<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.เปิดรับฟังความเห็น ร่าง กม.จัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนเสนอรมว.ทส.เห็นชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 พ.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า คพ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เนื่องด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสารอันตรายและโลหะหนักหลายชนิด หากรั่วไหลจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน จำเป็นต้องมีการจัดเก็บ รวบรวม คัดแยก ถอดชิ้นส่วน และกำจัดซากผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้มีระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ควบคู่กับหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ที่ให้ผู้ผลิตรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ประกอบด้วยองค์ประกอบ บททั่วไป หมวด 1 คณะกรรมการจัดการซากผลิตภัณฑ์ หมวด 2 กองทุนการจัดการซากผลิตภัณฑ์ หมวด 3 การจัดการซากผลิตภัณฑ์ หมวด 4 การตรวจสอบและควบคุม &amp;nbsp;หมวด 5 บทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล ซึ่ง ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ได้กำหนดหน้าที่ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้กระทำ หรือห้ามมิให้กระทำการใด ๆ หากฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายต้องระวางโทษปรับทางปกครอง&amp;nbsp;ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท เช่น ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งหรือทำลายซากผลิตภัณฑ์ในที่สาธารณะที่รกร้างว่างเปล่าหรือทิ้งปนอยู่กับสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย โดยต้องนำไปคืนที่ศูนย์รับคืนซากผลิตภัณฑ์ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินห้าร้อยบาท หรือห้ามมิให้ผู้ใดรับคืนจัดเก็บหรือรวบรวมซากผลิตภัณฑ์ เว้นแต่จัดทำโดยศูนย์รับคืนที่ได้จัดตั้งและขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งแสนบาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เมื่อรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วเสร็จ จะเข้าสู่กระบวนการเสนอขอความเห็นชอบรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบในหลักการและมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถให้ความเห็นได้ระหว่างวันที่ 23 เมษายน ถึง 23 พฤษภาคม 2564 ทางอีเมล์&amp;nbsp;Pcdlaw10@gmail.com&amp;nbsp;และอ่านรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ได้ทาง&amp;nbsp;https://1th.me/oq9M2&amp;nbsp;&amp;quot; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะอิเล็กทรอนิกส์, คพ., ร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ....</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6096190d1990a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปรษณีย์บุกถึงบ้านรับ&quot;ขยะอิเล็กทรอนิกส์&quot; บริการใหม่สร้างสังคมปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์กับพี่ไปรษณีย์ ส่งความสะดวกถึงหน้าบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่มีการใช้งานสูงมาก มีมือถือเปิดตัวใหม่ๆ น่าใช้ทุกเดือน แต่ละรุ่นนอกจากดีไซน์สวยแล้ว ยังตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนแตกต่างกันไป ส่งผลให้คนเปลี่ยนมือถือใหม่บ่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในประเทศไทย มือถืออายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 2 ปี ดังนั้น ปีๆ หนึ่งจะมีมือถือเก่าๆ แบตเตอรี่มือถือ สายชาร์จ หูฟัง จำนวนมหาศาล ซากมือถือและอุปกรณ์เสริมต่างๆ เหล่านี้ที่คนไม่ต้องการใช้แล้ว ถือเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste บางคนเก็บใส่ไว้ในลิ้นชักที่บ้าน บางคนทิ้งมือถือเก่าปะปนในถังขยะทั่วไป เมื่อไม่มีการคัดแยกขยะ กลายเป็นขยะมูลฝอยที่ถูกกำจัดด้วยวิธีฝังกลบหรือถมกลางแจ้ง ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ แบตเตอรี่สำรองไม่ใช้งาน จัดเป็น E-Waste&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคนทั่วทั้งโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย ด้วยปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกปี สวนทางกับปริมาณขยะที่ได้รับการจำกัดอย่างถูกวิธี ขยะที่หลงเหลือเหล่านั้นไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ ท้ายที่สุดสารอันตรายย้อนกลับมาทำลายสุขภาพของเรา และเกิดผลเสียกับระบบนิเวศในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผ่านมา หลายภาคส่วนออกมารณรงค์ให้คนไทยตระหนักและให้ความสำคัญกับการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกที่และถูกวิธี แม้หลายหน่วยงานออกมาตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste แต่ก็ยังไม่ทั่วถึงอยู่ดี รวมถึงในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ การเดินทางไปจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์หยุดชะงัก ทำให้ซากมือถือและอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ ค้างเติ่งอยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ตอนนี้มีช่องทางทิ้งขยะมือถือได้ง่ายๆ สะดวกสุดๆ แม้แต่อยู่ที่บ้านก็สามารถทำได้ เพราะมีบริการ &amp;ldquo;ฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์&amp;rdquo; กับพี่ๆ บุรุษไปรษณีย์กว่า 20,000 คนทั่วประเทศ และที่สำคัญฟรีไม่เสียเงินสักบาท ดีเดย์เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างเอไอเอส กับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หลังจากร่วมกันตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste ณ ที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ในโครงการ &amp;ldquo;คนไทยไร้ E-Waste&amp;rdquo; มาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บอกว่า เชื่อว่าวันนี้พวกเราตื่นตัวกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น แต่ปัญหาเกิดจากความไม่สะดวกที่จะนำไปทิ้ง ณ จุดรับทิ้ง ดังนั้นการเข้าไปรับฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ถึงที่บ้าน เพื่อส่งต่อให้เอไอเอส ทุกคนสามารถมั่นใจได้ว่า เราจะนำไปกำจัดและรีไซเคิลอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากลในรูปแบบของ Zero Landfill ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สายชล ทรัพย์มากอุดม เอไอเอส ชวนคนไทยฝากทิ้งขยะ E-Waste&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนขั้นตอนง่ายๆ &amp;ldquo;ฝากทิ้ง ขยะอิเล็กทรอนิกส์&amp;rdquo; กับบุรุษไปรษณีย์&amp;nbsp; เตรียม E-Waste ทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, สายชาร์จ, หูฟัง, เพาเวอร์แบงก์ และ แบตเตอรี่มือถือ ให้พร้อม โดยเฉพาะแบตเตอรี่มือถือเอามาห่อก่อน แล้วรวบรวมนำใส่กล่อง พร้อมเขียนหน้ากล่องให้ชัดเจน &amp;ldquo;ฝากทิ้ง ขยะอิเล็กทรอนิกส์&amp;rdquo; จากนั้นฝากทิ้งกับพี่ไปรษณีย์ที่มาส่งจดหมายหรือพัสดุที่บ้านได้เลย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกวัน บุรุษไปรษณีย์สองหมื่นคนพร้อมกับภารกิจใหม่ถอดด้าม พงษ์ทร วิเศษสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ด้านธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์) ไปรษณีย์ไทย บอกว่า พนักงานนำจ่ายหรือพี่ไปรษณีย์ทั่วประเทศทุกคน ลูกบ้านสามารถฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้หมด หลังออกแคมเปญนี้ไปมีคนทยอยฝากทิ้งกับพี่ไปรษณีย์ ซึ่งที่ทำการไปรษณีย์แต่ละสาขาจะรวบรวม จากนั้นขนส่งซากมาที่ทำการไปรษณีย์สาขาบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดรวบรวม ก่อนส่งปลายทางโรงงานกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รับผิดชอบนำไปจัดการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พี่ๆ ไปรษณีย์ตั้งใจจะอำนวยความสะดวกและสร้างการบริการที่ช่วยเหลือสังคม เรายินดีทำให้คนในสังคมอยู่อย่างปลอดภัยไร้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะนี่คือขยะมีพิษที่ซุกซ่อนอยู่ตามบ้าน แต่ฝากให้นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 5 ประเภท บรรจุลงในกล่อง ปิดให้มิดชิด เพื่อให้ปลอดภัยและสะดวกต่อการจัดเก็บลงกล่องในกระเป๋าของพี่ๆ ไปรษณีย์&amp;quot; พงษ์ทรบอก และฝาก ถ้าขนไม่หมดสามารถนัดมารับที่บ้านอีกรอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กระแสตอบรับฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ฟรี ดีวันดีคืน สะท้อนผ่านเสียงกลุ่มคนเมืองที่ดองมือถือเก่า แบตเตอรี่เก่าไว้เต็มบ้าน สายฝน สร้อยศอ พักอาศัยย่านสายไหมกับครอบครัว บอกว่า ปกติ 3-4 ปีจะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ 1 ครั้ง เพราะเสื่อมสภาพจนใช้งานไม่ได้แล้ว โดยเลือกซื้อยี่ห้อและรุ่นที่เชื่อว่ามีความทนทาน ใช้งานนาน แบตเตอรี่สำรองก็เหมือนกัน เมื่อเสื่อมสภาพตามชั่วโมงการใช้งานก็หาซื้อใหม่ ในมุมมองขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่ถึงกับน่ากลัว แต่ก็เก็บแยกไว้ในที่ปลอดภัย ไม่นำมาวางไว้ใกล้ชิดกับการใช้ชีวิตประจำวันในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;มือถือเก่าก็ไม่กล้าทิ้งรวมกับขยะทั่วไป ที่บ้านจะมีกล่องเก็บรวบรวมมือถือเก่า เพาเวอร์แบงก์เก่า เก็บเอาไว้เหมือนเป็นขยะเครื่องมือเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ ได้ทราบข่าวมีบริการฝากขยะอิเล็กทรอนิกส์กับบุรุษไปรษณีย์ รู้สึกสนใจมากๆ ขอบคุณที่มีบริการนี้ขึ้นมา ทำให้เราสามารถกำจัดขยะเหล่านั้นโดยไม่รู้สึกผิด&amp;quot; สายฝนบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณแม่ลูกสองถือโอกาสฝากขอบคุณพี่ไปรษณีย์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในครอบครัว และปลดเปลื้องความทุกข์จากขยะ E-Waste อดีตพวกเขาคือ คนส่ง สคส.อวยพรปีใหม่และเทศกาลสำคัญต่างๆ แต่เมื่อไลฟ์สไตล์ของคนวันนี้เปลี่ยนไป พี่ๆ บุรุษไปรษณีย์ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นคนนำความทุกข์ความกังวลของเราออกไปแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน รสพร จิรประณีต อายุ 39 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัวย่านบางแค บอกว่า ตนเปลี่ยนมือถือไม่ค่อยบ่อย ส่วนใหญ่จะใช้ยาวๆ ประมาณ 5 ปี มือถือเมื่อใช้งานมานานเริ่มเสื่อมสภาพ ทำงานช้าลง แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ทำให้ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่เพาเวอร์แบงก์จะเปลี่ยนบ่อยกว่ามือถือ ใช้งาน 1-2 ปีก็ซื้อใหม่ เพราะแบตเตอรี่เสื่อมบ้าง แบตเตอรี่บวม ชาร์จไฟไม่เข้า ใช้งานไม่ได้ดีเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;มือถือเก่าไม่ได้ทิ้งทันที แต่ส่งต่อให้คนในครอบครัวใช้ เพราะว่ายังไม่ได้พังเสียทีเดียว แต่ถ้าพังหรือเลิกใช้งานแล้วจะเก็บเอาไว้ ไม่ได้นำไปทิ้ง ส่วนเพาเวอร์แบงก์เก่าก็ไม่ทิ้ง เก็บสะสมไว้ เพราะไม่รู้ว่าจะไปทิ้งที่ไหนดีเลยยังเก็บไว้ก่อน ตอนนี้เก็บจนลืมไปแล้วว่า มีขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่บ้านมากมาย&amp;quot; รสพรเล่าให้ฟังถึงเหล่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ซุกไว้ในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอบอกตอนนี้มีบริการฝากไปรษณีย์ช่วยทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ก็สนใจ เพราะจะได้กำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่พอสมควร จะได้ทิ้งให้ถูกที่ถูกทาง ขยะอิเล็กทรอนิกส์อันตราย ถ้าเราทิ้งไม่ถูกต้อง กำจัดอย่างไม่ถูกวิธี จะมีสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในอุปกรณ์หรือแบตเตอรีฟุ้งออกมา อาจเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ อยากให้พี่บุรุษไปรษณีย์เข้ามาช่วยเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ พร้อมช่วยแนะนำวิธีทิ้งหรือคัดแยก จะได้ช่วยกำจัดได้ถูกต้องและไม่เป็นอันตรายทั้งต่อตัวคนใช้เอง และไม่สร้างปัญหาต่อโลก นับวันขยะอิเล็กทรอนิกส์จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นๆ หากทิ้งไม่ถูกวิธี เกิดปัญหาขยะมีพิษล้นโลกของเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากทิ้งในจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันมีบริการพี่ไปรษณีย์รับฝากถึงหน้าบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน จตุพร ฉัตรทอง สาวออฟฟิศ บอกว่า ใช้งานมือถือ 1-2 ปีถึงจะซื้อใหม่ มือถือเก่าไม่เคยทิ้ง แต่หากพบสิ่งผิดปกติ เช่น แบตเตอรี่บวมมีทั้งทิ้งลงถังขยะทั่วไปหรือทิ้งตามสถานที่ที่ตั้งจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น AIS shop และสถานีรถไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เพิ่งรู้ว่า ไปรษณีย์รับฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ถึงที่บ้าน น่าสนใจดี ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เจอกับตัวเอง จึงเห็นว่าไม่น่ากลัว แต่ถ้าคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโลก ขยะอิเล็กทรอนิกส์จัดอยู่ในประเภทอันตราย เราควรรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความอันตรายจากขยะมือถือเก่า อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีเกลื่อนตามบ้าน&amp;quot; จตุพรกล่าว และส่งกำลังใจพี่บุรุษไปรษณีย์ ขอให้ทำงานให้เต็มความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งความสะดวกถึงหน้าบ้านแบบนี้ ปกรบงกช จงวิทยาดี พักอาศัยอยู่ย่านสุขุมวิท บอกว่า เป็นบริการที่ดีมาก เพราะมือถือหรือโทรทัศน์ ถ้ามีการเปลี่ยนใหม่ ของเก่าซึ่งเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังเก็บไว้บ้าน ด้วยความเสียดาย บางเครื่องที่ใช้งานได้อยู่ก็ให้ญาติเอาไปใช้ต่อ โครงการนี้ทำให้มีระบบการจัดการดี หรือรวบรวมขยะกลุ่มนี้ทำให้เกิดประโยชน์ต่อไป ช่วยแก้ปัญหาขยะทุกวันนี้ ขอบคุณเอไอเอสและไปรษณีย์ไทย จะคอยติดตามผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่องอันตรายของขยะ E-Waste หากไม่ได้กำจัดอย่างถูกวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกๆ ปีจะมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกทิ้งในหลุมฝังกลบ ปัญหาของขยะมือถือ แท็บเล็ต ย่อยสลายตามธรรมชาติไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและระบบนิเวศ เพราะมีสารอันตรายในซากวัสดุหรือชิ้นส่วนต่างๆ ของมือถือและแบตเตอรี่ หากมีการแยกซากอย่างไม่ถูกต้อง บดอัด หรือถูกนำไปเผากำจัด เป็นมหันตภัยต่อสุขภาพของคนและตกค้างในสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ตะกั่ว มีผลทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ระบบโลหิต การทำงานของไต และการสืบพันธุ์ ผลต่อพัฒนาการสมองของเด็ก นอกจากนี้ยังสะสมในบรรยากาศ และเกิดผลกระทบเฉียบพลันหรือเรื้อรังกับพืชและสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - แคดเมียม สะสมในไต ทำลายระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการเด็กและภาวะตั้งครรภ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - สารทนไฟ ทำจากโบรมีน พิษสะสมในสิ่งที่ชีวิต ถ้ามีทองแดงด้วยเพิ่มความเสี่ยงเกิดไดออกซิน-ฟิวแรน สารก่อมะเร็ง ระหว่างเผา ทำลายตับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - แบริลเลียม สารก่อมะเร็ง หากรับต่อเนื่องจากการสูดดมจะกลายเป็นโรคมีผลกับปอด ถ้าสัมผัสเกิดแผลผิวหนังรุนแรง ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - สารหนู ทำลายประสาท ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร ถ้ารับปริมาณมากตายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - นิกเกิล สาเหตุเกิดมะเร็งในปอด และระบบสืบพันธุ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าลืมนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ของคุณใส่กล่อง ปัจจุบันมีทั้งบุรุษไปรษณีย์และรถขนส่งไปรษณีย์พร้อมบริการกับชุมชนและสังคม ทุกตรอกซอกซอย ไกลแค่ไหนก็ไปถึง เข้ากับปัจจุบันที่มีจุดรับทิ้ง E-Waste จำกัด และตอบโจทย์ชีวิตคนยุคดิจิทัลที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย หวังว่าโปรเจ็กต์นี้จะดึงขยะพิษออกจากบ้านมาสู่ระบบกำจัดอย่างถูกวิธีได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะอิเล็กทรอนิกส์, นสพ.ไทยโพสต์, ฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์, เอไอเอส, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ca681abe00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทส.&#039; ขยับมาตรการ &#039;ส่งคืนขยะคนอื่น ห้ามนำเข้าบ้าน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขยะอิเล็กทรอนิกส์ปัญหามลพิษใหญ่ของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจัดเป็นวัตถุอันตรายชิ้นส่วนต่างๆ ของโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ หรือมือถือ มีโลหะหนักเป็นส่วนประกอบ ถ้าจัดการไม่เหมาะสมและเกิดการรั่วไหลปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในพื้นที่และระบบนิเวศจากสารพิษตกค้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพรวมไทยยังเผชิญปัญหาการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งไม่มีระบบการบริหารจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบวงจรตั้งแต่การเก็บรวบรวม คัดแยกหรือถอดแยกการขนส่งรีไซเคิล และกำจัด มีการทิ้งปะปนกับขยะมูลฝอยและขายให้เหล่าซาเล้งหรือร้านรับซื้อของเก่า นอกจากนี้มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการคัดแยกซากขยะพิษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญประชาชนยังไม่มีความตระหนักว่าซากผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นของเสียอันตราย ต้องจัดการอย่างถูกวิธีเท่านั้นถึงจะปลอดภัย ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกซากผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ปัญหาใหญ่ อปท.ส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบการคัดแยก เก็บขนและกักเก็บขยะพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เศษพลาสติกจำนวนมากกองทิ้ง ขาดการจัดการอย่างถูกหลักวิชาการ ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่พูดถึงปัญหาการลักลอบนำเข้า-ส่งออกซากขยะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองจากต่างประเทศ และนำมารีไซเคิลอย่างไม่ถูกต้อง ขยะพิษจึงเป็นวาระระดับประเทศ เพราะเป็นระเบิดเวลา ก่อความเสียหายด้านมลพิษอากาศ ดินและน้ำ การบริหารจัดการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหายังต้องเดินหน้าต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุนี้ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อวันก่อน โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธกล่าวว่า คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะมาตรการ แนวทาง และติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ ติดตามงานและความคืบหน้าแผนบริหารจัดการขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งและขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศให้ลดลงตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งแนวทางจะไม่มีการนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทยอีก หลังการประชุมครั้งแรกช่วงต้นปีได้ตั้งคณะทำงาน 3 คณะมาสนับสนุนการทำงานของอนุกรรมการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 มีวาระเพื่อพิจารณามาตรการการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ, มาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติก, (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติก และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วราวุธ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้ตั้งเป้าจะไม่นำเข้าซากพลาสติกหรือซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศอีกต่อไปเพราะพบว่ามีการนำเข้าซากพลาสติกเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2561 นำเข้าในปริมาณ 552,912 ตัน และปี 2562 นำเข้าในปริมาณ 323,167 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งนำเข้าในปริมาณ 152,738 ตัน และมีการส่งออกพลาสติกไปยังต่างประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องลดปริมาณขยะเหล่านี้ลงเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งส่งตัวเลขปริมาณการนำเข้าเศษพลาสติก ประเภทของเศษพลาสติก เพราะพบว่าไม่ได้มีการนำเข้าเศษถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียว มีเศษพลาสติกอื่นด้วย รวมถึงข้อมูลความต้องการอุปโภคพลาสติกของผู้ประกอบการภายในประเทศ เศษพลาสติกในประเทศมีวัตถุดิบเพียงพอกับกลุ่มธุรกิจในประเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ประกาศเป้าหมายการผลักดันขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์ขยะอิเล็กทรอนิกส์ รมว.ทส.กล่าวว่า การนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2560 นำเข้าในปริมาณ 54,260 ตัน และในปี 2561 ในปริมาณ 38,404 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีปริมาณนำเข้า 1,986 ตัน ก่อนที่จะมีนโยบายห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ตกค้างในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชุมครั้งนี้ได้หารือกรมศุลกากรเพื่อปรับปรุงแนวทางจัดการแทนที่จะจัดประมูล สามารถส่งกลับประเทศต้นทางเลยได้หรือไม่&amp;nbsp; รวมถึงกรณีส่งสินค้ามาอย่างไม่ถูกต้อง ให้ส่งกลับเพื่อไม่ให้กลายเป็นว่าหน่วยงานของไทยต้องมาเก็บขยะของคนอื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะต้องมีการวางแผนบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ต้องมีการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์จากครัวเรือนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดที่ใหญ่ที่สุดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติกนั้น&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กรมควบคุมมลพิษจัดประชุมหารือถึง 4 ครั้ง มีข้อเสนอจากที่ประชุม โดยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; อย่างกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอห้ามนำเข้าเศษพลาสติก PVC ในทุกกรณี สำหรับเศษพลาสติกชนิดอื่นๆ เห็นควรให้อนุญาตนำเข้าได้ไม่จำกัดปริมาณ เฉพาะผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตและอยู่ในเขตประกอบการเสรีของ กนอ. และต้องเป็นการนำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จุดรับทิ้งจากซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า กรมควบคุมมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถาบันพลาสติกเสนอห้ามนำเข้าขยะพลาสติกเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการนำขยะจากต่างประเทศมาทิ้งในประเทศ การนำเข้าเศษพลาสติกต้องเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกเท่านั้น ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ โรงงานที่ได้รับอนุญาตนำเข้าต้องผ่านการรับรอง EIA หรือ EHIA การนำเข้าเศษพลาสติกต้องกำหนดว่าเป็นเศษที่สะอาด ด้านสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเสนอภาครัฐห้ามนำเข้าเศษพลาสติก เพราะนำเข้าในปริมาณมากส่งผลต่อความต้องการใช้เศษพลาสติกในประเทศลดน้อยลง แรงจูงใจในการรีไซเคิลลดลง เพราะราคารับซื้อเศษพลาสติกในประเทศตกต่ำขัดกับนโยบายของรัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะ อีกทั้งภาครัฐควรสนับสนุนใช้พลาสติกรีไซเคิลภายในประเทศในการผลิตสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านกรมควบคุมมลพิษเสนอไม่อนุญาตให้นำเข้าเศษพลาสติกกรณีที่มีเศษพลาสติกในประเทศเพียงพอ ถ้าอนุญาตให้นำเข้าต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยพิจารณาอนุญาตนำเข้าในปริมาณที่เหมาะสมและใช้เศษพลาสติกในประเทศร่วมด้วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการส่งเสริมการใช้เศษพลาสติกภายในประเทศ ภายใต้โรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 ซึ่งมี 2 เป้าหมาย คือ ลดและเลิกใช้พลาสติกเป้าหมายด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ 100% ภายในปี 2570 โดยมีพลาสติกเป้าหมาย 7 ชนิด ประกอบด้วย ถุงพลาสติก, บรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว, ขวดพลาสติกทุกชนิด, ฝาขวด, แก้วพลาสติก, ถ้วย ถาด กล่อง และช้อน ส้อม มีดพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76599</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ขยะพิษ, ขยะอิเล็กทรอนิกส์, ขยะเศษพลาสติก, ทส., โรดแมปจัดการขยะพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f539d5a8b7c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ตั้งเป้าห้ามนำเข้าเศษพลาสติก-ซากอิเล็กทรอนิกส์ จี้ผลักดันขยะพิษตกค้างกลับประเทศต้นทาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 3 ก.ย.- กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะ มาตรการ แนวทาง และติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ ติดตามงานและความคืบหน้าแผนบริหารจัดการขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งและขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศให้ลดลงตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งแนวทางจะไม่มีการนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทยอีก หลังการประชุมครั้งแรกช่วงต้นปีได้ตั้งคณะทำงาน 3 คณะมาสนับสนุนการทำงานของอนุกรรมการ&amp;nbsp;โดยการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/2563 มีวาระเพื่อพิจารณามาตรการการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศ และที่นำเข้าจากต่างประเทศ , มาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติก ,(ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติก และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; ในที่ประชุมได้ตั้งเป้าจะไม่นำเข้าซากพลาสติกหรือซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศอีกต่อไป เนื่องจาก พบว่า มีการนำเข้าซากพลาสติกเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2561 นำเข้าในปริมาณ 552,912 ตัน และปี 2562 นำเข้าในปริมาณ 323,167 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งนำเข้าในปริมาณ 152,738 ตัน และมีการส่งออกพลาสติกไปยังต่างประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องลดปริมาณขยะเหล่านี้ลงเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศ ในการนี้ คณะอนุกรรมการฯ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งส่งตัวเลขปริมาณการนำเข้าเศษพลาสติก รวมถึงประเภทของเศษพลาสติก เพราะพบว่า ไม่ได้นำเข้าถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp; ส่วนการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2560 นำเข้าในปริมาณ 54,260 ตัน และในปี 2561 ในปริมาณ 38,404 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีปริมาณนำเข้า 1,986 ตัน&amp;nbsp; ก่อนที่จะมีนโยบายห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ตกค้างในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชุมครั้งนี้ผมได้หารือกรมศุลกากรเพื่อปรับปรุงแนวทางจัดการ แทนที่จะจัดประมูลสามารถส่งกลับประเทศต้นทางเลยได้หรือไม่ รวมถึงกรณีส่งสินค้ามาอย่างไม่ถูกต้องให้ส่งกลับ เพื่อไม่ให้กลายเป็นว่า หน่วยงานของไทยต้องมาเก็บขยะของคนอื่น&amp;nbsp; จะต้องมีการวางแผนบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น &amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ขยะพิษตกค้าง, ขยะอิเล็กทรอนิกส์, ทส., เศษพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50a592a09db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศุลกากร”เข้มลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งฟ้องอาญา-แพ่งทันที </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศุลกากร&amp;rdquo; เข้มส่งฟ้องอาญา-แพ่งทันที ไม่มียอมความ ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ลุยมาตรการเร่งด่วนห้ามและลดการนำเข้าขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 62- นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ประเทศไทยได้มีมาตรการห้ามและลดการนำเข้าเศษพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวัน&amp;nbsp;11 มิ.ย. 2562 ซึ่งมีมติเห็นชอบมาตรการห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเข้ามาในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ผู้นำเข้าจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนการนำเข้า แต่ที่ผ่านมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระงับการอนุญาตนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากโรงงานที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ทำให้เหลือผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เป็นต้นมา มีการลดโควตาการนำเข้าของเศษพลาสติกจากหลายแสนตัน เหลือเพียง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมื่นตันเท่านั้น จากข้อมูลสถิติการนำเข้าของขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการนำเข้า เศษพลาสติก ตั้งแต่ปี พ.ศ.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน ของประเทศไทย พบว่ามีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มมีแนวโน้มลดลงในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เนื่องจากมีการควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวดจากภาครัฐ&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี คาดว่าความต้องการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศยังคงมีอยู่&amp;nbsp;และอาจมีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ และมีแนวโน้มในการนำเข้าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กรมศุลกากรจึงมีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ดังนี้&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;กรมศุลกากรได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ดำเนินการติดตาม กำหนดเป้าหมายต้องสงสัยที่จะกระทำความผิดทางศุลกากร และเข้าตรวจสอบเพื่อติดตามและขยายผลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;สั่งการให้ กอง สำนักงาน และด่านศุลกากรทุกแห่ง เข้มงวดในการตรวจสอบประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก หรือของที่มีการสำแดงพิกัด หรือมีรูปลักษณ์ ใกล้เคียงกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเพื่อป้องกันการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงทางศุลกากร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;กรณีที่ตรวจพบการกระทำความผิดทางศุลกากรที่เกี่ยวกับของประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก กรมศุลกากรจะดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป โดยไม่เปรียบเทียบงดการฟ้องร้องในชั้นศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมามีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก พอถูกกรมศุลกากรจับได้ ก็ยอมเสียค่าปรับโดนยึดของกลางก็จบกันไป แต่ตอนนี้กรมศุลกากรไม่ให้ยอมความในชั้นศุลกากรอีกแล้ว จะส่งฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งและอาญาทันที&amp;quot; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในช่วงปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561-2562&amp;nbsp;กรมศุลกากรสามารถจับกุมคดีลักลอบและหลีกเลี่ยงนำเข้าเศษพลาสติกได้ทั้งสิ้น&amp;nbsp;103&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด&amp;nbsp;17.5&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;4,043&amp;nbsp;ตัน) โดยในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;จับกุมได้ถึง&amp;nbsp;86&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น&amp;nbsp;14.5&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;3,664&amp;nbsp;ตัน) และในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2562 (ต.ค.2561 &amp;ndash;พ.ค.2562)&amp;nbsp;สามารถจับกุมได้แล้วถึง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;379&amp;nbsp;ตัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40172</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กฤษฎา จีนะวิจารณะ, ขยะอิเล็กทรอนิกส์, พลาสติก, สิ่งแวดล้อม, สุขอนามัย, เครื่องใช้ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab861a3aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
