนปะทะเป็นน้ำจิ้ม พร้อมรวบตัวแกนนำไป 21 ราย แจ้ง 8 ข้อหา ผู้ชุมนุมชู 3 นิ้วรับและส่งขบวนเสด็จฯ พร้อมตะโกนปล่อยเพื่อนเรา &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; อารมณ์ดีบอกให้ถามตำรวจเรื่องชุมนุมใหญ่ สารพัดกลุ่มระดมผู้จงรักภักดีรอรับเสด็จพระราชดำเนินตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ถึงราชดำเนิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม ก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มที่ใช้ชื่อคณะราษฎร 2563 ในวันที่ 14 ตุลาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น ช่วงบ่าย ที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มคณะราษฎรอีสาน นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ พร้อมผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้มาชุมนุมล่วงหน้า โดยนายจตุภัทร์ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่บนรถกระบะ 4 ล้อบรรทุกเครื่องเสียง พร้อมแขวนป้ายสีขาวเขียนข้อความว่า &amp;ldquo;ยุบสภา ภายใต้กติกาใหม่ และยกเลิกมาตรา 112&amp;rdquo; ท่ามกลางสายฝนพรำๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 14.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจสำราญราษฎร์ประมาณ 10-20 นาย เดินเข้ามาขอความร่วมมือผู้ชุมนุมให้ยุติการชุมนุมชั่วคราว เนื่องจากเป็นการชุมนุมบนพื้นผิวจราจร และให้ขยับขึ้นไปบนฟุตปาธเพื่อให้ขบวนเสด็จฯ ผ่าน ในเวลา 17.00 น. ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2563 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยุติการชุมนุมและยืนชู 3 นิ้ว โดยได้ตั้งแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง พร้อมเปิดเพลงเต้น ร้องเพลงด่าทอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และตะโกนเรียกร้องให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยไม่สนใจการประกาศของตำรวจที่ขอความร่วมมือ จนกระทั่งเวลา 15.20 น. ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้เพิ่มกำลังมากกว่า 3 กองร้อย ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็มีรถกระบะบรรทุกเครื่องขยายเสียงมาเพิ่มอีก 1 คันจากกลุ่มคนรุ่นใหม่นนทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้เริ่มกระชับพื้นที่ ซึ่งก็ทำให้เกิดการปะทะกัน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้สาดสีน้ำเงินใส่เจ้าหน้าที่ และมีการตะลุมบอนกันเป็นช่วงๆ ซึ่งตำรวจยังได้เข้ารวบตัวแกนนำถึง 21 คน รวมทั้งนายจตุภัทร์ และนายไชยอมรขึ้นรถคุมขังแล้วออกจากพื้นที่ ซึ่งก็ทำให้การชุมนุมลดความร้อนแรงลง แต่ก็ยังมีการชุมนุมอยู่อย่างประปราย โดยเฉพาะบนรถกระบะ ซึ่งตำรวจก็เจรจาให้กลุ่มผู้ชุมนุมขยับไปชุมนุมบนฟุตปาธ ในขณะที่รถทำความสะอาดของ กทม.ก็มาล้างสีที่เลอะเทอะพื้นถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและเจรจากับตัวแทนผู้ชุมนุม ซึ่งในเวลา 17.30 น. ขบวนเสด็จฯ มุ่งหน้ายังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย กลุ่มผู้ชุมนุมได้ชู 3 นิ้ว และพร้อมใจกันตะโกน &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเราๆ&amp;quot; จนขบวนเสด็จฯ ผ่านพ้นไป จากนั้นแกนนำผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก่อนจะไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อทวงคืนแกนนำ และจะกลับมาปักหลักค้างคืนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค.
ในเวลา 18.00 น. ที่หอศิลปฯ มีประชาชนทยอยเข้ามาในพื้นที่ตามการนัดหมายผ่านไลฟ์สดของนายอานนท์ นำภา โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ได้ให้ตัวแทนประชาชนที่มีความในใจที่อยากพูด ได้ปราศรัยระหว่างรอมวลชนที่กำลังเดินทางมาสมทบ พร้อมบอกว่าตำรวจต้องรับใช้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.59 น. ระหว่างขบวนเสด็จฯ กลับบน ถ.ราชดำเนินกลาง มุ่งหน้าสะพานผ่านฟ้าลีลาศ กลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังหลงอยู่ประมาณ 100 คนที่ปักหลักบริเวณฟุตปาธ หน้าร้านแมคโดนัลด์ ได้ชู 3 นิ้ว และพร้อมใจกันตะโกน &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเราๆ&amp;quot;
บิ๊กตู่ไล่ไปถามตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงถึงการควบคุมตัวแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า ผู้ชุมนุมได้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ไม่มีการแจ้งการชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กโปลิศไทยแลนด์ระบุว่า ตำรวจได้แจ้ง 8 ข้อหาแก่ผู้ชุมนุม ได้แก่ 1.ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ป.อาญา มาตรา 368 2.มั่วสุม 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ป.อาญา มาตรา 215 3.กีดขวางจราจร พ.ร.บ.ทางบก มาตรา 114 และ 148 4.กีดขวางขยะ พ.ร.บ.ความสะอาด มาตรา 19, 39, 40 และ 32 5.สาดสีลงพื้นถนน พ.ร.บ.ความสะอาด มาตรา 12 6.กีดขวาง ป.อาญา มาตรา 385 7.สาดสีใส่เจ้าหน้าที่ทำให้เสียทรัพย์ ป.อาญา มาตรา 358 และ 8.ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4 และ 9&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำอดีตพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์จับกุมผู้ชุมนุมว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามเจตนาและตัวบทกฎหมายของ พ.ร.บ.การชุมนุมฯ และหากเป็นความผิดก็มีโทษสถานเบาคือโทษปรับเท่านั้น ซึ่งการที่ตำรวจใช้กำลังจับนักศึกษาครั้งนี้ไม่เป็นผลดีต่อการดูแลป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หรือการกระทบกระทั่งจนอาจบานปลายไปได้ ไม่ทราบว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งหลายต้องการอะไรและคำนึงหรือไม่ว่าจะมีผลอย่างไร
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล โพสต์เช่นกันว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม ตามสิทธิและเสรีภาพ มันต้องใช้ความรุนแรงควบคุมขนาดนั้นเลยเหรอ #หยุดคุกคามประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความการเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า &amp;ldquo;ให้ไปถามตำรวจโน่น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในบริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า ไม่ต้องเก็บอะไร ส่วนจะให้ข้าราชการออกจากทำเนียบฯ ก่อนผู้ชุมนุมจะเคลื่อนมาหรือไม่ ยังไม่รู้ว่าเขาจะมาหรือไม่มา แต่ตอนเช้ามีกิจกรรมจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกฯ ได้เดินสำรวจความเรียบร้อยบริเวณภายในทำเนียบฯ โดยยืนยันว่า ในวันที่ 14 ต.ค. ข้าราชการทุกหน่วยงานในทำเนียบฯ ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ ไม่มีคำสั่งให้หยุดงานหรือกลับบ้านเร็วเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) ประสานงานทำเนียบฯ กล่าวว่า มาตรการดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ผู้รับผิดชอบ โดยมีแผนรองรับไว้หมดแล้ว ซึ่งไม่น่ากังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผกก.4 บก.ส.3) รับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบฯ กล่าวถึงมตรการดูแลความปลอดภัยบริเวณทำเนียบฯ ว่ามาตรการต่างๆ ยังเหมือนเดิม แต่ยังต้องดูหน้างานอีกครั้ง เพราะเป็นความรับผิดชอบของ บช.น. ซึ่งไม่ทราบว่าจะเจรจาให้กลุ่มผู้ชุมนุมยอมมาทางที่กำหนดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเจรจากับแกนนำเพิ่มเติมเมื่อไหร่ พ.ต.อ.วัชรวีร์กล่าวว่า เราจะเจรจาในวันที่ 14 ต.ค. แต่ที่ผ่านมาก็พูดคุยกันมาตลอด ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีแนวโน้มหรือท่าทีอย่างไร แต่ช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมออกเดินขบวน จะมีเจ้าหน้าที่คอยสกัดตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศเป็นระยะๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีแนวโน้มว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจมุ่งตรงมายังทำเนียบฯ ตาม ถ.ราชดำเนิน โดยไม่มาทางสนามม้านางเลิ้ง พ.ต.อ.วัชรวีร์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะพยายามเจรจาไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ ถ.ราชดำเนิน แต่ให้ไปทาง ถ.นครสวรรค์ ซึ่งหากผู้ชุมนุมไม่ยินยอม เจ้าหน้าที่ก็ต้องเตรียมความพร้อม โดย บช.น.อาจเตรียมแบริเออร์ และลวดหนามกั้นเหมือนช่วงการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ซึ่งต้องดูสถานการณ์ตอนนั้นอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเจรจากับแกนนำให้มาทางถนนนครสวรรค์ และให้ใช้พื้นที่อยู่บริเวณถนนพิษณุโลกได้ บช.น.จะนำแบริเออร์มากั้นบนสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมข้ามมายังทำเนียบฯ ขณะที่ในส่วนการรักความปลอดภัยภายในทำเนียบฯ ที่ผมดูแลอยู่ ยังดูแลเข้มเป็นปกติ โดยตำรวจทุกนายจะเริ่มเข้าประจำการตามจุดต่างๆ ในเย็นวันที่ 13 ต.ค.&amp;rdquo; พ.ต.อ.วัชรวีร์ระบุ
บิ๊กปั๊ดไม่กังวลม็อบ 14 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.ว่า ตำรวจมีความพร้อมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการชุมนุมค้างคืนวันที่ 14-16 ต.ค.นั้น ตามกฎหมายชุมนุมไม่ให้มีการค้างคืนอยู่แล้ว ถ้ามีการค้างคืนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;ldquo;ยังไม่ได้รับแจ้งเหตุที่น่าห่วง ไม่รู้สึกกังวล เพราะที่ผ่านมาก็อยู่กับม็อบมาตลอด คนที่มาเรียกร้องก็รักชาติและสถาบันทุกคน ผู้ชุมนุมต้องเข้าใจด้วยว่าทำอะไร จะเกิดผลกระทบแบบไหน ส่วนมือที่ 3 เจ้าหน้าที่ก็มีการเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ ถึงการข่าวจะมีหรือไม่มีแต่ระบบรักษาความปลอดภัยก็ต้องมี&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่าแผนรับมือในการเคลื่อนพลของกลุ่มผู้ชุมนุมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการอย่างไร เขาตอบว่า เรื่องนี้เป็นแผนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จะต้องปรับไปตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วันนี้ใส่เสื้อเหลืองและเลือกข้างมานานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของกลุ่มต่างๆ ที่ได้มีการนัดหมายในวันที่ 14 ต.ค. โดย พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงปฏิบัติการเก็บขยะแผ่นดิน โดยได้นัดรวมตัวในวันที่ 14 ต.ค. เวลา 10.00 น. ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในวันที่ 14 ต.ค. เวลา 13.30 น. ขอเชิญพสกนิกรชาวไทย สวมใส่เสื้อสีเหลืองร่วมรับเสด็จบริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถ.ราชดำเนิน และอยู่ด้วยกันจนถึงเวลาส่งเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธะอิสระ ได้โพสต์ข้อความบนเพจหลวงปู่พุทธะอิสระ ระบุว่า วันที่ 14 ต.ค. พวกเราคนไทยหัวใจรักชาติจะใส่เสื้อเหลืองไปรวมตัว ณ ลานพระบรมรูปทรงม้ารัชกาลที่ 5 จนถึงถนนราชดำเนินให้เต็มทุ่งท้องสนามหลวง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;#ปกป้องชาติศาสน์กษัตริย์&amp;quot; ระบุว่าจะไปร่วมรับเสด็จ ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ วันที่ 14 ต.ค.นี้ ช่วงเวลาบ่ายๆ เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ในวันที่ 14 ต.ค.จะนำพสกนิกรชาวหลักสี่สวมใส่เสื้อเหลืองร่วมรับเสด็จประมาณ 500 คน ที่มีหัวใจรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มาร่วมกันเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะร่วมกิจกรรมกับนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ และ นพ.เหรียญทองด้วยหรือไม่ นายสิระกล่าวว่า ถ้ากิจกรรมดังกล่าวทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ก็มองว่าไม่มีข้อเสียที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า กมธ.ปกครองไม่มีมติส่ง ส.ส.ไปสังเกตการณ์การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. เพราะไม่ได้มีการประชุม กมธ.ในช่วงที่ผ่านมา แต่ถ้าใครจะไปสังเกตการณ์ถือว่าไปในนามส่วนตัว เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีมติส่ง ส.ส.ไป แต่ถ้าใครจะไปถือเป็นในนามส่วนตัว ซึ่งตนเอง และ ส.ส.เพื่อไทย 3-4 คนจะไปในนามส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ย้ำว่า ควรยกเลิกข้อเรียกร้องทุกข้อให้เหลือเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป จะออกไปโดยการลาออกหรือจะเป็นการยุบสภาทางใดทางหนึ่งให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนเลือก เรียกว่านัดเดียว ข้อเดียวจบ
นายจตุพรยังกล่าวว่า ประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม 2516 กับ 14 ตุลาคม 2563 นั้นไม่เหมือนกันทางภูมิรัฐศาสตร์ ทุกอย่างจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แม้จะนัดหมายรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจะเคลื่อนไปยังทำเนียบฯ ภายใต้กระแสที่พสกนิกรที่สวมเสื้อเหลือง ไม่ใช่เป็นเสื้อเหลืองทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของพสกนิกรที่ยึดมั่นและมีความจงรักภักดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;14 ตุลาคม 2516 นักศึกษาจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เห็นได้จากแกนนำอย่างนายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล นายธีรยุทธ บุญมี นางเสาวนีย์ ลิมมานนท์ และอีกหลายๆ คนนั้นไม่ได้จัดริ้วขบวนให้บรรดานักเรียน นิสิตนักศึกษาถือพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชินี ออกจากรั้วธรรมศาสตร์ไปยังราชดำเนิน แต่ 14 ตุลาคม 2563 แม้จะบอกว่าชุมนุมโดยสงบ แต่จะรับเสด็จด้วยการชูสามนิ้ว&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.ว่า เคยเป็นอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อดีตแกนนำคนเสื้อแดง มีความดีใจมากที่สุดในวันนี้ที่เห็นพี่น้องอดีตคนเสื้อแดงทั่วทั้งแผ่นดินได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบัน และประกาศจุดยืนจะไม่มาร่วมการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. และต้องขอขอบคุณนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่ได้ประกาศจุดยืนในการให้ข้อคิด ให้สติกับคนที่จะมาชุมนุม จะส่งข่าวไปถึงพี่น้องเสื้อแดงว่าอย่าได้มาร่วมชุมนุม เพราะการชุมนุมครั้งนี้เป็นการเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน จวบจ้วงสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเราไม่ควรไปก้าวล่วงสถาบันเด็ดขาด
&amp;quot;ต้องขอบคุณคุณจตุพร และคุณขวัญชัย ไพรพนา อดีตประธานชมรมคนรักอุดร ชาวอุดรธานีทั้งหลายทั้งปวง และชาวอีสานทุกคน รวมถึงคุณอานนท์ แสนน่าน แล้วก็เครือข่ายสมาชิกอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ทุกภาค ทุกจังหวัด ที่ได้ประกาศจุดยืนในการไม่เข้าร่วมชุมนุม 14 ต.ค. ร่วมกับแกนนำของกลุ่มล้มเจ้า&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80395</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ต.ค., ขบวนเสด็จฯ, คณะราษฎร 63, รวบตัวแกนนำ, สำราญราษฎร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f85c01b9fac1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชู3นิ้วหน้าขบวน ‘ทอน-ช่อ’ปั่นม็อบตุลา‘คณะราด’เหิมหนัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่าย &amp;quot;คณะราด&amp;quot; 63 อ้างสวยหรูไม่ขัดขวางขบวนเสด็จฯ ในหลวง แต่เหิมเกริมหนัก! จะให้ม็อบยืนชู 3 นิ้วขณะขบวนเสด็จฯ ผ่าน &amp;quot;อานนท์&amp;quot; คุยเรียกแขกมาแน่ 2 แสนคน&amp;nbsp; &amp;quot;ธนาธร-ช่อ&amp;quot; ทุ่มหมดหน้าตัก ช่วยกันปั่น อ้างต้องการให้หันหน้าเข้าหากัน แต่ปลุก 6 ตุลา อาชญากรรมโดยเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง มีประชาชนที่ถูกสังหารกลางกรุงเทพฯ อย่างโหดเหี้ยม ตำรวจจัด 95 กองร้อย เตรียมอุปกรณ์อาวุธพิเศษ รักษาความปลอดภัยเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 10 ตุลาคม เพจกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และเพจอื่นๆ ซึ่งเป็นเครือข่ายของคณะราษฎร 2563 โพสต์เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ถึงกรณีขบวนเสด็จฯ กับการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.2563 ด้วยข้อความตรงกันว่า จะไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะราษฎรขอยืนยันว่า เราจะไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ หากมีขบวนเสด็จฯ ผ่านยังพื้นที่ชุมนุม หากสื่อสำนักใด หรือกลุ่มใดก็ตามกำลังพยายามสร้างความเกลียดชังแก่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย จงหยุดการกระทำเหล่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราได้ประกาศไปเป็นเวลานานก่อนหน้านี้แล้วว่า จะมีการชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งการชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมา และครั้งต่อๆ ไปที่จะเกิดขึ้น ล้วนเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ หากเกิดเหตุผิดปรกติอันใดขึ้น ขอให้ประชาชนจงตระหนักว่า นั่นไม่ได้มาจากผู้ชุมนุม แต่กลับมาจากมือที่ 3 หรือฝ่ายรัฐเองที่ต้องการสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากตำรวจยังไม่จัดเส้นทางรถยนต์กษัตริย์ใหม่ หากมีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากขบวนจะผ่านก็ยาก และลำบากต่อการจราจร ตำรวจจึงควรจัดเส้นทางที่ทำให้กษัตริย์ไม่ต้องเสี่ยงต่อมือที่ 3 ที่จ้องจะสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราทุกคนต่างมีสิทธิในการใช้ถนนอย่างเท่าเทียมกัน หากช่วงที่มีขบวนรถกษัตริย์ผ่าน การจราจรยังไม่ถูกปิดจากการใช้พื้นที่ชุมนุม กลุ่มผู้ชุมนุมก็พร้อมจะให้ทุกคนได้ใช้ถนนร่วมกัน โดยจะไม่มีการขัดขวางหรือก่อให้เกิดความไม่สะดวกใดๆ แก่ประชาชนทั่วไป รวมทั้งขบวนเสด็จฯ ของกษัตริย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ชุมนุมจะยืนอย่างสงบโดยชู 3 นิ้ว ร่วมกันแสดงออกอย่างสันติวิธี และสื่อถึงข้อเรียกร้องในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ มิใช่ล้มล้าง เพื่อให้สถาบันกษัตริย์อยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยได้อย่างสง่างาม ไม่ถอยห่างจากระบอบประชาธิปไตย กลับเข้าสู่ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นึกภาพขณะขบวนรถกษัตริย์วิ่งผ่านประชาชนเรือนแสน แสดงออกอย่างอารยะด้วยสันติวิธี ร่วมกันชู 3 นิ้ว และท่องบทกวีของคุณวิสากึกก้องราชดำเนิน เพื่อเรียกร้องให้สถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันที่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ จะมีพลังขนาดไหน นี่คือการแสดงออกอย่างสงบ และสันติวิธี ตำรวจมีหน้าที่ในการดูแลการชุมนุมและขบวนรถกษัตริย์ ไม่ให้ผู้ไม่หวังดีมาก่อกวน เจอกัน 14 นาฬิกา 14 ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไปๆ มาๆ เรื่องขบวนเสด็จฯ นี่แหละจะช่วยเรียกแขกให้การชุมนุมมีคนมามากขึ้น ตอนแรกคาดว่าจะมาเท่าวันที่ 19 กันยายน ดูทรงคนอยากมาแสดงออกต่อกษัตริย์โดยตรง อาจมากกว่า 2 แสนก็เป็นได้&amp;quot; นายอานนท์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แกนนำคณะก้าวหน้า นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมจัดรายการเฟซบุ๊กไลฟ์ประจำสัปดาห์ &amp;ldquo;ก้าวหน้าทอล์ก&amp;rdquo; โดยมีการพูดถึงกรณีร้อนการอภิปรายในรัฐสภาเยอรมนีเกี่ยวกับสถานะของพระมหากษัตริย์ไทยที่พำนักอยู่ในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ในขณะนี้
รัฐสภาเยอรมนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์ได้ชวนกันพูดคุยถึงกรณีที่รัฐสภาเยอรมนีมีการอภิปรายในรัฐสภา ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ถึงกรณีสถานการณ์ในประเทศไทยที่มีการชุมนุมประท้วงและมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ท่าทีของประเทศเยอรมนีจะมีการกดดันให้สหภาพยุโรปยุติการเจรจาการค้าเสรี (FTA) กับประเทศไทยหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งในกรณีที่พระมหากษัตริย์ของประเทศไทยพำนักอยู่ในประเทศเยอรมนี และมีการใช้พระราชอำนาจมาจากประเทศเยอรมนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีได้ให้คำตอบว่า การระงับการเจรจา FTA เป็นหนึ่งในทางเลือก แต่เยอรมนีไม่ต้องการให้ไปถึงจุดนั้น และมุ่งหวังที่จะให้เกิดการพูดคุยกันเพื่อแสดงความกังวลต่อการใช้อำนาจของรัฐบาลไทย และจะมีการจับตาสถานการณ์ในประเทศไทยต่อไปอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีพระมหากษัตริย์ไทยที่พำนักอยู่ในเยอรมนี และใช้พระราชอำนาจบนดินแดนของเยอรมนีนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลเยอรมนีมีความชัดเจนแล้วว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดการตัดสินใจที่กระทบต่อประเทศไทยถูกกระทำบนดินแดนของเยอรมนีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กรณีของประเทศไทยถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงในรัฐสภา ก่อนหน้านี้เคยมีการอภิปรายมาแล้วในรัฐสภาของแคว้นบาวาเรีย ตั้งคำถามต่อรัฐบาลบาวาเรีย โดย ส.ส.พรรคกรีน ว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีมาตรการไม่ให้เปิดโรงแรมรับนักท่องเที่ยวเป็นกรณีทั่วไป แต่อนุญาตให้รับเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจสำคัญ โดยมีการทำเรื่องขออนุญาต จึงจะเปิดโรงแรมให้พักได้ แต่เหตุใดโรงแรมที่กษัตริย์ไทยพำนักอยู่นั้นจึงอนุญาตให้พำนักได้ เป็นการเลือกปฏิบัติแตกต่างจากประชาชนปกติหรือไม่ ทั้งๆ ที่เป็นการมาพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ไม่ใช่การมาประกอบธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์อ้างว่า เรื่องนี้ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจนักจากรัฐสภาบาวาเรีย จนเรื่องนี้ในที่สุดถูกนำมาอภิปรายในรัฐสภาระดับชาติของประเทศเยอรมนี ที่ ส.ส.พรรคกรีนและกรรมาธิการการต่างประเทศตามเนื้อหาข้างต้น ซึ่งโดยหลักการในทางระหว่างประเทศ สำหรับประเทศที่มีเอกราชประเทศหนึ่งๆ จะมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนได้เพียงอำนาจเดียว จะมีผู้แสดงตนเป็นอำนาจอธิปไตยมาอยู่ในที่เดียวกันสองหน่วยไม่ได้ สิ่งที่ ส.ส.คนนี้ตั้งคำถามคือ พระมหากษัตริย์ที่อยู่ในฐานะประมุขของรัฐไทย มีการใช้อำนาจอธิปไตยของประเทศที่เป็นประมุขอยู่ในดินแดนของเยอรมนีได้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนาธรระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกิดการถกเถียงกันในรัฐสภา ซึ่งเป็นที่ที่ทรงอำนาจสูงสุดในเยอรมนี มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแน่นอน มีการพูดถึงการถอนการเจรจา FTA เราในประเทศไทยไม่สามารถเพิกเฉยได้ แต่ต้องพูดกันด้วยเหตุด้วยผลและยอมรับความจริง เพราะมีคนจำนวนมากที่พอพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วรู้สึกว่าถูกคุกคามจิตใจ เราไม่ต้องการพูดเพื่อทำร้ายจิตใจใคร แต่เราต้องการพูดด้วยความหวังดี เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอยู่คู่กับประชาธิปไตยและสังคมไทยได้
กระอักกระอ่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่คือข้อความหลักที่ผมอยากจะส่งไปให้กับกลุ่มคนที่รู้สึกไม่สบายใจ กระอักกระอ่วน เมื่อมีคนพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้มันถูกพูดขึ้นแล้ว ไม่ได้ถูกพูดขึ้นในประเทศไทยด้วย แต่มันถูกพูดขึ้นในการอภิปรายในรัฐสภาของเยอรมัน คงจะเพิกเฉยต่อมันไม่ได้ แต่ผมอยากขอร้องให้ทุกฝักทุกฝ่ายพูดด้วยความเข้าใจกัน พูดกันด้วยเหตุผล พูดกันด้วยข้อเท็จจริง เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับทุกฝักทุกฝ่าย แต่จะเพิกเฉย ทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้น ทำเหมือนเรื่องนี้ไม่มีจริงต่อไปก็คงจะไม่ได้แล้ว&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทั้งสองได้ร่วมกันพูดคุยต่อถึงประเด็นทวิตเตอร์เปิดโปงปฏิบัติการ IO โดยรัฐที่ใช้แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ในการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และละเมิดนโยบายของทวิตเตอร์ ซึ่งประกอบไปด้วย 1,594 บัญชีใน 5 ประเทศคือ อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย คิวบา ไทย และรัสเซีย ซึ่งบัญชีที่ถูกสั่งปิดไปในประเทศไทยอย่างเดียว มีจำนวนมากถึง 926 บัญชี ที่เชื่อมโยงกับกองทัพไทย มีเนื้อหาสนับสนุนกองทัพ สนับสนุนรัฐบาล และโจมตีฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เดิมและพรรคก้าวไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า พูดตรงๆ ว่าพรรคเราในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง นักการเมือง ไม่ได้รับผลกระทบมากมายอะไรจากปฏิบัติการของ IO ในทวิตเตอร์ เพราะมันประสิทธิภาพต่ำมาก พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีฝีมือ มันไม่สามารถทำอะไรได้ ต่างจากในเฟซบุ๊กซึ่งถือว่ามีขุมกำลังที่น่ากลัวอยู่พอสมควร แต่สิ่งที่เรากังวลมากกว่าผลกระทบต่อเราก็คือ ภาษีของประชาชนเนี่ย ถูกนำไปใช้ในการยุยงปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธรกล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้ตนจำเป็นต้องพูดถึงผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ทั้งคนเก่าและคนใหม่ เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่แล้ว ตอนที่ตนยังเป็นกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ระหว่างที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. มาชี้แจงงบประมาณของกองทัพบก ตนได้ถาม พล.อ.อภิรัชต์ว่าตกลงกองทัพมีปฏิบัติการ IO หรือไม่ เป็นหนึ่งในคำถามสำคัญ พล.อ.อภิรัชต์ตั้งใจที่จะไม่ตอบเรื่องนี้ แต่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นผู้ตอบต่อที่ประชุมว่ากองทัพไม่มีปฏิบัติการ IO &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เราอยู่ในเดือนตุลาคม เราเพิ่งผ่านการรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เป็นอาชญากรรมโดยรัฐมาเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง มีประชาชนที่ถูกสังหารกลางกรุงเทพฯ อย่างโหดเหี้ยม แล้วพื้นฐานของการอนุญาตให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นในวันที่ 6 ตุลาคม ก็เกิดจากการสร้างความเกลียดชังให้ประชาชนเกลียดชังกันเอง สังคมที่สร้างความเกลียดชัง เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังไว้ พอมันเติบโตขึ้นมาแล้วมันหยุดไม่อยู่ รูปแบบการทำงานของรัฐไทยเป็นอย่างนี้มาตลอด คือปลุกปั่นยุยง สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า เมื่อประชาชนแตกแยกกัน ก็เป็นความชอบธรรมที่ทหารจะเข้ามายึดอำนาจ ที่ทหารจะเข้ามาปราบปราม ตนคิดว่าเรื่องนี้น่ากลัวมาก และขอยืนยันว่า 1.มันเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่ถูกต้อง เอาภาษีของประชาชนมาทำให้ประชาชนเกลียดกันเองไม่ได้ 2.การเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง สุดท้ายจะนำไปสู่ความรุนแรง ไปดูสงครามที่ไหนก็อย่างนี้ เกลียดกันเพราะความเชื่อทางศาสนา เพราะสีผิว เพราะชาติพันธุ์ เพราะความเชื่อทางการเมืองเพียงเพื่อต้องการรักษาอำนาจไว้ กรณีนี้ก็เหมือนกัน&amp;quot;
เตรียมตร.95กองร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าเราต้องเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคมสักอย่างหนึ่ง ก็น่าจะเป็นเรื่องนี้ ว่าการสร้างความเกลียดชังไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา จะนำไปสู่การเข่นฆ่ากัน จะนำไปสู่ความรุนแรงในท้ายที่สุด ตนเชื่อว่าสังคมจะเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่ความเกลียดชังที่เราต้องการ แต่เป็นการหันหน้าเข้าหากัน ขับเคลื่อนสังคมด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน ขับเคลื่อนสังคมด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ขับเคลื่อนสังคมด้วยความเกลียดชัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมว่า เราจะต้องรู้สึกรู้ร้อนรู้หนาวถึงความต้องการของประชาชน รวมถึงรู้ร้อนถึงปัญหาวิกฤติการเมือง ความเชื่อมั่นของประชาชน หากรัฐบาลต้องการผ่อนอุณหภูมิทางการเมือง เห็นว่าอย่างน้อยควรมีการโหวต เพื่อให้ได้ข้อสรุปถึงทิศทางการแก้กฎหมายของประเทศว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะหากเตะถ่วงต่อไปจะไม่เป็นผลดี และเป็นการเพิ่มอุณหภูมิทางการเมือง หากสภาไม่สามารถเป็นหลักในการแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ เท่ากับว่าเป็นการผลักปัญหาของประชาชนออกไปนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เผยแพร่ข้อมูลด้วยปรากฏข้อมูลข่าวสารตามสื่อสังคมออนไลน์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับแกนนำจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 กันยายน ที่ผ่านมา และจะได้ทำการจับกุมแกนนำช่วงก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2563 เพื่อไม่ให้มาทำกิจกรรมชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับแกนนำที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 แต่อย่างใด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่าง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งหากมีความคืบหน้าประการใด จะได้แจ้งให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้มีบันทึกข้อความถึง ผบช.น., ภ.1-9 และ ตชด. อ้างถึงหนังสือ บช.น. ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ขอรับการสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน จำนวน 95 กองร้อย จาก ตร. เพื่อปฏิบัติภารกิจการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมการชุมนุมคณะราษฎร ที่เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุม &amp;quot;เพราะเราทุกคนคือคณะราษฎร และคณะราษฎรยังไม่ตาย&amp;quot; ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้การดูแลการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และสนับสนุนภารกิจของ บช.น. จึงให้หน่วยต่างๆ ดำเนินการดังต่อไปนี้
อุปกรณ์อาวุธพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ให้หน่วยจัดกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำกาย สนับสนุน บช.น. จำนวน 95 กองร้อย ใช้ยอดกำลังพลดังต่อไปนี้ ตชด.จำนวน 12 กองร้อย, ภ.1 จำนวน 9 กองร้อย, ภ.2 จำนวน 10 กองร้อย, ภ.3 จำนวน 13 กองร้อย, ภ.4 จำนวน 13 กองร้อย, ภ.5 จำนวน 9 กองร้อย, ภ.6 จำนวน 12 กองร้อย, ภ.7 จำนวน 9 กองร้อย และ ภ.9 จำนวน 8 กองร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยให้ร้อย คฝ. ที่สนับสนุนดำเนินการดังนี้ 1.จัดเตรียมอุปกรณ์อาวุธพิเศษ ระดับกองร้อย (อัตรา 1 หมวด)
2.จัดเตรียมรถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็ก พร้อมพลขับ กองร้อยละ 1 คัน 3.จัดชุดเจราจรต่อรองกองร้อยละ 3 นาย โดยมีนายตำรวจสัญญาบัตรเป็นผู้ควบคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้กำลัง คฝ. (ผบ.ร้อย) ที่สนับสนุน บช.น. รายงานตัวในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 โดยให้สอบถามเวลา สถานที่ และประสานการปฏิบัติกับ พ.ต.ต.อนันต์ จันทร์ศรี สว.ฝอ.3 บก.อก.บช.น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านเรือนไทยพรหมคีรี ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช นายทวี ประหยัด รองประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น เรารักประเทศไทย อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้, นายศักดา ยวนแหล ประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับคนไทยมุสลิม ประชาชน แกนนำคนเสื้อแดง และอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ประชุมทำความเข้าใจเพื่อดำเนินการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เตรียมการรณรงค์ให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และชาวไทยมุสลิม ได้เข้าใจถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงของประเทศไทยแต่ละพระองค์ พร้อมกับเป็นการแสดงต่อต้านกลุ่มจาบจ้วงสถาบันฯ&amp;nbsp; ประกาศเจตนารมณ์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ขอเข้าร่วมกลุ่ม 14 ตุลาคมนี้อย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวี ประหยัด รองประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น เรารักประเทศไทย อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้ ได้เปิดเผยว่า บรรพบุรุษไทย เสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต เพื่อปกป้องแผ่นดิน และสถาบันฯ ซึ่งมีเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ เราจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และแผ่นดินไทยต่อจากบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทย พวกเรายอมพลีชีพเพื่อปกป้องพระมหากษัตริย์ไทย เพราะรักพระองค์ยิ่งกว่าชีวิต การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นับว่าเป็น &amp;quot;การผสมผสานที่ดีที่สุด ลงตัวที่สุด และสวยงามที่สุด&amp;quot; ระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบกษัตริย์ซึ่งมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อความคงอยู่ของชาติบ้านเมืองตลอดมา บางคนกล่าวว่า ถ้าไม่มีกษัตริย์ ก็ไม่มีประเทศไทย ถ้าไม่มีประเทศไทย ก็ไม่มีระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น จุดลงตัวที่สุดคือ ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &amp;quot;...พระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ไทยมากว่า 700 ปี และทรงทำให้ประเทศไทยเป็นเอกราช เจริญรุ่งเรือง พาชาติผ่านพ้นวิกฤติมาแล้วหลายครั้ง ไม่ต้องดูย้อนไปไกล เอาแค่สมัยรัตนโกสินทร์ก็พอ...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีกล่าวอีกว่า พระมหากษัตริย์สามารถนำพาประเทศให้พ้นจากลัทธิล่าอาณานิคมของฝรั่ง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตกเป็นอาณานิคมจนหมดสิ้น พระมหากษัตริย์ได้เตรียมการที่จะมอบรัฐธรรมนูญให้กับราษฎรแล้วในปี 2475 แต่ที่ต้องชะลอไปก่อนก็เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจพอสมควรเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่ทันใจคณะผู้ก่อการที่ต้องการการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่จำกัดอำนาจของพระมหากษัตริย์ แต่บางกลุ่มก็ไปไกลกว่านั้น ถึงกับต้องการล้มเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้พวกเราชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม จึงได้ร่วมกับแกนนำและอดีตประธานหมู่บ้านแสดงทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ออกมารณรงค์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมกิจกรรม 14 ตุลาคมอย่างเด็ดขาด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80101</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนเสด็จฯ, คณะราษฎร 2563, ยืนชู 3 นิ้ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f7ff7d046fc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท้าทายขบวนเสด็จฯ ม็อบเหิมอ้างเป็นจุดพีก/ประยุทธ์ชี้อย่าทำกรรมชั่วช่วงมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แกนนำม็อบคณะราษฎร 2563 เปิดบัญชีระดมทุนชุมนุม 14 ตุลา. พร้อมรับสมัครทีมงานการ์ด &amp;quot;อานนท์&amp;quot; โวย ตร.ขอศาลออกหมายจับสกัด โทษ ตร. จัดขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุม &amp;quot;โตโต้&amp;quot; กร้าวจุดพีกอยู่ที่วันขบวนเสด็จฯ ผ่าน รอง ผบ.ตร.ลั่นมีหน้าที่ถวายความปลอดภัยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด &amp;quot;กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม&amp;quot; จี้อธิการ มธ.เอาผิดม็อบบุกรุก มธ. จาบจ้วงสถาบันฯ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; อัดม็อบทำลายบรรยากาศทำบุญประเทศ ปลุกประชาชนปกป้องสถาบันฯ ถามลั่นถ้าปล่อยให้ก้าวล่วง ปท.คงอยู่ไม่ได้ ทบ.ปัดทำไอโอ ซัดทวิตเตอร์โยงมั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม นายอานนท์ นำภา พร้อมด้วย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักเคลื่อนไหวสายมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมกันเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เพื่อใช้เป็นบัญชีหลักระดมทุนเพื่อการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเปิดรับสมัครทีมงานตำแหน่งการ์ด โดยบุคคลที่มาสมัครต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 2 ข้อ ได้แก่ 1.เป็นผู้ที่มีอายุ 18-25 ปี ที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า 2.สามารถเข้าร่วมเวิร์กช็อปในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2563 เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอานนท์ นำภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กด้วยว่า &amp;quot;ตามฟอร์ม ตำรวจมาขอให้ศาลอาญาออกหมายจับผมกับน้องๆ นักศึกษา เพื่อจับไม่ให้ไปชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ก็ดี ให้มันพังไปพร้อมๆ กัน แล้วสร้างขึ้นมาให้ให้มั่นคง แข็งแรงกว่าเดิม ถ้าผมเป็นอะไรไป ฝากทุกคนไปทวงคืนศักดิ์ความเป็นคนที่ราชดำเนินด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์โพสต์อีกว่า จริงๆ เรื่องขบวนเสด็จฯ ที่ตำรวจจงใจจัดให้ตรงกับการชุมนุมขนาดใหญ่ ทั้งที่รู้ว่าประเด็นหลักใหญ่ใจความของการชุมนุมคือการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ต้องถือว่าเป็นการหาเรื่องผู้ชุมนุม คือพยายามป้ายสีและสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งให้บานปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รู้ทั้งรู้ว่าคนรุ่นใหม่เขาเคยแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับขบวนเสด็จฯ จนติดเทรนทวิตเตอร์มาแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าถ้ามีขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุมมันจะเกิดความวุ่นวายขนาดไหน ยังดึงดันที่จะจัดขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุมให้ได้ ถ้าเกิดความวุ่นวายขึ้น ต้องถือว่าตำรวจจงใจให้เกิดขึ้นเอง จะมาโทษผู้ชุมนุมไม่ได้เลย&amp;quot; นายอานนท์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1&amp;nbsp; พรรคอนาคตใหม่ แกนนำม็อบปลดแอก โพสต์ข้อความว่า เราจะมีการจัดชุมนุมตามที่มีการแถลงข่าวกันไปเมื่อราว 14.15 น. ของเมื่อวานที่สนามราษฎร์ (เดิมชื่อสนามหลวง) การชุมนุมจะมีขึ้นตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป เริ่มขบวนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน แล้วเรารอฟังประกาศบนเวทีให้ดีๆ ว่าจะมีการจัดกิจกรรมอะไรต่อไป รับประกันว่ารอบนี้มีการออกกำลังกายอย่างแน่นอน เช่น การช่วยกันดูแลต้นไม้ของ กทม.ที่เกะกะอนุสาวรีย์ฯ รอบนี้ทราบว่าในหลวงเลือกที่จะเสด็จฯ ผ่าน ถนนราชดำเนิน เพื่อเสด็จฯ ต่อไปยังวัดพระแก้ว ในวันและเวลาตรงกันกับการชุมนุมของประชาชนที่ชูข้อเรียกร้อง 1 คือปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จุดพีกสุดของวันน่าจะอยู่ที่ภาพของขบวนเสด็จฯ จะแล่นผ่าน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ท่ามกลางมวลหมู่ประชาชนจำนวนมากได้อย่างไร นี้คือเรื่องที่ท้าทายสำหรับทุกฝ่าย โดยเฉพาะทางฝั่งนั้นก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทางฝั่งเราก็คือมวลชนอาสา แต่เมื่อต้องการอย่างนั้น เราก็คงทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ และปล่อยให้เป็นโดยธรรมชาติ คิดเสียว่าอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด&amp;quot; นายปิยรัฐระบุ
ศาลปล่อยตัวม็อบขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ จ.ขอนแก่น เวลา 10.00 น. นายธนภณ เดิมทำรัมย์ หรืออาร์ตยุ่น พร้อมด้วยนายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุม ได้รวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อนำแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมด รวมทั้งผู้ให้การสนับสนุน ร่วมเดินขบวนรณรงค์ให้ประชาชนชาวขอนแก่นออกมาร่วมชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.
และการร่วมกันเข้าพบพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น ตามขั้นตอนการสอบสวน ภายหลังจากวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นได้มีหมายเรียกให้แกนนำกลุ่มที่ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่สวนรัชดานุสรณ์ หลังการสอบสวนตามข้อกล่าวหาแล้วเสร็จ ในฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบวางกำลังเข้มโดยรอบพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่ พ.ต.อ.ปรีชา เร่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้ใช้เครื่องขยายเสียงแจ้งสิทธิ์การชุมนุม ข้อกฎหมาย และมาตรการควบคุมโรคจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบป้ายที่ผู้ชุมนุมนำมาใช้ในการเดินขบวน โดยพบว่ามีป้าย 1 ป้ายที่มีข้อความที่เกี่ยวข้องและหมิ่นเหม่ต่อสถาบันฯ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบและตรวจยึด ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจและยื้อแย่งป้ายดังกล่าวจนเกือบเกิดการปะทะเกิดขึ้น จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันเดินขบวนไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดตามการนัดหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมด้วยนายธนภณ เดิมทำรัมย์ หรืออาร์ตยุ่น, นายวชิรวิทย์ เทศศรี เมือง หรือเซฟ, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน&amp;nbsp; และ นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำเเบงค์ 5 นักจัดกิจกรรมซึ่งถูกดำเนินคดี เดินจากสำนักอัยการ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; มายังศาลแขวง จ.ขอนแก่น ระยะทางประมาณ 1 กม. ภายหลังจากพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย กระทั่งเวลา 16.00 น. ศาลแขวง จ.ขอนแก่น มีคำสั่งให้ประกันตัว ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ และให้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนมารายงานตัวต่อศาล ในวันที่ 2 ธ.ค.2563 เวลา 13.00 น. หากไม่มารายงานตัวมีคำสั่งปรับคนละ 20,000 บาท และออกหมายจับทันที &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 5 คนได้เดินออกมาจากห้องพิจารณาคดีมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาปักหลักรอบริเวณด้านหน้าศาล ก่อนร่วมกันถ่ายภาพและแยกย้ายกันเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ ข้าวสาร เวียงใต้ เวลา 10.00 น. กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม ซึ่งเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในการชุมนุมทางการเมืองที่นำไปสู่ความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย นำโดยนายอาณัศ ช้างอินทร์ นิติศาสตร์ มธ.รุ่น&amp;nbsp; 09 อ่านแถลงการณ์ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 4 ข้อ&amp;nbsp; คือ 1.เรียกร้องให้อธิการบดีแจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิด เนื่องจากอธิการบดีเคยมีคำสั่งชัดเจนไม่ให้ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยในการชุมนุม แต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้บุกรุกเข้าไปมหาวิทยาลัย ฝ่าฝืนคำสั่ง ทำให้ทรัพย์สินภายในมหาวิทยาลัยเสียหาย ดังนั้นขอให้ดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในอนาคต หากปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินคดี อาจมีความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ศิษย์เก่าจี้มธ.ฟันแกนนำม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เรียกร้องให้สั่งห้ามไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ชื่อมหาวิทยาลัยในการชุมนุมทางการเมือง ที่เป็นการสร้างความอับอายและความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงแก่มหาวิทยาลัย และห้ามไม่ให้ใช้ตราสัญลักษณ์และสถานที่ของมหาวิทยาลัยในการชุมนุมทางการเมืองที่มีเนื้อหาปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ 3.ขอให้ลงโทษนักศึกษาตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย ที่ใช้เสรีภาพการชุมนุมต้องไม่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน และทำลายวัฒนธรรมของชาติเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างแก่นักศึกษาคนอื่นๆ 4.ขอให้สั่งห้ามไม่ให้อาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่สอนด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม แฝงไปด้วยวาระทางการเมือง มีเนื้อหาเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ เพื่อไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวมีบรรดาศิษย์?เก่า ?ม.ธรรมศาสตร์ ?ที่ร่วมเข้าชื่อจำนวน 626 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาณัศกล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้วจริง เราเคารพผู้ที่เห็นต่าง เราจะไม่ก่อม็อบมาชนม็อบ หรือชวนทะเลาะวิวาทอย่างแน่นอน เพื่อให้เป็นเงื่อนไขทำให้บ้านเมือง?ไม่สงบสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 14.00 น. นายอาณัศ ในฐานะตัวแทนกลุ่ม เข้ายื่นหนังสือพร้อมกระเช้าดอกไม้ต่ออธิการบดี ?ม.ธรรมศาสตร์? ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งมีตัวแทนมารับหนังสือ โดยนายอาณัศกล่าวว่า ขอให้กำลังอธิการบดี โดยขอให้ดำเนินตามข้อเรียกร้องของกลุ่ม เพื่อเกียรติภูมิของอธิการบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;เบื้องหลังความฝันเพ้อเจ้อและคำสัญญาที่เผลอหลุดปากว่าอาจลี้ภัย ส่วนหนึ่งจากรายงานลับจากหน่วยงานประมวลข่าวกรอง โดยได้หยิบยกข้อความว่า &amp;quot;การชุมนุมจะจบลงภายในวันเดียวเท่านั้น เพราะจะไม่มีประชาชนเข้าร่วมเลย นอกจากพวกที่ถูกเกณฑ์เข้ามาชุมนุม และแกนนำที่เคลื่อนไหวได้รับคำสัญญาว่าจะมีทุนการศึกษาให้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐเป็นแรงจูงใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับม็อบวันที่ 14 ต.ค.นี้ว่า ทางแกนนำยังไม่ได้แจ้งการชุมนุม ซึ่งตำรวจคงใช้แผนการชุมนุมเหมือนกับเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. รวมทั้งตั้งด่านคัด กรองโควิด-19 และด่านคัดกรองอาวุธ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ที่มาร่วมการชุมนุม ตำรวจไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับฝ่ายใด เราต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ต้องเตรียมการตามสถานการณ์ด้านการข่าว จึงอยากขอความร่วมมือผู้ชุมนุม ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย และการชุมนุมสาธารณะต้องแจ้งการชุมนุม เมื่อแจ้งการชุมนุมตำรวจจะออกเงื่อนไขว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า กรณีผู้ชุมนุมประกาศปักหลักในเส้นทางเสด็จฯ วันที่ 14 ตุลาคมนั้น ต้องเน้นการเจรจาพูดคุยกับแกนนำเป็นหลักก่อน ตำรวจมีหน้าที่ถวายความปลอดภัย ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ และปรับการทำงานตามการข่าว ใกล้ถึงวันชุมนุมจะมีการประเมินอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบการชุมนุม มีจำนวนพอสมควร เนื่องจากการข่าวผู้ชุมนุมพยายามที่จะปักหลักค้างคืน ตำรวจมีแผนรองรับอยู่แล้ว เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ป้องกันมือที่สามอาศัยโอกาสสร้างการกระทบกระทั่งกัน
ม็อบทำลายบรรยากาศทำบุญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่ช่วงเช้า จากนั้นเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้าพบนายกฯ ที่ห้องทำงาน โดยไม่มีวาระแจ้งล่วงหน้า คาดว่าเป็นการมารายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ทั่วไป และการเตรียมรับมือการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคมที่จะถึงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ใช้เวลาในการหารือประมาณ 10 นาที โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้มาเพื่อเชิญนายชวนไปร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพของบิดา นายชวนยังได้มอบต้นลิ้นมังกรให้เป็นที่ระลึก ไม่มีความหมายอะไร แค่ชื่อดูน่ากลัว แต่ท่านบอกว่าเป็นต้นไม้ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ได้หารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันในสภา ได้ยืนยันกับนายชวนว่าตนไม่ได้ขัดแย้งกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคการเมืองต่างๆ เพราะถือว่ามาตามกระบวนการประชาธิปไตยและตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลา.ว่า ไม่อยากให้เกิดขึ้น จึงขอให้ทุกคนระมัดระวังลูกหลานให้ดี อะไรที่ไม่ถูกต้องไม่ควร ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว รัฐบาลมุ่งหวังแต่จะทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่ได้หวังเป็นศัตรูกับใคร ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย ถ้าไม่ทำก็โดนอาญามาตรา 157 ถ้าทุกคนไม่อยากโดนกระบวนการทางกฎหมายก็อย่าทำ ทุกคนทราบกฎหมายทุกตัวอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องไปดูจุดมุ่งหมายของพวกเขาว่าทำเพื่ออะไร&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยและเคารพสถาบันฯ ก็ขออย่าตีกัน ที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นรัฐบาลปี 57 ผมไม่ได้ต้องการที่จะเข้ามา แต่ขอให้ย้อนไปดูว่าเกิดสถานการณ์อะไรขึ้น แล้วผมเข้ามาแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะว่าผมไปจำกัดสิทธิ หรือทำลายใคร ผมก็ไม่ได้ทำ เพียงแต่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงาน และไม่ได้ก้าวล่วง ผมก็ได้พยายามรักษาความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ถ้าเขาไม่ไปละเมิด ไม่ไปก้าวล่วงสถาบันฯ หรือไม่ไปด่าใคร ก็ไม่มีปัญหา แต่ถามว่าตอนนี้เขาทำไปเพื่ออะไร และพวกเรายอมได้หรือ ยอมตามที่เขาเสนอมาได้หรือ ที่เขาเกลียดชัง ไม่เคารพสถาบันฯ ทุกคนยอมหรือ ผมก็คิดว่าประเทศไทยคงอยู่ไม่ได้หรอก&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องการชุมนุมกับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินไปพระบรมมหาราชวังในวันที่ 14 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขามีแผนอยู่แล้วในการถวายความปลอดภัย และคงมีประชาชนออกมาเฝ้าฯ รับเสด็จจำนวนมาก จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งใช้สถานการณ์ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นเวลาอันมงคล ทำกรรมดีก็ได้ดี ทำกรรมชั่วก็ได้ชั่ว ช่วงนี้เป็นช่วงพระราชทานผ้าพระกฐิน เขาทำบุญกันทั้งประเทศ มาทำลายบรรยากาศการกุศลได้อย่างไร ไม่ควรเลย โตๆ กันแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากพวกเราทุกคนช่วยกัน ช่วยนายกฯ ดูแลบ้านเมือง เพื่อลูกหลานทั้งนั้น ถ้ามันลำบากวันนี้ วันหน้าก็ลูกพวกเรา อนาคตมันมีอยู่ แต่อย่าทำอนาคตให้เสีย ด้วยการทำอะไรที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ผมฝากด้วยเเล้วกัน คนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะใครก็เกิดในเมืองไทยทั้งสิ้น อย่าลืมแผ่นดินชาติเกิด ไม่ว่าจะมาจากไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวยก็แผ่นดินผืนนี้ เขาปกป้องมาเท่าไหร่บรรพบุรุษ พระมหากษัตริย์กี่พระองค์ จนเรามีที่อยู่ตรงนี้ ซึ่งถือว่าดีที่สุดในอาเซียน แล้วจะทำลายไปทำไม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร วันที่ 14 ต.ค. ว่า ไม่มีความกังวลอะไร เราไม่เห็นว่ามีอะไรแตกต่างจากครั้งก่อน และนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้าย ถือเป็นการแสดงออกของนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นลูกหลานที่มาแสดงออก อยากให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามขอบเขตรัฐธรรมนูญ ผู้ชุมนุมคงไม่แตกต่างไปกว่าเดิม อยากวิงวอนหันหน้ามาคุยกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศรัฐบาลและนายกฯ มีความจริงใจ ไม่มีความคิดเป็นอย่างอื่น แต่บางครั้งผู้ชุมนุมอาจเกินเลยขอบเขตกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านเมืองเรามีเสาหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มานาน ที่เราไม่ต้องเป็นเมืองขึ้นของใคร ไม่อยู่ภายใต้ระบบเผด็จการ นับเป็นโชคดีของประเทศไทยที่เรามีเสาหลักที่สามารถคานอำนาจสิ่งที่ไม่คาดฝันเหมือนที่ประเทศอื่นได้รับ นี่คือสิ่งที่เป็นคุณูปการที่เราได้รับมา ส่วนตัวถ้ามีเรื่องนี้ไม่เอาแน่นอน ถ้ามีเรื่องนี้ผมก็เดินตรงข้ามอย่างเต็มที่ เว้นเรื่องนี้เรื่องเดียว เรื่องอื่นคุยได้หมด&amp;quot; นายอนุชากล่าวถึงข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ &amp;nbsp;
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;พร้อมไปร่วมม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ระบุคนเสื้อแดงส่วนใหญ่จะไม่เข้าร่วมชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.ว่า วันที่ 14 ต.ค. นักศึกษาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย และต้องการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นอุดมการณ์ที่ตรงกับคนเสื้อแดงที่เคยร่วมชุมนุมกันมา การชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็นการสานต่ออุดมการณ์ของคนเสื้อแดง และวันนี้ไม่ใช่แค่คนเสื้อแดง แต่คนเสื้อเหลืองหลายกลุ่มก็มีความคิดเห็นเหมือนกัน ที่ต้องการประชาธิปไตย ต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และต้องผู้บริหารประเทศที่มี ความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะมีผู้ออกมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารไทยซัมมิท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อถามถึงคณะก้าวหน้าจะไปร่วมชุมนุมในวันที่ 14&amp;nbsp; ต.ค.ว่า คณะก้าวหน้าจะเข้าร่วมชุมนุมอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า การชุมนุมครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมครั้งสุดท้ายหรือไม่ และทางออกที่ดีที่สุดควรเป็นอย่างไร นายธนาธรกล่าวว่า นักศึกษา เยาวชน และประชาชนได้ส่งเสียงและความต้องการของพวกเขาแล้ว ไม่มีการเคลื่อนไหวครั้งไหนที่นิสิต นักศึกษา เยาวชน&amp;nbsp; เคลื่อนไหวด้วยข้อเรียกร้องเดียวกันทั่วประเทศอย่างกว้างขวางเช่นนี้ ดังนั้นการจะตอบคำถามนี้คือการถามผู้มีอำนาจว่าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และพร้อมที่จะรับผิดต่อการกระทำที่ผ่านมา แล้วหาทางออกร่วมกันหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่มีการทาบทามให้ตนขึ้นปราศรัยบนเวที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ นำหลักฐานเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำต่างๆ ในต่างสถานการณ์ที่เป็นการสนับสนุนการกระทำผิดตามมาตรา 111 พร้อมหนังสือร้องเรียนเพื่อให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. รับไว้พิจารณาในการดำเนินคดีกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมี พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.สส.2 บก.สส. บช.น. เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิญากล่าวว่า นายธนาธรมีส่วนสนับสนุนในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 111 และพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดมาตรา 112 ด้วยหรือไม่ เนื่องจากพบว่าการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ ม.ธรรมศาสตร์รังสิต มีการปราศรัยเนื้อหามีลักษณะจาบจ้วงสถาบันฯ นายธนาธรยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลายครั้งในลักษณะสนับสนุนให้มีการชุมนุมและสนับสนุนการปฏิรูปสถาบันฯ รวมทั้งยังเข้าร่วมการชุมนุมที่สนามหลวงเมื่อวันที่&amp;nbsp; 19 กันยายนอีกด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวอรุณี&amp;nbsp; กาสยานนท์&amp;nbsp; โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ทวิตเตอร์รายงานถึงเรื่องปฏิบัติการไอโอ (information&amp;nbsp; operations) ของรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งประเทศไทยเป็น&amp;nbsp; 1 ใน 5 ประเทศที่มีการตรวจพบปฏิบัติการไอโอ จำนวน 1,594 บัญชี โดยมี 926 บัญชีในไทยที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกองทัพบกไทยและรัฐบาล โดยมีพฤติกรรมมุ่งโจมตีฝั่งตรงข้ามทางการเมืองและประชาชนที่มีความเห็นต่างเป็นสิ่งที่ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้กองทัพเป็นเครื่องมือบิดเบือนข้อเท็จจริงทำสังคม เกิดความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เกิดความเข้าใจที่ผิดๆ ในหมู่ประชาชนและคนรุ่นใหม่ จนลุกลามไปสู่ความเกลียดชังบุคคลและองค์กรต่างๆ สิ่งที่เกิดขึ้นได้สะท้อนถึงการคุกคามของรัฐบาลที่มีต่อประชาชน เผด็จการซ่อนรูปของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดเผยตัวตน
ทบ.ปัดทำไอโอบนทวิตเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์ว่า กองทัพนำงบประมาณและทรัพยากรที่มาจากเงินภาษีของประชาชน มาใช้ปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความแตกแยกกัน โดยการเอาคำว่า &amp;quot;ชังชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;ล้มเจ้า&amp;quot; มาปลุกปั่นประชาชน&amp;nbsp; การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่ความจงรักภักดี แต่เป็นการกระทำที่บังอาจ และระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ที่เจตนาเอาชาติและสถาบัน มาใส่ร้ายสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง เพื่อจะได้ปราบปรามประชาชนที่คิดต่างคนที่ควรถูกดำเนินคดีข้อหายุยงปลุกปั่นใน ม.116 ไม่ใช่นักศึกษาและประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยแต่ต้องเป็นกลุ่มทหาร ที่ส่งไอโอมาปลุกปั่นทำให้ประชาชนแตกแยกกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในสื่อโซเชียลทั้งหมดที่กองทัพบกใช้นั้น ยืนยันว่าใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์งานของกองทัพบก โดยเฉพาะงานช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ เพราะประเทศไทยในขณะนี้จะมีสถานการณ์ที่วิกฤติเสมอ เช่นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากพายุ จึงต้องนำสื่อทางโซเชียลมีเดียมาเพื่อรายงานและติดตามสถานการณ์ รวมถึงสั่งหน่วยทหารในพื้นที่ดังกล่าวไปทำหน้าที่เข้าพื้นที่เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะต้องมีการชี้แจงข้อมูลไปทางทวิตเตอร์หรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์กล่าวว่า ขั้นต้นได้ประสานงานยืนยันกับทางทวิตเตอร์ไปแล้วว่าไม่ได้ใช้ในลักษณะตามที่ถูกกล่าวหา แต่ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบรายละเอียดบัญชีผู้ใช้งานทั้งหมดที่ถูกระงับ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะตรวจสอบได้แค่ไหน ยืนยันว่ากองทัพบกไม่มีนโยบายทำทวิตเตอร์อวตารเพื่อไอโอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องตรวจสอบข้อมูลกับทางทวิตเตอร์ก่อน เพื่อดูรายละเอียด แต่จากที่เห็นตามข่าวที่มีการเผยแพร่เป็นไปในลักษณะการเชื่อมโยงข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้ ซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนได้แล้ววิเคราะห์สรุปว่ามีความเกี่ยวข้องกับกองทัพบกนั้นน่าจะไม่เป็นธรรมกับกองทัพบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะโฆษกอนุกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ รัฐสภา เปิดเผยข้อสรุปของอนุ กมธ.ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อนุกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เป็น ส.ส. และนักวิชาการ ได้ข้อสรุปแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นไปตามกระบวนการมาตรา 256 แต่มีเสียงส่วนน้อยที่เป็น ส.ว.เห็นว่ายังขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า กมธ.เสียงข้างมากเห็นว่าการทำประชามติ ให้ทำหลังผ่านการแก้ไขในวาระที่ 3 ก่อนที่นายกฯ นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามกระบวนการในมาตรา 256 วรรค 8 แต่เสียงส่วนน้อยที่เป็น ส.ว. เห็นว่าควรทำประชามติ 2 ครั้ง คือ ก่อนรับหลักการ และก่อนที่นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายซึ่งตนยังเห็นแย้งกับความเห็นของวุฒิสภา ซึ่ง กมธ.ก็จะนำข้อ สรุปความเห็นทั้งหมดเสนอต่อ กมธ.ชุดใหญ่ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดเผยว่า การเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในครั้งนี้ ไม่ได้หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการฯ ที่จะพิจารณา ซึ่งเมื่อเปิดการประชุมมา ก็คงจะนำไปดูว่าจะรับร่างใด จะตั้งหรือไม่ตั้ง ส.ส.ร. ทุกอย่างใช้กฎหมายหมด จะออกหรือจะเข้ามีกฎหมายทุกตัว แต่ตนก็ต้องรับผิดชอบต่อไป ถ้ารัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่ออกก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญปี 60.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80007</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ตุลา., ขบวนเสด็จฯ, ปลุกประชาชนปกป้องสถาบัน, ม็อบคณะราษฎร 2563, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดบัญชีระดมทุนชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f806c1a28b55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
