<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทส.&#039; ขยับมาตรการ &#039;ส่งคืนขยะคนอื่น ห้ามนำเข้าบ้าน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขยะอิเล็กทรอนิกส์ปัญหามลพิษใหญ่ของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจัดเป็นวัตถุอันตรายชิ้นส่วนต่างๆ ของโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ หรือมือถือ มีโลหะหนักเป็นส่วนประกอบ ถ้าจัดการไม่เหมาะสมและเกิดการรั่วไหลปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในพื้นที่และระบบนิเวศจากสารพิษตกค้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพรวมไทยยังเผชิญปัญหาการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งไม่มีระบบการบริหารจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบวงจรตั้งแต่การเก็บรวบรวม คัดแยกหรือถอดแยกการขนส่งรีไซเคิล และกำจัด มีการทิ้งปะปนกับขยะมูลฝอยและขายให้เหล่าซาเล้งหรือร้านรับซื้อของเก่า นอกจากนี้มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการคัดแยกซากขยะพิษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญประชาชนยังไม่มีความตระหนักว่าซากผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นของเสียอันตราย ต้องจัดการอย่างถูกวิธีเท่านั้นถึงจะปลอดภัย ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกซากผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ปัญหาใหญ่ อปท.ส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบการคัดแยก เก็บขนและกักเก็บขยะพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เศษพลาสติกจำนวนมากกองทิ้ง ขาดการจัดการอย่างถูกหลักวิชาการ ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่พูดถึงปัญหาการลักลอบนำเข้า-ส่งออกซากขยะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองจากต่างประเทศ และนำมารีไซเคิลอย่างไม่ถูกต้อง ขยะพิษจึงเป็นวาระระดับประเทศ เพราะเป็นระเบิดเวลา ก่อความเสียหายด้านมลพิษอากาศ ดินและน้ำ การบริหารจัดการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหายังต้องเดินหน้าต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุนี้ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อวันก่อน โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธกล่าวว่า คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะมาตรการ แนวทาง และติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ ติดตามงานและความคืบหน้าแผนบริหารจัดการขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งและขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศให้ลดลงตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งแนวทางจะไม่มีการนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทยอีก หลังการประชุมครั้งแรกช่วงต้นปีได้ตั้งคณะทำงาน 3 คณะมาสนับสนุนการทำงานของอนุกรรมการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งที่ 2/2563 มีวาระเพื่อพิจารณามาตรการการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ, มาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติก, (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติก และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วราวุธ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้ตั้งเป้าจะไม่นำเข้าซากพลาสติกหรือซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศอีกต่อไปเพราะพบว่ามีการนำเข้าซากพลาสติกเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2561 นำเข้าในปริมาณ 552,912 ตัน และปี 2562 นำเข้าในปริมาณ 323,167 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งนำเข้าในปริมาณ 152,738 ตัน และมีการส่งออกพลาสติกไปยังต่างประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องลดปริมาณขยะเหล่านี้ลงเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งส่งตัวเลขปริมาณการนำเข้าเศษพลาสติก ประเภทของเศษพลาสติก เพราะพบว่าไม่ได้มีการนำเข้าเศษถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียว มีเศษพลาสติกอื่นด้วย รวมถึงข้อมูลความต้องการอุปโภคพลาสติกของผู้ประกอบการภายในประเทศ เศษพลาสติกในประเทศมีวัตถุดิบเพียงพอกับกลุ่มธุรกิจในประเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ประกาศเป้าหมายการผลักดันขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์ขยะอิเล็กทรอนิกส์ รมว.ทส.กล่าวว่า การนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2560 นำเข้าในปริมาณ 54,260 ตัน และในปี 2561 ในปริมาณ 38,404 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีปริมาณนำเข้า 1,986 ตัน ก่อนที่จะมีนโยบายห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ตกค้างในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชุมครั้งนี้ได้หารือกรมศุลกากรเพื่อปรับปรุงแนวทางจัดการแทนที่จะจัดประมูล สามารถส่งกลับประเทศต้นทางเลยได้หรือไม่&amp;nbsp; รวมถึงกรณีส่งสินค้ามาอย่างไม่ถูกต้อง ให้ส่งกลับเพื่อไม่ให้กลายเป็นว่าหน่วยงานของไทยต้องมาเก็บขยะของคนอื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะต้องมีการวางแผนบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ต้องมีการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์จากครัวเรือนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดที่ใหญ่ที่สุดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติกนั้น&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กรมควบคุมมลพิษจัดประชุมหารือถึง 4 ครั้ง มีข้อเสนอจากที่ประชุม โดยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; อย่างกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอห้ามนำเข้าเศษพลาสติก PVC ในทุกกรณี สำหรับเศษพลาสติกชนิดอื่นๆ เห็นควรให้อนุญาตนำเข้าได้ไม่จำกัดปริมาณ เฉพาะผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตและอยู่ในเขตประกอบการเสรีของ กนอ. และต้องเป็นการนำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จุดรับทิ้งจากซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า กรมควบคุมมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถาบันพลาสติกเสนอห้ามนำเข้าขยะพลาสติกเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการนำขยะจากต่างประเทศมาทิ้งในประเทศ การนำเข้าเศษพลาสติกต้องเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกเท่านั้น ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ โรงงานที่ได้รับอนุญาตนำเข้าต้องผ่านการรับรอง EIA หรือ EHIA การนำเข้าเศษพลาสติกต้องกำหนดว่าเป็นเศษที่สะอาด ด้านสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเสนอภาครัฐห้ามนำเข้าเศษพลาสติก เพราะนำเข้าในปริมาณมากส่งผลต่อความต้องการใช้เศษพลาสติกในประเทศลดน้อยลง แรงจูงใจในการรีไซเคิลลดลง เพราะราคารับซื้อเศษพลาสติกในประเทศตกต่ำขัดกับนโยบายของรัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะ อีกทั้งภาครัฐควรสนับสนุนใช้พลาสติกรีไซเคิลภายในประเทศในการผลิตสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านกรมควบคุมมลพิษเสนอไม่อนุญาตให้นำเข้าเศษพลาสติกกรณีที่มีเศษพลาสติกในประเทศเพียงพอ ถ้าอนุญาตให้นำเข้าต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยพิจารณาอนุญาตนำเข้าในปริมาณที่เหมาะสมและใช้เศษพลาสติกในประเทศร่วมด้วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการส่งเสริมการใช้เศษพลาสติกภายในประเทศ ภายใต้โรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 ซึ่งมี 2 เป้าหมาย คือ ลดและเลิกใช้พลาสติกเป้าหมายด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ 100% ภายในปี 2570 โดยมีพลาสติกเป้าหมาย 7 ชนิด ประกอบด้วย ถุงพลาสติก, บรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว, ขวดพลาสติกทุกชนิด, ฝาขวด, แก้วพลาสติก, ถ้วย ถาด กล่อง และช้อน ส้อม มีดพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76599</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ขยะพิษ, ขยะอิเล็กทรอนิกส์, ขยะเศษพลาสติก, ทส., โรดแมปจัดการขยะพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f539d5a8b7c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้&#039;ขยะอิเล็กทรอนิกส์&#039; หยุดขนมลพิษเข้าบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยต้องสร้างมาตรฐานการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่ทะลักเข้ามากำจัดในประเทศไทย เป็นวาระเร่งด่วนและต้องการการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพราะขยะพิษที่จัดการอย่างไม่ถูกต้อง สร้างมลพิษมหาศาลต่อสิ่งแวดล้อมสุขภาพอนามัยของประชาชน และสารอันตรายยังตกค้างอยู่ในสภาพแวดล้อมเป็นร้อยๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซากขยะเหล่านี้ถ้าเผาสายไฟเอาทองแดงไปขาย ทำให้เกิดไอระเหยของพลาสติกและโลหะต้นเหตุของโรคมะเร็ง ถ้าเผาแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อหลอมตะกั่วและทองแดง ไอตะกั่วจะแพร่กระจายสู่อากาศ จนถึงสะสมในดินและน้ำ หากใช้กรดสกัดโลหะมีค่าจากแผงวงจรแบบไร้การบำบัด ทำให้น้ำเสียปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ ชาวบ้านทั้งเด็กและคนสูงอายุไม่รู้กี่ชีวิตจะถูกสารพิษเหล่านี้ ผลพวงมาตรการตรวจสอบดูแลที่ไร้ประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม้เวลานี้รัฐบาลจะล้อมคอกปัญหาขยะพิษสั่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 เกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ คุมเข้มการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าไทย ก่อนไทยจะเป็นบ่อขยะพิษโลก แต่จากข้อมูลพบว่า ขยะพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งจาก 35 ประเทศเข้าไทย และกระจายอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 20 จังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ กรรมการสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วสท.

ศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และกรรมการสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.) &amp;nbsp; กล่าวว่า มีความเป็นห่วงไทยรับขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นภาระและเกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งที่บ้านเราปัญหาขยะรุนแรงอยู่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ยังแก้ไม่หมด กลับปล่อยให้ต่างประเทศขนขยะพิษเข้ามากำจัดในบ้าน &amp;nbsp; ขณะนี้รัฐบาลให้ระงับการนำเข้าชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่นำเข้าได้ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.ธเรศ ให้ข้อมูลมี 3 ลักษณะ จากการนำเข้าตามตามข้อตกลงในอนุสัญญาบาเซล นำเข้าเพื่อซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ electronic use เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่าง หม้อหุงข้าวใช้แล้ว เครื่องเล่นไฟฟ้า เครื่องถ่ายเอกสาร อีกส่วนมีการสำแดงเท็จนำเศษพลาสติกเข้ามาเพื่อกลับมาใช้ใหม่ในอุตสาหกรรมพลาสติก ประเภท 53 แต่กลับมีการนำซากอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแทน ซึ่งผิดกฎหมาย ที่จริงแล้วถ้ามีการนำเข้าให้ชัดเจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างสุจริต ปัญหาขยะพิษจะไม่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ปัจจุบันโรงงานแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้ามาเปิดและลักลอบนำเข้ามีกว่า 148 โรง มีโรงงานคัดแยกขยะพิษที่ดำเนินการด้วยหลักวิชาการตามอนุสัญญาบาเซลเพียง 2 โรงเท่านั้น โรงงานอื่นๆ ไม่มีความสามารถคัดแยกขยะพิษ ไม่มีระบบควบคุมถูกต้องจะทำให้มีสารอันตรายออกสู่สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทั้งนี้ โควต้านำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้องมี 2 แสนตัน ปัจจุบันเข้ามาแล้ว 9 หมื่นตัน ปริมาณที่เหลือ ขณะนี้รัฐบาลให้ระงับชั่วคราวเพื่อตรวจสอบให้เรียบร้อย &amp;quot; ดร.ธเนศ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความคืบหน้าล่าสุดเพื่อให้การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์มีระบบตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ศ.ดร.ธเรศ เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะมาตรการและแนวทางการดำเนินการ ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;พร้อมทั้งกำกับ ดูแล &amp;nbsp;ติดตามและ ตรวจสอบการทำงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ &amp;nbsp;ประสานความร่วมมือจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ &amp;nbsp;และหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด คาดว่าจะมีผลภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; อย่างไรก็ตาม ทาง วสท. ซึ่งมีองค์ความรู้ระบบการจัดการ คัดแยกซากอิเล็กทรอนิกส์ในระบบปิด รวมถึงมีศักยภาพติดตามตรวจสอบยินดีร่วมเป็นคณะทำงานเสนอแนะการดำเนินงานเพิ่ม เห็นว่า แนวทางจัดการขยะพิษยังขาดมาตรการผลักดันขยะออกนอกประเทศตามอนุสัญญาบาเซล ในกฎระเบียบข้อ 8 จะต้องประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อดำเนินการโดยเร็ว &amp;nbsp;ขณะนี้ที่ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ &amp;nbsp;มีการคัดแยกระบบเปิด ผิดกฎหมาย &amp;nbsp;ชิ้นส่วนมีทั้งถูกถอดทิ้งแม่น้ำชี ขนไปทิ้งบนที่รกร้างว่างเปล่า รวมถึงเผาในที่โล่งแจ้ง ทำให้เกิดมลภาวะอากาศและน้ำเสีย &amp;quot; &amp;nbsp;ศ.ดร.ธเรศ ผู้แทน วสท.เสนอถึงหน่วยงานและรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นเมือง โรงงานลักลอบกำจัดไร้มาตรฐาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากระงับนำเข้าซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ทำตามอนุสัญญาบาเซล รวมถึงกลุ่มสำแดงเท็จแล้ว ข้อเสนอระยะสั้น ผู้เชี่ยวชาญมลพิษสิ่งแวดล้อมคนเดิม เห็นว่า ปัจจุบันเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากขยะพิษตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โรงงานนำขยะมาซุกไว้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคอีสาน สารตะกั่วเกิดการปนเปื้อนสู่ดิน น้ำ และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในโรงงาน ชุมชนรอบโรงงาน เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเหมือนกรณีคลิตี้ &amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่ต้องร้องเรียนมายังหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้ตรวจสอบ คำถามที่จะตามมาใครรับผิดชอบฟื้นฟู เสนอให้จัดตั้งกองทุนซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ สนับสนุนการกำจัดกากอุตสาหกรรมและฟื้นฟูเยียวเพื่อให้การแก้ปัญหาทันต่อเหตุการณ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ดร.ธเนศ วีระศิริ &amp;nbsp;นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;แม้มีนโยบายชัดเจนผลักดันการเติบโตดิจิตอล แต่ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีเสื่อมสภาพ กลายเป็นขยะสะสมปริมาณมาก ต้องมีระบบกำจัดที่ถูกต้อง ไม่ใช่จบที่ฝังกลบ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะสั้นให้เร่งรัดร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ร่าง กม.นี้ กำหนดผู้รับผิดชอบไว้ทั้งหมด ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม ประชาชน ระยะยาวต้องสนับสนุนให้สร้างโรงงานคัดแยกและกำจัดซากอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานเป็นเขตอุตสาหกรรมคัดแยกหรือโซนนิ่ง ไม่กระจายโรงงานไปทั่วประเทศ &amp;nbsp;ข้อเสนอสุดท้ายยกเลิกนำเข้าซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมก่อนมหันตภัยจะรุนแรงกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์มีสารตะกั่วผลกระทบสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12440</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ขยะอิเล็กทรอนิกส์, การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์, ขยะเศษพลาสติก, ดร.ธเนศ วีระศิริ  นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย, ศ.ดร.ธเรศ ศรีสถิตย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b378a4fa3136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
