<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!เขย่าสัมปทานทางด่วน แฉพิรุธผู้ว่าการทางพิเศษฯชิงลาออกไล่เลี่ยกันถึง 2 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวประเด็นกรณีการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน BEM ที่รัฐมนตรีกระทรวงว่าการคมนาคมเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งมีความเป็นได้ว่าจะได้รับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามกฎข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามข่าวออกมาว่า รักษาการผู้ว่าการทางพิเศษฯ ลาออกเพราะไม่อยากลงนามในสัญญานั้น ตนในฐานะตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ จะขอให้ข้อเท็จจริงและแสดงจุดยืนว่า การที่รักษาการผู้ว่าการลาออกทั้งที่เหลืออายุราชการอีก 5 ปี และเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 20 วัน โดยให้เหตุผลในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งข้อเท็จจริงในใบลาออกนั้นระบุว่า ขอให้การลาออกมีผลในวันที่ 3 มีนาคม ทั้งนี้สัญญาสัมปทานทางด่วนจะหมดสัญญาในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า ท่านไม่อยากลงนามในสัญญาที่ไม่ชอบธรรมฉบับนี้ ซึ่งตนและพรรคอนาคตใหม่ก็ขอขอบคุณที่ท่านพยายามรักษาผลประโยชน์ให้หน่วยงานและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนอกจากการที่รักษาการผู้ว่าการทางพิเศษลาออกนั้น ผู้ว่าการทางพิเศษตัวจริงก็ลาออกเช่นเดียวกัน โดยท่านเหลืออายุงานตามสัญญาอีก 6 เดือน ซึ่งการณ์นี้ ตนมองได้เพียงอย่างเดียวว่า ผู้ว่าการทางพิเศษนั้นกลัวการลงนามของสัญญาฉบับนี้จึงชิงลาออกก่อนกำหนด ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ท่านได้เขียนลงไปในใบลาออกโดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า ข้าพเจ้าได้ทำงานที่การทางพิเศษด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเต็มความสามารถตลอดระยะเวลา 30 ปีโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติองค์กรพนักงานและลูกจ้างของการทางพิเศษเป็นสำคัญซึ่งปัจจุบันข้าพเจ้าไม่สามารถบริหารงานได้ตามความตั้งใจดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอลาออกจากการทางพิเศษที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นที่น่าสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในระยะเพราะว่าผู้ว่าการถึง 2 ท่านลาออกในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน แสดงให้เห็นว่ามันมีความกังวลใจ ในเนื้อหาสาระของสัญญาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน เพราะคนที่เซ็นต์ไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ ซึ่งในความไม่ชอบมาพากลแบบนี้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการลาออก จุดยืนของผมและพรรคอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง จึงจำเป็นต้องสู้อย่างสุดซอย เพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนนับแสนล้านบาท เราไม่ต้องการให้เดบรรทัดฐานใหม่ในการเอื้อผลประโยชน์ให้กับนายทุน และนำสัมปทานทางด่วนกลับมาเป็นของรัฐที่กำลังจะหมดอายุตามสัญญาในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ แล้วเราค่อยมาเขียนข้อดีข้อเสียกัน ว่าเราจะเดินเดินต่ออย่างไร นอกจากนี้อาจจะเปิดประมูลใหม่โดยให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมในรูปแบบของสัมปทาน แล้วแบ่งสัดส่วนรายได้กันระหว่างรัฐกับเอกชนที่ดำเนินการ หรืออาจจะเป็นการจ้าง outsource แข่งขันโดยการประมูลทั่วไปว่าใครจะมารับจ้าง&amp;quot;นายสุรเชษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้จะต้องให้ผ่านวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ก่อน สัมปทานทางด่วนถึงจะตกมาเป็นของรัฐ แล้วเราก็ต้องมาคิดกันต่อว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์สูงสุดจากทางด่วนตรงนี้ ไม่ใช่ว่าจะงุบงิบเจรจาแล้วยื่นขยาย 15 ปีให้เอกชนแบบนี้ไม่ถูกต้อง ผมและพรรคอนาคตใหม่จึงอยากให้ประชาชนรวมถึงพี่น้องสื่อมวลชนช่วยกันจับตานะครับประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ ซึ่งเราคาดว่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ เพราะว่าจะหมดอายุสัมปทานในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ และอย่างที่เรียนข้างต้นว่า ร่างสัญญาฉบับนี้ไม่ชอบธรรมไม่ถูกต้องและเป็นการประโยชน์ให้นายทุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน BEM, สัมปทานทางด่วน, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44ff85d186c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
