<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;อ้างในที่ประชุมครม.&#039;บิ๊กตู่&#039;เห็นด้วยให้เลื่อนแบนสารพิษ ส่วน&#039;เสี่ยหนู&#039;ไม่ได้พูดอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาเรื่องมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่เลื่อนการยกเลิกสารพิษทางเกษตร 3 ชนิด ว่า ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ ถึงประเด็นที่จำเป็นต้องการมีเลื่อนการยกเลิกสารพิษดังกล่าวไปอีก 6 เดือน เนื่องจากยังมีอยู่ในมือเกษตรกรและสต็อกของร้านค้าจำนวนนับหมื่นล้านบาท ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยที่จะต้องมีการเลื่อนไป เพราะถ้าไม่เลื่อนจะนำเงินที่ไหนไปจ่ายให้เกษตรกร รัฐไม่มีเงินจ่ายให้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกประเด็นที่มีการระบุว่า มติของคณะกรรมการฯมิชอบนั้น ยืนยันว่าเป็นมติที่ชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายดูแลเรียบร้อย มีการถอดเทปการประชุม เรื่องนี้ได้ข้อยุติแล้ว นายกฯเองก็เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ ส่วนที่ทางพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยที่จะให้ชะลอนั้น ในที่ประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่มองว่าอะไรเกิดประโยชน์กับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม ซึ่งนายกฯบอกว่าไม่ใช่การดูแลสุขภาพอย่างเดียว ต้องดูแลเรื่องของรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้ใช้ ต้องดูให้ครบทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเผยแพร่เทปการประชุมหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า กลายเป็นว่าบางคนเมื่อพูดแล้วอาจจะไม่อยากออกสื่อ แต่ถ้ากรรมการคนใดมีปัญหา เราสามารถเปิดเทปให้ดูได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่นายอนุทิน เสนอให้ตีความว่ามติของคณะกรรมการฯล่าสุด ถือเป็นมติที่ถูกต้องหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ตอนนั้นท่านไม่มีข้อเท็จจริงเรื่องนี้ คือไปฟังคำพูดแล้วจับประเด็นมา แต่ในการประชุมคณะกรรมการฯนั้น มีการสอบถามกรรมการแต่ละคน ซึ่งนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเข้าใจเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาแบนสารพิษ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, รมว.อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de617cbcb600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;ยันกก.วัตถุอันตรายมีมติยืดแบนสารพิษจริง แถมขึ้นจอให้ปรับแก้จนทุกฝ่ายพอใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62- &amp;nbsp; นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟสบุ๊กระบุว่า การแบนสารพิษของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ไม่มีการลงมติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า​ ยืนยันการแบนสารพิษมีการลงมติอย่างถูกต้อง ตนไม่ทราบว่านายปริญญา เอาข้อมูลมาจากไหนว่าไม่มีการลงมติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่าได้ให้เจ้าหน้าที่ถอดเทปเสียงเพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการลงมติอย่างชัดเจน สำหรับการลงมติของคณะกรรมการแต่ละคน ในช่วงของการอภิปรายมีกรรมการหลายคนให้ความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป บางคนอยากให้แบนทันที บางคนอยากให้เลือนออกไปอีก 3 และ 6 เดือน หรือแม้แต่ไม่ให้แบนสารพิษก็มี ตนจึงบอกในที่ประชุมว่าไปร่างเป็นมติเพื่อนำมาพิจารณาว่าควรเป็นอย่างไร เมื่อมติขึ้นบนจอในที่ประชุมก็ให้ไปปรับแก้ให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย เมื่อร่างมติเป็นที่พอใจแล้วตนได้ถามในที่ประชุมว่ามีใครเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ซึ่งทุกคนยืนยันว่าเห็นด้วยกับมติดังกล่าว ส่วนที่ไม่เห็นด้วยคืออยากให้เลื่อนการแบนสารพิษไปมากกว่า 6 เดือน แต่ไม่มีใครเสนอบอกให้แบนสารพิษในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมถือว่ามตินี้มีความเป็นเอกฉันท์คือไม่ให้แบนสารพิษในทันที ส่วนที่มาตรา 12 พ.ร.บ. วัตถุอันตราย ระบุว่า ต้องให้ลงมตินั้นการลงมติไม่ได้หมายความว่าต้องยกมืออย่างเดียว การที่ผมถามว่าในที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร และเห็นด้วยหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องยกมือ ไม่ใช่ว่าต้องทำเหมือนทุกครั้งที่จะต้องมายกมือกัน ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นแบบนี้ นอกจากนี้ผมก็ถามย้ำแล้วว่าที่ประชุมมีมติเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีคนมีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือเป็นมติได้&amp;quot;นายสุริยะ​ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีที่มี น.ส.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรมหนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ออกมาระบุว่าไม่มีการลงมติ นายสุริยะ กล่าวว่า ลองไปถามคณะกรรมการคนอื่นดู ทุกคนจะยืนยันว่ามีมติออกมาชัดเจนและตนคิดว่าการทำงานในรูปของคณะกรรมการต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าอย่างไรควรจะเคารพตามนั้น ไม่ใช่ออกไปแถลงข่าวข้างนอก เมื่อความเห็นตนเองไม่ตรงกับความเห็นส่วนใหญ่ มองว่าไม่ควรทำเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณีเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร เตรียมฟ้องศาลปกครองและศาลอาญาเอาผิดกรณีการทุจริตประพฤติมิชอบ ต่อการเลื่อนแบน 3 สารพิษ นายสุริยะ กล่าวว่าตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าในองค์กรที่ระบุว่ามี 686 องค์กร มีจำนวนกี่คน แต่การที่มีการแถลงข่าวออกไปและทำให้ตนได้รับความเสียหายนั้น จะให้นักกฎหมายไปดูเพื่อเตรียมที่จะฟ้องกลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51675</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาแบนสารพิษ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย, รมว.อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08e3b132607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;แนะตั้งกก.ร่วม2ฝ่ายหาทางออกปมร้อนแบนสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62-นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความขัดแย้งทางการเมืองในซีกพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเลื่อนแบนสารเคมี 2 ชนิดคือพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ส่วนไกลโฟเซตให้ใช้ได้ตามประกาศควบคุมว่า ความขัดแย้งทางการเมืองช่วง 10 ปีที่ผ่านมาต่างจากปัจจุบัน ครั้งที่แล้วเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนข้างหนึ่งกับรัฐบาลอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ครั้งนี้เป็นความเห็นต่างใน 3 พรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ จึงกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชน 2 ฝ่าย ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับการแบนสารเคมีกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแบนสารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวว่า สิ่งที่ควรเร่งให้เกิดขึ้นคือ พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคต้องเร่งเดินหน้าพูดคุยกันว่า จะมีมาตรการใดในช่วง 6 เดือนที่เลื่อนแบนสารเคมี ต้องคุยกันให้ชัดเจน เพราะทั้งสองฝ่ายจะไม่หยุด เมื่อชะลอการแบนสารเคมีไป 2 ตัวแล้ว แต่ยังเหลืออีกตัวหนึ่งที่ไม่มีการแบน ฝ่ายที่อยากให้แบนก็ต้องสู้ต่อ ส่วนฝ่ายเกษตรกรที่ไม่อยากให้แบนก็สู้ต่อเช่นกัน เพราะต้องการควบคุมสารเคมีทั้ง 3 ตัว โดยไม่ให้มีการแบน หากฝ่ายการเมืองยังไม่มีข้อสรุปลงตัวชัดเจน สุดท้ายก็จะเกิดความขัดแย้งในภาคประชาชน จึงเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีท่าทียอมรับมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายนั้น นพ.ระวี กล่าวว่า นายกฯอาจจะตัดสินใจเรียกทั้ง 3 ฝ่ายมาพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรกลับมติ ควรยืนยันการแบนสารเคมีทั้ง 3 ตัว โดยให้มีบทเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน 6 เดือน กำหนดมาตรการผ่อนผันหาทางออกให้เกษตรกรปรับตัว และทุกอย่างก็จะราบรื่นมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็นความเห็นต่างระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคพลังประชารัฐ เกี่ยวกับมุมมองต่องานที่รับผิดชอบ แต่หากยังเป็นแบบนี้ความขัดแย้งทั้งสองฝ่ายจะไม่จบ จึงต้องหาทางออกด้วยการพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏ ซึ่งในช่วงที่ตนเองทำงานกรรมาธิการได้ศึกษาข้อมูลงานวิจัยจากทั้งฝ่ายภาคประชาชน ขณะเดียวกันฝ่ายที่สนับสนุนและบริษัทนำเข้าสารเคมีก็มีรายงานวิจัยมาอ้างอิงว่าไม่มีสารตกค้าเช่นเดียวกัน จึงเสนอขอให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน ตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาวิจัยหาความจริง โดยมีตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายเก็บตัวอย่างทั้งน้ำและดิน หรือสุ่มตรวจขี้เทาของเด็กแรกเกิดว่ามีสารพิษตกค้างจริงหรือไม่ และให้มีคนกลางอย่างเช่นแพทยสภา ซึ่งน่าจะใช้งบประมาณไม่มาก และควรศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศว่าทำไมสามารถแบนสารพิษได้โดยไม่มีการประท้วง เพราะมีกระบวนการทำความจริงให้ปรากฏที่ค่อนข้างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนตัวแล้วต้องการให้แบนสารเคมีภาคเกษตรกรรมทุกชนิด และต้องการให้ทำเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ ซึ่งกรรมาธิการเคยเชิญหน่วยงานทางการเกษตรและผู้ว่าราชการจังหวัดหรือตัวแทนมารายงานข้อมูล พบผลที่น่าตกใจว่า ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์อยู่นิดเดียว โดยมีนาข้าวสูงสุดที่หลักแสนไร่ ส่วนที่เหลือเป็นหลักพันและหลักหมื่นไร่เท่านั้น ถือว่าน้อยหากเทียบกับประเทศไทยที่มีพื้นที่เป็นล้านล้านไร่&amp;rdquo;เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอให้รัฐบาลต้องตั้งเรื่องเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ กำหนดนโยบายกำหนด งบประมาณและการบูรณาการให้เป็นรูปธรรม 2.) เสนอให้รัฐบาลใช้งบประมาณปี 2563 ตั้งเขตเศรษฐกิจพอเพียงทุกอำเภอ เพื่อกำหนดโซนนิ่งปลูกเกษตรอินทรีย์ให้ชัดเจน มีฝ่ายการตลาดทำการตลาดให้พื้นที่เกษตรอินทรีย์ และคาดว่าจะทำให้พื้นที่เกษตรอินทรีย์มีจำนวนมากขึ้นทุกปี หากทำแบบนี้เกษตรกรจะมีโอกาสปรับตัวและจะไม่ส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤตอาหาร แต่หากประกาศแบนทันที ก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะมีข้าวโพดกินไหม จะมีผักกินพอหรือไม่ เพราะเกษตรกรปลูกผักด้วยสารเคมีจากความเคยชิน หากประกาศแบนทันทีอาจกระทบ ไม่ได้ผลิตผล ซึ่งตนเองทำมา 30 ปี การจะทำให้เกษตรอินทรีย์ได้ผลต้องเตรียมดินอยู่ 2-3 ปี ต้องอดทนที่มันจะขาดทุนไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีสภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์ 423 ต่อ 0 เสียงเห็นชอบผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ จะเป็นความหวังให้การเดินหน้าเกษตรอินทรีย์เกิดได้จริงหรือไม่นั้น นพ.ระวีกล่าวว่า โอกาสที่เกิดแบบนี้ในสภาผู้แทนราษฎรน้อยมาก แสดงว่า ส.ส.ทั้งสภาเห็นชอบกับการให้เกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอ ดังนั้นจึงคิดว่ากรรมาธิการในสภาก็ต้องไปผลักดันที่รัฐบาลต่อ ส่วนตัวตนเองก็ต้องพยายามไปคุยกับรัฐบาลให้กำหนดเป็นนโยบายแห่งชาติ ทำให้เกิดขึ้นจริงจัง เพื่อสุขภาพของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาแบนสารพิษ, นพ.ระวี มาศฉมาดล, หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5d9fff176c126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภญ.จิราพร&#039;โต้&#039;สุริยะ&#039;ย้ำที่ประชุมกก.วัตถุอันตรายไม่มีการลงมติจะอ้างเสียงเอกฉันท์ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29พ.ย.62- รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม ซึ่งได้ประกาศลาออกจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในคณะกรรมการวัตถุอันตรายโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; จิราพร ลิ้มปานานนท์ ระบุว่า
เรียน คุณสุริยะ ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย
ดิฉันไม่ได้ร่วมร่างมติ เพียงได้กล่าวในที่ประชุมให้คงข้อ 1 ที่ขอให้แบนสารทั้งสาม ตามมติเมื่อ 22 ตค. ไว้ โดยขอให้ย้ายมาเป็นข้อ 2 จึงเดินไปที่ฝ่ายเลขา เพียงครั้งเดียว และเมิ่อเห็นว่ามีหลายคนกำกับ จึงเดินกลับด้วยความหดหู่
ย้ำอีกครั้งว่า ในที่ประชุมไม่มีการลงมติ ไม่มีการนับองค์ประชุม ดังนั้น ในฐานะประธานจะไปแถลงข่าวอ้างเสียงมติเอกฉันท์ไม่ได้ ดิฉันขอยืนยันจุดยืนเดิมของดิฉันในการแบนสารทั้งสามชนิดมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย แถลงภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 27พ.ย.ที่ผ่านว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์จากจำนวนผู้เข้าประชุม 24 เสียง ให้เลื่อนการยกเลิกการใช้สารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส คือการปรับระดับสารเคมีทั้ง 2 จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ออกไปอีก 6 เดือน คือในวันที่ 1 มิ.ย.2563 จากเดิมที่กำหนดไว้ให้ยกเลิกการใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 ในส่วนสารไกลโฟเซต ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ใช้ได้ต่อไป แต่ต้องจำกัดการใช้ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดเดิมเมื่อวันที่ 23 พ.ย.2561
หลังจากนั้น รศ.ภญ.จิราพร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอลาออกจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย และขอแย้งการแถลงข่าวของท่านประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย
1.ขอแย้งว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น มติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้งสาม และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค.
2.ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเสตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพและไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51373</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาแบนสารพิษ, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, จิราพร ลิ้มปานานนท์, จิราพร-สุริยะ, พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต, มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de077eb0312b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่โยนเผือกแบน3สาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ขัดข้องขยายเวลาแบนสารพิษ ชี้เป็นเรื่องคกก.วัตถุอันตราย แค่ขอต้องหาวิธีและมาตรการที่เหมาะสม &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ยันไร้ความขัดแย้ง เชื่อเดี๋ยวก็คุยกันได้ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ข้องใจคกก.วัตถุอันตรายไม่รับรองมติแบน 3 สารเคมีเดิมก่อนลงมติใหม่ จี้ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; แจงเหตุผล ลั่นเอาแน่คืนกรมวิชาการเกษตร &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ครวญโดนหักหลัง &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ปัด ก.เกษตรฯ ขอเลื่อนแบนสารพิษ โยนปลัดเกษตรฯ เสนอเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงคณะกรรมการวัตถุอันตราย (คกก.วัตถุอันตราย) มีมติการขยายเวลาการแบนสารพิษออกไปอีก 6 เดือน ว่าตนไม่ได้ขัดข้องในเรื่องเหล่านี้ รวมทั้งเรื่องของการยกเลิกก็ไม่ได้ขัดแย้ง เพราะมองในแง่สุขภาพประชาชนและผู้บริโภค ซึ่งต้องมาดูรายละเอียดอีกที เมื่อ คกก.วัตถุอันตรายพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น แต่ต้องหาวิธีการและมาตรการที่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนก็ว่ากันมา ผมไม่สามารถไปสั่งได้ ตรงนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่ทำงานมา และกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการดำเนินการให้ได้ เพื่อลดความขัดแย้ง ลดปัญหาจากภาคเกษตรด้วย คงไม่ขัดแย้งในเรื่องนี้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นเดียวกันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เป็นความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ เดี๋ยวก็คงคุยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า มติของ คกก.วัตถุอันตรายต้องย้ำว่าให้รอนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธาน คกก.วัตถุอันตราย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการ แต่จากการได้รับรายงานจาก 2 คณะกรรมการที่เป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข มารายงานให้ทราบ ว่ายังไม่มีการลงมติใดๆ อีกทั้งมติเดิมก็ยังมีการรับรอง แล้วจะอย่างไรต่อไป ดังนั้นต้องไปถามนายสุริยะ ซึ่งตนจะรอฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังยึดหลักของ สธ. คือเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชน ต่อให้ คกก.วัตถุอันตรายมีมติอย่างไรก็ตาม แต่กระทรวงยืนยันว่าไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามติที่ประชุมออกมาอย่างไรเราก็เคารพ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าตั้งแต่มีมติออกมาได้พูดคุยกับนายสุริยะแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้เจอกันนิดนึงที่สภา ก็ไม่มีอะไร เรื่องนี้อย่าเอาไปผูกกับการเมืองเป็นอันขาด คนละเรื่องกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของสุขภาพ เรื่องของสารพิษ และเป็นเรื่องของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งนายสุริยะแม้เป็นประธานกรรมการ แต่ก็เป็นหนึ่งเสียงในคณะกรรมการชุดนั้น เป็นผู้นำการประชุม ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ที่จะไปชี้นำหรือไปเปลี่ยนมติอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา คกก.วัตถุอันตรายลงมติเป็นเอกฉันท์ ให้แบน 3 สารนั้นในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และกรมวิชาการเกษตรจะต้องทำเรื่องมาให้ที่ประชุมกรรมการลงนาม แต่ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีการทำเรื่องมาให้ประธานกรรมการลงนาม และการประชุมดำเนินต่อไปอย่างไรไม่ทราบ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าที่กรมวิชาการเกษตรมีหนังสือตรงถึงที่ประชุมเลย ไม่ผ่านน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตามสายงานถือว่าข้ามขั้นตอนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็เขาก็ข้ามขั้นตอนอย่างนี้มาตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นตนก็ต้องไปพูดคุยกันในพรรคภูมิใจไทยเราก่อน ในเมื่อควบคุมกันไม่ได้และปวดหัวกันอย่างนี้ ก็ต้องบอกว่าจะทู่ซี้คุมไปทำไม ก็ต้องเสนอไปถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ถ้าจะคืนก็ต้องทำหนังสือขอคืนด้วยเหตุผลอะไรบ้าง ก็ต้องเขียนลงไป จากนั้นต้องให้นายเฉลิมชัยพิจารณาว่าจะให้ดูต่อหรือจะเปลี่ยนกรม ในเมื่อรัฐมนตรีเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนกรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.มนัญญายืนยันทำเต็มที่แล้ว หลังจากนี้ประชาชนต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าตนเป็นคนอย่างไร และไม่คิดว่าโดนหักหลังจากมติดังกล่าว ในฐานะที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร อยากให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้เรื่องการแบน 3 สาร อยู่นอกเหนือหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งถ้าส่งคืนกรมวิชาการเกษตรอยากแลกดูแลกรมชลประทานมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกหลัง คกก.วัตถุอันตรายพลิกมติการแบน 3 สารพิษ ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม หนึ่งใน คกก.วัตถุอันตราย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศขอลาออกจาก คกก.วัตถุอันตราย และขอแย้งการแถลงข่าวของประธาน คกก.วัตถุอันตราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;1.ขอแย้งว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นมติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้งสาม และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค. และ 2.ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเซตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพ และไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่&amp;quot; ภญ.จิราพรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันแถลงจุดยืน สธ.ต่อการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จุดยืนของ สธ.ไม่เคยเปลี่ยนแปลงต่อการแบน 3 สาร ต่อจากนี้ไปจะเน้นการดูแลสุขภาพประชาชนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับเยาวชนรุ่นหลัง ทั้งจากพัฒนาการล่าช้า และโรคต่างๆ เช่น โรคสมองเสื่อม มะเร็ง&amp;quot; นพ.สุขุมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ให้เป็นมติของ คกก.วัตถุอันตราย ว่าอย่างไรตนพร้อมปฏิบัติตามนั้น ซึ่งการที่นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ไปเสนอขยายเวลาแบนสารออกไป ก็เป็นสิทธิของปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตนไม่ก้าวก่าย ไม่เคยสั่งการ และไม่มีหนังสืออะไรทั้งสิ้นออกไปจาก รมว.เกษตรฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ได้คุยเรื่องขยายเวลาแบนสารกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งการตัดสินใจอย่างไร ผมไม่ไปก้าวก่าย ทุกอย่างเป็นเรื่อง คกก.วัตถุอันตราย ผมขอยืนยันอีกครั้งไม่มีการสั่งการ ไม่มีหนังสือใดๆทั้งสิ้น ถ้าใครมีให้เอาออกมา ผมชี้แจงไปแล้วก็ยังไม่มีก็ยังไม่จบ&amp;quot; รมว.เกษตรฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ในการทำงานของ รมว.เกษตรฯ กับ รมช.เกษตรฯ อย่าง น.ส.มนัญญา จะเดินหน้ากันไปอย่างไร เมื่อเกิดรอยร้าวขึ้นแล้ว และจะแลกกรมวิชาการเกษตรกับกรมชลประทานหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าจะให้กรมวิชาการเกษตรมาดู ใครทราบก็ตอบให้ด้วย และรอยร้าวไม่มี ไม่ต้องเคลียร์ ย้ำว่าในการทำงานไม่มีรอยร้าว ยังนัดกินข้าวกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนัดกินกันตามปกติทั้งคณะอยู่แล้ว ไม่ใช่นัดกับนายอนุทินคนเดียว ส่วนกินเมื่อไหร่ไม่บอก เดี๋ยวเป็นประเด็นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย ส.ส.กลุ่มตัวแทนเกษตรกร แถลงขอบคุณ คกก.วัตถุอันตราย ที่มีมติขยายแบนสารอันตราย 2 ชนิด และยกเลิกการแบนสารไกลโฟเซต ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า วันนี้คนกลุ่มหนึ่งคิดว่าเมื่อยกเลิกสารเคมี 3 ตัวดังกล่าวแล้วจะทำให้พวกเขาปลอดภัยจากการซื้อผักผลไม้ในตลาดมารับประทาน แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ยังมีการใช้สารเคมีตัวอื่นที่เรายังไม่ได้ยกเลิก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้อาจมีความเข้าใจผิดถึงการขยายเวลาแบนสารพิษ ไม่ใช่การตัดสินใจของนายสุริยะเพียงคนเดียวตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้น เป็นมติจากคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นการพูดคุยและหารือกันของผู้เชี่ยวชาญจากทุกๆ ด้าน ที่ผ่านมานายสุริยะแสดงท่าทีเคียงข้างและยึดประโยชน์ของประชาชนมาตลอด ดังนั้นเชื่อว่าอีกไม่นานทุกฝ่ายจะหาทางออกเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมหลายประเภท&amp;quot; ส.ส.พรรค พปชร.กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51363</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กรมวิชาการเกษตร, ขยายเวลาแบนสารพิษ, คกก.วัตถุอันตราย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfcc8be4682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
