<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัญหาขยะพลาสติกกำลังเป็นปัญหาใหญ่ ที่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสัตว์ทะเล ดังนั้น กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) จับมือประชาคมวิจัย ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&amp;nbsp; ลงนามบันทึกข้อตกลง &amp;ldquo;ความร่วมมือภาคีเครือข่าย ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง&amp;rdquo; ร่วมกับกลุ่มชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพชุมชนเกาะกก และหมู่บ้านเอื้ออาทรจังหวัดระยอง (วังหว้า) เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้างจากพลาสติกใช้แล้วให้กับชุมชน หวังสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดปัญหาขยะในทะเลไทยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า เราตระหนักถึงปัญหาพลาสติกใช้แล้วที่หลุดรอดไปสู่สิ่งแวดล้อม และพยายามหาวิธีการต่างๆ เข้ามาจัดการอย่างยั่งยืน ดาวได้ตั้งเป้าที่จะช่วย&amp;nbsp; &amp;ldquo;หยุดขยะพลาสติก&amp;rdquo; โดยมุ่งมั่นจะผลักดันให้พลาสติกใช้แล้วจำนวน 1 ล้านตันจากทั่วโลกถูกเก็บกลับมาใช้ประโยชน์ หรือรีไซเคิล ซึ่ง &amp;ldquo;ความร่วมมือภาคีเครือข่าย ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง&amp;rdquo; ก็เป็นอีกหนึ่งในโครงการสำคัญที่จะนำผลงานด้านการศึกษาและงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ได้จริง เราพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองในการประสานงานระหว่างประชาคมวิจัยและกลุ่มชุมชน เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;การผสมพลาสติกใช้ในวัสดุก่อสร้างจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบา และลดการใช้วัสดุที่ใช้แล้วหมดไปเช่น ทราย และหิน หากนำก้อนอิฐไปทำเป็นวัสดุปูพื้นนอกอาคาร ก็จะช่วยลดความร้อนของพื้นผิว สามารถเดินหรือทำกิจกรรมในเวลากลางแจ้งได้&amp;quot; นายฉัตรชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ทั้งนี้วัสดุก่อสร้างที่ได้จากโครงการนี้จะมีมาตรฐานเทียบเท่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ใช้สำหรับการก่อสร้างภายนอกอาคาร เช่น บล็อกปูพื้น คอนกรีตบล็อก และขอบคันหิน โดยจะใส่พลาสติกทดแทนหินและทรายในสัดส่วน 0.4&amp;ndash;1.5 กิโลกรัมต่อชิ้น หรือประมาณ 6-10% ของน้ำหนักทั้งหมด ราคาไม่ต่างจากวัสดุทั่วไปและมีความคงทนเทียบเท่าของเดิม คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 400,000-1,500,000 บาทต่อปี และลดปริมาณขยะพลาสติกได้กว่า 30,000 กิโลกรัมต่อปี เป็นประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายวิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การแก้ไขและลดปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากขยะพลาสติก โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะพลาสติกและสร้างรายได้แก่ชุมชน สร้างเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ก่อให้เกิดการผลักดันนโยบายและสร้างความตระหนักต่อปัญหาการจัดการขยะในวงกว้าง รวมทั้งสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนที่มุ่งลดของเสียและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี วิจัยและออกแบบนวัตกรรมในการนำขยะพลาสติกจากทะเลมาเป็นวัตถุดิบในวัสดุก่อสร้าง โดยชุมชนสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้เอง อาทิ กระเบื้องพื้นสนาม กระถางต้นไม้ นอกจากจะเป็นการกำจัดขยะพลาสติกยังเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในระยะยาว ผู้สนใจสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างผสมพลาสติกใช้แล้ว มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ติดต่อได้ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สามารถรับชมวิดีโอแนะนำโครงการ &amp;ldquo;ความร่วมมือภาคีเครือข่าย ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง&amp;rdquo; ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=0kyliIq6rYo&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114145</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), สิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_612202e0a5e9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ปัญหาขยะทะเล &#039;ไทย&#039; ต้องผนึก&#039;อาเซียน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟองน้ำครกที่เกาะโลซินถูกอวนผืนใหญ่ครอบ ขยะจากประมงอีกภัยคุกคามทะเล ภาพ- Man Pichit J-chaichana&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเผยแพร่ภาพล่าสุดที่ไม่ควรเกิดในทะเลไทยบนโลกโซเชียล &amp;nbsp;เป็นภาพอวนผืนใหญ่ครอบฟองน้ำครกขนาดยักษ์ไว้ทั้งก้อนที่เกาะโลซิน ที่เป็นแหล่งดำน้ำที่อุดมสมบูรณ์ของฝั่งอ่าวไทย &amp;nbsp; จุดเดียวกันนี้ &amp;nbsp;ยังพบอวนคลุมปะการังและปะการังเขากวางไว้ทั้งแนว &amp;nbsp;มีการประเมินผลกระทบนี้ว่า &amp;nbsp;น่าจะทำให้สิ่งมีชีวิตใต้ผืนอวน ตายลงอย่างช้าๆ &amp;nbsp;
ตอนนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองทัพเรือและนักดำน้ำอาสาสมัครกำลังปฏิบัติการเร่งเก็บกู้อวนผืนใหญ่ เพื่อช่วยรักษาชีวิตปะการัง สัตว์น้อยใหญ่ &amp;nbsp; ซึ่งอวนจัดเป็นขยะทะเลอีกประเภทหนึ่ง จากการประมง ที่ทำลายทรัพยากรไม่น้อยกว่าขยะพลาสติก มีเสียงเรียกร้องในการติดตามผู้กระทำผิด และหาแนวทางจัดการขยะทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อพูดถึงผลกระทบจากขยะทะเลในบ้านเรา มีโศกนาฎกรรมที่เกิดกับบรรดาสัตว์น้ำหลายครั้ง ทั้งพะยูนมาเรียม &amp;nbsp;ที่ตายเพราะกินขยะพลาสติกเข้าไปจำนวนมาก เพราะหลงคิดว่าเป็นหญ้าทะเล เมื่อผ่าพิสูจน์ท้องของมาเรียม พบเศษพลาสติกจำนวนมากในลำไส้ &amp;nbsp;ไม่รวมสัตว์ทะเลอื่นๆ แม้กระทั่ง นกที่กลายเป็นเหยื่อเศษขยะที่ถูกทิ้งลงในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขยะพลาสติกภัยคุกคามระบบนิเวศทางทะเลในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหาขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติก กำลังเป็นภัยคุกคามระบบนิเวศน์ทางทะเลของโลก ทุกๆ ปีจะมีขยะพลาสติก 12 ล้านตันถูกทิ้งลงสู่ทะเลและมหาสมุทร มีเพียง 5% ที่พบเห็นเป็นชิ้นส่วนลอยอยู่ในทะเล ส่วนที่เหลือจมอยู่ใต้น้ำหรือถูกกระแสน้ำพัดไปอยู่ใต้ท้องมหาสมุทรทั่วโลก &amp;nbsp;โดยในปี 2562 มีหลักฐานการพบเศษขยะทะเลพลาสติกอยู่ที่ก้นร่องลึกก้นสมุทรมาเรียน่า (Mariana Trench) ซึ่งเป็นร่องสมุทรที่ลึกที่สุดโลก ที่ระดับ 11 กิโลเมตรต่ำกว่าระดับทะเล (รายงานTHAIHEALTH WATCH 2021 )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะไทยกำลังผลักดัน ให้มีการแก้ไขปัญหาขยะทะเลในน่านน้ำของภูมิภาคอาเซียน &amp;nbsp; โดยไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเลเมื่อปี 2562 &amp;nbsp;จนเกิดปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ร่วมกับธนาคารโลก และสำนักเลขาธิการอาเซียน เปิดตัวแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล ที่ได้รับการรับรองจากรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ถือเป็นกรอบแนวทางนำชาติอาเซียนไปสู่การจัดการขยะทะเลอย่างครอบคลุมและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะทะเลของภูมิภาค แผนดังกล่าวมีกรอบระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2564&amp;ndash;2568)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขยะทะเลส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชัดเจน เป็นมลพิษข้ามพรมแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์ขยะทะเลในอาเซียน สุรีย์ สตภูมินทร์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจัดการทรัพยากรทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ให้ข้อมูลว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นหนึ่งในแหล่งขยะพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากงานวิจัยเมื่อปี 2558 (Jambeck และคณะ 2015) รายงานการจัดลำดับประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเล จำนวน 192 ประเทศ ใน 10 อันดับแรกมีประเทศในกลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย และมาเลเซีย ซึ่งการประเมินนี้วัด จากปริมาณขยะต่อหัว ระดับรายได้ของประเทศ ร้อยละของขยะพลาสติก ร้อยละของขยะที่ไม่ได้รับการจัดการ และจำนวนประชากรชายฝั่งทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สปป.ลาว แม้ไม่ติดโผอันดับต้นๆ &amp;nbsp;แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้ปล่อยขยะลงทะเล สภาพภูมิประเทศสปป.ลาว ส่วนใหญ่ขนานไปกับแม่น้ำโขง &amp;nbsp; ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก &amp;nbsp;พบว่ามีปริมาณขยะถูกทิ้งลงน้ำโขง &amp;nbsp;ขยะพวกนี้ในที่สุดก็ไหลลงสู่ทะเล &amp;nbsp;ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ทุกประเทศมีส่วนร่วมในการสร้างขยะทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; งานวิจัยนี้จุดประกายให้บรรดาประเทศสมาชิกอาเซียนตื่นตัว และกําลังทุ่มเทความพยายามเพื่อต่อกรกับมลพิษพลาสติก หลายประเทศดําเนินการทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ด้วยการควบคุมบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือวางแผนกำจัดผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับมาตรการจัดการขยะทะเลของชาติต่างๆ ในอาเซียน ผู้เชี่ยวชาญฯ รายนี้ ให้ภาพชัดว่า &amp;nbsp; อินโดนีเซียเป็นชาติแรก ที่จัดทำแผนปฏิบัติการขยะทะเล หรือ &amp;nbsp;Indonesia&amp;rsquo;s Plan of Action on Marine Plastic Debris 2560-2568 &amp;nbsp; ส่วนมาเลเซียมีโรดแมป การกําจัดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งภายในปี 2573 &amp;nbsp;เริ่มด้วยการคิดเงินค่าถุงพลาสติกและห้ามใช้หลอด ทั้งยังมีแผนอันท้าทายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ประเทศอื่นๆ ได้ริเริ่มโครงการที่เข้มงวดน้อยกว่า โดยสมัคร ใจ เช่น บรูไนตั้งเป้าหยุดใช้พลาสติกในห้างสรรพสินค้าภายในปี 2562 โดยจะเชิญชวนให้ผู้ซื้อใช้ถุงใช้ซ้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอินโดนีเซียและเมียนมาร์นําการห้าม และกฎหมายเรียกเก็บ ภาษีการใช้ถุงพลาสติกมาใช้ในปี 2561 &amp;nbsp;เมืองและเทศบาลเมืองหลายแห่งในฟิลิปปินส์ ได้บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับถุงพลาสติกและพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (เก็บเงินหรือห้ามใช้) และ สภากําลังพิจารณากฎหมายที่จะบังคับใช้ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของโลกในอุตสาหกรรม อาหารฟาสฟู้ดส์ ปัจจุบันได้ห้ามใช้พลาสติก &amp;nbsp;เช่น ฝาและหลอด พลาสติก สําหรับลูกค้าที่นั่งกินในร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เวียดนาม ภาคธุรกิจและการค้าขนาดใหญ่แนะนําการใช้ถุงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแก่ลูกค้า โดยรัฐบาลจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม จากถุงพลาสติก 40,000 ดอง ต่อกิโลกรัม &amp;nbsp;หรือประมาณ 1.76 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ กก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กัมพูชา ห้างสรรพสินค้าหลักเริ่มคิดเงินค่าถุงพลาสติกใบละ 400 เรียล &amp;nbsp;ประเทศลาวกระตุ้นให้ประชาชนใช้ถุงพลาสติกรีไซเคิลได้ที่วางขายในตลาดและร้านอาหารในเขตเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะจากบนบกจำนวนมากหลุดรอดสู่ทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ขยะทะเลในประเทศไทย สุรีย์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการจัดการขยะได้ดีขึ้นเรามีคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน และกรมควบคุมมลพิษเป็นฝ่ายเลขากลไกสำคัญ คือการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชนชน หรือ PPP plastic ซึ่งประเทศเรานับว่าเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความร่วมมือลักษณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันไทยมี Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พร้อมแผนปฏิบัติการบริหารจัดการขยะพลาสติก 2561 -2565 &amp;nbsp; ปี 2562 เลิกใช้พลาสติก 3 ประเภท ได้แก่ พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสารประเภทอ็อกโซ่ (Oxo) และไมโครบีดจากพลาสติก &amp;nbsp;และเป้าหมาย ปี 2565 จะเลิกใช้พลาสติกอีก 4 ประเภท โดยเฉพาะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว &amp;nbsp;ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก และหลอดพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยปี 2570 มีเป้าหมายนําขยะผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์พลาสติกกลับเข้ามาใช้ประโยชน์ทั้ง 100% ล่าสุด ร้านสะดวกซื้อและมินิมาร์ทในประเทศไทยที่มีสาขา 11,000 แห่ง ได้ประกาศใช้แคมเปญ &amp;ldquo;ไม่รับถุง&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนนโยบายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ขยะทะเลเป็นประเด็นโลก เป็นปัญหามลพิษข้ามถิ่น มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชัดเจน ทั้งสัตว์หายาก แนวปะการังถูกขยะปกคลุม &amp;nbsp;เต่าทะเลโดนอวนรัดบาดเจ็บถึงขั้นพิการ พะยูนหรือวาฬนำร่องกินขยะพลาสติกตาย ผ่าซากพบถุงพลาสติกถึง 85 ชิ้น รวมถึงแพขยะชุมพรที่กู้กลับมาไม่ได้ทั้งหมด ขยะถูกกระแสน้ำพัดและจมลงตกค้างในสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ในระดับมหาสมุทรมีภาพหย่อมขยะขนาดใหญ่ยาวเป็นกิโลเมตร จนคล้ายเกาะลอยน้ำ ปรากฎมากขึ้น &amp;rdquo; สุรีย์ให้ภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผลของการตื่นตัวของประเทศอาเซียน ที่ยับยั้งปริมาณขยะทะเล &amp;nbsp;ทำให้สถานการณ์ขยะทะเลในน่านน้่ำประเทศกลุ่มนี้ดีขึ้นกว่าเดิม &amp;nbsp; สุรีย์ เผยว่า &amp;nbsp;แผนปฏิบัติการนี้ ประกอบด้วย 14 กิจกรรม ซึ่งครอบคลุมใน 2 มิติ มิติแรกเป็นการดำเนินงานให้ครอบคลุม 4 ด้าน ตามกรอบปฏิบัติการอาเซียนด้านขยะทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ได้แก่ 1.การสนับสนุนด้านนโยบายและการวางแผน 2.การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากร 3.การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและภาคธุรกิจ 4.การตระหนักรู้ของชุมชนและการให้การศึกษา ข้อนี้สำคัญ หากนโยบายทำกับเอกชน โดยที่ประชาชนไม่ทราบ จะไม่สำเร็จ จะต้องใช้รับความร่วมมือจากผู้ใช้พลาสติก เพื่อลด ละ เลิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกมิติของแผนจัดการขยะทะเลอาเซียน นักวิชาการจากทช.ระบุว่า &amp;nbsp;เป็นการจัดการตลอดวงจรชีวิตของพลาสติก ตั้งแต่ลดการนำพลาสติกเข้าสู่ระบบ - ลดใช้ เลือกใช้วัสดุทดแทน ,ปรับปรุงกระบวนการเก็บ คัดแยก และลดการหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม ,เพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรม &amp;nbsp;อย่ามองพลาสติกเป็นขยะ แต่มองว่าเป็นพลาสติกที่ใช้แล้ว แต่สามารถนำมาใช้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุรีย์บอกว่า ขณะนี้แผนอยู่ในระยะเตรียมการ ปี 65-67 เป็นระยะดำเนินการ ก่อนเข้าสู่การรายงานและประเมินผล ปี 68 มีเป้าหมายให้ประเทศสมาชิกใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนฯ ระดับประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งไทยเริ่มทำแล้ว ส่วนการสร้างความร่วมมือนั้น ประเด็นสำคัญคือ ประเทศไทย ในฐานะประธานคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง และประเทศที่สร้างความเชื่อมั่น การริเริ่มทำให้เห็นประจักษ์ ดำเนินการโดยมีเป้าหมายร่วมกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแผนปฎิบัติการขยะทะเลไทยจะเริ่มใช้ปี 2566 &amp;nbsp;ตนมองว่า ถ้าอยากไปให้ไกล อาเซียนต้องมีตัวช่วย ในที่นี้ คือ กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว องค์กร และแหล่งทุนต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; อุปสรรคการแก้ไขปัญหาขยะทะเลของภูมิภาคนี้ &amp;nbsp;คือ ปัญหาเฉพาะตัวของแต่ละประเทศ ทั้งการจัดการ การออกมาตรการในภาพรวม สภาพภูมิประเทศ พฤติกรรมประชากร &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ลาว ไม่มีทางออกสู่ทะเล มาตรการที่ใช้อาจเน้นไปที่การลดจากต้นทางและกลางทาง ส่วนประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะจำนวนมาก ยังประสบปัญหาจัดการขยะแบบครบวงจร โดยเฉพาะเกาะขนาดเล็ก แล้วยังมีข้อจำกัดของจำนวน ขนาด และที่ตั้งของโรงเก็บขยะ โรงคัดแยก ขั้นตอนการทำความสะอาด ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วย สำหรับไทยการจัดการขยะจากประมง การเดินเรือพาณิชย์และการท่องเที่ยวยังน้อย ต้องมีมาตรการสร้างแรงจูงใจ เช่น รับซื้ออวนสะอาด &amp;ldquo; ผู้เชี่ยวชาญฯ เผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศษอวนทำลายปะการัง ปัญหาขยะจากภาคประมง ภาพ &amp;ndash; SUMMER&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังขาดหน่วยงานกลางของอาเซียนในการจัดการปัญหาโดยตรง เช่น ศูนย์อาเซียนเพื่อการบริหารจัดการขยะทะเล เธอบอกถึงประเด็นนี้ว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายวราวุธ ศิลปะอาชา รมว.ทส. &amp;nbsp;ได้มอบนโยบายในการทำงานในกรอบอาเซียนว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพศูนย์อาเซียนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขึ้นกับการประเมินของธนาคารโลก ซึ่งอินโดนีเซียก็พร้อมไม่แพ้บ้านเรา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหาขยะมาพร้อมกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ผู้เชี่ยวชาญ ทช. ฝากในท้ายว่า ขยะเกิดจากพฤติกรรม &amp;nbsp;ทางออกสำคัญทุกคนสำรวจตนเองว่า ทำให้เกิดขยะและขยะพลาสติกที่ไม่จำเป็นอะไรบ้าง ตั้งเป้าหมายลด ใช้ซ้ำ รีไซเคิลตามหลัก 3 R (Reduce, Reuse, Recycle) ทิ้งขยะให้ลงถังและถูกถัง ขอให้เริ่มจากตัวเอง &amp;nbsp;คิดก่อนใช้ ลดใช้พลาสติกที่เกินความจำเป็น &amp;nbsp;พยายามใช้ซ้ำให้มากครั้งโดยไม่ส่งผลต่อสุขอนามัย แยกขยะโดยไม่ต้องรอให้มีถังแยก ไม่ต้องรอให้มีกฎหมายบังคับ ถ้าหลายคนร่วมกันทำจะเกิดผลดีต่อประเทศ ต่อโลก ต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106946</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.), ขยะทะเล, เกาะโลซิน, แผนต่อต้านขยะทะเลอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60ceba9198171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ธรณ์&#039; ชี้ต้นตอปัญหา &#039;ขยะทะเล&#039; วิธีแก้ต้องเปลี่ยนทั้งระบบ ใครทิ้งคนนั้นรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.63 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมชื่นชมบางแสนมาตลอด ทั้งการบริหารจัดการท้องถิ่น ลดความแออัด มี 1 วันต่อสัปดาห์ที่พักธรรมชาติ จัดการขยะในพื้นที่ทุกรูปแบบ แต่สุดท้าย บางแสนก็ไม่รอดจากภัยขยะทะเล นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงเราต้องจัดการให้ได้ตั้งแต่ต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูง่ายๆ ว่าในภาพมีแก้วกาแฟใช้แล้วทิ้งกี่ใบ ? และทำไมผมถึงขอร้องให้ร้านกาแฟอนุญาตให้เรานำแก้วไปใช้เองได้ (ซึ่งตอนนี้เจ้าใหญ่ๆ เช่น อเมซอน อินทนิล ฯลฯ ก็ช่วยกันแล้วครับ) การแก้ปัญหาขยะทะเลเป็นเรื่องยาก เพราะบางครั้งเรามองง่ายๆ ขยะอยู่ตรงนี้ก็ต้องเกิดจากคนแถวนี้สิ แต่แท้ที่จริงขยะทะเลมาจากแม่น้ำลำคลองสารพัดทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่แค่รณรงค์ แต่ต้องเปลี่ยนแปลงระบบ ใครทิ้งคนนั้นรับผิดชอบเพราะมันไม่ถูกต้องที่คนทิ้งอยู่บนถนนห่างไปร้อยกิโลเมตร แต่คนบางแสนต้องมาเดือดร้อนโดนนักท่องเที่ยวต่อว่า ทั้งที่พยายามหาทางแล้ว ขยะมรสุมเป็นชื่อที่เรียกกัน และมาเป็นประจำจนจะกลายเป็น new normal ในยุคสิบปีที่ผ่านมา จนบางคนยอมรับว่ามันก็คงเป็นเรื่องปรกติ แต่สำหรับผม มันไม่ปรกติครับ มันจะเป็นปรกติไม่ได้ เพราะขยะเป็นสิ่งแปลกปลอมของท้องทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ปัญหายังดำเนินต่อไป ทั้งการแบนพลาสติกใช้แล้วทิ้ง (ที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงจะเดินหน้าต่อตามโรดแมป) ยังรวมถึงโรงงานรีไซเคิลขนาดใหญ่ของเอกชน การจัดการขยะชุมชนตามแผนต่างๆ ของประเทศ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาทดแทน หลายคนกังวลว่า หลังโควิดแล้วเรื่องพวกนี้จะจางไป เพราะเราต้องหันมาดูแลปากท้อง ในทางกลับกัน ยิ่งเราคิดถึงปากท้องหลังโควิด เราต้องยิ่งเน้นเรื่องหาดสะอาดทะเลไม่มีขยะ เพราะไม่ว่าเมืองไทยจะปลอดโควิดแค่ไหน แต่ภาพหาดขยะเต็มมันทำให้ตัวเลขเหล่านั้นสูญสลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูแล้วมันสกปรก มันย่ำแย่ มันไม่ใช่ destination หลังโควิด และมันจะส่งผลกระทบหนักหน่วงในยามที่นักท่องเที่ยวแสวงหาความบริสุทธิ์ สะอาด และปลอดภัย และการแก้ปัญหาเรื่องนี้ มันไม่ง่าย มันไม่ใช่ปัญหาแค่พื้นที่ มันเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนต้องช่วยกัน หากอยากหวังให้ไทยยังสู้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในโลกนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้กำลังใจกับคนบางแสน และให้กำลังใจเพื่อนธรณ์ทุกท่าน ผู้ช่วยกันเป็นแนวหน้ารักทะเลรักโลก ไม่ว่าจะอยู่ถิ่นฐานที่ไหนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70528</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, บางแสน, ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9b0f3b6a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก&quot;มาเรียม”สู่การจัดการขยะยั่งยืน&quot;เกาะลิบง” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขาบาตูปูเต๊ะมีจุดชมพะยูนและเป็นแหล่งเรียนรู้พะยูน ในภาพ &amp;quot;แม่ส้มของน้องมาเรียม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์พะยูนปัจจุบันยังน่าเป็นห่วง กรณีพะยูนมาเรียมที่จากไป ทำให้หลายภาคส่วนตื่นตัวที่จะช่วยดูแลชีวิตพะยูนในท้องทะเลไทยกว่า 250 ตัว ซึ่งสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หน้าที่ของการอนุรักษ์พะยูน ทุกภาคส่วนต้องผนึกกำลังกันไม่ให้พะยูนเหลือเพียงภาพถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือความทรงจำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยะทะเล ของเสีย ที่เกิดจากคนทิ้งลงสู่ทะเล ส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกที่เบาและย่อยสลายยาก ทั้งถุง ขวด หลอด รวมทั้งแห อวน ลอบ เครื่องมือประมงเป็นสาเหตุใหญ่ ทำให้พะยูนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลแหล่งอาหารที่สำคัญของพะยูนถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บ้านมดตะนอย จ.ตรัง ชุมชนต้นแบบจัดการขยะชายฝั่งทะเล คุ้มครองบ้านพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เปรียบเสมือนบ้านของสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างพะยูน ซึ่งรวมฝูงใหญ่อาศัยท้องทะเลตรังในการดำรงชีวิต เกาะแห่งนี้มีการรณรงค์และอนุรักษ์พะยูนอย่างจริงจัง ชาวบ้านบนเกาะรวมตัวกันช่วยอนุรักษ์พะยูนร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด ชุมชนบ้านมดตะนอย ร่วมกับเอสซีจี กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยง จัดกิจกรรม &amp;quot;Save Mariam&amp;rsquo;s Family ฟื้นคืนระบบนิเวศ ลดต้นเหตุขยะทะเล&amp;quot; ขึ้นในพื้นที่เกาะลิบง มีการแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการขยะในชุมชนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของพะยูน การวางอวนดักขยะที่คลองต่างๆ ป้องกันขยะถูกพัดพาลงทะเลตรัง การขยายร้านค้าต้นแบบลด ละ เลิก ถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งเก็บขยะทะเลร่วมกับเยาวชนเกาะลิบง ปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่เพื่อวันข้างหน้าจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์ทรัพยากรรมชาติทางทะเลให้อยู่คู่ทะเลไทย โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวดตรัง ตลอดจนนายศาณิต&amp;nbsp; เกษสุวรรณ ที่ปรึกษาธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเอสซีจี ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกษม วัฒนชัย และศาณิต เกษสุวรรณ วางบ้านปลาในคลองลัดเจ้าไหม รักษาระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ ศาลา ซึ่งตั้งอยู่ติดทะเลหน้าเขาบาตูปูเต๊ะ แหล่งอนุบาลมาเรียม คนเรียกขานว่า &amp;ldquo;บ้านมาเรียม&amp;rdquo; ขณะนี้ได้ปรับปรุงเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพะยูนสัตว์ทะเลหายาก มีป้ายให้ความรู้การกระจายของพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลในเกาะลิบงภารกิจการอนุบาลมาเรียม ตลอดจนจัดแสดงเรือแคนูสีส้ม หรือ &amp;ldquo;แม่ส้ม&amp;rdquo; ที่เจ้าหน้าที่ใช้พายป้อนนม น้องมาเรียมว่ายน้ำเล่นข้างๆ และนอนกอด เพื่อกระตุ้นเตือนปัญหาทะเลไทยต้องแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; บังจ้อน &amp;rdquo; สุวิท สารสิทธิ์ กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยง กล่าวว่า เกาะลิบงมีความหลากหลายทางชีวภาพมีหน้าทะเล 11 ชนิด จากทั้งหมด 13 ชนิดในประเทศไทย ความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลนี้ ประกอบกับการป้องกันเรือประมงและเรือในชุมชนไม่ให้สัญจรรบกวนถิ่นอาศัยของพะยูน ส่งผลมีฝูงพะยูนกระจายในพื้นที่จำนวนมาก กรณีมาเรียมที่จากไปเพราะกินถุงพลาสติก ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมา มองข้ามการจัดการขยะ ส่วนมากเก็บขยะหน้าหาดและดำน้ำเก็บขยะแนวปะการัง จากนี้จะเพิ่มเก็บขยะแนวหญ้าทะเล เวลานี้เมื่อน้ำลงพบถุงพลาสติกเยอะมาก เป็นภัยคุกคามต่อพะยูน โลมาและเต่า กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยงจะร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 6 หมู่บ้าน โรงเรียนเกาะลิบง&amp;nbsp; โรงเรียนบาตูปูเต๊ะ และกลุ่มเยาวชนเพื่อต่อยอดจัดการขยะที่ถูกต้องตามแนวทางใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก ซึ่งทางเอสซีจีมาส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ตั้งแต่ระดับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หนึ่งฤทัย สกุลส่องบุญศิริ พยาบาล รพ.สต.บ้านมดตะนอย พาชมจุดคัดแยกขยะริมทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ร่องรอยการกินหญ้าทะเลของพะยูนเป็นหลักฐานสำคัญของการมีชีวิตอยู่ เกาะลิบงจึงเดินสู่พื้นที่ต้นแบบจัดการพะยูนและจัดการขยะ นายวิเชียร ขำนุรักษ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กล่าวว่า มีแผนบริหารจัดการในพื้นที่ โดยจัดประชุมร่วมกับผู้นำชุมชนวางทุ่นผูกเรือจุดชมพะยูน ส่วนพื้นที่ไข่แดงมีแนวหญ้าทะเลอ่าวทุ่งจีน หน้าแหลมจูโหย หน้าเขาปาตูปูเต๊ะ ซึ่งมีประชากรพะยูนมากที่สุดในประเทศไทยบินสำรวจปี 61 เจอพะยูน 210 ปี แต่ปีนี้มีพะยูนตายมากกว่า 10 ตัว ประชากรจึงลดลง ในแผนกำหนดห้ามใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ห้ามเรือใช้ความเร็วสูงสุดเข้าพื้นที่ มีการวางทุ่นแนวเขตห้ามเรือทุกชนิดสัญจรเด็ดขาดในพื้นที่กว่า 100 ไร่ ไม่เพียงอนุรักษ์พะยูน แต่รวมปลิงทะเล หอยชักตีน เต่า โลมา และมีแผนวางทุ่นทะเลเพิ่มปีหน้าอีก 10 ลูกในแหล่งหญ้าทะเลและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ โดยเลือกพื้นที่สุดขอบแนวหญ้าทะเล เป็นจุดที่พบพะยูนชุกชุมที่สุด เพื่อวางทุ่นผูกเรือรับชมพะยูนโดยมีกฎกติกาชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด คือเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย เช่น เบ็ดราไว อวนสามชั้น อันตรายมาก พะยูนตายจากเครื่องมือเหล่านี้ ขยะทะเลก็กระทบมาก ส่วนใหญ่ขยะมาจากบนบก ขณะนี้บนเกาะลิบงมีความตื่นตัวเรื่องขยะ มาเรียมตายจากขยะ ทุกคนเสียใจ เราพบกรณีเต่า โลมากินขยะตาย ส่วนพะยูนเสียชีวิตเมื่อผ่าพิสูจน์พบขยะในท้อง 20-30% ปะปนกับหญ้าทะเล ขยะเป็นปัญหาทั้งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน เกาะลิบงมีแผนจัดการขยะที่ครัวเรือน มีการคัดแยกนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์ต่างๆ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จากทุกภาคส่วนเข้มแข็งช่วยลดขยะ ลดใช้พลาสติก ดูแลทรัพยากรทั้งสัตว์น้ำหายากและแหล่งหญ้าทะเล&amp;rdquo; วิเชียรย้ำต้องช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากบ้านมาเรียมเดินทางต่อโดยเรือสู่ชุมชนบ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง เป็นชุมชนติดกับทะเล คลองบ้านมดตะนอยและคลองลัดเจ้าไหมประสบปัญหาขยะและช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เริ่มจากจัดการขยะในบ้านก่อนขยายผลไปทั้งหมู่บ้าน มีการคัดแยกขยะนำมารีไซเคิล อีกทั้งเมื่อพบคนในชุมชนเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น สันนิษฐานว่ามาจากใช้โฟมบรรจุอาหารเป็นเวลานาน จึงมีการรณรงค์และเลิกใช้โฟมในหมู่บ้าน นับเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดโฟมรับรองจากกรมอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1 ใน 30 ร้านค้าต้นแบบเลิกถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม ลดขยะลงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาโฟมในชุมชนหมดไป แต่ภารกิจจัดการขยะทะเลยังรออยู่ โดยเฉพาะมหันตภัยถุงพลาสติก หนึ่งฤทัย สกุลส่องบุญศิริ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมดตะนอย (รพ.สต.บ้านมดตะนอย) กล่าวว่า ชุมชนบ้านมดตะนอยมี 4 โซน แต่ละพื้นที่วิธีการจัดการขยะแตกต่างกันไป ชุมชนริมชายฝั่งจะประสบปัญหาขยะริมทะเลเยอะในช่วงมรสุม เดิมเก็บขยะไปทิ้ง สุดท้ายขยะก็กลับลงทะเลอีกเพราะขาดความรู้ แต่ปี 2561 เอสซีจีเข้ามาให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะแบบองค์รวม ได้จัดทำจุดคัดแยกขยะริมทะเลขยะที่พบมาก เช่น&amp;nbsp; ไฟแช็ก 2 กิโลกรัมต่อวัน รองเท้า 13 กก. ขวดพลาสติก 2 กก. และโฟม 3 กก. ชาวบ้านเก็บแล้วทำอย่างไรต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ขยะมีที่ไปใช้ประโยชน์ต่อได้บ้านมดตะนอยได้รู้จักกับกลุ่ม TRASH HERO และทะเลจร ซึ่งทำรองเท้ารีไซเคิลจากขยะทะเล เราส่งรองเท้าขยะไปให้ รวมถึงขยะพลาสติกที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ก็นำใส่ขวดน้ำเพื่อทำ Eco-Brick สำหรับขยะอันตรายจะนำไปส่งให้ อบต.เกาะลิบงกำจัดอย่างถูกวิธี ขยะทะเลยังนำมาสร้างสรรค์เป็นจุดเช็กอินให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะลิบงด้วย ช่วยสร้างจิตสำนึกเปลี่ยนโลกด้วยตัวเอง&amp;quot; หนึ่งฤทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขยะรองเท้าแตะรวบรวมส่ง Trash Hero ทำรองเท้าแตะรีไซเคิล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่แค่นั้น รพ.สต.ได้ประสานกับร้านค้าในชุมชน 30 ร้าน ลด ละ เลิก ถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม กิจกรรมครั้งนี้หนึ่งฤทัยพาไปเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ เด็กในหมู่บ้านนำถ้วย แก้วน้ำหรือถุงผ้ามาใส่อาหารและเครื่องดื่ม จะมีการสะสมดาวไปแลกรางวัล กล่องใส่ข้าว ถุงผ้า จนกระทั่งหม้อหุงข้าว ที่ รพ.สต. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งฤทัยบอกอีกว่า ตามร้านยังมีจุดทิ้งหลอดพลาสติก&amp;nbsp; จากนั้นจะรวบรวมให้กลุ่มขยะ รพ.สต. มีเยาวชนและผู้สูงวัยนำไปทำไส้หมอนให้ผู้ป่วยติดเตียง การจัดการขยะรูปแบบต่างๆ จะช่วยลดขยะทะเล เพราะขยะทะเลไม่ได้มาจากทะเลจริงๆ มาจากบนฝั่ง ปีนี้เราประกาศเป็นชุมชนต้นแบบการจัดการขยะทะเลชายฝั่งในพื้นที่ชุมชนบ้านมดตะนอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ณัฐวัฒน์ ทะเลลึก ผู้ใหญ่บ้านมดตะนอย กล่าวว่า เราเป็นชุมชนชายฝั่งทำให้ตระหนักในการแก้ปัญหาขยะจากชุมชน ขยะบริเวณท่าเรือและการท่องเที่ยวชายหาดขยะจากประมง ก็วางแผนและมีข้อตกลงจัดการขยะในชุมชน ล่าสุด ชุมชนได้ต่อยอดการพัฒนาอวนดักขยะจากภูมิปัญญาชุมชนเพื่อป้องกันขยะไม่ให้ไหลลงคลองต้นทางก่อนไหลออกสู่ทะเล จะใช้สำหรับตักเก็บขยะช่วงน้ำขึ้นและเก็บกวาดขยะใต้ถุนช่วงน้ำลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วางอวนดักขยะในคลองต้นทาง ป้องกันขยะไหลลงทะเล กระทบพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กรณีมาเรียมตายในท้องพบพลาสติกและเต่าอีกหลายตัว ชาวบ้านจึงรวมตัวกันคิดค้นอวนดักขยะ ทำจากอวนลอบหมึก จะวางทุกจุดของชุมชน เวลานี้มี 5 จุดในคลอง พบขยะพลาสติกมากกว่า 30% ที่เหลือเป็นเศษไม้ชายเลนโดยหน้ามรสุมจะวางอวนดักขยะให้มากขึ้น เป็นอีกแนวทางจะส่งผลดีต่อพะยูนและสิ่งมีชีวิตในทะเล อย่างไรก็ตาม ชุมชนตั้งเป้าภายในปี 2565 บ้านมดตะนอยจะปลอดขยะ 100% และพร้อมเป็นพื้นที่ตัวอย่างแบ่งปันความรู้และแนวทางปฏิบัติพิชิตขยะให้ชุมชนที่สนใจ&amp;quot; ผู้ใหญ่บ้านมดตะนอย กล่าวทิ้งท้ายเป้าหมายที่เรียกว่าการรักษาทรัพยากรรมชาติให้ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48934</URL_LINK>
                <HASHTAG>-อนุรักษ์พะยูน, การจัดการขยะเกาะลิบง, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, จ.ตรัง, มาเรียม, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, ศาณิต เกษสุวรรณ, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db51474e09a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. จัดเวทีเยาวชนอาเซียน เล็งแก้ไขปัญหาขยะทะเลระดับภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ณ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเยาวชนอาเซียน ด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Plus Three Youth Environment Forum 2019 ) ร่วมด้วย นายสุพจน์ รอดเรือง&amp;nbsp; ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายสุรชัย อจลบุญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ณ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส. กล่าวว่า ประเทศไทย ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา (ASEAN Working Group on Environmental Education - AWGEE)&amp;nbsp; เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ให้เป็นเจ้าภาพจัดเวทีเยาวชนอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Plus Three Youth Environment Forum 2019) ที่กำหนดจัดขึ้นทุก 2 ปี โดย ครั้งที่ 1 และ 2 ประเทศบรูไน เป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ 3 และ 4 ประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ และครั้งนี้ ครั้งที่ 5 ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;Clean up Our Sea, Change Our Future&amp;rdquo; มุ่งเน้นปัญหาขยะทะเล ที่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ซึ่งพบว่า หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล ติดอันดับสูงสุด 20 ประเทศของโลก โดย 80% มาจากขยะบนบก ไหลลงแม่น้ำ และลงสู่ทะเล ดังนั้น จึงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกคนและทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเยาวชน ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการเป็นผู้กำหนดทิศทางการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนต่อไปในอนาคต การเปิดโอกาสให้เยาวชนอาเซียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีบทบาทในการคิด สร้างสรรค์ ลงมือปฏิบัติ และพัฒนางานด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้พวกเขาเกิดความตระหนัก หลงรักและหวงแหนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว พร้อมที่จะเป็นแนวร่วมในการบอกต่อและมีส่วนช่วย&amp;nbsp; ในการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอาเซียนอย่างยั่งยืนต่อไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสุรชัย อจลบุญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย เยาวชนประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวม 60 คน เยาวชนไทย&amp;nbsp; 40 คน ตลอดจน ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมจำนวนทั้งสิ้น 150 คน โดยกิจกรรม มีทั้งการนำเสนอสถานการณ์ปัญหาขยะ/ขยะทะเล และการจัดการของแต่ละประเทศสมาชิกฯ การบรรยายพิเศษ หัวข้อ &amp;ldquo;Clean up Our Sea, Change Our Future&amp;rdquo; โดย ปลัด ทส. การเล่าประสบการณ์&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขยะจากแม่น้ำสู่ทะเล : บทเรียนประเทศไทย&amp;rdquo; โดย ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ริเริ่มกิจกรรม &amp;ldquo;พายเรือเพื่อเจ้าพระยา - เก็บขยะจากปากน้ำโพถึงอ่าวไทย&amp;rdquo; รวมทั้งการบรรยาย &amp;ldquo;การจัดการปัญหาขยะทะเลของประเทศญี่ปุ่น&amp;rdquo; โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ เยาวชนยังจะได้ฝึกปฏิบัติในการสร้างสรรค์สื่อและการสื่อสารสู่สาธารณะเพื่อการรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะทะเลร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนศึกษาดูงานการจัดการสิ่งแวดล้อมของเทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลรางวัลชนะเลิศด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน (เทศบาลขนาดใหญ่) ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการขยะแบบศูนย์รวม ที่ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีการจัดการขยะต้นทาง ลดปริมาณขยะที่จะเข้าสู่ระบบกำจัด มีการนำขยะบางประเภทไปใช้ประโยชน์ ส่งเสริมให้โรงเรียนสังกัดเทศบาลคัดแยกขยะรีไซเคิล ส่งเสริมการคัดแยกขยะในสถานประกอบการและชุมชน ตลอดจนมีโรงงานเตาเผาขยะเพื่อจัดการขยะปลายทางจากครัวเรือนและชุมชนที่ผ่านการคัดแยกแล้ว มาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า รวมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับปัญหาและการจัดการขยะทะเลของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45420</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ขยะทะเล, ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d774906d1d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแผนแก้ &#039;ขยะทะเล’   งัดไม้แข็งลดใช้ &#039;พลาสติก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวพะยูนมาเรียมเสียชีวิต และเมื่อผ่าหาสาเหตุก็พบว่า ในตัวของพะยูนน้อยมีขยะพลาสติกที่ระบบทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดปัญหาลำไส้อุดตันและลุกลามไปจนทำให้มันเสียชีวิตในที่สุด และยังตามมาด้วย &amp;quot;ยามีล&amp;quot; พะยูนอีกตัวที่เสียชีวิตด้วยสาเหตุคล้ายกัน ไม่นับก่อนหน้านี้มีวาฬตั้งท้องตายเกยตื้น เมื่อผ่าซากเจอขยะพลาสติกกว่า 20&amp;nbsp; กิโลกรัม เรื่องเศร้าที่เกิดกับสัตว์ทะเลพวกนี้ เป็นผลจากขยะในทะเลที่มีปริมาณมาก ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในแชมป์ขยะทะเล ซึ่งไม่ใช่สถิติที่ควรภูมิใจ ขยะพลาสติกกลายเป็นมหันตภัยใหญ่ของประเทศ ซึ่งเวลานี้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาอย่างจริงจัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ศึกษาที่มาของขยะทะเลและมาตรการจัดการปัญหาขยะทะเลเพื่อใช้กำหนดแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะพลาสติกและขยะอาหารแบบบูรณาการโดยจะใช้เครือข่ายที่มีสมาชิกกว่า 1.2 แสนรายขับเคลื่อนลดขยะอีกทางหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ TDRI สรุปผลการศึกษาที่มาขยะทะเลแล้ว มีการนำเสนอสู่สาธารณะ ส่วนหอการค้าไทยฯ ประกาศแนวทางเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนปี 2562-2563 ที่หอการค้าไทยฯ เมื่อวันก่อน โดยมี ดร.ฮาราลด์ ลิงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และ&amp;nbsp;รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยร่วมแสดงจุดยืนผลักดันแก้ปัญหาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ กล่าวว่า ปัญหาขยะทะเลมีแนวโน้มส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลปี 2553&amp;nbsp; ปริมาณขยะทะเล 4 แสนตัน แต่ในปี 2562 ขยะทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านตัน นับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ รายการขยะทะเลไทย 7 อันดับต้นๆ พบว่าเป็นพลาสติกถึง 12% กล่องโฟม 10% ห่ออาหาร 8% ถุงก๊อบแก๊บ 8% ขวดแก้ว 7%&amp;nbsp; ขวดพลาสติก 7% หลอดดูด 5% เห็นได้ว่าขยะทะเลเกี่ยวข้องกับสินค้าและการบริโภค ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจึงเป็นแนวทางหนึ่งช่วยลดขยะทะเลได้&amp;nbsp; แต่ก็ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ขยะทะเลจำนวนมากสร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยว ธุรกิจประมง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะอันตรายใหม่อย่างไมโครพลาสติก ถือเป็นมลพิษชีวภาพและโลหะ กระทบระบบนิเวศสัตว์น้ำและเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ในฐานะผู้บริโภค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการศึกษาที่มาขยะทะเลนั้น ประธาน TDRI เผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหล่งที่มาขยะทะเลไทยมาจากบนบก อันดับหนึ่งเป็นการท่องเที่ยวริมชายหาด ชุมชน หรือร้านค้าที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำและริมชายฝั่ง และขยะจากหลุมฝังกลบที่จัดการไม่ถูกต้อง ขยะถูกชะล้างลงแม่น้ำและออกสู่ทะเล นอกจากนั้นขยะยังมาจากเรือประมง เรือขนส่งสินค้า และข้ามพรมแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแชมป์ขยะทะเล ขยะส่วนใหญ่เป็นพลาสติกในรูปแบบต่างๆ การป้องกันและแก้ไขต้องเป็นวาระแห่งชาติรัฐ กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติแล้ว แต่ที่ผ่านมามาตรการที่ใช้ยังไม่มีประสิทธิผล เป็นไม้อ่อน ซึ่งในต่างประเทศจากผลศึกษาพบว่า การใช้มาตรการเชิงสมัครใจลดขยะพลาสติกมีประโยชน์จริงแต่ขาดประสิทธิภาพ กลับมาที่ไทย ภาคเอกชนในสาขาค้าปลีกรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือน เป็นสัดส่วนที่น้อยเกินไป และมีไม่กี่รายกล้าเก็บเงินจากผู้บริโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะกลัวผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปใช้ผู้บริการผู้ค้าปลีกรายอื่นบางรายแถมแต้ม ฉะนั้น มาตรการสมัครใจทำแล้วประชาชนตื่นตัวมากขึ้น สิ่งสำคัญที่ต้องทำต่อไป รัฐควรออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาขยะหนุนเสริม&amp;quot; ดร.สมเกียรติ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายประเทศใช้ไม้แข็งลดขยะพลาสติก ประธาน TDRI ยกผลศึกษามาคุยต่อว่า ประเทศอังกฤษเก็บเงินค่าใช้ถุงพลาสติกใบละ 2 บาท นิวซีแลนด์ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง และหลายประเทศทดลองห้ามใช้ หรือเก็บเงิน โดยท้องถิ่นห้ามใช้ ถือเป็นมาตรการรุนแรง ถือเป็นไม้แข็ง ถ้าฝืนใจใช้แล้วสำเร็จเพราะการแก้ปัญหาต้นทาง ไม่สร้างขยะใหม่เพิ่ม และหาทางกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิลแยกส่วน หรือนำมาเผาผลิตพลังงาน และทำการฝังกลบจะช่วยจัดการขยะครบวงจร แต่สำคัญที่สุดไม่สร้างขยะ ซึ่งแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาจากการลดการผลิตขยะต่างๆ ไม่ใช่สร้างเตาเผาหรือบ่อฝังกลบกำจัดขยะ หรือลดขยะแต่ต้นทาง ไม่ทำให้เกิดขยะเพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; กรณีไทยต้องมีหลายมาตรการผสมกัน ไม้แข็ง เสนอเลิกใช้กล่องโฟมใส่อาหารโดยเร็ว เพราะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก โฟมย่อยสลายยาก เสี่ยงต่อสุขภาพ สารเคมีปนเปื้อนสู่ร่างกายผู้บริโภค ส่วนกรณีถุงพลาสติก ต้องเก็บเงินใช้ถุงพลาสติก เริ่มในราคา 1.50-2 บาท เป็นราคาเหมาะสมที่กรมควบคุมมลพิษศึกษาไว้ เริ่มจากโมเดิร์นเทรดหรือการค้าปลีกสมัยใหม่ก่อน เช่น ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ มินิมาร์ท เพราะมีปริมาณการใช้ถุงพลาสติกมากกว่าตลาดสดหรือร้านค้าทั่วไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะแรกเพื่อให้ประชาชนปรับตัว เริ่มในราคา 1 บาทก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่อยๆ ปรับจะช้าเร็วพิจารณาได้และมีกลไกให้มัดจำค่าขวด&amp;quot; ดร.สมเกียรติกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธาน TDRI ย้ำว่า มาตรการจากรัฐอย่างเดียวไม่เป็นผลหากไม่มีการรณรงค์ลดขยะตั้งแต่ต้นทางกับประชาชนคัดแยกขยะ ซึ่งกลไกแยกขยะของท้องถิ่นต้องมีประสิทธิผล มีธนาคารขยะกรณีที่ผู้บริโภคเก็บของรีไซเคิลมีรางวัลจูงใจ รวมถึงรณรงค์กับภาคธุรกิจ ลดบรรจุภัณฑ์ที่มากเกินไป นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมและนักวิจัยต้องร่วมกันหาวัสดุใหม่แทนถุงพลาสติก เบื้องต้นอาจเป็นต้นทุน แต่เมื่อเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ก็เป็นโอกาสทางธุรกิจ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ปัญหาขยะพลาสติกกลายเป็นปัญหาร้ายแรงของประเทศไทย ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง เพื่อให้สิ่งที่รัฐประกาศว่าขยะเป็นวาระแห่งชาติมีผลอย่างแท้จริง งานวิจัยที่มาของขยะทะเลเสร็จสิ้นแล้ว แต่แผนของ TDRI จะศึกษาลงลึกในพื้นที่อีอีซี เพื่อจัดทำฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมในอีอีซี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะการพัฒนาประเทศต้องไม่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม &amp;quot; ดร.สมเกียรติ&amp;nbsp;กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รศ.ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี ม.หอการค้าไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี ม.หอการค้าไทยและกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นของคณะกรรมการและเครือข่ายร่วมกัน กำหนดจุดยืนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและเป็นความยั่งยืนของประเทศ ทั้งนี้ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานในการขับเคลื่อน 4 แผน ซึ่งจะขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายที่มีสมาชิกกว่า 120,000 ราย เน้นหวังผลในเชิงปฏิบัติและบูรณาการครอบคลุมทั้งประเทศ เราเลือกโฟกัสขยะพลาสติก ขยะอาหารและอาหารเหลือ ซึ่งแหล่งกำเนิดขยะอาหาร ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาด โรงแรม ร้านอาหาร ครัวฟู้ดคอร์ด วัด เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแผนงานในปี 62-63 กรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนกล่าวว่า มีการรณรงค์ให้ความรู้เปลี่ยนความคิดเพื่อสร้างจิตสำนึกเรื่องการคัดแยกขยะการจัดการแยกขยะ การลดขยะอาหารและการนำอาหารเหลือไปบริจาคให้ผู้ขาดแคลน โดยรณรงค์เน้น 2 กลุ่มเป้าหมาย คือนักเรียนและนักศึกษา เช่น บรรจุในบทเรียนชุดความรู้ในหลักสูตร ซึ่งจะมีความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการต่อไป นอกจากนี้จัดทำ Board Game และนำโมเดลโรงเรียนต้นแบบมาเผยแพร่สร้างโครงการนำร่อง เป็นต้นแบบสร้างรายได้เพิ่มมูลค่าจากขยะพลาสติกสู่โรงเรียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้จะรณรงค์ให้ความรู้แก่ชุมชนผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวโดยใช้โซเชียลมีเดีย, ผู้ทรงอิทธิพล, ยูทูบเบอร์นำเสนอเนื้อหาการแยกขยะ รวมถึงใช้พระสงฆ์และวัดให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขยายโมเดล เช่น วัดจากแดงเพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สู่ชุมชนอื่น รวมถึงกำหนดนโยบายและแนวทางเป้าหมายในทิศทางเดียวกันลดใช้ถุงพลาสติก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแผนดังกล่าวยังมีการจัดการแยกขยะ เช่น การลงมือแยกขยะลดภาระโลก แยกขยะอย่างจริงจังในภาคเอกชน และชุมชนจัดตั้งถังแยกขยะในจุดที่เหมาะสม กำหนดเวลาการจัดเก็บขยะแต่ละประเภทโดยร่วมมือกับภาครัฐและเครือข่ายต่างๆ แผนนี้จะเนรมิตชีวิตใหม่ให้ขยะพลาสติก หรือ Upcycling โดยศึกษาความเป็นไปได้ในการเกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ จัดทำตัวอย่างเพื่อนำไปสู่การเผยแพร่ ลงมือทำอย่างจริงจัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ส่วนการลดขยะอาหารในภาคการค้าและบริการ เช่น ให้ความรู้ด้านข้อเสียต้นทุนสูงของขยะอาหารและวิธีการจัดการผ่านสื่อต่างๆ โซเชียลมีเดีย และหลักสูตรการเรียนการสอนนักเรียนนักศึกษาด้านโรงแรม มีการเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขององค์กรที่มีการบริหารจัดการขยะอาหารที่มีประสิทธิภาพ ให้ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ทุกบริษัทร่วมมือกันเป็นตัวอย่างให้มีเป้าหมายที่จะได้ร่วมกัน&amp;quot; รศ.ดร.เสาวนีย์ เผย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยะอาหารเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ กรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ข้อมูลเพิ่มว่า แผนนี้จะมีการนำอาหารเหลือที่สามารถบริโภคได้มาจัดการ โดยด้านขนส่งให้องค์กรหรือภาครัฐอุดหนุนบริษัทขนอาหารไปบริจาคผู้ขาดแคลน โดยสนับสนุนค่าขนส่ง เรียกว่า &amp;ldquo;รถส่งต่อสุข&amp;quot; หารถไปรับอาหารบริจาคที่องค์กรต่างๆ แจ้งแล้วนำไปส่งต่อสถานสงเคราะห์ นอกจากนี้ จะสนับสนุนให้มีตู้เย็นชุมชนเพื่อแบ่งปันอาหารเหลือที่มีคุณภาพและบริโภคได้&amp;nbsp; แนวทางนี้จะช่วยลดปริมาณขยะอาหารอีกทางหนึ่ง เพราะหากจัดการขยะอาหารไม่ถูกต้องจะส่งผลกระทบต่อการจัดการขยะโดยรวม แผนดังกล่าวจะนำเข้าสู่การสัมมนาใหญ่หอการค้าไทยทั่วประเทศปลายปีนี้ เป้าหมายใช้ขับเคลื่อนอย่างจริงจังช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกและขยะอาหารอย่างยั่งยืน รวมถึงแก้วิกฤติขยะพลาสติกในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44732</URL_LINK>
                <HASHTAG>TDRI, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, ม.หอการค้าไทย, มาเรียม, หอการค้าไทย, เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์, แผนจัดการขยะพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b41f683d38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 00:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทะเลไทย&quot; น่าห่วง 4 กิจกรรมถลุงใช้ทรัพยากร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยว 1 ใน 4 กิจกรรมหลักใช้ประโยชน์ทะเล แนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอดีตทะเลไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารของโลก เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ทว่า ปัจจุบันสัตว์น้ำลดลงไปมากอย่างน่าใจหาย การหาปลาไม่ได้ง่ายแล้ว เพราะประมงไทยต้องแล่นเรือจากฝั่งไปไกลมากขึ้น แล้วยังหนีไปทำสัมปทานจับปลาจากประเทศอื่น หรือล่าสุดกรณีมีการนำเสนอข่าวในโซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกต &amp;quot;ปลาทูในทะเลไทยหายไป&amp;quot; นำมาสู่คำถามมากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ยังไม่พูดถึงประเด็นร้อนแรง &amp;quot;ขยะทะเล&amp;quot; ที่ไทยปล่อยลงสู่ทะเลติดอันดับ 6 ของโลก ส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก ขวดน้ำดื่ม ส่งผลขยะตกค้างชายหาด ป่าชายเลน เต่าทะเลกินขยะพลาสติกตายก็มีให้เห็นเป็นระยะ แล้วยังมีปัญหาไมโครพลาสติกในทะเลที่องค์การอนามัยโลกกำลังจับตา เพราะกระทบต่อสุขภาวะประชาชน ตลอดจนกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามันที่บูมสุดขีด สร้างความเสื่อมโทรมของทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติก&amp;nbsp;สร้างความเสื่อมโทรมทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานการณ์ทะเลไทยปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) จัดโครงการ &amp;quot;สถานการณ์ทะเลไทยและผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;quot; ขึ้น เมื่อวันก่อน ณ เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้แทนมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม ผู้ประกอบการเกาะทะลุ ไอส์แลนด์ รีสอร์ท และชาวประมงที่คร่ำหวอดจับปลาในอ่าวไทย ตัว ก ร่วมตีแผ่วิกฤติทะเลไทยและแนะทางรอดทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีกิจกรรมการใช้ทะเลที่หลากหลาย ย้อนไปสิบปีก่อนตัวเลขมูลค่าเศรษฐกิจภาคทะเลของไทย 7.5 ล้านล้านบาท แต่จากข้อมูลสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ปี 2557 เพิ่มสูงถึง 24 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และมีแนวโน้มมากขึ้นต่อเนื่องในอนาคต แต่ผลประโยชน์ทางทะเลกลับไม่ได้ตกอยู่ในมือคนไทยในสัดส่วนที่ควรจะเป็น และไทยไม่เคยคิดถึงต้นทุนของกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทะเลและชายฝั่งที่แท้จริง ขณะที่ทรัพยากรที่เป็นฐานของกิจกรรมเกิดความเสื่อมโทรมทั้งปริมาณและคุณภาพ เพราะแยกส่วนกิจกรรมใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทยจาก &amp;quot;การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายฉบับย่อในประเด็นเร่งด่วนเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทย&amp;quot; ที่ ศ.ดร.เผดิมศักดิ์เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สกว. หรือ สกสว. ในปัจจุบัน ให้ภาพชัดกิจกรรมที่ถลุงใช้ทะเลไทย 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ การขนส่งและพาณิชยนาวี การผลิตพลังงาน การท่องเที่ยว และการประมง จากข้อมูลสรุปว่า ไทยมีแนวโน้มของกิจกรรมการใช้ทะเลเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและรูปแบบ ถ้ายังปล่อยให้ตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้น่าเป็นห่วง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปะการัง ฐานทรัพยากรสำคัญ หากเสียหายกระทบนิระบบเวศและการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ กล่าวว่า การประมงของไทยยิ่งจับปลา จำนวนปลาก็ลดลงเรื่อยๆ รวมถึงขนาดก็เล็กลง ซึ่งเกิดจากการจับปลามากเกินศักยภาพในการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำและเครื่องมือประมงพาณิชย์ที่มีความก้าวหน้า กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามไม่ทัน ขณะที่ประชากรเพิ่มมากขึ้น ความต้องการก็มากขึ้น เรื่องนี้จะแก้ได้ต้องทำประมงเอาคุณภาพมากกว่าปริมาณหรือทำมากได้น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการท่องเที่ยว คนมาดำน้ำดูปะการัง ถ้าไม่ดูแลรักษา เหยียบย่ำปะการังพังเสียหาย เที่ยวแล้วทำลายฐานทรัพยากรจนเกินขีดความสามารถในการฟื้นตัว จะทำให้ปะการังหมดไป ปลาก็หายไป เพราะปะการังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ดี ผู้ประกอบการก็ต้องพยายามพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสม และรักษาศักยภาพของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลไทยยังเป็นเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูมให้เป็นตลาดการขนส่งทะเลร่วมอาเซียน กองเรือพาณิชย์ทั้งไทยและต่างชาติ ท่าเทียบเรือที่เพิ่มขึ้น ซ้ำเติมทะเลไทย นักวิชาการจุฬาฯ ระบุว่า จำนวนท่าเทียบเรือที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของชายฝั่ง อีกปัญหาที่ไทยละเลยการจัดการน้ำอับเฉาเรือ น้ำอับเฉาเป็นน้ำที่ใช้ปรับจุดศูนย์ถ่วงเรือให้ทรงตัวได้ดี การสูบถ่ายน้ำสร้างปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานสู่ทะเลไทย เราอ้างไม่ได้จัดการ เพราะขาดเทคโนโลยี กระทบนิเวศท้องถิ่น ประมง นี่คือต้นทุนทรัพยากรความหลากหลายทางธรรมชาติที่ไทยสูญเสียไป&amp;nbsp; ไทยเป็นภาคีอนุสัญญาน้ำอับเฉาเรือ ต้องควบคุมและบังคับใช้จริงจัง อันตรายมากมาย ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะทุกวันนี้การขนส่งไทยยังต้องพึ่งเรือต่างชาติเป็นหลัก เสียรายได้มหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์&amp;nbsp;เยี่ยมชมโครงการปกป้องเต่าทะเลที่เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการผลิตพลังงาน ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ บอกว่า ต้องมีแผนใช้พลังงานทดแทนเชื่อมโยงไปถึงมีทิศทางบริหารจัดการนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ต้องวางแผนรองรับการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียมในทะเล ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 400 แท่น และอยู่ในทะเลไทยมากกว่า 20-30 ปี เนื่องจากเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มีสิ่งมีชีวิตเกาะติดจำนวนมาก มีปลาว่ายน้ำตามชั้นต่างๆ อาจมีผลประโยชน์ในทะเล จะต้องหาองค์ความรู้ก่อนรื้อถอนเป็นเศษเหล็กเฉยๆ และหาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับมือในอนาคต มีรายงานการศึกษาต่างประเทศระบุว่า แท่นเป็นตัวเชื่อมต่อระบบนิเวศชายฝั่งและนอกชายฝั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ปัจจุบันไทยยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ จะต้องปิดรูรั่วทั้ง 4 กิจกรรมใช้ประโยชน์ทางทะเลไทย วางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเลในภาพรวม โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งพาณิชยนาวีวางจุดยืนของประเทศ พัฒนาระบบขนส่งชายฝั่งให้ดีแทนที่จะยกตัวเองเป็นจุดเชื่อม 2 มหาสมุทร ส่วนการท่องเที่ยวลดกิจกรรมกระทบทรัพยากรโดยตรง ส่วนขยะทะเลทางรอดเสนอแนวคิดเปลี่ยนขยะเป็นเงิน และจัดการขยะตั้งแต่บนบก&amp;quot; วันนี้ต้องสร้างดัชนีชี้วัดที่ยากขึ้น รายงานความสำเร็จฟื้นฟูทะเลไทยต้องไม่ขึ้นกับปริมาณลูกปลาที่ปล่อย ปะการังที่ปลูก วางปะการังเทียมกี่ก้อน ปลูกป่าชายเลนกี่ต้น หรือสร้างเขื่อนกันแนวชายฝั่งความยาวกี่เมตร จะต้องมองผลลัพธ์คือ ระบบนิเวศที่ฟื้นคืนมา สัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น ชาวประมงมีอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ขณะนี้เริ่มพูดถึงดัชนีมหาสมุทรในแผนแม่บทยุทธศาสตร์ที่ 5 ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วัดตั้งแต่ทะเลกักเก็บคาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ น้ำที่สะอาด การดูแลชายฝั่ง โอกาสของประมงพื้นบ้าน และมีส่วนสนับสนุนการท่องเที่ยว ต้องรอดูจะนำมาปฏิบัติอย่างไร&amp;quot; ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ กล่าวทางรอดทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ฟื้นคืนนิเวศทางทะเล โดยการขยายพันธุ์ปะการังโดยท่อพีวีซีที่เกาะทะลุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เจ้าของเกาะทะลุไอส์แลนด์ รีสอร์ท ผู้สืบต่อปณิธานของพ่อ ปรีดา เจริญพักตร์ ในการอนุรักษ์ทะเลไทย และดูแลมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม กล่าวว่า เกาะทะลุเคยมีปะการังที่สมบูรณ์ หลังเจอพายุเกย์ปี 2532 ปะการังถูกพายุหอบขึ้นบก กลายเป็นสุสานปะการังทุกวันนี้ จากนั้นปะการังเสียหายจากการประมง เมื่อเข้าสู่ยุคท่องเที่ยวบูมมาก มีการดำน้ำตื้นดูปะการัง ส่งผลให้ทรัพยากรเสื่อมโทรม ทั้งจากนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ บวกกับเรือขนส่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้า-ออก ระบบนิเวศเสียหาย ที่เกาะทะลุมีรีสอร์ตแห่งเดียว เราทำมาหากินกับธรรมชาติ ก็ต้องพยายามรักษาทรัพยากรทางทะเลเอาไว้ อย่างเรื่องโครงการขยายพันธุ์ปะการังโดยใช้ท่อพีวีซี ทำร่วมกับวีนิไทย เกาะทะลุร่วมปลูก 10,000 กิ่ง จากทั้งหมด 80,000 กิ่งในพื้นที่อ่าวไทย อัตราเติบโตปีละ 10 เซนติเมตร ถือว่าน่าพอใจ ปีนี้จะขยายความร่วมมือต่อไป เพราะฟื้นฟูได้จริง เราปลูกปะการังรอบเกาะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ทางรีสอร์ตยังมีกิจกรรม Skin Dive เพื่อฝึกทักษะการทำน้ำเบื้องต้น เรียนรู้การใช้อุปกรณ์ดำน้ำตื้นให้ถูกวิธี ฝึกการลอยตัว มีสติและเอาตัวรอด เมื่อมีทักษะแล้วกลุ่มคนเหล่านี้จะช่วยแนะนำเพื่อนได้ นี่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากระบวนการท่องเที่ยวดำน้ำอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายปะการังใต้น้ำ ปัจจุบันตลาด Skin Dive ขยายตัวมากขึ้นด้วย&amp;quot; เผ่าพิพัธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เจ้าของเกาะทะลุไอส์แลนด์ รีสอร์ท&amp;nbsp;และเลขามูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุ่มเจ้าของเกาะทะลุยังบอกด้วยว่า เมื่อฟื้นฟูระบบนิเวศปะการัง มีการจัดการขยะและรักษาชายหาด เต่ากลับมา เดิมไม่มีรายงาน โดยพบแม่เต่ากระขึ้นทำรังวางไข่บนชายหาดเกาะทะลุปี 2552 เต่ากระเป็นสัตว์ทะเลหายาก เราช่วยดูแลให้รอด อนุบาลเลี้ยงลูกเต่าให้โตแข็งแรง โดยปล่อยกลับสู่ทะเลสำเร็จปี 2554 จนถึงปัจจุบันปล่อยเต่าทะเลไปแล้ว 6,000 ตัว จากแม่เต่า 10 แม่ ซึ่ง จนท.ฝังไมโครชิปที่แม่เต่า ภายใต้โครงการปกป้องอนุรักษ์เต่าทะเล ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีนี้ก็พบแม่เต่าขึ้นวางไข่ จะมีการเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์เต่า ปัจจุบันที่เกาะทะลุเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญในพื้นที่อ่าวไทย เราพยายามขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม เพราะนี่คือความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แม่เต่ากลับมาวางไข่ที่อ่าวเทียน เกาะทะลุ เมื่อวันที่&amp;nbsp; 22 มิ.ย.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องราวของเกาะทะลุไม่ได้พิเศษกว่าโครงการไหนๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แค่สะท้อนเรื่องการใช้ประโยชน์ทางทะเลและการอนุรักษ์เชื่อมโยงกัน และเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเกิดปัญหาสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าที่เป็นอยู่ รวมถึงเห็นเป็นรูปธรรมว่า ความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน คนในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ทะเลไทยดีขึ้น.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะทะเล, ทะเลไทย, ปลาทูหายไป, ผลประโยชน์ทางทะเล, มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม, ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์, สกสว., เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์, เกาะทะลุไอส์แลนด์ รีสอร์ท, เต่ากระ, เต่าทะเลวางไข่, เผ่าพิพัธ เจริญพักตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d20d1dcd3b6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
