<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซนควบคุมขยะหน้ากากพุ่ง พบปัญหาทิ้งไม่ถูกวิธี คพ.ส่งถุงขยะแดงให้พื้นที่เสี่ยง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 21 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รับมอบอุปกรณ์อนามัยส่วนบุคคลและถุงขยะสีแดงจากกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย พร้อมด้วย กลุ่มบริษัท ดาว เคมิคอล ประเทศไทย จำกัด บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด และบริษัท ยูนิคอุตสาหกรรมพลาสติก จำกัด ประกอบด้วย ถุงขยะสีแดง จำนวน 109,343 ใบ และอุปกรณ์อนามัยส่วนบุคคล จำนวน 50 ชุด เพื่อใช้ในกิจกรรมการดำเนินงานของ คพ. และพื้นที่เสี่ยงโควิด-19 ในการคัดแยกขยะติดเชื้อ (หน้ากากอนามัย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า ในปัจจุบันสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ 22 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ส่งผลให้ขยะจากหน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการทิ้งหน้ากากอนามัยในครัวเรือนที่ยังไม่ถูกวิธี ทำให้การบริหารจัดการขยะติดเชื้อจากครัวเรือนเป็นไปอย่างยากลำบาก หากปราศจากอุปกรณ์ในการช่วยแยกขยะติดเชื้อ ซึ่งการใช้ถุงขยะสีแดงในการคัดแยกขยะมูลฝอยติดเชื้อในครัวเรือนจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานต่างๆ ในการคัดแยกขยะติดเชื้อ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ covid-19 นอกจากนี้ คพ. ยังได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกกับหน่วยงานดังกล่าวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ทั้งนี้ คพ. จะนำถุงขยะสีแดงสำหรับครัวเรือน ขนาด 18 X 20 นิ้ว และ 24 x 28 นิ้ว ไปใช้ในการคัดแยกขยะติดเชื้อ (หน้ากากอนามัย) ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง กาญจนบุรี ตาก เพชรบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง สงขลา ยะลา และนราธิวาส เพื่อใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการขยะติดเชื้อจากครัวเรือนภายในจังหวัด และดำเนินการรวบรวมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปกำจัดอย่างถูกหลักวิชาการต่อไป &amp;quot; อธิบดี คพ. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107109</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะติดเชื้อโควิด, ขยะหน้ากากอนามัย, คพ., ถุงขยะสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d05eab86a12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ขยะติดเชื้อโควิด&quot; ตามบ้าน  การจัดการที่ต้องรู้ ก่อนซ้ำเติมวิกฤติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รถเก็บขยะของ สนง.จัดเก็บขยะติดเชื้อโควิดใน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การระบาดโควิด-19 ระลอก 3 เดือนเมษายน ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ยังเพิ่มขึ้น ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศ 36,290 ราย ในส่วนกรุงเทพมหานครและนนทบุรี จำนวนผู้ป่วย 18,992 ราย (ข้อมูลวันที่ 30 เมษายน 2564) รัฐบาลตัดสินใจปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ป้องกันโควิด ประกาศ 6 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมกรุงเทพมหานคร อีก 45 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และ 26 จังหวัด พื้นที่ควบคุม พร้อมใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการทั่วทุกจังหวัด งดการเดินทาง และขอความร่วมมือทำงานที่บ้านขั้นสูงสุด 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์แพร่ระบาดรอบใหม่ ไม่เพียงผู้ป่วยเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาในแต่ละวันคือ ขยะติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ทุกพื้นที่ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งเมื่อออกนอกเคหสถาน อยู่ในที่สาธารณะ ส่วน กทม.&amp;nbsp; ถ้าอยู่ในรถ 2 คนขึ้นไปต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาทุกคน&amp;nbsp; ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;โควิดระบาดรอบใหม่ ความต้องการใช้หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ในบ้านรัฐก็มีคำแนะนำให้สวม เพราะไม่มีใครทราบว่าตัวเองติดเชื้อ หรือติดเชื้อไม่แสดงอาการ ให้สวมเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว เด็กและผู้สูงอายุ ทำให้การใช้หน้ากากอนามัยสูงขึ้นกว่าเดิมเพื่อรับมือโควิด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลจากสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ในช่วงที่แพร่ระบาดระลอกใหม่ ระหว่างวันที่ 1-27 เมษายน 2564 ปริมาณขยะมูลฝอยติดเชื้อโควิด เฉลี่ย 15 ตันต่อวัน เมื่อเทียบกับช่วงที่ระบาดตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.-12 เม.ย.64&amp;nbsp; เฉลี่ย 12 ตันต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3 ตันต่อวัน เป็นขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ถุงมือ กระดาษชำระ กล่อง บรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร ขวด แม้กระทั่งชุด PPE อุปกรณ์การแพทย์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับขยะติดเชื้อนั้นไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; กทม.จะจัดเก็บนำไปกำจัดด้วยวิธีการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขมเท่านั้น&amp;nbsp; แสดงให้เห็นว่า ต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อโควิดที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รถเก็บขยะของ สนง.จัดเก็บขยะติดเชื้อโควิดใน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีปริมาณมูลฝอยติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงขยะหน้ากากอนามัยที่เก็บขนและกำจัดจากหลายแหล่ง ประกอบด้วยสถานพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โรงพยาบาลสนามในสังกัด กทม.&amp;nbsp; โรงพยาบาลสนามจากหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ กทม. หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) รวมถึงมูลฝอยติดเชื้อจากสถานที่สำหรับผู้กักตัวเพราะโควิด เช่น บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม และเนื่องจากตอนนี้มีการแพร่กระจายเชื้อเป็นวงกว้าง จะมีการเปิดหอผู้ป่วยเฉพาะกิจแห่งใหม่ รองรับผู้ป่วยโควิดในพื้นที่ กทม. ซึ่งจะมีปริมาณขยะติดเชื้ออีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เฉพาะปริมาณขยะติดเชื้อโควิดจาก 4 โรงพยาบาลสนาม ประกอบด้วย รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน รพ.ราชพิพัฒน์ รพ.เอราวัณ 1 (ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติบางบอน) รพ.เอราวัณ 2 (บางกอกอารีนา) และมูลฝอยติดเชื้อ Hospitel ในกรุงเทพฯ ข้อมูลวันที่ 29 เมษายน เก็บขนกำจัดได้ 28 ตัน ซึ่ง กทม.กำจัดด้วยวิธีการเผาได้ 70 ตันต่อวัน ก็ยังประเมินว่า ตัวเลขคนติดเชื้อใน กทม.ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน จะเกิดขยะมากขึ้น โดยเฉพาะขยะหน้ากากอนามัย เพราะผิดกฎหมายถ้าไม่สวมแมสก์ออกจากบ้าน ทั้งนี้ ได้พิจารณาเตรียมแผนจัดจ้างเก็บขนขยะติดเชื้อโควิดเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมและแยกไปกำจัดด้วยวิธีเผาไหม้ที่เตา 500 ตัน ที่หนองแขม ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องมลพิษ เพราะเทคโนโลยีได้มาตรฐานปลอดภัย ช่วยลดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;quot; นายวิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม วิกฤติโควิดรอบใหม่ ผู้ติดเชื้อมีแต่เพิ่มขึ้นทุกวัน เกิดปัญหาเตียงไม่พอ คนไข้โควิดรอเตียงอยู่ที่บ้านพัก เกิดขยะติดเชื้อภายในชุมชนกระจัดกระจาย อาจทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่ง&amp;nbsp; ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อมยอมรับกังวลขยะติดเชื้อตามบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หน้ากากอนามัยใช้แล้ว ทิ้งตามพื้นที่สาธารณะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิรัตน์บอกว่า ผู้ป่วยโควิดตกค้างที่บ้าน รอเตียงก่อนเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาล กิจกรรมแต่ละวันก่อขยะ ทำให้บ้านกลายเป็นแหล่งผลิตขยะติดเชื้อ พบปัญหาผู้ป่วยโควิดทิ้งขยะติดเชื้อใส่ถุงกองไว้หน้าบ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อ ถ้ากลุ่มซาเล้งเปิดถุงคัดแยกขยะ สัมผัสกับเชื้อโรค กลายเป็นผู้แพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว รวมถึงสุนัขหรือแมวคุ้ยเขี่ยจนถุงขยะขาด อาจทำให้เชื้อแพร่กระจายในวงกว้างได้ ขยะติดเชื้อโควิดยังสร้างความกังวลใจให้คนในชุมชนที่อาศัยโดยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผ่านมา ส่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำให้วางขยะติดเชื้อโควิดไว้ในบริเวณบ้าน แจ้งสำนักงานเขต เพื่อประสานบริษัท กรุงเทพธนาคม เข้าจัดเก็บอย่างถูกหลัก นำไปทำลายตามกระบวนการกำจัดขยะติดเชื้อ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอยจะสวมชุดป้องกันติดเชื้อเพื่อความปลอดภัย ความถี่การเข้าจัดเก็บตามบ้านผู้ป่วย 50 สนง.เขตจะพิจารณาจากปริมาณขยะและสมาชิกในบ้านของผู้ป่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถังสำหรับทิ้งชุด PPE หนึ่งในขยะติดเชื้อโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ผอ.ระบุยังมีขยะมูลฝอยจากผู้ที่มีความเสี่ยงติดโควิดหรืออยู่ระหว่างกักตัว ซึ่งก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการแพร่ระบาดกับคนรอบข้าง ซึ่งก็ต้องแยกขยะ เช่น ถุงมือ ทิชชู่ หน้ากากอนามัย และทำเครื่องหมายติดชัดเจนไว้ว่า &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ผลจากการที่รณรงค์และทำความเข้าใจ เวลานี้ประชาชนตื่นตัวทิ้งขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้วอย่างถูกวิธีมากขึ้น ไม่ทิ้งปนกับขยะทั่วไปในบ้านเรือน แต่จะปลอดภัยและสะดวกต่อการเก็บรวมรวมไปกำจัดมากขึ้น ถ้าทิ้งหน้ากากด้วยการพับหรือม้วน ใช้สายรัดพันไว้รอบหน้ากาก ใส่ถุงแยกกับขยะอื่นๆ รัดปากถุงให้แน่น เขียนหรือติดหน้าถุงว่า &amp;ldquo;หน้ากากอนามัย&amp;rdquo; แยกทิ้งให้กับรถเก็บขนมูลฝอยของสำนักงานเขต หรือทิ้งในถังรองรับหน้ากากอนามัยเฉพาะในจุดที่กำหนด เป็นถังสีส้ม ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;quot; นายวิรัตน์ บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เพิ่มจุดทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วหน้า 50 สนง.เขต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบัน กทม.ได้ตั้งวางถังรองรับหน้ากากอนามัยเป็นการเฉพาะ (สีส้ม) พร้อมถุงขยะสีแดงสำหรับใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ 1,000 จุด ประกอบด้วย สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. รพ.สังกัด กทม. ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) ศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง) โรงเรียนสังกัด กทม. ศูนย์กีฬา กทม. ศูนย์เยาวชน กทม. สถานีดับเพลิง สวนสาธารณะ รวมถึงสถานที่สาธารณะที่เหมาะสม เช่น ตลาด วัด ชุมชน บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และเคหะชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ประชาชนสามารถนำขยะหน้ากากไปทิ้งได้ แต่ละเขตตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจัดเก็บหน้ากากอนามัยใช้แล้ว รวมทั้งให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์การทิ้งขยะติดเชื้ออย่างถูกวิธีเพื่อลดความเสี่ยงแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดนี้เป็นสถานการณ์การควบคุมขยะติดเชื้อใน กทม. ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทิ้งขยะให้ถูกสุขอนามัย เพื่อไม่ให้ขยะติดเชื้อโควิดเป็นตัวการแพร่กระจายเชื้อ เวลานี้คนกรุงไม่ได้เผชิญแค่ขยะติดเชื้อ ยังมีภัยจากขยะพลาสติกผลพวงธุรกิจบริการอาหารเดลิเวอรีที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด ซึ่งไม่มีทีท่าจะลดน้อยลงเลย ก็ฝากให้ทุกคนช่วยกัน นอกจากหยุดเชื้อแล้ว ต้องช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101526</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะติดเชื้อโควิด, ขยะหน้ากากอนามัย, วิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e7ab963f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดใหม่ส่งผลขยะหน้ากากอนามัยพุ่ง 12 ตัน/วัน กทม.เพิ่มถังรองรับ 1,000 จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 15 เม.ย. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการจัดการขยะหน้ากากอนามัยที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ว่า กรุงเทพมหานครมีปริมาณมูลฝอยติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงขยะหน้ากากอนามัยที่เก็บขนและกำจัดจากสถานพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และสถานที่สำหรับผู้กักตัว เช่น บ้านพักอาศัย สถานที่กักตัวของรัฐและโรงแรมทางเลือกสำหรับผู้กักตัว ในช่วงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.63 &amp;ndash; 12 เม.ย.64 รวมทั้งสิ้น 1,366.29 ตัน หรือเฉลี่ย 11.48 ตัน/วัน ขณะที่ในช่วงการแพร่ระบาดระลอกเดือน เม.ย. ตั้งแต่วันที่ 1-12 เม.ย.64 ปริมาณมูลฝอยติดเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 12.92 ตัน/วัน หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.44 ตัน/วัน คิดเป็นร้อยละ 12.5 อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการทิ้งขยะหน้ากากอนามัย กรุงเทพมหานครได้ตั้งวางถังรองรับหน้ากากอนามัยเป็นการเฉพาะ (สีส้ม) พร้อมถุงขยะสีแดงสำหรับใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะประมาณ 1,000 จุด ประกอบด้วย สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. โรงพยาบาลสังกัด กทม. ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) ศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง) โรงเรียนสังกัด กทม. ศูนย์กีฬา กทม. ศูนย์เยาวชน กทม. สถานีดับเพลิง สวนสาธารณะ รวมถึงสถานที่สาธารณะที่เหมาะสม เช่น ตลาด วัด ชุมชน บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และเคหะชุมชนต่าง ๆ พร้อมควบคุมดูแลไม่ให้มีการทิ้งมูลฝอยประเภทอื่น ๆ ปะปน &amp;nbsp;โดยหน้ากากอนามัยและมูลฝอยติดเชื้อโควิด-19 ที่จัดเก็บได้จะนำไปกำจัดด้วยวิธีการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครต้องขอความร่วมมือประชาชนทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างถูกวิธี และไม่ทิ้งปะปนกับมูลฝอยทั่วไปในครัวเรือน โดยทิ้งใส่ถุงที่ปิดสนิท มัดปากถุงให้แน่น เขียน หรือติดหน้าถุงว่า &amp;ldquo;หน้ากากอนามัย&amp;rdquo; แยกทิ้งให้กับรถเก็บขนมูลฝอยของสำนักงานเขต หรือทิ้งในถังรองรับหน้ากากอนามัยเฉพาะ (สีส้ม) ในจุดที่กำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด - 19 และความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอย รวมถึงความสะดวกต่อการเก็บรวบรวมนำไปกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99554</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ขยะหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077d6d2c81e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยะหน้ากากอนามัยโควิดใหม่พุ่ง ย้ำ ปชช. คัดแยก-ทิ้งให้มิดชิดในถังติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 เม.ย - นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ในประเทศไทย ทำให้ประชาชนต้องมีการปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัดกันมากยิ่งขึ้น คาดว่า ในช่วงนี้จะมีปริมาณของขยะหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งเพิ่มสูงมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่ง ขยะหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;จัดว่าเป็นขยะติดเชื้อ&amp;nbsp;เนื่องจากผ่านการใช้งานที่ทำให้มีการปนเปื้อนจากสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งอาจจะมีเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสปะปนมาด้วย การกำจัดขยะประเภทนี้ต้องมีการคัดแยกขยะหน้ากากอนามัยทิ้งในภาชนะที่ปิดมิดชิด และรวบรวมไว้ในถังขยะที่ระบุว่าเป็น &amp;ldquo;ถังขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; อย่างชัดเจน เพื่อส่งไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป ห้ามทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปโดยเด็ดขาด อีกทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ขยะหน้ากากอนามัยเหล่านี้ตกค้างปนเปื้อนออกสู่สภาพแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เพื่อให้เกิดการจัดการขยะหน้ากากอนามัยที่คาดว่า จะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างถูกต้อง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงฯ ขอความร่วมมือจากประชาชน เมื่อใช้หน้ากากอนามัยแล้ว ขอให้แยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี โดยการตัดทำลายหรือม้วนพับด้านที่สัมผัสกับใบหน้าเข้าด้านใน แล้วใส่ในถุงที่ปิดมิดชิด รัดปากถุงให้แน่น พร้อมกับเขียนติดหน้าถุงว่าเป็น &amp;ldquo;ขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้ว&amp;rdquo; เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานทางด้านสาธารณสุข สามารถแยกเก็บรวบรวมขยะหน้ากากอนามัยที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง และนำไปกำจัดได้อย่างถูกวิธีต่อไป เพื่อไม่ให้ขยะหน้ากากอนามัยเหล่านี้กลายเป็นขยะตกค้างปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพวกเราได้&amp;rdquo; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร บุรุษพัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด ทส. กล่าวต่อว่า ช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย กระทรวงฯ จึงได้กำชับให้แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของกระทรวงฯ อาทิ อุทยานแห่งชาติ ทั้งทางบก ทางทะเล พิพิธภัณฑ์ทางธรณี สวนพฤกษศาสตร์ และสวนสัตว์ทั่วประเทศ เตรียมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด และปฏิบัติตามมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อรองรับพี่น้องประชาชนในช่วงวันหยุดยาวนี้ได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันหยุดยาวที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงขอให้ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของกระทรวงฯ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ทั้งการผ่านระบบการคัดกรอง การเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัย และการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงการเข้าใช้บริการอุทยานแห่งชาติโดยการจองล่วงหน้าผ่านระบบแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;คิวคิว&amp;rdquo; (QueQ) เพื่อลดความแออัดของนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับการรองรับของพื้นที่ ทั้งนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073cd68af51c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะติดปัญหาขยะพลาสติก หลังโควิด-19 ระลอกใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ ถึงแม้รัฐบาลจะยังไม่ประกาศล็อกดาวน์ประเทศ เหมือนการระบาดระลอกแรกเมื่อปีที่แล้ว แต่มีมาตรการคุมเข้มที่เกือบใกล้เคียงกับการล็อกดาวน์ &amp;nbsp;ที่เห็นได้ชัดคือพื้นที่ &amp;nbsp;5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด &amp;nbsp;พร้อมกับการขอความร่วมมือจากประชาชน เว้นระยะห่างทางสังคม &amp;nbsp;การโหลดแอพลิเคชั่น &amp;quot;ไทยชนะ&amp;quot; และ&amp;quot;หมอชนะ&amp;quot; เพื่อสะดวกในการติดตามโรค และป้องกันไมให้ไปพื้นที่เสี่ยง &amp;nbsp;การสั่งปิดสถานบริการหลายแห่ง &amp;nbsp;กำหนดเวลาให้บริการร้านอาหารนั่งกินได้แค่สามทุ่ม ที่สำคัญคือ การขอร้องให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสนับสนุนให้เกิดการทำงานที่บ้านหรือ &amp;nbsp;Work From Home &amp;nbsp; ซึ่งจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการลดการแพร่เชื้อ ติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพรวมของสังคมหยุดการเคลื่อนไหว คนจำนวนมากต้องทำงานที่บ้าน ส่งผลให้ธุรกิจรับสั่งอาหาร หรือ Food Delivery มีคนเรียกใช้บริการเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;ไม่แตกต่างจากการระบาดแรก&amp;nbsp;และแน่นอนสิ่งที่ตามมาของ Food Delivery คือ ปริมาณขยะพลาสติก เพิ่มมากขึ้นจากภาวะปกติเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟู้ด เดลเวอรี่ ธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหาของขยะพลาสติกนั้น ไม่ต้องพูดถึงว่า จะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมามากมายแค่ไหน ถ้าจัดการไม่ถูกวิธี &amp;nbsp;เพราะกว่าจะย่อยสลายได้ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 400 &amp;ndash;500 ปี จนถึงบางชนิดอาจไม่มีการย่อยสลายเลยก็เป็นได้ &amp;nbsp; ก่อให้เกิดการปนเปื้อนในระบบนิเวศ เมื่อไหลลงไปในทะเล กระทบต่อระบบห่วงโซ่อาหารและสัตว์น้ำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลับมาที่ Food Delivery &amp;nbsp;ถ้าจำกันได้ ในช่วงการล็อคดาวน์เมื่อปี 63 เพื่อ&amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;quot; ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่ามีการใช้ บริการแอปพลิเคชันฟู้ด เดลิเวอรี่ &amp;nbsp; 66-68 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนราว 78-84% นับเป็นอัตราการใช้บริการ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ LINE MAN และ Grab Food &amp;nbsp;สถิติการใช้งานเพิ่มขึ้นราว 300-400% เทียบกับช่วงก่อนโควิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;quot;ฟู้ด เดลิเวอรี่&amp;quot; ยังแข่งกันดุเดือด ห้ำหั่นราคาดึงดูดลูกค้า มีการลดแลกแจกแถม &amp;nbsp;นำเสนอบริการสุดประทับใจ ทั้งในแง่ความรวดเร็วในการส่ง &amp;nbsp;ส่วนลดค่าบริการเพื่อกระตุ้นการใช้บริการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งทำให้ปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว &amp;nbsp;(single use-plastics ) เพิ่มมากขึ้นอย่างพุ่งพรวด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยประเทศไทย หรือ &amp;nbsp;TDRI เคยประเมินว่า 1 ยอดการสั่งอาหาร &amp;nbsp;จะมีขยะพลาสติกเฉลี่ย 7 ชิ้น ประกอบด้วย กล่องอาหาร ถุงใส่น้ำจิ้ม ช้อนพลาสติก ส้อมพลาสติก ถุงใส่ช้อนส้อม ถุงน้ำซุป และถุงพลาสติกหูหิ้วสำหรับใส่อาหารทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะพลาสติกจากการบริโภคในแต่ละวัน ยังขาดการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย รายงานว่า ช่วงโควิด-19 ระบาดต้นปีก่อน ทำให้ปริมาณขยะพลาสติกพุ่งสูงขึ้น 15% จากเฉลี่ยวันละ 5,500 ตันต่อวัน เป็น 6,300 ตันต่อวัน ซึ่งไม่รวมถึงขยะอันตรายที่เกิดจากหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ที่คาดว่ามีอัตราการทิ้งหน้ากากอนามัยประมาณ 1.5 &amp;ndash; 2 ล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่ทิ้งปะปนรวมกับขยะมูลฝอยทั่วไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย บอกว่า ปี 63 ช่วงวิกฤตโควิด เกิดขยะพลาสติกมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นกว่า 60% หลังจากคลายล็อคดาวน์ปริมาณขยะพลาสติกค่อยๆ ลดลง สำหรับสถานการณ์ในปีนี้ เกิดโควิดระบาดรอบใหม่ แม้ภาครัฐไม่ได้สั่งล็อคดาวน์ แต่หน่วยงานต่างๆ ให้ทำงานที่บ้าน อีกทั้งการเติบโตของฟู้ด เดลิเวอรี่ ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 200% &amp;nbsp;ส่งผลให้ขยะพลาสติกกลับมา เพราะการสั่ง 1 ออเดอร์ สร้างขยะอย่างน้อย 7 ชิ้น จากการประเมินล่าสุด ไทยมีขยะพลาสติกจากฟู้ด เดลิเวอรี่ เพิ่มขึ้น 550 ล้านชิ้นต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; จากโควิดปี 63 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตระหนักถึงปัญหา และเดินหน้าลดขยะพลาสติกร่วมกับบริษัทฟู้ดเดลิเวอรี่ เพื่อลดขยะพลาสติกที่ไม่จำเป็น เช่น ในแอปให้เลือกกดไม่รับช้อนส้อมพลาสติก &amp;nbsp;แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีถุงพลาสติกห่อทิชชู่หรือตะเกียบ ขณะนี้รัฐใช้มาตรการสมัครใจ ต้องขยับให้เข้มข้น บริการส่งอาหารโดยไม่ให้ช้อนส้อมพลาสติกแต่แรก แต่มีฟังชั่นให้เลือกรับช้อนส้อมสำหรับผู้ที่จำเป็นจริงๆ จะช่วยลดขยะพลาสติกได้มาก สิ่งที่รัฐต้องทำควบคู่ไปเป็นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารทดแทนกล่องอาหารพลาสติก เพราะปัจจุบันพบว่า บางร้านแม้ใช้กล่องกระดาษ &amp;nbsp; แต่กลับเป็นกล่องที่เคลือบพลาสติก กลายเป็นปัญหารีไซเคิลอีก &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;ดร.วิจารย์ ฉายภาพปัญหา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ระบุ การแก้ปัญหาขยะพลาสติกจากฟู้ดเดลิเวอรี่สำคัญ ต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง ต้องขยับตามโรดแมฟจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 และมีมติเลิกใช้พลาสติกอีก 4 อย่าง ในปี 2565 &amp;nbsp;ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วที่หนาน้อยกว่า 36 ไมครอน &amp;nbsp;,กล่องโฟมบรรจุอาหาร,แก้วพลาสติกแบบบางที่ใช้ครั้งเดียว และหลอดพลาสติก พร้อมกับตั้งเป้าหมายว่าจะนำพลาสติกรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ทั้ง 100% ภายในปี 2573 &amp;nbsp;เพราะสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ อาจทำให้ขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ยอดการสั่งอาหารจะมีขยะพลาสติกเฉลี่ย 7 ชิ้นเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แน่นอนว่า ภาครัฐแก้ปัญหาขยะฝ่ายเดียว ไม่มีทางบรรลุเป้า ต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย ดร.วิจารย์ย้ำประเด็นนี้ว่า อุปสรรคสำคัญ มาจากคนจำนวนมากยังไม่แยกขยะ ทั้งที่หากแยกขยะเหมาะสม ทำให้สามารถจัดการขยะได้ง่ายขึ้น เช่น โครงการ&amp;rdquo;ถังวนถุง&amp;rdquo; ของกลุ่ม PPP Plastics เริ่มเมื่อวันสิ่งแวดล้อมไทยปี 63 ปัจจุบันตั้งถังขยะ 350 ถัง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อรองรับขยะพลาสติกแห้ง สะอาด ยืดหยุ่นได้ 12 ชนิด &amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถรวบรวมขยะพลาสติกได้ 2,300 กิโลกรัม และนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลเรียบร้อย &amp;nbsp;นอกจากนี้ ภายในปี 64 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยจะออกฉลากสิ่งแวดล้อมให้กับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะที่ภาคเอกชนเองมีธุรกิจใหม่ๆ มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์อาหารที่ลดขยะพลาสติก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ปัจจุบันฟู้ดเดลิเวอรี่ครอบคลุมทุกจังหวัดของไทย จังหวัดเล็กๆ หลายจังหวัดยังไม่มีมาตรการหรือระบบจัดการขยะพลาสติกที่เพียงพอ การให้ความรู้และส่งเสริมการคัดแยกนั้นสำคัญ เพราะพลาสติกไม่ใช่ปัญหา แต่ผู้ใช้พลาสติกเป็นปัญหา เราปฏิเสธพลาสติกไม่ได้ ก็ใช้อย่างชาญฉลาด และมีการจัดการขยะพลาสติกที่ดี อย่างไรก็ตาม ระบบจัดการขยะพลาสติกของไทยยังไม่ถึง 50% เมื่อเทียบกับชาติที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่นเจอวิกฤตโควิดรุนแรง แต่ไม่พบปัญหาขยะพลาสติกตามมา เพราะมีระบบจัดการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง &amp;rdquo; ดร.วิจารย์ ชี้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โครงการ&amp;rdquo;ถังวนถุง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รับพลาสติกสะอาด นำไปรีไซเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมฯ ยังบอกอีกว่า การลดขยะพลาสติกจะต้องส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน ใช้ซ้ำ ลดการเกิดใหม่ของขยะทุกประเภท อีกทั้งสอดรับกับเศรษฐกิจแนวใหม่ หรือ BCG มุ่งเน้นใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ให้น้อยที่สุด และใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ช่วยลดของเสีย และส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ข้อมูลจากรายงานจับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2564 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) &amp;nbsp;ยกให้ขยะพลาสติกเป็นสถานการณ์ภาระโรคต่อเนื่องที่น่าจับตา จากการสำรวจข้อความโซเชียลมีเดียไทยที่พูดถึงปัญหาขยะพลาสติก ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 2562- 31 มิ.ย.2563 โดย Wisesight พบว่า การพูดถึงปัญหาขยะพลาสติกในช่วงโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ถึง 5 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ใช้งานโซเชียลส่วนหนึ่ง สะท้อนว่า การใช้บริการ ฟู้ด เดลิเวอรี่ เชื่อมโยงกับปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้น หลายคนรู้สึกแย่และต้องการลดขยะที่เกิดจากการสั่งอาหารผ่านบริการนี้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ใช้ฟังก์ชันลดการรับอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น อย่าง ช้อน-ส้อมพลาสติก เพราะที่บ้านมีอยู่แล้ว เพื่อลดพิษภัยพลาสติก หรือบางคนเลิกใช้แอพพลิเคชันสั่งอาหารไปเลยก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธุรกิจรับสั่งอาหาร หรือ ฟู้ดเดลิเวอรี่ ได้รับความนิยมในช่วงโควิด-19 แกร็บร่วมลดขยะพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การลดปัญหาขยะพลาสติกจากฟู้ด เดลิเวอรี่ ปีนี้มีความร่วมมือจากเอกชน &amp;nbsp;จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ บอกว่า ด้วยพันธกิจของแกร็บ ที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสในการหารายได้ พร้อมพัฒนาทักษะและเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้กับทุกคนที่อยู่ในระบบนิเวศธุรกิจของเรา ซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะพลาสติก ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลโดยตรง ทั้งในด้านการใช้ชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับเพื่อตอบรับกับโรดแมฟการจัดการขยะของภาครัฐในปี 2565 แกร็บ ประเทศไทย ได้ผสานความร่วมกับ เฟสท์ ใน SCGP เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ และร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม เลือกใช้บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเฟสท์ เป็นบรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความสะอาด ปลอดภัย สัมผัสอาหารได้โดยตรง เพื่อส่งมอบอาหารให้ถึงมือลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เรามีเป้าหมายในการผลักดันให้เกิดการใช้งานบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 3 ล้านชิ้น ในปี 2564 นี้ และคาดหวังว่า จะมีร้านค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเข้าร่วมโครงการจำนวน 500 ร้านค้า พร้อมขยายความร่วมมือไปยังพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา และจ.ภูเก็ต &amp;ldquo; จันต์สุดา เผยเป้าที่วางเอาไว้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; บรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แกร็บใช้ลดขยะพลาสติก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขยะพลาสติกจากฟู้ด เดลิเวอรี่มาพร้อมกับโควิด มาพร้อมกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากการเข้าถึงอาหารได้ง่าย ยังไม่พูดถึงตลาดอาหารพร้อมทาน หรือ Ready To Eat ที่บูมมากตอบโจทย์วิถีชีวิตอันเร่งรีบของคนไทย &amp;nbsp;การลดปริมาณขยะพลาสติกเป็นงานที่สาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน &amp;nbsp;และประชาชน เป็นทางออก ทั้งลดใช้ &amp;nbsp;ใช้ซ้ำ &amp;nbsp;คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง &amp;nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำเข้าสู่ระบบจัดการจัด นำไปรีไซเคิลได้ จะช่วยทำให้เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เติบโตอย่างยั่งยืน ถ้าไม่ทำอะไรเลย ผลกระทบขยะพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อม ก็มีให้เห็นตลอด ยังไม่พูดถึงไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนในอาหาร พืชผัก และเข้าสู่ร่างกายเราในที่สุด ภัยเงียบพลาสติกอันตรายต่อสุขภาพกว่าที่ใครจะคาดคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89342</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติก, ขยะหน้ากากอนามัย, นสพ.ไทยโพสต์, ฟู้ด เดลิเวอรี่, สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, แกร็บ, โควิดระลอกใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffa935eafc5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เพิ่มแนวทางจัดการขยะติดเชื้อ&quot;หน้ากาก&quot; วางถังรองรับที่เขต - ศูนย์สาธารณสุข-รพ.ในสังกัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 เม.ย.- นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เป็นผู้แทนกรุงเทพมหานครในการรับมอบเงินสมทบเพื่อสนับสนุนกิจการทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคโควิด-19 จำนวน 50,000 บาท จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรุงเทพมหานคร จำกัด โดยมี นายจำเริญ ศิริพงศ์ติกานนท์ ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรุงเทพมหานคร จำกัด และคณะ เป็นผู้แทนในการมอบ โดยกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบเงินสนับสนุนที่ได้รับในครั้งนี้ให้กับสำนักการแพทย์เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการ จัดหาอุปกรณ์ หรือเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ให้กับทุกโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครอย่างทั่วถึงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ นางศิลปสวย&amp;nbsp;กล่าวถึงการจัดการขยะติดเชื้อว่า ขณะนี้ปริมาณขยะติดเชื้อกลุ่มหน้ากากอนามัยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการทิ้งขยะหน้ากากอนามัยในหลายครัวเรือน ทำให้บางวันมีปริมาณขยะติดเชื้อเพิ่มกว่า 1 พันกิโลกรัม ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มีการรายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร เป็นประจำทุกวัน แนวทางการจัดการขยะติดเชื้อเดิมนั้น กทม.ได้มีการจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในการจัดเก็บขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี แต่ขณะนี้มีขยะติดเชื้อจากบ้านเรือนประชาชนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงขยายแนวทางในการจัดเก็บเพิ่มเติม โดยจัดวางถังขยะสีแดงสำหรับรองรับหน้ากากอนามัยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่ สำนักงานเขตทั้ง 50 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร 11 แห่ง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) โดยมีการติดป้ายสัญลักษณ์ และป้ายข้อความ &amp;ldquo;สำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยเท่านั้น&amp;rdquo; อย่างชัดเจนที่ถังรองรับหน้ากากอนามัยทุกจุด และมีการกำกับดูแล เพื่อป้องกันการทิ้งขยะประเภทอื่นปะปน และป้องกันการรื้อค้นเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ ยังได้มีการนำถังขยะสีแดงติดตั้งไปกับรถขยะ เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ในการแยกประเภทขยะติดเชื้อออกจากขยะทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปลัด กทม.&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครมีความห่วงใยในสุขอนามัยของเจ้าหน้าที่เก็บขนมูลฝอย เนื่องจากบางครั้งประชาชนไม่ได้คัดแยกขยะมาให้ เจ้าหน้าที่เก็บขนมูลฝอยจึงต้องคัดแยกขยะอีกครั้งหลังการเก็บขน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะสัมผัสกับขยะติดเชื้อเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก กทม.จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน อาทิ หน้ากากอนามัย Face Shield ถุงมือ รองเท้าบูท และชุดป้องกัน ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความอุ่นใจในความปลอดภัยจากการปฏิบัติงานในภาวะวิกฤตแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันคัดแยกขยะติดเชื้อและขยะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วออกจากขยะทั่วไป โดยทิ้งใส่ถุงที่ปิดสนิท มัดปากถุงให้แน่น เขียนหรือติดหน้าถุงว่า &amp;ldquo;หน้ากากอนามัย&amp;rdquo; เพื่อแยกทิ้งให้รถเก็บขนมูลฝอยของสำนักงานเขต หรือทิ้งในถังรองรับหน้ากากอนามัยเฉพาะในจุดที่กรุงเทพมหานครกำหนดข้างต้น ซึ่งกทม.จะนำขยะติดเชื้อไปกำจัดด้วยวิธีการเผาที่เตาเผามูลฝอยติดเชื้อ ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม และศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ซึ่งมีระบบบำบัดมลพิษ และมีการดำเนินการตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64022</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กทม., ขยะหน้ากากอนามัย, ถังขยะติดเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea135b16e33e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
