<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวดเร็ว บอร์ด กทพ.รับทราบมติครม.คาดเซ็นขยายสัญญาBEM 21 ก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63-นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่าในที่ประชุมได้รายงานมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่เห็นชอบยุติข้อพิพาททางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยให้มีการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน ข้อพิพาทและถอนฟ้องทั้งหมด 17 คดี โดยสัญญาระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A ช่วงรัชดาฯ-พระราม 9 ส่วน B ช่วงพญาไท-บางโคล่ และส่วน C ช่วงแจ้งวัฒนะ-รัชดาฯ จะสิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่าขณะนี้ทั้ง BEM-กทพ.อยู่ระหว่างตรวจสอบสัญญาในส่วนของรายละเอียดกระบวนการ เพื่อความรอบคอบและครบถ้วนสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การจราจร ความปลอดภัย ด้านวิศวกรรม การบำรุงรักษาต่างๆ โดยคาดว่าจะลงนามสัญญาแก้ไข ได้ภายในสัปดาห์นี้ ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด จะช้าไม่ได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญา ในวันที่ 21 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กทพ.และ BEM จะต้องไปดำเนินการถอนฟ้องทั้งหมด 17 คดีโดยเร็วที่สุด ซึ่งหากยังถอนฟ้องไม่เรียบร้อยอาจจะมีการใช้วิธียึดรายได้จาการเก็บค่าผ่านทางไว้ก่อน เพื่อเป็นหลักประกัน และจะคืนให้ภายหลังเมื่อได้มีการดำเนินการถอนฟ้องเรียบร้อยครบทุกคดีแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากก่อนที่จะถอนฟ้องต้องลงนามในสัญญาสัมปทานใหม่ก่อนเพื่อแสดงให้เห็นว่าข้อพิพาททั้งหมดได้ยุติลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสิทธิต่อสัญญานั้นในสัญญาดังกล่าวได้มีการระบุชัดเจนว่าการขยายสัญญาสัมปทานครั้งนี้เป็นการต่อสัญญาตามสิทธิของสัญญาเดิมที่ทาง BEM สามารถเจรจาต่อสัญญาได้ครั้งละ10 ปี 2 ครั้ง ซึ่งหลังจากที่ทาง ครม.มีมติให้ขยายสูงสุด 15 ปี 8 เดือน เท่ากับว่า BEM จะมีสิทธิต่สัญญาแค่ 4 ปี 4 เดือนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ภายในสัปดาห์นี้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้วันไหน เพราะจะต้องดูรายละเอียดและทาง กทพ.และBEM จะต้องเตรียมหนังสือไปเพื่อขอถอดถอนคดีทั้งหมด 17 คดี ที่จะต้องทำคู่กัน รวมถึงทางอัยยการสูงสุดได้เตรียมบุคลากรเพื่อเข้ามาช่วยดำเนินการพิจารณาดังกล่าวด้วย&amp;quot; นายสุรงค์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวต่อว่าที่ประชุม บอร์ดได้มีมติยับยั้งใบลาออกของนายวิชาญ เอกรินทรากุล รองผู้ว่าการฝ่ายกลยุทธ์และแผนงาน ที่ได้มีการยื่นทำหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งใน กทพ. โดยก่อนหน้านี้ได่รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการผู้วว่าฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่จะมีผลในวันที่ 3 มี.ค.2563 แต่ในที่ประชุมคณะกรรมการฯได้ลงความเห็นว่ายังเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเป็นประโยชน์กับ กทพ. ได้ และที่ประชุมได้แต่งตั้งนายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ ทำหน้าที่รักษาการแทนผู้ว่าการ กทพ.ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.นี้ เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าคุณวิชาญมีปัญหาด้านสุขภาพจริง จึงต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาตัวแต่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เพียงแต่ไม่พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการผู้ว่า กทพ.ก็เท่านั้น&amp;rdquo;นายสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่าในส่วนของกระบวนการสรรหาผู้ว่า กทพ.คนใหม่ ที่มี นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ จะได้เร่งการสรรหา โดยนายวิชาญ ได้บอกว่ามีความหมายสมัครใจที่จะรับตำแหน่งนี้ในช่วงที่มีรอยต่อขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57686</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEM, กทพ., ขยายสัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการสภาผู้แทนฯยันขยายเวลาสร้างรัฐสภา 7 ชั่วโคตรให้&#039;ซิโน-ไทย&#039;เหมาะสมแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนฐานะผู้รับผิดชอบต่อโครงการก่อสร้างอาคารัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ได้ลงนามขยายสัญญาว่าจ้างบริษัทซิโน-ไทย &amp;nbsp;เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสครัคชั่น จำกัด ครั้งที่ 4 แล้ว เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ช่วงค่ำๆ หลังจากที่สัญญารอบที่ &amp;nbsp;3 จะสิ้นสุดลงวันที่ 15 ธ.ค.นี้ โดยการขยายสัญญาว่าจ้างรอบที่ 4 ซึ่งให้ระยะเวลา 382 วัน ตั้งแต่ วันที่ 16 ธ.ค. 2562 ถึง วันที่ 31 ธ.ค. 2563 พิจารณาตามเหตุผลด้วยความเหมาะสม เพราะทางสำนักงานเป็นฝ่ายผิด ทั้งนี้ การพิจารณาขยายสัญญาให้ดังกล่าวไม่ได้ทำตามคำร้องขอจากบริษัทผู้รับจ้าาง 100 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า กรณีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบการขยายสัญญาดังกล่าวกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นั้น ตนไม่ทราบต้องสอบถามไปยังนายชวนว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ทั้งนี้ &amp;nbsp;ยืนยันว่าการพิจารณาดังกล่าวเป็นไปด้วยความเหมาะสม ส่วนรายละเอียดของเรื่องดังกล่าวตนจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง วันที่ 11 ธ.ค. นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสัญญา, นายสรศักดิ์ เพียรเวช, สร้างรีฐสภาใหม่, เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8b6afabd5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
