<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 23:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 23:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นขยายภาวะฉุกเฉินถึงสิ้นเดือน นายกฯยันจัดโอลิมปิกแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลญี่ปุ่นขยายภาวะฉุกเฉินที่กรุงโตเกียวกับอีก 3 พื้นที่ต่อไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ที่ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกจำนวนมาก นายกฯ โยชิฮิเดะ ซูกะ ยืนยันจัดโอลิมปิกตามกำหนดในอีกไม่ถึง 2 เดือน ขณะฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิกล่ารายชื่อได้มากกว่า 230,000 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ โยชิฮิเดะ ซูกะ แถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ถึงการตัดสินใจขยายภาวะฉุกเฉินออกไปถึงสิ้นเดือนนี้ (Photo by Hiro Komae - Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศขยายภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียว, จังหวัดโอซากา, เฮียวโงะ และเกียวโต ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ออกไปจากกำหนดเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 11 พฤษภาคม เป็นวันที่ 31 พฤษภาคม หรือไม่ถึง 2 เดือนก่อนถึงพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน โตเกียวเกมส์ 2020 ในวันที่ 23 กรกฎาคม ซึ่งเลื่อนจัดจากปีที่แล้วเพราะสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ซูกะ แถลงที่กรุงโตเกียวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเคยคาดหวังว่าภาวะฉุกเฉินที่ &amp;quot;สั้นและทรงพลัง&amp;quot; จะช่วยให้ควบคุมคลื่นการแพร่เชื้อลูกที่ 4 ของญี่ปุ่นได้ แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเมืองใหญ่ๆ เช่นโตเกียวและโอซากา ยังคงสูงอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ จังหวัดโอซากามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,005 คน ส่วนโตเกียวติดเชื้อเพิ่มอีก 907 คน รายงานของเอ็นเอชเคกล่าวว่า ที่สถานดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในโอซากา มีผู้พักอาศัยที่นั่นติดเชื้อไวรัสโควิด 61 คน และมี 14 คนเสียชีวิตระหว่างรอการส่งตัวเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการญี่ปุ่น ถึงขณะนี้ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อสะสม 618,197 ราย เสียชีวิต 10,585 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้ภาวะฉุกเฉินที่ขยายออกไปอีกนี้ บาร์ ร้านอาหาร ร้านโคราโอเกะ และสถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องปิดบริการต่อไปอีก แต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่จะสามารถเปิดได้ใหม่ในช่วงเวลาที่สั้นลง ส่วนที่โตเกียวและโอซากาที่สถานการณ์รุนแรง ศูนย์การค้าขนาดใหญ่จะยังปิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศเมื่อวันศุกร์ยังเพิ่มจังหวัดไอจิ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ และจังหวัดฟุกุโอกะ ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ภายใต้ภาวะฉุกเฉินด้วย ส่วนจังหวัดฮอกไกโดและอีก 2 จังหวัดถูกเพิ่มในภูมิภาคกึ่งภาวะฉุกเฉิน ที่ตอนนี้รวมเป็น 8 จังหวัด จาก 47 จังหวัดของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ซูกะยังตอบคำถามเกี่ยวกับความไม่สบายใจของประชาชนเกี่ยวกับโอลิมปิกด้วย โดยเขาย้ำจุดยืนเดิมว่า ญี่ปุ่นสามารถจัด &amp;quot;โอลิมปิกที่ปลอดภัยมั่นคง&amp;quot; ได้ ในขณะที่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันศุกร์ มีประชาชนลงชื่อผ่านคำร้องทางออนไลน์เพื่อขอให้ยกเลิกการแข่งขันโอลิมปิกแล้วมากกว่า 230,000 คน แต่ซูกะกล่าวว่า เขารับทราบเกี่ยวกับความวิตกนี้ แต่ญี่ปุ่นกำลังทุ่มเทความพยายามทั้งหมดเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ ผู้จัดการแข่งขันโอลิมปิกกำลังพิจารณามาตรการหลายอย่างเพื่อปกป้องสุขภาพและชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ญี่ปุ่นไม่ได้เผชิญการระบาดที่หนักหน่วงเท่ากับอีกหลายประเทศ แต่โครงการฉีดวัคซีนกลับคืบหน้าอย่างเชื่องช้า ถึงเวลานี้มีเพียง 2% ของประชากรราว 126 ล้านคนเท่านั้นที่ได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายภาวะฉุกเฉิน, ญี่ปุ่น, นายกฯ โยชิฮิเดะ ซูกะ, โควิด-19, โตเกียวเกมส์2020, โอลิมปิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_609566fdd9605.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิลีขยายภาวะฉุกเฉินดับสงคราม ยอดสังเวยจลาจลพุ่งเป็น 11 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชิลีขยายภาวะฉุกเฉินในกรุงซันติอาโกและอีก 9 แคว้นทางเหนือและใต้ ประธานาธิบดีเซบัสเตียน ปีเญรา ระบุประเทศอยู่ในภาวะสงคราม จลาจลติดต่อกัน 3 วัน คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ศพ ผู้ประท้วงโดนจับเกือบ 1,500 คน ธุรกิจโรงงานร้านค้าระบบขนส่งมวลชนโดนเผาและปล้นสะดม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจปราบจลาจลที่กรุงซันติอาโกเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562 ว่าประธานาธิบดีปีเญราแถลงทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันอาทิตย์ ภายหลังประชุมฉุกเฉินกับพลเอกฮาเวียร์ อีตูร์เรียกา ผู้รับมอบหมายดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองหลวง ว่าชิลีกำลังทำสงครามกับศัตรูทรงพลังที่ไม่ยอมรามือ ศัตรูที่ไม่เคารพใครหรือสิ่งใดและเต็มใจจะใช้ความรุนแรงและก่ออาชญากรรมอย่างไม่มีขีดจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำชิลียืนยันด้วยว่า รัฐบาลได้ขยายภาวะฉุกเฉินครอบคลุมกรุงซันติอาโกและอีก 9 แคว้นในภาคเหนือและใต้ จากทั้งหมด 16 แคว้นของชิลี เช่น วัลปาไรโซ, เตมูโก และปุนโตอาเรนัส กองทัพยังได้ส่งกำลังทหารรักษาความสงบเรียบร้อยในเมืองเป็นครั้งแรกนับแต่ยุคเผด็จการออกุสโต ปิโนเชต์ ที่ปกครองชิลีระหว่างปี 2516-2533&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงซึ่งมีนักศึกษาเป็นแกนนำ เริ่มต้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นโดยมีชนวนเหตุจากการขึ้นค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชนและปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม แต่สถานการณ์รุนแรงบานปลายเป็นจลาจลตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงปะทะกับเจ้าหน้าที่ และวางเพลิงสำนักงานใหญ่ของบริษัทไฟฟ้า, ธนาคาร, หนังสือพิมพ์เอลเมร์กูรีโอ, สถานีรถไฟใต้ดิน, ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง และธุรกิจร้านค้าอื่นๆ ในเมืองหลวง ทหารและตำรวจราว 9,500 นาย ยิงแก๊สน้ำตาและน้ำแรงดันสูงขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปะทะที่ลุกลามไปในหลายเมือง ทำให้ปีเญรายอมประกาศยกเลิกนโยบายขึ้นค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ และประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อเช้าวันเสาร์ แต่สถานการณ์ยังคงไม่สงบลง และคืนวันเสาร์ พลเอกอีตูร์เรียกาประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลในกรุงซันติอาโก เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 19.00 น. ของวันอาทิตย์ต่อเนื่องถึง 06.00 น. ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น แต่กลุ่มคนจำนวนมากยังคงชุมนุมประท้วงในหลายพื้นที่แม้จะถึงเวลาเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ผู้ก่อจลาจลได้เข้าปล้นสะดมและวางเพลิงโรงงานสิ่งทอแห่งหนึ่งในเมืองเรงกา ชานกรุงทางเหนือ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่า มีคนโดนไฟคลอกเสียชีวิต 5 คนในโรงงานแห่งนี้ ก่อนหน้านั้น อันเดรส แชดวิค รัฐมนตรีมหาดไทยและความมั่นคง ยืนยันว่าการปล้นสะดมและวางเพลิงซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในเครือของวอลมาร์ทที่กรุงซันติอาโกเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้หญิงโดนไฟคลอกเสียชีวิต 2 คน เหยื่อที่เป็นหญิงอีกคน ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่เผยว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาลนั้น บาดเจ็บโดนไฟลวก 75% ของร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ คาร์ลา รูบิลาร์ ผู้ว่าราชการกรุงซันติอาโก แถลงว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มเป็น 11 คนแล้ว โดยพบว่าเมื่อวันเสาร์มีคนเสียชีวิต 3 คน และเมื่อวันอาทิตย์ เสียชีวิต 8 คน ทั่วแคว้นซันติอาโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบขนส่งมวลชนเกือบทั้งหมดในกรุงซันติอาโกใช้การไม่ได้ในวันอาทิตย์ ร้านค้าปิดกิจการ สนามบินระหว่างประเทศเกิดความโกลาหล เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกถูกระงับหรือยกเลิก เนื่องจากลูกเรือและเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานมาทำงานไม่ได้ ทำให้มีผู้คนตกค้างที่สนามบินหลายพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รายงานว่า เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง 103 เหตุการณ์ทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ มีคนถูกจับกุม 1,462 คน แบ่งเป็นที่เมืองหลวง 614 คน และพื้นที่อื่น 848 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชิลีเป็นประเทศที่มีรายได้ต่อหัวประชากรถึง 20,000 ดอลลาร์ สูงที่สุดในลาตินอเมริกา และปีนี้คาดการณ์ว่าจีดีพีจะขยายตัว 2.5% แต่ตัวบ่งชี้ทางสังคมหลายอย่าง เช่น สาธารณสุข, การศึกษาและบำนาญ เผยให้เห็นว่าชิลีมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูงมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายภาวะฉุกเฉิน, จลาจล, ชิลี, ประธานาธิบดีเซบัสเตียน ปีเญรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dadad76d99b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
