<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ขยาย4เลนทางหลวงหมายเลข 33 บ.ภาชี – บ.หินกองเชื่อมเดินทาง2จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่าสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 33 สาย อ.บางปะหัน &amp;ndash; อ.นครหลวง &amp;ndash; อ.ภาชี &amp;ndash; บ.หินกอง ตอน บ.ภาชี &amp;ndash; บ.หินกอง ตอน 2 ตามแผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ กิจกรรมเร่งรัดขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร (ระยะที่ 2) เริ่มต้นที่ กม.69+250 ตำบลภาชี อำเภอภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; สิ้นสุดการก่อสร้างที่ กม.81 ที่ บ.หินกอง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี รวมระยะทางยาวประมาณ 11.75 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางหลวงสายนี้มีทั้งหมด 2 ตอน โดยตอนที่ 1 ระยะทาง&amp;nbsp; 14.97 กิโลเมตร มีความคืบหน้าการก่อสร้างแล้วกว่าร้อยละ 80 คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนพฤษภาคม 2564 โครงการก่อสร้างดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 สายสุพรรณบุรี &amp;ndash; อรัญประเทศ (เขตแดนไทย/กัมพูชา) เป็นทางหลวงสายสำคัญที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออกในประเทศไทย&amp;nbsp; สายทางเริ่มต้นในจังหวัดสุพรรณบุรี และสิ้นสุดที่ชายแดนประเทศกัมพูชา อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับลักษณะโครงการก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร (ไป &amp;ndash; กลับข้างละ 2 ช่องจราจร) โดยปรับปรุงและขยายตามคันทางเดิมจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต ผิวจราจรกว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทางชนิดเดียวกับผิวทาง ด้านนอกกว้างข้างละ 2.5 เมตร เกาะกลางแบบยก กว้าง 4.6 เมตร และ 5.1 เมตร (ตามความกว้างของเขตทางหลวง)&amp;nbsp; และถนนย่านชุมชนได้ออกแบบให้เป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.25 ม. ไหล่ทาง 2.75 ม. เกาะกลางแบบยก กว้าง 4.6 ม. และ 8 ม. รวมงานไฟฟ้าแสงสว่างและไฟสัญญาณจราจร&amp;nbsp; งบประมาณ 628,997,580 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงการเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทย เพื่อให้มีประสิทธิภาพสามารถรองรับการจราจรที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต และมีความปลอดภัยในการใช้ทางมากยิ่งขึ้น ช่วยส่งเสริมศักยภาพการกระจายความเจริญทางด้านเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90295</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), ขยายถนน, ทางหลวงหมายเลข 33</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_600661515c202.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กรมทางหลวงลุ้นกระทรวงทรัพยากรฯไฟเขียวเข้าพื้นที่ขยายถนนทล.348ช่วงเขาช่องตะโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค. 2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล.ได้เสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 348 และหมายเลข 3486 เชื่อมโยง อ.อรัญประเทศ-อ.นางรอง ระยะทางประมาณ48 กิโลเมตร (กม.) รวมถึงช่วงที่ผ่านพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (รวมบริเวณเขาช่องตะโก) ซึ่งได้ตัดผ่านสภาพภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่สำคัญ คือ พื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ บริเวณเขาช่องตะโก ระยะทางประมาณ 3 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นช่วงรอยต่อขึ้น-ลงเขา ระหว่าง จ.บุรีรัมย์ และ จ.สระแก้ว โดยจะดำเนินการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจรไป-กลับ เป็น 4 ช่องจราจรไป-กลับตลอดเส้นทาง ตามนโยบายและการผลักดันของนายศักดิ์สยามชิดชอบ รมว.คมนาคม ในการอำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งยังสนับสนุนการขนส่งสินค้าอีกด้วย ประกอบกับเส้นทางดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่มีความสำคัญเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) และภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวนั้น ทล.ได้เสนอไปยังกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา และได้ประสานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ทล.ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมทั้งศึกษารูปแบบในการขยายเส้นดังกล่าว ซึ่งจะใช้ต้นแบบ (โมเดล) ของทางหลวงหมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอความเห็นจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก(กอม.) ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เพื่อให้ ทล.เข้าพื้นที่ไปสำรวจและศึกษาความเหมาะสม ซึ่งคาดว่า จะมีมติเห็นชอบให้ ทล.เข้าพื้นที่ในช่วงต้นปี 2564 หรือรวมใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังจากที่ ทล.ได้เสนอเรื่องไปตั้งแต่ต้นปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ในส่วนของ ทล. นั้น อยู่ระหว่างการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เพื่อนำมาดำเนินการจ้างสำรวจและออกแบบรายละเอียด พร้อมศึกษา EIA ตลอดเส้นทาง ระยะทาง 48 กม. รวมกับเส้นทางโครงการช่วงที่ตัดผ่านเขาช่องตะโก ระยะทาง 3 กม. ทั้งนี้ หาก ทล.ได้รับการอนุมัติให้เข้าพื้นที่ รวมถึงได้รับการจัดสรรงบประมาณในการศึกษาความเหมาะสมโครงการแล้วนั้น จะเสนอรายงานไปยังคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณาอนุมัติแนวทางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะเป็นแนวทางที่มีลักษณะคล้ายกับการดำเนินการก่อสร้างสาย 304 เชื่อมผืนป่าฯ โดยเมื่อศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ ทล.จะเสนอโครงการฯ ไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขออนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างภายในปี 2567 ส่วนจะใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้น ต้องขึ้นอยู่ที่ผลการศึกษาโครงการฯ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างในปี 2568 และแล้วเสร็จภายในปี 2571&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับเส้นทางดังกล่าว ในตอนนี้ ยังเป็นอุปสรรคหลักต่อการเดินทาง และการขนส่งสินค้า เนื่องจากเส้นทางช่วงที่ผ่านเขาช่องตะโก มีขนาด 2 ช่องจราจร คันทางแคบ ลาดชัน คดเคี้ยว รวมถึงมีปริมาณจราจรหนาแน่น และเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึง ทล.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกในการใช้เส้นทาง&amp;rdquo; นายสราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า ทล.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและคำนึงถึงการพัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงคมนาคมบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 348 ช่วงช่องเขาตะโก เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดการสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้ทาง ทั้งยังช่วยเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ รวมถึงอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ ภายใต้การพัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงคมนาคมควบคู่ไปกับใส่ใจและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ทล. แจ้งว่า ในส่วนของค่าก่อสร้างโครงการฯ นั้น ยากที่จะประมาณการณ์ในขณะนี้ เนื่องจากการศึกษารูปแบบการก่อสร้าง จะขึ้นอยู่กับมาตรการที่ต้องดำเนินการ เพื่อป้องกันผลกระทบกับมรดกโลก (ทางเชื่อมผืนป่า/ทางสัตว์ข้ามหรือลอด) เช่น สาย 304 ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ระยะทางประมาณ 3 กม. ค่าก่อสร้างประมาณ 1,320 ล้านบาท ฯลฯ สำหรับเส้นทาง ทล.348 เป็นเส้นทางเชื่อม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว-อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ระยะทางประมาณ 140 กม. ช่วงที่ตัดผ่านเขาช่องตะโก ระยะทางประมาณ 3 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางตัดผ่านพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 2 และอุทยานแห่งชาติตาพระยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ บริเวณเขาช่องตะโก ปัจจุบันเป็นทาง 2 ช่องจราจร ผิวทางกว้าง 6 เมตร ไม่มีไหล่ทาง ความลาดชันเฉลี่ย 6% ส่วนปริมาณการจราจรที่สัญจรผ่านเขาช่องตะโก ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 9-13 ธ.ค. 2563 (5 วัน) ที่ผ่านมา พบว่า มีปริมาณการจราจรรวม 39,650 คัน แบ่งเป็น ขาเข้าจำนวน 21,788 คัน และขาออก จำนวน17,862 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายถนน, สราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.), เขาช่องตะโก, โครงข่ายทางหลวงหมายเลข 348</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff25c8679fe7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงชนบท ขยายถนนทางเข้าพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ วัดป่าบ้านตาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 กรมทางหลวงชนบท ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 &amp;ndash; พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพิ่มความสะดวกรวดเร็วปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางมายังพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ (หลวงตาพระมหาบัวญาณสัมปันโน) วัดป่าบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี รวมทั้ง สนับสนุนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ในการรองรับโครงการพัฒนาด้านคมนาคมให้เกิดความสมบูรณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ให้รายละเอียดว่า กระทรวงคมนาคมได้รับหนังสือขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ของถนนสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 &amp;ndash; พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ (หลวงตาพระมหาบัวญาณสัมปันโน) ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพื่อรองรับปริมาณการจราจรของพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปเดินทางมาสักการะบูชาพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ ให้มีความสะดวกรวดเร็วปลอดภัยสอดคล้องกับจำนวนของผู้ที่จะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ในอนาคตและเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยในการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนา ยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บรรเทาปริมาณการจราจรของถนนทางหลวง แก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดบริเวณทางแยกและพัฒนาเป็นทางลัด ทางเลี่ยง ระหว่างอำเภอ ตลอดจนบรรเทาปริมาณการจราจรบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ได้อีกทางหนึ่ง
โดยโครงการดังกล่าวมีการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ระบบไฟแสงสว่างตลอดสายทาง
มีระยะทางรวม 7.395 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งการก่อสร้างออกได้ดังนี้

ช่วง กม.ที่ 0+000 เชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (กม.ที่ 447) รูปแบบโครงการเป็นถนนผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ช่องจราจร ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ความยาว 800 เมตร มีเกาะกลาง

ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 1+100 (กรณีเขตทาง 60 เมตร) รูปแบบโครงการเป็นถนนผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต 4 &amp;ndash; 6 ช่องจราจร ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร มีเกาะกลางแบบยก กว้าง 11 เมตร ปรับปรุงภูมิทัศน์ ภูมิสถาปัตยกรรม บริเวณเกาะกลางและวงเวียน

ช่วง กม.ที่ 1+100 ถึง กม.ที่ 7+395 (กรณีเขตทาง 20 &amp;ndash; 30 เมตร) รูปแบบโครงการเป็นถนนผิวจราจร
แอสฟัลติกคอนกรีต 4 ช่องจราจร ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1.50 &amp;ndash; 2.50 เมตร มีเกาะกลางแบบยก กว้าง 1.60 &amp;ndash; 4.60 เมตร

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับสภาพชั้นดินใต้ชั้นโครงสร้างทาง โดยคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2565 ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 333.466 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84986</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท (ทช.), ขยายถนน, วัดป่าบ้านตาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdf7b26d36c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 07:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 07:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะเวนคืนที่ดิน 350 ไร่สร้างถนนเชื่อม &#039;นครอินทร์-ศาลายา&#039; แก้รถติดบนถนนกาญจนาภิเษก และบรมราชชนนี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ต.บางใหญ่ ต.บางม่วง อ.บางใหญ่, ต.บางคูเวียง ต.ปลายบาง ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งเป็นการกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว ประมาณ 350 ไร่ และมีอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ถูกเวนคืน ประมาณ 87 รายการ สำหรับดำเนินการก่อสร้างถนนใหม่ของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เชื่อมระหว่างทางหลวงชนบท นฐ.5035 กับทางหลวงชนบท นบ.1020 หรือถนนนครอินทร์ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนกาญจนาภิเษก และถนนบรมราชชนนี รวมถึงรองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและสังคมใน จ.นนทบุรี และจ.นครปฐมในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการถนนเชื่อมต่อถนนนครอินทร์-ศาลายา จ.นนทบุรี และ จ.นครปฐม ทช.ได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างถนนใหม่ ขนาด 6 ช่องจราจร โดยจะใช้งบประมาณ 8,722 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ 29 ล้านบาท ค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ 4,392 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง 4,301 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ทช. ยังได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีผู้เห็นด้วย 83.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ตามที่นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมานั้น กระทรวงคมนาคม ได้นำเสนอระบบโลจิสติกส์ของไทย อาทิ โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (แลนด์บริดจ์) ระหว่างท่าเรือจังหวัดชุมพรกับท่าเรือจังหวัดระนอง ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โดยนายหวัง อี้ ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจัดทำรายละเอียด และเพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้เตรียมข้อมูลเพื่อนำเสนอในโอกาสต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81302</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), ขยายถนน, นครอินทร์-ศาลายา, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f747cb22bd8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ขยายถนน4เลน สาย อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ – อ.พุทไธสง  จ.บุรีรัมย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่าสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 202 สาย อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ &amp;ndash; อ.พุทไธสง อยู่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีทั้งหมด 2 ตอน แล้วเสร็จ ระหว่าง กม.92 &amp;ndash; กม.121 ระยะทางยาวประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 202 สายชัยภูมิ &amp;ndash; เขมราฐ เป็นทางหลวงแผ่นดินแนวตะวันตก &amp;ndash; ตะวันออก

อย่างไรก็ตามซึ่งปัจจุบันมียานพาหนะของผู้ใช้ทางสายนี้เป็นจำนวนมากและมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นเพิ่มขึ้นทุกๆปี ทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัด การเดินทางของผู้ใช้เส้นทางล่าช้า และบางครั้งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย กรมทางหลวงจึงได้ปรับปรุงทางหลวงช่วงดังกล่าวเป็น 4 ช่องจราจร ซึ่งเป็นการปรับปรุงและเพิ่มความแข็งแรงของชั้นโครงสร้างให้ดีขึ้นและถูกต้องตามหลักวิศวกรรมเพื่อรองรับปริมาณจราจรในปัจจุบัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;



ทั้งนี้ในส่วนของลักษณะโครงการ เป็นการก่อสร้างขยายเส้นทางจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร แบ่งทิศทางจราจรไปกลับด้วยเกาะกลางถนนแบบเกาะยก และแบบกดต่ำเป็นร่อง ความกว้างช่องจราจร 3.5 เมตร ข้างละ 2 ช่อง ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.5 เมตร คันทางกว้างรวม&amp;nbsp; 11 เมตร เป็นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต งบประมาณ 1,066,956,253 บาท

สำหรับโครงการดังกล่าวเมื่อแล้วเสร็จ จะช่วยเสริมศักยภาพด้านคมนาคมขนส่งทางถนนระบบโลจิสติกส์ รวมทั้งแก้ไขปัญหาด้านการจราจรติดขัดบนทางหลวง 202 ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณจราจรสูง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและช่วงที่มีวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกและปลอดภัย กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)&amp;nbsp;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81229</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, กรมทางหลวง (ทล.), ขยายถนน, นายสราวุธ ทรงศิวิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e7f0d98adc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินทางสะดวก ทช.ลุยขยายถนนโคราชเชื่อมมิตรภาพยาว21กม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.63-นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชน(ทช.)เปิดเผยว่ากรมฯได้ดำเนินการขยายผิวจราจรและไหล่ทาง ถนนทางหลวงชนบทสาย นม.1001 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 &amp;ndash; โรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม สนับสนุนโครงการรถไฟทางคู่ เพิ่มศักยภาพการเดินทางสู่สถานีรถไฟชุมทางบัวลายและบัวใหญ่ ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายปฐม กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการขยายผิวจราจรและไหล่ทาง ถนนทางหลวงชนบทสาย นม.1001 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 &amp;ndash; โรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีจุดเริ่มต้นโครงการ กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 21+979 ระยะทางรวม 21.979 กิโลเมตรโดยขยายถนนเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 2 และ 4 ช่องจราจร ผิวจราจรกว้าง 7 &amp;ndash; 14 เมตร พร้อมไหล่ทางกว้างข้างละ 1 &amp;ndash; 2.5 เมตร พร้อมก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 2 แห่ง

อย่างไรก็ตามปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 79 %เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งป้ายจราจรและระบบไฟฟ้าแสงสว่าง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนมกราคม 2564ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 128.998 ล้านบาท

ทั้งนี้เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จนอกจากจะเป็นเส้นทางสนับสนุนโครงการรถไฟทางคู่ สายกรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา &amp;ndash; ชุมทางบัวใหญ่ &amp;ndash; ชุมทางบัวลาย &amp;ndash; หนองคาย แล้ว ยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) กับอำเภอบัวลาย,บัวใหญ่ เพื่อให้ประชาชนเดินทางไปยังจังหวัดชัยภูมิได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายถนน, จ.นครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9c8d7c53a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบช่องนายกฯลงพื้นที่ &#039;ศักดิ์สยาม&#039;ลุยเสนอแผนลงทุนขยายสนามบินบุรีรัมย์-ถนน4 เลนส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าสำหรับการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี พ.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์นั้น กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอแผนพัฒนาถนน 4 ช่องจราจรในจังหวัดเพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ตลอดจนเพิ่มความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดตัวเลขอุบัติเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เตรียมเสนอแผนพัฒนาสนามบินบุรีรัมย์ โดยเฉพาะการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่สอง วงเงิน 750 ล้านบาท และการขยายรันเวย์เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ ให้สามารถลงจอดได้
นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า สำหรับเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมนั้นต้องเร่งแก้ไขความแออัดภายในสนามบินหลักของประเทศ ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 180 ล้านคนต่อปี ซึ่งตามแผนยุทธศาสตร์ชาตินั้นรัฐบาลมีแผนก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ อาทิ เมืองการบินอู่ตะเภา วงเงิน 200,000 ล้านบาท สนามบินภูเก็ตแห่งที่สอง และสนามบินเชียงใหม่แห่งที่สอง วงเงินลงทุนรวม 125,000 ล้านบาท เพราะประเทศเราต้องมองไปข้างหน้าเพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวของประเทศซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างส่วนประเด็นที่สังคมบางฝ่ายมองว่ารัฐมนตรีว่าการคมนาคมจากพรรคภูมิใจไทยนั้นทุ่มงบระมาณมาลงที่จังหวัดบุรีรัมย์มากเกินไปหรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า การลงทุนของกระทรวงคมนาคมมีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการไว้อย่างเป็นลำดับในทุกจังหวัด ไม่มีการทุ่มงบลงในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งอย่างแน่นอน โดยจะให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่เท่าเทียมกัน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพุธ ที่21สิงหาคม นี้ นายศักดิ์สยาม จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน หรือ ทอท. เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองตามข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวจากมาตรการ &amp;ldquo;ยกเว้นวีซ่า&amp;rdquo; หรือ Visa on Arrival : VoAแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียที่เดินทางมาไทย กำหนดให้พำนักในไทยได้ 15 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1พฤศจิกายน 2562 &amp;ndash; 31ตุลาคม 2563 ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นกรุ๊ปทัวร์กระจุกตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอวีซ่าแบบ VoA ส่งผลให้เกิดความแออัดที่สนามบิน โดยเฉพาะที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43729</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายถนน, ขยายสนามบินบุรีรัมย์, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190217/image_big_5c68d2142122a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
