<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งคณะทำงานฯ เร่งสำรวจปริมาณขยะพลาสติกในประเทศ ขีดเส้น 60 วันรู้ผล ก่อนแบนนำเข้าหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 15 ต.ค. - นายวราวุธ​ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ (รมว.ทส.)​ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 3/2563 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยมี นายจตุพร​ บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;และนางอัษฎาพร ไกรพานนท์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ กล่าวว่า ตนมุ่งหวังให้การบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรินิกส์ของประเทศไทยมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม การประชุมครั้งนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเร่งสำรวจปริมาณขยะพลาสติกภายในประเทศว่า มีความจำเป็นต้องนำขยะเข้ามาในแผ่นดินไทยหรือไม่ หากต้องนำเข้าก็ต้องอยู่ในปริมาณที่ควบคุมได้ และขยายผลไปสู่การห้ามนำเข้าขยะแบบ 100% คณะทำงานชุดนี้จะใช้เวลาสำรวจไม่เกิน 60 วัน เพื่อนำข้อมูลเข้าที่ประชุมดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; นอกจากนั้น ยังได้ให้กรมศุลกากรศึกษากฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจยึดขยะที่มีผู้ลักลอบนำเข้า เพื่อเร่งแก้ไขกฎระเบียบนั้น ให้สามารถผลักดันขยะคืนสู่ประเทศต้นทางได้โดยเร็ว และจากนี้ไปการพัฒนาเศรษฐกิจจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งสองสิ่งนี่จะต้องพัฒนาควบคู่กัน โดยที่ประเทศไทยจะต้องไม่ใช่ถังขยะของโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนายจตุพร​ บุรุษพัฒน์&amp;nbsp; ปลัด ทส. กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการตรวจจับการลักลอบนำเขาขยะผิดกฎหมายเท่านั้น แต่เรามองภาพรวมไปถึงเรื่องสุขอนามัยของประชาชนเป็นสำคัญ ท้ายที่สุดปัญหาขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ คงไม่สามารถแก้ได้ด้วยใครเพียงคนใดคนหนึ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยากเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนหันมาช่วยกันคัดแยกขยะตั้งแต่ที่บ้าน เพื่อให้การดำเนินการรีไซเคิลทำได้โดยง่าย และส่งผลให้ประเทศไทยไม่ต้องนำเข้าขยะอีกต่อไป นับเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80615</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ขยะพิษ, คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์, นสพ.ไทยโพสต์, นายวราวุธ ศิลปอาชา, แบนนำเข้าขยะพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87f269a78bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทส.&#039; ขยับมาตรการ &#039;ส่งคืนขยะคนอื่น ห้ามนำเข้าบ้าน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขยะอิเล็กทรอนิกส์ปัญหามลพิษใหญ่ของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจัดเป็นวัตถุอันตรายชิ้นส่วนต่างๆ ของโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ หรือมือถือ มีโลหะหนักเป็นส่วนประกอบ ถ้าจัดการไม่เหมาะสมและเกิดการรั่วไหลปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในพื้นที่และระบบนิเวศจากสารพิษตกค้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพรวมไทยยังเผชิญปัญหาการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งไม่มีระบบการบริหารจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบวงจรตั้งแต่การเก็บรวบรวม คัดแยกหรือถอดแยกการขนส่งรีไซเคิล และกำจัด มีการทิ้งปะปนกับขยะมูลฝอยและขายให้เหล่าซาเล้งหรือร้านรับซื้อของเก่า นอกจากนี้มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการคัดแยกซากขยะพิษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญประชาชนยังไม่มีความตระหนักว่าซากผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นของเสียอันตราย ต้องจัดการอย่างถูกวิธีเท่านั้นถึงจะปลอดภัย ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกซากผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ปัญหาใหญ่ อปท.ส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบการคัดแยก เก็บขนและกักเก็บขยะพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เศษพลาสติกจำนวนมากกองทิ้ง ขาดการจัดการอย่างถูกหลักวิชาการ ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่พูดถึงปัญหาการลักลอบนำเข้า-ส่งออกซากขยะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองจากต่างประเทศ และนำมารีไซเคิลอย่างไม่ถูกต้อง ขยะพิษจึงเป็นวาระระดับประเทศ เพราะเป็นระเบิดเวลา ก่อความเสียหายด้านมลพิษอากาศ ดินและน้ำ การบริหารจัดการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหายังต้องเดินหน้าต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุนี้ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อวันก่อน โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธกล่าวว่า คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะมาตรการ แนวทาง และติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ ติดตามงานและความคืบหน้าแผนบริหารจัดการขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งและขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศให้ลดลงตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งแนวทางจะไม่มีการนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทยอีก หลังการประชุมครั้งแรกช่วงต้นปีได้ตั้งคณะทำงาน 3 คณะมาสนับสนุนการทำงานของอนุกรรมการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 มีวาระเพื่อพิจารณามาตรการการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ, มาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติก, (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติก และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วราวุธ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้ตั้งเป้าจะไม่นำเข้าซากพลาสติกหรือซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศอีกต่อไปเพราะพบว่ามีการนำเข้าซากพลาสติกเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2561 นำเข้าในปริมาณ 552,912 ตัน และปี 2562 นำเข้าในปริมาณ 323,167 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งนำเข้าในปริมาณ 152,738 ตัน และมีการส่งออกพลาสติกไปยังต่างประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องลดปริมาณขยะเหล่านี้ลงเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งส่งตัวเลขปริมาณการนำเข้าเศษพลาสติก ประเภทของเศษพลาสติก เพราะพบว่าไม่ได้มีการนำเข้าเศษถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียว มีเศษพลาสติกอื่นด้วย รวมถึงข้อมูลความต้องการอุปโภคพลาสติกของผู้ประกอบการภายในประเทศ เศษพลาสติกในประเทศมีวัตถุดิบเพียงพอกับกลุ่มธุรกิจในประเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ประกาศเป้าหมายการผลักดันขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์ขยะอิเล็กทรอนิกส์ รมว.ทส.กล่าวว่า การนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2560 นำเข้าในปริมาณ 54,260 ตัน และในปี 2561 ในปริมาณ 38,404 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีปริมาณนำเข้า 1,986 ตัน ก่อนที่จะมีนโยบายห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ตกค้างในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชุมครั้งนี้ได้หารือกรมศุลกากรเพื่อปรับปรุงแนวทางจัดการแทนที่จะจัดประมูล สามารถส่งกลับประเทศต้นทางเลยได้หรือไม่&amp;nbsp; รวมถึงกรณีส่งสินค้ามาอย่างไม่ถูกต้อง ให้ส่งกลับเพื่อไม่ให้กลายเป็นว่าหน่วยงานของไทยต้องมาเก็บขยะของคนอื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะต้องมีการวางแผนบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ต้องมีการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์จากครัวเรือนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดที่ใหญ่ที่สุดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติกนั้น&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กรมควบคุมมลพิษจัดประชุมหารือถึง 4 ครั้ง มีข้อเสนอจากที่ประชุม โดยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; อย่างกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอห้ามนำเข้าเศษพลาสติก PVC ในทุกกรณี สำหรับเศษพลาสติกชนิดอื่นๆ เห็นควรให้อนุญาตนำเข้าได้ไม่จำกัดปริมาณ เฉพาะผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตและอยู่ในเขตประกอบการเสรีของ กนอ. และต้องเป็นการนำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จุดรับทิ้งจากซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า กรมควบคุมมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถาบันพลาสติกเสนอห้ามนำเข้าขยะพลาสติกเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการนำขยะจากต่างประเทศมาทิ้งในประเทศ การนำเข้าเศษพลาสติกต้องเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกเท่านั้น ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ โรงงานที่ได้รับอนุญาตนำเข้าต้องผ่านการรับรอง EIA หรือ EHIA การนำเข้าเศษพลาสติกต้องกำหนดว่าเป็นเศษที่สะอาด ด้านสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเสนอภาครัฐห้ามนำเข้าเศษพลาสติก เพราะนำเข้าในปริมาณมากส่งผลต่อความต้องการใช้เศษพลาสติกในประเทศลดน้อยลง แรงจูงใจในการรีไซเคิลลดลง เพราะราคารับซื้อเศษพลาสติกในประเทศตกต่ำขัดกับนโยบายของรัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะ อีกทั้งภาครัฐควรสนับสนุนใช้พลาสติกรีไซเคิลภายในประเทศในการผลิตสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านกรมควบคุมมลพิษเสนอไม่อนุญาตให้นำเข้าเศษพลาสติกกรณีที่มีเศษพลาสติกในประเทศเพียงพอ ถ้าอนุญาตให้นำเข้าต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยพิจารณาอนุญาตนำเข้าในปริมาณที่เหมาะสมและใช้เศษพลาสติกในประเทศร่วมด้วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการส่งเสริมการใช้เศษพลาสติกภายในประเทศ ภายใต้โรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 ซึ่งมี 2 เป้าหมาย คือ ลดและเลิกใช้พลาสติกเป้าหมายด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ 100% ภายในปี 2570 โดยมีพลาสติกเป้าหมาย 7 ชนิด ประกอบด้วย ถุงพลาสติก, บรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว, ขวดพลาสติกทุกชนิด, ฝาขวด, แก้วพลาสติก, ถ้วย ถาด กล่อง และช้อน ส้อม มีดพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76599</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ขยะพิษ, ขยะอิเล็กทรอนิกส์, ขยะเศษพลาสติก, ทส., โรดแมปจัดการขยะพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f539d5a8b7c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบตู้สินค้าค้าง 2 พันตู้ ผวา!ซุกขยะพิษเร่งตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 &amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานว่า สำหรับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ และเศษพลาสติกนำเข้าจากต่างประเทศ &amp;nbsp;มีการยกเลิกนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวน &amp;nbsp;432 รายการตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมส่งรายชื่อให้กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป ขณะเดียวกัน ยังยกเลิกการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว แต่จะมีบางรายการยังต้องใช้ยาวนานขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกระทรวงอุตสาหกรรม &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเศษโลหะ เช่น เหล็ก อลูมิเนียม และทองแดง &amp;nbsp;ซึ่งจากนี้การนำเข้าจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องคัดแยกแล้ว และมีใบรับรองจากประเทศต้นทาง &amp;nbsp;รวมถึงเป็นไปตามาตรฐานสากลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ส่วนเรื่องเศษพลาสติกจะมีการยกเลิกการนำเข้าภายใน 2 ปี และให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาโควตาการนำเข้าใน 2 สัปดาห์ให้แล้วเสร็จ โดยจะพิจารณานำเข้าเฉพาะพลาสติกที่สะอาดและไม่ปนเปื้อนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีตู้สินค้าที่ค้างอยู่อีกประมาณ 2 พันตู้ที่มีการสำแดงการนำเข้าเป็นเท็จ จึงได้ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมศุลกากร เร่งตรวจสอบให้มีการดำเนินการทางกฎหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากพบว่าตู้ใดที่ปนเปื้อนเราจะผลักดันออกนอกประเทศ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรสั่งการในที่ประชุมว่าซากเซลล์แสงอาทิตย์ &amp;nbsp;ซึ่งจะมีปัญหาในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า จึงขอให้ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรมไปวางกรอบแนวทางการกำจัดให้เจน เพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคต ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาดังกล่าว &amp;nbsp;ขณะเดียวกันจะต้องไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องรับประโยชน์โดยเด็ดขาด หากพบว่ามีความผิดจะทำการสอบสวนทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17391</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะปนเปื้อน, ขยะพิษ, ตู้คอนเทนเนอร์, พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เศษพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b3086bf0b3fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศุลกากร&#039; ตีกลับตู้ขยะออกนอกประเทศ 400 ตู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศุลกากร&amp;rdquo; ตีกลับตู้ขยะเศษพลาสติก อิเล็กทรอนิกส์ออกนอกประเทศ 400 ตู้ หลังพบไม่มีเอกชนติดต่อนำตู้สินค้าออก ด้านท่าเรือกรุงเทพสั่งเบรกขนถ่ายตู้สินค้าขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมและท่าเรือกรุงเทพ ตรวจสอบตู้สินค้าขยะเศษพลาสติกที่นำเข้ามาทางท่าเรือกรุงเทพมีจำนวน 428 ตู้ อยู่ระหว่างทำพิธีการศุลกากรเพื่อนำสินค้าออก 399 ตู้ และที่เหลือประมาณ 100 กว่าตู้ เป็นตู้สินค้าตกค้าง เนื่องจากมีการนำเข้ามา 30 วันแล้วไม่มีการติดต่อเพื่อนำตู้สินค้าดังกล่าวออก และกรมศุลกากรได้แจ้งผู้นำเข้าให้มาดำเนินการภายใน 15 วัน ก็ยังไม่มาดำเนินการ ทำให้เป็นตู้สินค้าที่ต้องผลักดันกลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการนำตู้สินค้าที่ตกค้างดังกล่าวออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของท่าเรือแหลมฉบังมีการนำเข้าตู้เศษพลาสติก เศษอิเล็กทรอนิกส์ อีกกว่า 1 พันกว่าตู้ รอการตรวจปล่อย 325 ตู้ ยังมีตู้สินค้าที่ยังไม่ปฏิบัติตามพิธีศุลกากร &amp;nbsp;433 ตู้ และอีกส่วนหนึ่งนำเข้ามาแล้วเกิน 30 วัน เป็นตู้สินค้าตกค้าง 300 ตู้ ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อผลักดันตู้สินค้าดังกล่าวออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา กรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้หารือแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา โดยให้มีการตรวจเอ็กซเรย์สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตจากกรมโรงงาน และเศษโลหะที่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ทุกตู้เพื่อให้แน่ใจว่าการนำเข้าถูกต้อง&amp;rdquo; นายชัยยุทธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เศษพลาสติก เศษอิเล็กทรอนิกส์ มีการนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน อย่างไรก็ตามกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีประกาศคำสั่งชะลอพิจาณาการนำเข้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. 2561 พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการบูรณการขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ข้อสรุปก่อน แล้วถึงจะพิจารณาต่ออีกครั้งว่ายังมีความจำเป็นนำเข้าได้ต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของท่าเรือกรุงเทพก็มีคำสั่งระงับการขนถ่ายตู้สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นท่าเรือตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 2562 เป็นต้นไป ส่วนตู้สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ท่าเรือด่านศุลกากรเป็นการนำเข้ามาก่อนวันที่ 22 มิ.ย. 2561
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ขยะพิษ, ชัยยุทธ คำคุณ, ตู้สินค้า, ศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3263fcebe44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.สั่งทุกนิคมเข้มตรวจขยะเสีย ผุด 5 มาตรการดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.ผุด 5 มาตรการคุมเข้มลักลอบเทขยะเสียในนิคมฯ สั่งทุกแห่งในความดูแลตรวจสอบอย่างละเอียดพร้อมแจ้งความคืบหน้าทุกสัปดาห์ไม่เว้นโรงงานร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รักษาการผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาพักไว้ในนิคมอุตสาหกรรมอย่างเด็ดขาด กนอ. จึงได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการในแต่ละนิคมที่อยู่ในการดูแล ดำเนินการตาม 5 &amp;nbsp;มาตรการเร่งด่วน ดังนี้ 1.ให้ทุกนิคมฯ ตรวจสอบโรงงานในพื้นที่รับผิดชอบของตน พร้อมตรวจสอบใบอนุญาตว่าประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย และการประกอบกิจการตรงกับที่ได้ขออนุญาตไว้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ดำเนินการตรวจโรงงานในนิคมฯ อย่างละเอียดทุก 3 เดือน หรือถ้าหากพบความน่าสงสัย ให้เข้าตรวจสอบโรงงานนั้นทันที 3.ให้ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้ที่ดิน และเงื่อนไขการประกอบกิจการของทุกโรงงานภายในพื้นที่รับผิดชอบ ว่าเป็นไปตามข้อบังคับของ กนอ. ตลอดจนกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 4.ให้ดำเนินการสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด ทั้งที่เป็นโรงงานร้าง และโรงงานเก่า ซึ่งอาจมีการลักลอบใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ และ 5.ในกรณีที่มีการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของ กนอ. ร่วมตรวจสอบด้วยทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกนิคมฯ จะต้องรายงานความคืบหน้าปฏิบัติการดังกล่าว เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยเน้นการตรวจกำกับดูแลโรงงานที่เกี่ยวข้องกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง โรงงานร้าง และโรงงานเก่า และหากพบมีโรงงานที่ลักลอบกระทำผิดด้วยการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงให้ กนอ. รับทราบ&amp;quot;นายอัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12042</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ขยะพิษ, ลักลอบนำเข้าขยะ, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b3055423c6c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่งเข้ม? กรอ. ดึงกฎหมายโรงงานห้ามนำเข้าขยะต่างประเทศถาวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรอ.เผยความคืบหน้าแนวทางจัดการซากขยะ ดึง พ.ร.บ.โรงงานห้ามนำวัตถุดิบเข้าจากต่างประเทศบังคับใช้ เสนอ ครม. เพื่อรับทราบเร็ว ๆ พร้อมเตรียมออกประกาศกระทรวงห้ามน้ำเข้าขยะจากเป็นการถาวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวทางการจัดการซากขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ว่าเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ได้มีมติห้ามการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ทั้งนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม จะมีการนำข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)โรงงาน 2535 ตามมาตรา 32 วรรค 2 ที่กำหนดห้ามใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศหรือสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้รับทราบเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกัน กรอ. จะมีการออกประกาศกระทรวงเพื่อห้ามการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเข้ามาในประเทศเป็นการถาวร โดยคาดว่าในวันที่ 25 มิ.ย. นี้จะมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่อยู่ในซากตามอนุสัญญาบาเซลด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสีย โดยปี 2560 อยู่ที่ 53,000 ตันต่อปี ขณะที่ปี 2561 นำเข้ามาแล้ว 37,000 ตันต่อปี จากผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้า 7 ราย หากไทยเลิกนำเข้าไม่ถือว่าเป็นการผิดอนุสัญญาบาเซลเพราะห้ามเป็นเฉพาะรายการที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจากผู้นำเข้าทั้งหมดก็มี 5 รายที่กระทำความผิดจึงถูกพักใบอนุญาตอยู่แล้ว และอีก 1 รายที่โควต้านำเข้าครบแล้ว เหลือเพียง 1 รายคือ บริษัท ฟูจิ จีร็อกซ์ อีโค-แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ที่ยังเหลือโควต้านำเข้าจำนวน 2,400 ตัน หากต้องการนำเข้าจะมีคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างมีระบบ ที่มีพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณาเป็นกรณีๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าเร็วๆนี้ รัฐบาลจะมีการออกกฎหมาย คือ ร่างพ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่น พ.ศ.... เสนอโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้ามาควบคุม บริหารจัดการ ซากอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะแม้ไม่มีการนำเข้าแต่ไทยเองมีปริมาณซากอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆมากถึง 400,000 ตันต่อปี&amp;quot;นายมงคล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11893</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, กรอ., ขยะพลาสติก, ขยะพิษ, ห้ามนำเข้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1cbfa673949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! ศุลกากรตรวจพบขยะพิษนำเข้าผิดกฎหมายอื้อซ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อึ้ง! ศุลกากรตรวจเข้มพบขยะพิษนำเข้าผิดกฎหมายจากจีน-ฮ่องกงอื้อซ่า ท่าเรือแหลมฉบังแชมป์พบสูงสุด 43 ตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือคลองเตยขยะเข้าข่ายพบน่าสงสัย 21 ตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมผลักดันกลับประเทศต้นทาง ลุยส่งข้อมูลให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบ ก่อนหาบทลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมศุลกากรตรวจพบผู้กระทำผิดนำเข้าขยะผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศไทยผ่านท่าเรือด่านศุลกากรอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนด่านท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือคลองเตยมีการตรวจพบการนำเข้าขยะที่เข้าข่ายน่าสงสัย 21 ตู้คอนเทนเนอร์ และได้มีการผลักดันกลับประเทศต้นทางแล้ว 1 ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นเศษพลาสติกของบริษัท ไฉ ฟู่ เทรดดิ้ง จำกัด ส่วนอีก 20 ตู้คอนเทนเนอร์ ได้ตรวจพบเป็นเศษโลหะของบริษัท โกลบอล เวนเจอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งได้มีการกักไว้เพื่อรอเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมาตรวจสอบว่ามีความผิดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการตรวจจับที่ด่านท่าเรือแหลมฉบัง ที่เป็นแหล่งนำเข้าขยะมากสุดในประเทศ ได้ตรวจพบการนำเข้าขยะมีพิษที่ผิดกฎหมายถึง 43 ตู้คอนเทนเนอร์ และขณะนี้ได้มีการผลักดันส่งขยะกลับประเทศต้นทางแล้ว 3 ตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนอีก 40 ตู้คอนเทนเนอร์ กำลังรอส่งกลับเนื่องจากต้องใช้เวลาในการจองเรือประมาณ 3 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตรวจสอบรอบนี้พบว่า แหล่งที่ส่งขยะเข้ามาในประเทศแบบผิดกฎหมายส่วนใหญ่ยังมาจากประเทศจีน และฮ่องกง และหลังจากนี้กรมศุลกากร จะร่วมมือกับกรมโรงงานฯ ในการตรวจจับการนำเข้าขยะที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง พร้อมกับเร่งรัดส่งขยะกลับโดยเร็วที่สุด เพราะหากเก็บไว้นานเกิดฝนตก อาจก่อให้เกิดชะล้างสารพิษลงสู่พื้นดิน และแหล่งน้ำในไทยได้ ขณะเดียวกันจะมีการประสานข้อมูลการจับกุมกับกรมโรงงานฯ ให้ดำเนินการตรวจสอบและหาบทลงโทษต่อไปด้วย&amp;rdquo; นายกุลิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการตรวจเข้มการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะมีการตรวจสอบการนำเข้าขยะทุกตู้คอนเทนเนอร์แบบ 100% &amp;nbsp;ซึ่งเข้มงวดกว่าที่ผ่านมาที่จะสุ่มตรวจสอบประมาณ 70% ของตู้ที่นำเข้าทั้งหมด หากพบความผิดก็จะลงโทษปรับขั้นสูงสุด 500,000 บาท พร้อมกับให้ผลักดันส่งขยะกลับประเทศต้นทางทันที นอกจากนี้กรมศุลกากรจะร่วมกับกรมโรงงานฯ ใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับ โดยนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบซ้ำว่า ขยะที่นำเข้ามามีการนำไปคัดแยกและปรับปรุงได้ตามมาตรฐานที่ความปลอดภัยที่กำหนดหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11262</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กุลิศ สมบัติศิริ, ขยะพิษ, ท่าเรือคลองเตย, ท่าเรือแหลมฉบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fa3d046b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
