<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มล็อกดาวน์ผึ้งแตกรัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ถกล็อกดาวน์เข้มกว่าเดิม ขยายเวลาอีก 14 วัน หลังพบเหนือ-อีสานยอดผู้ป่วยพุ่งจากการเดินทางกลับภูมิลำเนา และพบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน 2 เข็มแล้วการ์ดตก ส่วนร้านอาหารในห้างล้างหม้อ กระทะรอได้เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ่อผ่อนปรนขายแบบเดลิเวอรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการตามข้อกำหนดฉบับที่ 28 ให้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. จะครบเวลาประเมินสถานการณ์อย่างน้อย 14 วัน ตามประกาศในวันที่ 2 ส.ค.นั้น โดยวันที่ 1 ส.ค. เวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. จะเป็นประธานประชุมศบค. ครั้งที่ 11/2564 ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องผ่านระบบซูม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากสถานการณ์มีแนวโน้มที่ประชุม ศบค.จะยังคงข้อกำหนด ฉบับที่ 28 โดยเฉพาะการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด ต่อเนื่องไประยะเวลาหนึ่ง ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ หากล็อกดาวน์เข้มข้นและมีประสิทธิภาพ จะลดจำนวนการติดเชื้อลงได้ หากไม่ล็อกดาวน์ตัวเลขจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น และคาดว่าจะมีการหารือปรับพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้มเพิ่มเติม หลังพบว่าหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากการเดินกลับกลับภูมิลำเนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงจะพิจารณาผ่อนปรนบางมาตรการ เช่น ขายอาหารในห้างสรรพสินค้า ให้ขายแบบเดลิเวอรีสั่งกลับบ้านเท่านั้น โดยจะเข้มงวดมาตรการป้องกันส่วนบุคคลของพนักงานในครัวมากขึ้น นอกจากนี้ จะมีการติดตามการจัดสรรวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มแรงงาน รวมถึงจัดสรรวัคซีนให้บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าและกลุ่มเป้าหมาย และการติดตามความคืบหน้าหลังการปรับแผนการฉีดวัคซีน และรายงานข้อเสนอของโรงพยาบาลเอกชนที่เสนอเพิ่มเตียงสีเหลือง เตียงสีแดง และห้องความดันลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าว ศบค.แจ้งว่า ในการประชุมศบค.ชุดใหญ่วันที่ 1 ส.ค.นี้ ที่ประชุมจะปรับเพิ่มมาตรการจากที่กำหนดเล็กน้อย เนื่องจากมาตรการเดิมที่ใช้ขณะนี้โอเคอยู่แล้ว โดยจะพิจารณาขยายเวลาล็อกดาวน์พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัดออกไปอีกอย่างน้อย 14 วัน โดยต้องฟังคณะแพทย์ที่จะเป็นผู้ประเมินและเสนอขึ้นมา การขยายล็อกดาวน์เพราะเป็นห่วงเรื่องการเคลื่อนย้ายข้ามเขตพื้นที่ ที่เป็นการกระจายเชื้อออกไปยังพื้นที่อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รู้สึกเห็นใจประชาชน แต่ยอมรับว่าการซีลประชาชนทำไม่ได้ เพราะทุกอาชีพยังคงจำเป็นอยู่ และสิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลเชิงสถิติหรือเชิงลึก คือมีประชาชนส่วนหนึ่งเมื่อได้รับวัคซีนไปแล้วขาดความระมัดระวัง การฉีดวัคซีนไม่ให้อาการรุนแรง ไม่ใช่ว่าฉีดวัคซีนแล้วจะไม่ติด แต่เมื่อเพิ่มความเข้มของมาตรการ ประชาชนก็จะไม่ให้ความร่วมมือมากกว่านี้ จนกลายเป็นว่ามาตรการนั้นเสื่อมไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนแผนการกระจายวัคซีนในเดือน ส.ค.นี้ จะเปลี่ยนที่หมายไปพื้นที่จังหวัดแพร่ระบาดหนักอื่นๆ หากการฉีดวัคซีนใน กทม.เป็นไปตามเป้า โดยยึดเกณฑ์กลุ่ม 608 คือกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, ผู้ที่มี 7 กลุ่มโรคเสี่ยง และสตรีมีครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคเพิ่มจากอเมริกา ในกลุ่มเด็ก 12-18 ปี เนื่องจากช่วงอายุดังกล่าวไม่สามารถฉีดยี่ห้ออื่นได้ แต่ทีมแพทย์เห็นว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าฉีดไปแล้วจะปลอดภัยจึงยังไม่กล้าฉีด ดังนั้นการจัดสรรจะให้กลุ่มแพทย์และกลุ่ม 608 ตามลำดับ โดยตัวเลขการติดเชื้อและเสียชีวิตที่พบส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่กล้าลงทะเบียนฉีดวัคซีน เนื่องจากเกิดความสับสนของข้อมูลจาก 2 ฝ่าย ดังนั้นสื่อมวลชนจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยนำเสนอข้อมูลของรัฐบาล และตำหนิได้ในเรื่องที่สมควรตำหนิ ไม่ใช่ตำหนิตลอดเพราะจะทำให้คนสับสนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นจะติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง การกระทำความผิด การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยจากสถิติเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาจับกุมได้กว่า 4,300 คน และยังต้องเฝ้าระวังแนวชายแดนติดต่อเมียนมา ระยะทางยาวถึง 2,401 กม. เนื่องจากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดยังรุนแรง มีผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อสะสมมากขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเตรียมเสริมกำลังพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จะเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งก็จะกระจายวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้ได้เดือนละ 10 ล้านโดส เพราะตอนนี้วัคซีนนำเข้ามาค่อนข้างนิ่งแล้วจนถึงสิ้นปี เพื่อลดความรุนแรงของการระบาด และลดจำนวนผู้ติดเชื้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111775</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขยายเวลาล็อกดาวน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยอดผู้ป่วยพุ่ง, ล็อกดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดินทางกลับภูมิลำเนา, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2b9315b9f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียขยายเวลาล็อกดาวน์ประชาชน 1,300 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์ยังไม่น่าวางใจ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียประกาศขยายเวลาการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส ที่เดิมจะครบกำหนดวันอังคาร ออกไปถึงวันที่ 3 พฤษภาคมเป็นอย่างน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอินเดียดูนายกฯ นเรนทรา โมดี แถลงเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการล็อกดาวน์ของอินเดียยาวนาน 3 สัปดาห์ ซึ่งครอบคลุมประชากรมากที่สุดในโลกถึง 1,300 ล้านคน จะครบกำหนดเวลาเที่ยงคืนของวันอังคารที่ 14 เมษายน 2563 แต่นายกฯ นเรนทรา โมดี แถลงต่อประชาชนทั่วประเทศว่าเขาตัดสินใจขยายเวลาต่อไปอีกอย่างน้อยถึงวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากแง่มุมทางเศรษฐกิจ เราจ่ายค่าตอบแทนราคาแพง&amp;quot; โมดีกล่าว &amp;quot;แต่ชีวิตประชาชนของอินเดียมีค่ากว่านั้นมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำอินเดียกล่าวว่า เรื่องท้าทายคือการหยุดยั้งไม่ให้ไวรัสแพร่ไปยังพื้นที่ใหม่ของประเทศ แต่เขาหวังว่าสัปดาห์หน้าจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดบางอย่างในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของรัฐบาลอินเดียล่าสุด มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศนี้แล้วมากกว่า 10,000 คน เสียชีวิต 339 คน ตัวเลขนี้แม้จะดูว่าน้อยเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา, อิตาลี และสเปน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหวั่นเกรงว่า จำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับขนาดของประชากรอินเดีย อาจเป็นเพราะเพิ่งมีการตรวจเชื้อน้อยราย และตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงอาจสูงกว่านี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลท้องถิ่นหลายรัฐ เช่น รัฐมหาราษฏระ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครมุมไบและมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ, รัฐทมิฬนาฑู และรัฐโอริสสา ต่างประกาศขยายเวลาการล็อกดาวน์ในรัฐของตนแล้วก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการล็อกดาวน์ของอินเดียที่เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอินเดียอย่างหนัก โดยเฉพาะคนยากจน มีแรงงานรับจ้างรายวันตกงานหลายล้านคน แรงงานต่างถิ่นจำนวนมากไม่มีเงินยังชีพและจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านเกิดในชนบท และเนื่องจากการล็อกดาวน์ทำให้ระบบขนส่งมวลชนหยุดบริการ ผู้คนหลายแสนคนจึงต้องเดินเท้าระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรกลับบ้าน บางคนเสียชีวิตระหว่างทาง บางคนถึงที่หมายแต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อรังเกียจ มีวิดีโอคลิปส่งต่อกันมากชิ้นหนึ่งเผยภาพที่กลุ่มแรงงานต่างถิ่นถูกฉีดสารเคมีชำระล้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจขยายเวลาล็อกดาวน์ประเทศของอินเดียมีออกมาในช่วงที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังถกเถียงกันว่าจะยกเลิกมาตรการควบคุมอย่างไรโดยต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดในประเทศรอบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากีสถานเพื่อนบ้านของอินเดียซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 5,700 คน และเสียชีวิต 96 คน รัฐบาลก็กำลังตัดสินใจว่าจะขยายการล็อกดาวน์ที่จะสิ้นสุดวันพุธนี้ ออกไปอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารโลกเคยกล่าวไว้ว่า โรคระบาดนี้น่าจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียและประเทศอื่นๆ ในเอเชียใต้ ปีนี้ชะลอตัวที่สุดในรอบ 40 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาล็อกดาวน์, นายกฯ นเรนทรา โมดี, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95b736b05df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
