<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“YOUเทิร์น” เริ่มต้นที่ยู ชวนทุกคนมาเริ่มต้นจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างถูกวิธี เพื่อโลกใบนี้ของเราทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>
	&amp;nbsp;หลายปีที่ผ่านมา &amp;ldquo;ขยะพลาสติก&amp;rdquo; จำนวนมาก ไม่ได้รับการจัดการหลังการใช้อย่างเหมาะสม จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศ ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข ตั้งแต่พวกเรา ผู้เป็นเจ้าของขยะ ไปจนถึงภาคเอกชนและภาครัฐตลอดเส้นทางการจัดการขยะพลาสติกเหล่านี้
	บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เห็นความสำคัญและลงมือแก้ไขปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง เรามีความตั้งใจอยากช่วยให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ด้วยการจัดการขยะพลาสติกให้เข้าสู่กระบวนการและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง จึงริเริ่ม &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; ระบบบริหารจัดการขยะพลาสติกที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมกันสร้างคุณค่าให้กับขยะพลาสติกอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;YOUเทิร์น เริ่มต้นที่ยู&amp;rdquo; เริ่มตั้งแต่แยกและทิ้งขยะพลาสติกในมืออย่างถูกวิธี &amp;nbsp;&amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; จะเข้ามารวบรวมและคัดแยกขยะพลาสติกอีกครั้ง เชื่อมต่อการขนส่งเข้าสู่ ENVICCO โรงงานรีไซเคิลพลาสติกมาตรฐานโลกของ GC หรือโรงงานรีไซเคิลพันธมิตรที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าขยะพลาสติกทุกชิ้นที่ทุกคนตั้งใจมาทิ้งกับเรา จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม กลับมาสร้างประโยชน์แทนการฝังกลบ และนำกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และช่วยลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนไปพร้อม ๆ กัน 


&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	แยกและทิ้งขยะพลาสติกกับ &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; ได้ง่ายๆ เพียงนำไปหย่อนที่ จุดทิ้งขยะพลาสติกของ YOUเทิร์น&amp;nbsp; (YOUเทิร์น Drop Point) ซึ่งรับทั้งพลาสติกแบบแข็ง เช่น ขวดน้ำดื่ม ขวดแชมพู ขวดนม กล่องใส่อาหาร เป็นต้น และพลาสติกแบบยืด เช่น ถุงพลาสติก ฟิล์มถนอมอาหาร เป็นต้น โดย YOUเทิร์น Drop Point ตั้งกระจายในหลายพื้นที่ ได้แก่ 
	PTT Station 18 สาขา (ร่วมกับโครงการพลาสติก (คืน) สุข)
	เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น G
	พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 1
	พาราไดซ์ เพลส ชั้น 2 
	The Nine Center พระรามเก้า ชั้น 1 
	The Nine Center ติวานนท์ ชั้น 1


&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และยังคงขยายจุดตั้ง YOUเทิร์น Drop Point ร่วมกับกองทัพพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพและปริมณฑลให้ทุกคนได้ทิ้งขยะพลาสติกได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม &amp;nbsp;หากสนใจทิ้งขยะพลาสติกกับเรา สามารถค้นหา YOUเทิร์น Drop Point ได้จากลิงค์ https://bit.ly/3gSEf3n&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;





&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ชญาน์ จันทวสุ &amp;nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า &amp;ldquo;GC มุ่งมั่นในการเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการสร้างสมดุล ระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (2E1S) โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้ GC มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดมิติของการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการอำนวยความสะดวกและเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง ด้วย&amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; ระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด ยูเทิร์นเริ่มต้นที่ยู ซึ่ง &amp;ldquo;ยู&amp;rdquo; ในที่นี้ หมายความถึง ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือ ผู้ใหญ่ ก็สามารถที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยจัดการพลาสติกใช้แล้ว เพื่อให้พลาสติกเหล่านั้นได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด นอกจากนี้ &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; ยังนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการจัดการพลาสติกใช้แล้ว ตั้งแต่ประเภทของพลาสติกที่นำมาหย่อนที่ YOUเทิร์น Drop Point &amp;nbsp;ปริมาณการจัดเก็บเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล จนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาต่อยอดใช้ประโยชน์ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; จึงเป็นระบบที่เป็นทางออกของปัญหาขยะพลาสติกในสังคม โดยที่ผ่านมา มีองค์กรชั้นนำได้นำ YOUเทิร์น ไปประยุกต์ใช้ภายในองค์กรหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รวมไปถึง &amp;ldquo;โครงการแยกขวดช่วยหมอ&amp;rdquo; ซึ่ง YOUเทิร์น ได้ร่วมกับเพจ Less Plastic ระดมขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว จากจุดทิ้งขยะพลาสติกของ YOUเทิร์น และพันธมิตร นำส่งไปยังโรงงานแปรรูปที่ร่วมกับโครงการฯ เพื่อตัดเย็บชุด PPE Level 2 มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่มีแรงดัน (Hydrostatic Pressure) สามารถทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง 20 ครั้ง ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อใช้ป้องกันโรคโควิด 19 สะท้อนให้เห็นว่า YOUเทิร์น สามารถตอบโจทย์ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อมและสามารถต่อยอดไปช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤตได้อย่างทันท่วงที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับองค์กรที่สนใจร่วมเป็นพันธมิตรกับ YOUเทิร์น เพื่อต่อยอดความร่วมมือและขยายผลไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สามารถสอบถามมาได้ที่อีเมล์ของ YOUเทิร์น : youturn@pttgcgroup.com&amp;nbsp; รวมถึงติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ YOUTURN Facebook&amp;nbsp; Line Official ของ YOUเทิร์น และ Website YOUเทิร์น: https://bit.ly/2Zg4qv1 ทั้งที่ PTT Station ศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้ในเครือ MBK Group และอีกหลายพื้นที่ในอนาคต นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หัวใจสำคัญของ &amp;ldquo;YOUเทิร์น&amp;rdquo; คือ การที่ทุกคนได้เริ่มต้น เรียนรู้ แบ่งปันและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคัดแยกและจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี จากขยะกลับมาเป็นวัตถุดิบ และกลับเข้าสู่วงจรการผลิตอีกครั้ง &amp;nbsp;โดยคุณสามารถมีส่วนร่วมกับ YOUเทิร์น ได้ด้วยการนำขยะพลาสติกมาหย่อนที่จุด YOUเทิร์น Drop Point &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117375</URL_LINK>
                <HASHTAG>Circular Economy, EndtoEndWaste, ENVICCO, GC, GCCircularLiving, YOUเทิร์น, YOUเทิร์น เริ่มต้นที่ยู, ขยะพลาสติก, ดร.ชญาน์ จันทวสุ, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน, ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61495fa19c51b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัญหาขยะพลาสติกกำลังเป็นปัญหาใหญ่ ที่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสัตว์ทะเล ดังนั้น กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) จับมือประชาคมวิจัย ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&amp;nbsp; ลงนามบันทึกข้อตกลง &amp;ldquo;ความร่วมมือภาคีเครือข่าย ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง&amp;rdquo; ร่วมกับกลุ่มชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพชุมชนเกาะกก และหมู่บ้านเอื้ออาทรจังหวัดระยอง (วังหว้า) เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้างจากพลาสติกใช้แล้วให้กับชุมชน หวังสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดปัญหาขยะในทะเลไทยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า เราตระหนักถึงปัญหาพลาสติกใช้แล้วที่หลุดรอดไปสู่สิ่งแวดล้อม และพยายามหาวิธีการต่างๆ เข้ามาจัดการอย่างยั่งยืน ดาวได้ตั้งเป้าที่จะช่วย&amp;nbsp; &amp;ldquo;หยุดขยะพลาสติก&amp;rdquo; โดยมุ่งมั่นจะผลักดันให้พลาสติกใช้แล้วจำนวน 1 ล้านตันจากทั่วโลกถูกเก็บกลับมาใช้ประโยชน์ หรือรีไซเคิล ซึ่ง &amp;ldquo;ความร่วมมือภาคีเครือข่าย ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง&amp;rdquo; ก็เป็นอีกหนึ่งในโครงการสำคัญที่จะนำผลงานด้านการศึกษาและงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ได้จริง เราพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองในการประสานงานระหว่างประชาคมวิจัยและกลุ่มชุมชน เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;การผสมพลาสติกใช้ในวัสดุก่อสร้างจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบา และลดการใช้วัสดุที่ใช้แล้วหมดไปเช่น ทราย และหิน หากนำก้อนอิฐไปทำเป็นวัสดุปูพื้นนอกอาคาร ก็จะช่วยลดความร้อนของพื้นผิว สามารถเดินหรือทำกิจกรรมในเวลากลางแจ้งได้&amp;quot; นายฉัตรชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ทั้งนี้วัสดุก่อสร้างที่ได้จากโครงการนี้จะมีมาตรฐานเทียบเท่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ใช้สำหรับการก่อสร้างภายนอกอาคาร เช่น บล็อกปูพื้น คอนกรีตบล็อก และขอบคันหิน โดยจะใส่พลาสติกทดแทนหินและทรายในสัดส่วน 0.4&amp;ndash;1.5 กิโลกรัมต่อชิ้น หรือประมาณ 6-10% ของน้ำหนักทั้งหมด ราคาไม่ต่างจากวัสดุทั่วไปและมีความคงทนเทียบเท่าของเดิม คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 400,000-1,500,000 บาทต่อปี และลดปริมาณขยะพลาสติกได้กว่า 30,000 กิโลกรัมต่อปี เป็นประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายวิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การแก้ไขและลดปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากขยะพลาสติก โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะพลาสติกและสร้างรายได้แก่ชุมชน สร้างเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ก่อให้เกิดการผลักดันนโยบายและสร้างความตระหนักต่อปัญหาการจัดการขยะในวงกว้าง รวมทั้งสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนที่มุ่งลดของเสียและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี วิจัยและออกแบบนวัตกรรมในการนำขยะพลาสติกจากทะเลมาเป็นวัตถุดิบในวัสดุก่อสร้าง โดยชุมชนสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้เอง อาทิ กระเบื้องพื้นสนาม กระถางต้นไม้ นอกจากจะเป็นการกำจัดขยะพลาสติกยังเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในระยะยาว ผู้สนใจสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างผสมพลาสติกใช้แล้ว มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ติดต่อได้ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สามารถรับชมวิดีโอแนะนำโครงการ &amp;ldquo;ความร่วมมือภาคีเครือข่าย ขยะทะเล...สู่...การเพิ่มรายได้ชุมชนระยอง&amp;rdquo; ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=0kyliIq6rYo&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114145</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), สิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_612202e0a5e9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นวัตกรรม &quot;เทคโนโลยีไพโรไลซิส &quot; เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมันดิบ     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ขยะพลาสติกถือเป็นปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน กรมควบคุมมลพิษ ได้ระบุว่า โดยเฉลี่ยไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ย 2 ล้านตัน/ปี และ 1.5 ล้านตัน/ปี นำไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบหรือเตาเผา คิดเฉลี่ยมนุษย์สร้างขยะพลาสติกราวคนละ 50 กิโลกรัมต่อปี แต่มีการนำไปรีไซเคิลไม่ถึง 10% ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด19 ระบาด ขยะพลาสติกยิ่งเพิ่มชึ้นกว่าเดิมมาก &amp;nbsp;ข้อมูลปี 2563-2564 พบว่าปริมาณของคนที่ผลิตขยะพลาสติกในประเทศไทย ใช้ขยะพลาสติกมากขึ้นในปี 2563 มีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น 40% และในสถานการณ์โควิด-19 ช่วงเมษายนที่ผ่านมา คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 45% และอาจจะมากกว่าเดิมจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ในยุคโควิด

&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ คอร์สแอร์ กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานของรัฐบาลไทย จึงได้คิดแนวทางเยียวยาปัญหามลภาวะจากขยะพลาสติก มลพิษทางอากาศ และน้ำ ผ่านนวัตกรรมใหม่ &amp;ldquo;เทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis technologies)&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งสามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นน้ำมันชีวภาพขั้นสูง (Advanced Bio-oil) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงทางเลือก เพื่อการเยียวยาปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดรับการร่วมมือเป็นพันธมิตรทั้งกับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานรัฐบาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูสซี เว็คโค ซาโลรานตา&amp;nbsp; ซีอีโอ &amp;nbsp;คอร์สแอร์ กรุ๊ปฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายยูสซี เว็คโค ซาโลรานตา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอร์สแอร์ กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า มลภาวะจากขยะพลาสติกทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งมาพร้อมอุปสงค์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ปกป้องสุขภาพส่วนบุคคล ส่งผลถึงการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง &amp;nbsp;เพิ่มปริมาณมากขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยรายงานว่าสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปริมาณขยะพลาสติกในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นถึง 60% โดยอัตราการผลิตพลาสติกรายปียังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายงานการผลิตทั่วโลกมากกว่า 370 ล้านเมตริกตันต่อปี หากแนวโน้มยังคงเป็นเช่นนี้ ภายในปี ค.ศ. 2050 ขยะพลาสติกกว่า 12 พันล้านตันจะทับถมอยู่ในหลุมขยะฝังกลบและปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ

ซีอีโอ คอร์สแอร์ฯ กล่าวอีกว่า การลดปัญหาจากขยะพลาสติก ทำให้สหภาพยุโรป ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาขยะพลาสติก ได้ออกกฎหมายว่าในธุรกิจที่ผลิตพลาสติกจะต้องใช้วัตถุดิบที่เป็นพลาสติกรีไซเคิล มาเป็นตัวตั้งต้นในการผลิตอย่างน้อย 30% สำหรับการผลิตทั้งหมด แต่ถ้าบริษัทไหน ไม่ปฎิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ก็จะต้องเสียค่าปรับเป็นภาษีให้กับสหภาพยุโรป การออกกฎหมายดังกล่าว ก็เพื่อพยายามที่จะทำให้บริษัทที่ผลิตพลาสติกมีความรับผิดชอบในผลิตภัณฑ์ตัวเองมากขึ้น &amp;nbsp; คาดว่ากฎหมายนี้จะเกิดขึ้นในทั่วทุกที่บนโลกและหวังว่าจะเกิดขึ้นในประแถบตะวันออกเฉียงใต้ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องจักที่เป็น &amp;quot;เทคโนโลยีไพโรไลซิส&amp;quot;เปลี่ยนขยะพลาสติก ให้เป็นพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนเทคโนโลยีไพโรไลซิส ที่นำมาใช้ในกระบวนการแปรสภาพพลาสติกเป็นน้ำมัน ยูสซี &amp;nbsp;ได้อธิบายว่า โรงงานรีไซเคิลขยะพลาสติกให้กลายเป็นน้ำมัน หรือที่เรียกว่าการรีไซเคิลทางเคมีของคอร์สแอร์ มีเนื้อที่ 6,400 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นการใช้เทคโนโลยีไพโรไลซิส ที่สามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกที่สร้างผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันกำมะถันต่ำ ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความล้ำหน้ามากที่สุดในอุตสาหกรรมประเภทนี้ โดยลำเลียงขยะพลาสติกลงในเครื่องไพโรไลซิส (Pyrolysis Machine) ซึ่งสามารถรองรับขยะพลาสติกได้ทุกชนิด โดยขณะนี้เรามุ่งเน้นไปที่พลาสติกที่เป็นปัญหาหลักของโลก อย่าง ถุงพลาสติก พลาสติกห่อหุ้ม และบรรจุภัณฑ์ และบ่อขยะในประเทศไทย จากการคาดการณ์ว่ามีบ่อขยะมากกว่า 2,000 บ่อ ซึ่งมีพลาสติกที่ถูกสะสมมานานหลายปี &amp;nbsp;สำหรับกระบวนการทำงานของไพโรไลซิส เครื่องจักรจะให้ความร้อนกับขยะพลาสติกเพื่อให้เกิดควันและก๊าซ ขั้นตอนนี้ไม่ใช่การเผา เพราะจะยังไม่มีเปลวไฟสัมผัสถูกเนื้อพลาสติก จึงไม่ทำให้เกิดไอพิษลอยสู่ชั้นบรรยากาศ

&amp;nbsp;โดยก๊าซไวไฟที่ได้จากกระบวนการแปรสภาพจะถูกรวบรวมและนำไปใช้เพื่อสร้างความร้อนในขั้นตอนการแปรสภาพขยะพลาสติกต่อไป ส่วนควันที่เกิดขึ้นจะลอยผ่านระบบกลั่นและเปลี่ยนเป็นของเหลว ซึ่งพลาสติกก็จะเกิดการแปรสภาพเป็นน้ำมันกำมะถันต่ำ&amp;nbsp;หรือก็คือน้ำมันชีวภาพขั้นสูง (Advanced Bio-Oil/ Advanced Biofuel) มีลักษณะเหมือนน้ำมันดิบและสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และนํ้ามันอากาศยาน และสำคัญที่สุด น้ำมันชีวภาพขั้นสูงสามารถใช้เพื่อการผลิตพลาสติกใหม่ ซึ่งนี่คือเป้าหมายหลักในการลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะถูกนำไปฝังกลบและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

&amp;nbsp;ยูสซี ยังบอกอีกว่า น้ำมันชีวภาพขั้นสูงบางส่วนที่ผลิตได้ &amp;nbsp;ยังหมุนเวียนกลับมาใช้เป็นแหล่งพลังงานให้กับเครื่องจักรไพโรไลซิสเอง ดังนั้น &amp;nbsp;จึงไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากภายนอก ซึ่งในอนาคตจะมีการผลิตไฟฟ้าจากความร้อนของเครื่องจักรเหล่านี้ในตัวเอง เพื่อสร้างระบบนิเวศพลังงานที่เพียงพอสำหรับป้อนภายในโรงงาน จึงคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ยั่งยืนที่สุดในการทำพลาสติก เพราะไม่จำเป็นที่จะต้องนำน้ำมันใหม่มาจากใต้พื้นโลก เป็นการลดการใช้ปริมาณน้ำมัน นำไปสู่การลดปริมาณมลพิษและคาร์บอนได้ออกไซด์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบรรทุกนำขยะพลาสติกเข้าโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;ldquo;ปัจจุบันเครื่องจักรของเรา มีกำลังการผลิตราว 200,000 ลิตรต่อเดือน โดยโรงงานจะขยายเนื้อที่อีก 10,000 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการผลิตให้ได้มากกว่า 1,000,000 ลิตรต่อเดือนในปี 2565 และคาดว่าจะสามารถขจัดขยะพลาสติกได้ 50-90% ของขยะพลาสติกในประเทศ โดยเฉลี่ยประมาณ 4 แสนกิโลกรัม/เดือน และจะเปลี่ยนเป็นน้ำมันได้ 2 แสนลิตร &amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับความสะอาดของพลาสติกด้วย &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เขายังยกตัวอย่างกรณีพลาสติกที่สกปรกว่า ถ้ามีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมจะสามารถเปลี่ยนไปเป็นน้ำมันได้ที่ 50-75 ลิตร แต่หากพลาสติกที่มาจากบ้านเรือนและมีความสะอาดสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำมันได้ 90% &amp;nbsp;ทั้งนี้จะมีการขยายกิจการทั้งในประเทศและยุโรป หากสำเร็จคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 2 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำมันได้ที่ 1 ล้านลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ตั้งของโรงงานคอร์สแอร์ ฯ ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
สำหรับเป้าหมายในอีก 10 ปี &amp;nbsp;ยูสซี เผยว่า จะเดินหน้าขจัดขยะพลาสติกออกไปจากสิ่งแวดล้อมให้ได้ 2 พันล้านกิโลกรัมต่อปี คิดเป็นน้ำมันที่จะผลิตได้คือ &amp;nbsp;1 พันล้านลิตร โดยมาจากแหล่งขยะทั้งการแยกขยะพลาสติกจากต้นทาง เก็บขยะพลาสติกจากขยะครัวเรือน และขยะพลาสติกจากบ่อขยะ แม่น้ำและทะเล &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับบริษัทและองค์กรชื่อดังของไทยหลายแห่ง อาทิ ไมเนอร์ กรุ๊ป, เซ็นทารา กรุ๊ป, ชาเทรียม โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท, โรงเรียนนานาชาติ โชรส์เบอรี่, บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน), แดรี่โฮม และอีกหลายแห่ง ในการคัดแยกขยะ หรือไปตัวกลางในการคัดแยก โดยทาง คอร์สแอร์ จะเป็นผู้ไปนำเก็บและออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง จึงถือว่าช่วงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันในการใช้พลาสติกอย่างถูกต้องสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111125</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, คอร์สแอร์, น้ำมันดิบ, ยูสซี เว็คโค ซาโลรานตา, เทคโนโลยีไพโรไลซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe20ac41ca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บคัดแยกรีไซเคิลขยะ  คืนสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นต้นทางของวัตถุดิบที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ผ่านการใช้วัตถุดิบปลาป่นที่ยั่งยืนมาจากผลพลอยได้จากการแปรรูปสัตว์น้ำ จึงต้องอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูผืนป่าชายเลน ซึ่ง นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหารธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร &amp;nbsp; หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพันธมิตรเรือประมงและชาวประมง คืนท้องทะเลสะอาด รักษาสมดุลระบบนิเวศ สร้างความมั่นคงทางอาหาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสนับสนุนการบริหารจัดการขยะในทะเลที่มีประสิทธิภาพตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือเซอร์คูลาร์อีโคโนมี (Circular Economy) และที่ผ่านมายังได้ร่วมสนับสนุนโครงการทะเลสะอาด นำโดยกรมประมงและสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมและรณรงค์ให้ชาวประมงลดการทิ้งขยะลงสู่ทะเล เก็บขยะจากกิจกรรมประมง ทั้งขยะจากการบริโภคบนเรือ และขยะที่ติดมากับเครื่องมือประมงกลับขึ้นฝั่ง โดยขยะที่รีไซเคิลได้จะถูกคัดแยกและส่งขายให้กับโรงรับซื้อขยะต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ซีพีเอฟได้ต่อยอดโครงการทะเลสะอาด โดยมีแนวคิดขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมตั้งแต่การเก็บขยะ การคัดแยก การจัดการ จนถึงการนำขยะมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อสร้างมูลค่า โดยเดินหน้าโครงการนำร่อง ประสานความร่วมมือกับโรงงานปลาป่นเจดีพีในจังหวัดตรัง และชาวประมงเก็บขยะจากทะเลคืนฝั่ง จากการรวบรวมขยะจากเรือประมงที่มาขึ้นท่าพบว่ามีขยะที่รีไซเคิลได้ อาทิ ขวดพลาสติก PET ขยะประเภทขวดแก้ว เศษแห เศษอวน ที่สามารถเพิ่มมูลค่าขยะเหล่านี้ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งบริษัทสนใจทดลองนำขยะพลาสติกขวด PET ที่เก็บจากทะเลนำมาแปรรูปเป็นเส้นใยพลาสติก ผลิตเป็นเสื้อโปโลรีไซเคิล ซึ่งขณะนี้การผลิตล็อตแรก 500 ตัว จะเตรียมแจกให้พนักงานซีพีเอฟล็อตแรกเดือนกรกฎาคมนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ซีพีเอฟนำขยะที่ชาวประมงเก็บกลับขึ้นฝั่งมารีไซเคิลและนำกลับมาใช้ประโยชน์อีก เป็นโครงการที่ดำเนินการตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาปริมาณขยะในทะเล ร่วมรักษาสมดุลระบบนิเวศทางทะเล สนับสนุนภารกิจของซีพีเอฟในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ทั้งในเรื่องของอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายการสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;quot; นายไพโรจน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2557-2561 สามารถอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 จังหวัดได้รวม 2,388 ไร่ ในพื้นที่ จ.ระยอง สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา และพังงา และอยู่ระหว่างดำเนินงานอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเข้าสู่ระยะที่ 2 มีเป้าหมายอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ระยอง และตราด เพื่อร่วมคืนสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ชาวประมง, ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล, ทะเล, ฟื้นฟูผืนป่าชายเลน, เรือ, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e146782e183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พลาสติก&#039;ความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ในสถานการณ์โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ขยะพลาสติกในช่วงโควิด

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงปี 2563 ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ ของขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นพุ่งพรวด และเมื่อโควิดกลับมาระบาดในระลอกใหม่อีกครั้งตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน จนถึงขณะนี้ &amp;nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ปัญหาขยะพลาสติกให้หนักหน่วงมากขึ้น &amp;nbsp;จึงเป็นเหตุให้ โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (Public Private Partnership for Sustainable Plastic and Waste Management:(PPP Plastics)) &amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมเสวนาออนไลน์ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก และวันทะเลโลก &amp;nbsp;หัวข้อ &amp;ldquo;ขยะพลาสติก : การจัดการและโอกาส Post COVID-19&amp;rdquo; เพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนผู้ที่สนใจ ได้ตระหนักถึงสถานการณ์การ จัดการขยะพลาสติกของไทยและประโยชน์ของพลาสติกช่วงโควิด-19 ในมิติต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขยะและขยะพลาสติก สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมนาออนไลน์ ถกปัญหาขยะพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ให้ภาพรวมสถานการณ์ของขยะพลาสติกไทยว่า ในช่วงก่อนโควิด-19 ไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ย 2 ล้านตัน/ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 90 กรัม/คน/วัน(ม.ค.-ธ.ค. 2562) โดยคิดเป็น 0.5 ล้านตัน/ปี นำกลับไปใช้ประโยชน์ และ 1.5 ล้านตัน/ปี นำไปกำจัด โดยวิธีฝังกลบหรือเตาเผา และในช่วงต้นปี 2563 การรณรงค์ลดใช้พลาสติก ประชาชนก็ได้ให้ความสนใจและหันมาใช้ถุงผ้ากันมากขึ้น &amp;nbsp;แต่หลังจากที่มีสถานการณ์โควิด -19 ขยะพลาสติกลดลงไม่ถึง 10% &amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลปี 2563-2564 พบว่าปริมาณของคนที่ผลิตขยะพลาสติกในประเทศไทย ใช้ขยะพลาสติกมากขึ้น ในปี 2563 มีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น 40% โดยเฉลี่ยประมาณ 134 กรัม/คน/วัน(ม.ค.-ธ.ค. 2563) และในสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ เพิ่มขึ้นเป็น 45% เฉลี่ยประมาณ 139 กรัม/คน/วัน (เม.ย.2564) และคาดว่าอาจจะมากกว่าเดิม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต รวมไปถึงความจำเป็นในการใช้พลาสติก ดังนั้นหลังจากสถานการณ์โควิด-19 จะต้องมีการวางแผนเพิ่มเติมถึงแนวทางในการจัดการขยะพลาสติก

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวอีกว่า ในปี 2565 จะเริ่มดำเนินการลดการนำเข้าเศษพลาสติกประมาณ 20% หรือประมาณ 2 แสนตัน &amp;nbsp;และคาดว่าจะห้ามนำเข้าเศษพลาสติก 100% ในวันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะต้องทำการหารือกับผู้ประกอบการที่นำเข้าเศษพลาสติกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริมาณขยะพลาสติกในช่วงโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกในปี 2561-2573 โดยมีเป้าหมายแรก คือ เลิกใช้ขยะพลาสติก 4 ชนิดในปี 2565 คือ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง กล่องโฟม แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายว่าจะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ &amp;nbsp;สวนทางกับขยะกล่องโฟมที่ลดลงไปมากถึง 70-80% ในเป้าหมายที่ 2 คือในปี 2565 ต้องการนำขยะพลาสติก 7 ชนิด ได้แก่ ถุงพลาสติก ถาด/กล่องอาหาร ฝาขวด ช้อน/ส้อม/มีดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ฟิล์ม ขวดพลาสติก แก้วพลาสติกแบบหนา กลับมาใช้ใหม่ให้ได้50% หรือประมาณเกือบ 7 แสนตัน และคาดว่าจะนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 100% ในปี 2573&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตั้งแต่โควิด19 &amp;nbsp;ระบาดเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ ทำให้คนต้องทำงานที่บ้านเป็นหลัก จนกระทั่งมาถึงปี2564 ที่มีการระบาดเป็นระลอก และหนักสุดในระลอก 3 ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ถึงแม้จะไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ แต่รัฐบาลก็ขอร้องให้มีการทำงานที่บ้านทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน &amp;nbsp; จึงทำให้กรุงเทพฯ ที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ มีขยะพลาสติกพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;จากการที่คนหันมานิยมสั่งอาหารเดลิเวอร์รี่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มปริมาณขยะในกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ ผู้อํานวยการส่วนบริการจัดการมูลฝอย สํานักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สํานักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่าสัดส่วนของขยะพลาสติกในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ &amp;nbsp;25% &amp;nbsp;มีสัดส่วนขยะพลาสติกในเดือน เม.ย. 2564 เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค. 2564 ร้อยละ 7.61 ทั้งนี้ได้มีการคิดสัดส่วนของขยะในการนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเมื่อเทียบกับช่วงปี 2562 ขยะพลาสติกสภาพดีประมาณ 5% และขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้ประมาณ &amp;nbsp;15% &amp;nbsp;ในทางกลับกันช่วงโควิด-19 ขยะสภาพดีเพิ่มขึ้นปี 2563 เดือนเม.ย.2564 ขยะพลาสติกสภาพดีเพิ่มขึ้น 7% และขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้เพิ่มขึ้น 29% หรือเฉลี่ย 3,500 ตัน/วัน จากเดิม 2,000 ตัน/วัน ซึ่งคาดว่าหากโควิด-19 สถานการณ์ดีขึ้นปริมาณขยะพลาสติกก็อาจจะลดลงไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านแผนจัดการขยะ ผอ.ส่วนบริการจัดการมูลฝอย กทม. กล่าวว่า &amp;nbsp;ยืนอยู่บนแนวคิดทำให้เหลือศูนย์ (Zero Waste) โดยส่งเสริมทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมนําขยะหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ลดปริมาณขยะที่ต้องกําจัดให้เหลือน้อยที่สุด และกําจัดขยะที่เหลือด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยภายในปี 2570 คาดว่าจะสามารถกําจัดขยะด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีการเผาผลิต ไฟฟ้า (Incinerator) เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (MBT) และเทคโนโลยีการหมัก (Composting) แทนการฝังกลบจากปัจจุบันร้อยละ 29 ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และในปี 2575 มีเป้าหมายลดปริมาณขยะให้ได้ร้อยละ 20 และเพิ่มการนําขยะไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 50 จากปีฐาน 2556 &amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการลดและคัดแยกขยะ เพื่อใช้ประโยชน์ที่แหล่งกําเนิด โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ปริมาณขยะปลายทางที่กำจัด
		
	


&lt;p&gt;

ในความจริงสถานการณ์โควิด-19 พลาสติกกลายเป็นสิ่งที่คนต้องการ วีระขวัญ เลิศจิตต์ ผู้อํานวยการสถาบันพลาสติก ได้ให้มุมมองว่า ในภาวะการณ์ปัจจุบันของการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบค่อนข้างมากและส่วนที่มีการเติบโตขึ้น แบ่งเป็น 4 ด้านหลัก คือ ด้านเศรษฐกิจ อย่าง ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(E-Commerce) ในอดีตมีการเติบโตเพียง 11% ต่อมาในช่วงปี 2560-2562 มีการเติบโตเพิ่มประมาณ 20% และการคาดการณ์ในปี 2563 โตขึ้นกว่าปี 2562 ถึง 35% ขณะเดียวกันการทำงานที่บ้านหรืออยู่เพื่อความปลอดภัย ทำให้ธุรกิจ Food Delivery เติบโตขึ้นถึง 70-80% อีกธุรกิจที่มีเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ E-Commerce ก็คือ ธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกปกติเติบโตในแต่ละปีเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% แต่ช่วงปี 2563 เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 9% สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการพลาสติกเกิดขึ้นขณะนี้ ส่วนด้านสังคม ทุกคนต้องใช้ชีวิตแบบ New N ormol ทำให้พลาสติกมีความจำเป็นสำหรับ 4 ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ ขวดใส่เจลล้างมือ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.สถาบันพลาสติก กล่าวต่อว่า ด้านสาธารณสุข พลาสติกถูกนำมาผลิตเป็นอุปกรณ์การแพทย์ ด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา สะอาดปลอดภัย ใช้งานได้หลาสภาวะ และสามารถผลิตได้จำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว เช่น ชุด PPE หน้ากาก N-95, Face Shield, PVC Boot และเข็มฉีดยา ที่ประเทศไทยมีการวางแผนในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากร 50 ล้านคน คนละ 2 ล้านโดส เท่ากับว่าต้องมีเข็มฉีดยา 100 ล้านเข็ม นั้นก็หมายถึงปริมาณขยะพลาสติกจะเพิ่มปริมาณขึ้นด้วย ด้านสิ่งแวดล้อม จากการประเมิน Life Cycle Assessment(LCA) คือการประเมินวัฏจักรของผลิตภัณฑ์โดยดูจากการใช้ทรัพยากร การก่อให้เกิดมลพิษและการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากผลการเปรียบเทียบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการใช้ถุงแต่ละชนิดคิกเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทั้งนี้ในการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตครอบคลุมทั้งวงจรของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เริ่มผลิตไปจนถึงหลังบริโภค การยกระดับและประสิทธิภาพของการรีไซเคิล โดยเฉพาะในประเทศ ขณะนี้การสร้างมาตรฐานการรับรองวัตถุดิบหรือผลิตภัณพลาสติก Post Consumer Recycled(PCR) อยู่ในระหว่างการสร้างมาตรฐาน ที่กล่าวมาทั้งหมดสิ่งสำคัญคือ การสื่อสารออกไปให้สังคมได้รับรู้ และตระหนักถึงการรีไซเคิล การจัดการ จนเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง&amp;rdquo; ผอ.ได้บอกถึงแนวทางจัดการขยะพลาสติก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการลดปริมาณนำเข้าเศษพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวว่า มีการคาดการณ์ได้ว่าทั่วโลกภายในอีก 20 ปีข้างหน้านี้ จะส่งผลทําให้มีขยะหลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อมมากถึง 700 ล้านตัน โดยวิธีการ แก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ การลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมบูรณาการความร่วมมือกันในการลดการใช้งานพลาสติก ที่ไม่จําเป็น โดยเฉพาะการลด ละ เลิก การใช้พลาสติกแบบใช้คร้ังเดียวท้ิง (Single-Used Plastic) และการนําหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตามวาระแห่งชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG มาปรับใช้ในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบและครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะคัดแยก การนำรีไซเคิล การใช้ซ้ำ เพื่อสร้างรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-----------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106333</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กรมควบคุมมลพิษ, ขยะพลาสติก, ดร.ภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ, ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, นายอรรถพล เจริญชันษา, วีระขวัญ เลิศจิตต์, สถาบันพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c709a8dbdb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟู้ดเดลิเวอรี&#039;ก่อขยะเพิ่มปีละ 6.3 พันล้านชิ้นใน 4 ปีข้างหน้า จุฬาฯแนะวิธีลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่เกิดการระบาดโรคโควิด-19 ธุรกิจการสั่งอาหารออนไลน์เติบโตขึ้นมาก พร้อมๆ กับปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 60 % สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ชี้ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันลดปัญหาขยะด้วยหลัก 3 Re&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ย้อนกลับไปราว 2-3 ปีที่แล้ว กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมในสังคมไทยปรากฏชัดมากจากนโยบายลดและกำจัดขยะที่ทยอยประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการงดใช้ถุงพลาสติกบรรจุสินค้าจากร้านค้า การรณรงค์ใช้ภาชนะที่ย่อยสลายได้แทนการใช้กล่องโฟมหรือพลาสติก ขณะที่ผู้บริโภคก็หันมาพกถุงผ้า กระติกน้ำ กล่องข้าว จนเริ่มกลายเป็นภาพที่เคยชิน หลายคนเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองจนเริ่มเป็นนิสัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังการแพร่ระบาดหนักของเชื้อไวรัสโคโรน่าตั้งแต่ต้นปี 2563 ตามด้วยมาตรการกักตัวอยู่บ้านเพื่อรักษาระยะห่างและลดโอกาสติดเชื้อ พฤติกรรมรักษ์โลกก็จำต้องถูกพักไว้ชั่วคราว แทนที่ด้วยการสั่งอาหารออนไลน์ ซึ่งมาพร้อมกับภาชนะและถุงพลาสติกเป็นจำนวนมากราวปีละหลายพันล้านชิ้น แม้แต่การรับประทานในร้านอาหารก็ยังใช้ถุงร้อนบรรจุจานชามและช้อนส้อมของแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ได้รับการคลี่คลายลง เมื่อสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาแนะนำวิธีจัดการขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริมาณขยะพลาสติกจากการสั่งอาหารออนไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ระบุว่าปริมาณขยะพลาสติกในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2563 เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ถึงร้อยละ 62 ซ้ำยังเป็นขยะที่นำไปรีไซเคิลได้น้อย เพราะส่วนมากเป็นขยะถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงร้อนใส่อาหาร กล่องโฟมใส่อาหาร ขวดและแก้วน้ำพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม ยังคาดการณ์ด้วยว่า ปริมาณขยะพลาสติกจากธุรกิจจัดส่งอาหารออนไลน์ภายใน 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2568) จะเพิ่มขึ้นถึงกว่า 2,325&amp;ndash;6,395 พันล้านชิ้นต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลัก &amp;ldquo;3 Re&amp;rdquo; ลดขยะจากอาหารออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เรากดสั่งอาหารออนไลน์ เรามักจะนึกเพียงเมนูและราคาอาหาร ยิ่งสั่งหลายรายการ ก็ยิ่งได้รับส่วนลดมากขึ้นจากการแข่งขันทางธุรกิจของเจ้าของแพลตฟอร์มรับจัดส่งอาหาร ซึ่งอาจไม่ทันเฉลียวใจว่าเราต่างกำลังเพิ่มปริมาณขยะพลาสติก กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งก็หลังบริโภค หลายคนจึงทำได้เพียงแยกประเภทขยะก่อนทิ้ง บางคนอาจทำมากกว่านี้ด้วยการลงมือล้างทำความสะอาดขยะแล้วผึ่งให้แห้งก่อนนำไปทิ้งในถังขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บทบาทของเจ้าของแพลตฟอร์มรับสั่งและส่งอาหารจะทำอะไรได้บ้าง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธุรกิจรับสั่งและส่งอาหารที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ ลำพังกลยุทธ์การแข่งขันด้านราคาและความรวดเร็วอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จอีกต่อไปเมื่อผู้บริโภครู้จักเลือกผู้ให้บริการที่คำนึงถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ นี่คือความท้าทายครั้งใหม่ของผู้ประกอบการที่มองการณ์ไกล หันมาใส่ใจกับการลดขยะพลาสติกที่กำลังท่วมโลก ชิงความเป็นผู้นำในบริการขนส่งอาหาร สร้างความแตกต่างในธุรกิจพร้อมโอกาสเพิ่มรายได้จากภาพลักษณ์ &amp;ldquo;สีเขียว&amp;rdquo; ก่อนใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ปรับหลักการ 3 Re ที่เราคุ้นเคยให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;Reduce &amp;ndash; มาตรการลดการใช้ ข้อนี้ เจ้าของแพลตฟอร์มทำได้ทันทีด้วยการเพิ่มฟังก์ชัน &amp;ldquo;ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก&amp;rdquo; แบบอัตโนมัติ หากลูกค้าต้องการรับด้วยจึงเพิ่มด้วยตนเองภายหลัง ปัจจุบัน ทั่วโลกเริ่มมีบริการเช่นนี้ บางแห่งใช้เป็นแรงจูงใจโดยเพิ่มส่วนลดให้แก่ลูกค้าที่ไม่รับซึ่งได้ผล ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกส่วนลดแทนอุปกรณ์พลาสติก ขณะที่ฝ่ายเจ้าของแพลตฟอร์มก็ต้องกำชับกับร้านค้าในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Replace &amp;ndash; มาตรการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือก แนวทางนี้น่าจะควบคุมได้ไม่มากเนื่องจากต้องเริ่มที่ต้นทางคือร้านอาหาร หากได้ผล วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้มากโดยผู้บริโภคไม่ต้องกังวล และจะยิ่งได้ผลเร็วขึ้นหากได้รับความร่วมมือจากภาครัฐในการควบคุมราคาทุนของบรรจุภัณฑ์ทางเลือกซึ่งปัจจุบันยังมีราคาสูงกว่าบรรจุภัณฑ์พลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Reuse &amp;ndash; มาตรการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ แนวทางนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทยแต่ผู้ประกอบการรายย่อยบางรายก็เริ่มทดลองใช้มาตรการนี้แล้ว เช่น การใช้ระบบมัดจำ-ส่งคืน (deposit-return system) โดยกำหนดจุดรับคืนภาชนะตามอาคารย่านธุรกิจและที่พักอาศัย ไม่ก็นัดหมายส่งคืนผ่านแอปพลิเคชัน แนวทางนี้น่าจะเป็นวิธีที่ลดปริมาณขยะได้มากที่สุดหากผู้บริโภคเห็นความสำคัญและให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐต้องเข้ม บังคับใช้มาตรการ&amp;nbsp;?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการควบคุมการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก (Plastic Ban Policy) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน คือกรณีศึกษาที่ชี้ว่าหากภาครัฐเข้มงวด มาตรการบังคับใช้ย่อมได้ผล เช่น การห้ามแจกถุงพลาสติกในแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายไม่ได้ในธุรกิจจัดส่งอาหารออนไลน์ในเมืองใหญ่อย่างกรุงปักกิ่งก่อนที่จะขยายผลครอบคลุมเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับหลายประเทศในสหภาพยุโรปที่ออกกฎห้ามผลิตและใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 8 ชนิด ได้แก่ ช้อน ส้อม มีด ตะเกียบ จาน หลอด ก้านทำความสะอาดหู แท่งคนเครื่องดื่ม ก้านลูกโป่ง กล่องโฟม และผลิตภัณฑ์ที่ผสมสาร OXO (พลาสติกไม่ย่อยสลายทางชีวภาพ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งสองกรณีศึกษาสะท้อนความสำคัญของท่าทีและบทบาทภาครัฐ ซึ่งมีศักยภาพในการใช้มาตรการระงับวงจรการก่อขยะพลาสติกได้อย่างจริงจังและกว้างขวาง ขณะที่รัฐบาลไทยยังคงเลือกวิธีการ &amp;ldquo;ขอความร่วมมือ&amp;rdquo; มากกว่าการบังคับ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ต้องการความมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ซึ่งหากได้ผลเป็นรูปธรรม มาตรการเข้มงวดใด ๆ ก็ไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้หลาย ๆ คนได้แนวทางที่จะสั่งอาหารออนไลน์ให้เกิดขยะอย่างน้อยที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถกำจัดขยะพลาสติกที่เกิดจากการสั่งอาหารออนไลน์ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นในสถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; สามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการขยะพลาสติกที่ล้นเมืองนี้ได้ ถ้าหากทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักต่อปัญหาขยะ และมีการร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะกันอย่างจริงจังกันอย่างเช่นช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์โควิดได้ อีกไม่นานจะได้เห็นตัวเลขปริมาณขยะพลาสติกลดลงได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105775</URL_LINK>
                <HASHTAG>3Re, ขยะพลาสติก, สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c05b958ef52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไม้ วฤษฎิ์’ถามผู้ประกอบการ จำเป็นต้องใช้ขยะพลาสติกตกแต่งอาหารหรือไม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเอกหนุ่ม ไม้-วฤษฎิ์&amp;nbsp;ศิริสันธนะ โพสต์ถามผู้ผลิตของตกแต่งอาหารที่ทำมาจากพลาสติกว่าจำเป็นไหม เพราะใช้แค่เพียงครั้งเดียวทิ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเจ้าตัวโพสต์ในทวิตเตอร์ว่า &amp;ldquo;ซื้อซูชิสำเร็จรูปกลับบ้านมากิน ตอนซื้อไม่ทันเห็นสิ่งนี้ อยากจะถามผู้ผลิตว่าจำเป็นต้องสร้างของตกแต่งที่เป็นขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งแบบนี้มั้ย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, พลาสติก, ไม้ วฤษฎิ์, ไม้-วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b598732bc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
