<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ลุยสกัดโควิด-19 ให้ผู้โดยสารสแกนคิวอาร์โค๊ดบนรถโดยสารทุกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.63-นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า ขสมก.พร้อมยกระดับความสะดวก ปลอดภัยของผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) โดยได้นำคิวอาร์โค๊ด (QR Code) แอพพลิเคชั่นไทยชนะมาติดตั้งในรถโดยสาร ขสมก.ทุกคัน

นอกจากนี้ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการให้ทำการสแกนคิวอาร์โค๊ดเช็กอินเมื่อขึ้นใช้บริการ และเช็กเอาท์ก่อนลงจากรถโดยสารทุกครั้ง เพื่อเก็บบันทึกข้อมูลการเดินทางเพิ่มความรวดเร็วในการสืบสวนโรคของแพทย์ กรณีมีการติดเชื้อโรคโควิด - 19

&amp;ldquo;ขสมก. สนองนโยบายศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) หรือ ศบค. ที่ต้องการติดตามผลและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) โดยขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการนำคิวอาร์โค๊ด (QR Code) แอพพลิเคชั่นไทยชนะมาติดตั้ง ณ สถานที่ทำการ รวมถึงบนรถโดยสารสาธารณะ เพื่อเก็บบันทึกประวัติการเดินทาง และเพิ่มความรวดเร็วในการสืบสวนโรคของแพทย์ กรณีที่มีผู้ติดเชื้อโรคโควิด - 19 &amp;ldquo;นายสุระชัย กล่าว

อย่างไรก็ตามขสมก.ได้นำคิวอาร์โค๊ดดังกล่าวทยอยติดตั้งภายในรถโดยสารให้ครบทุกคัน บริเวณด้านหน้า ช่วงกลางรถ ช่วงหลังรถและหลังเบาะที่นั่ง จึงขอความร่วมมือจากผู้ใช้บริการ ในการสแกนคิวอาร์โค๊ดเช็กอิน เมื่อขึ้นใช้บริการ และเช็กเอาท์ก่อนลงจากรถโดยสารทุกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานใหญ่ และสำนักงานเขตการเดินรถ ขสมก.ได้นำคิวอาร์โค๊ดแอพพลิเคชั่นไทยชนะ มาติดตั้ง พร้อมกำชับให้พนักงานและบุคคลภายนอก ทำการสแกนคิวอาร์โค๊ดเช็กอินเมื่อเข้าพื้นที่ และเช็กเอาท์ก่อนออกจากพื้นที่ทุกครั้ง โดยเริ่มปฏิบัติตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงของพนักงานและประชาชน ในการติดเชื้อโรคโควิด - 19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาให้บริการรถเมล์, ขสมก., ไทยชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee08a4615c5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.แจ้งปรับเวลาให้บริการรถเมล์คาดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นวันละ2-3 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31 พ.ค.2563 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 เห็นชอบมาตรการคลายล็อกกลุ่มกิจการและกิจกรรมระยะที่ 3 รวมถึงการลดช่วงเวลาเคอร์ฟิวอีก 1 ชั่วโมง จากเดิม 23.00 - 04.00 น. เป็น 23.00 - 03.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้อนุญาตให้กลุ่มกิจกรรม จำนวน 2 กลุ่ม คือ กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต อาทิ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การแสดงสินค้า เปิดให้บริการได้ถึง 21.00 น. ส่วนกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพและสันทนาการ อาทิ สถานเสริมความงาม สปา และโรงภาพยนตร์ สามารถเปิดให้บริการได้ แต่ต้องปฎิบัติตามมาตรการที่กำหนด โดยคาดว่าเมื่อดำเนินการตามมาตรการคลายล็อกดังกล่าว จะส่งผลทำให้ มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก วันละประมาณ 20,000 - 30,000 คน หรือวันละประมาณ 620,000 &amp;nbsp;- 630,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขสมก.จึงจัดแผนเดินรถโดยสาร ในช่วงมาตรการคลายล็อกระยะที่ 3 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จัดรถออกวิ่ง 95 % (2,855 คัน/วัน) หรือจัดรถออกวิ่งให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับเวลาการให้บริการเดินรถโดยสาร จากเวลา 05.00 - 22.00 น. (เวลา 22.00 น. คือเวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) เป็นให้บริการ เวลา 04.00 - 22.00 น.(เวลา 22.00 น. คือเวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) โดยเพิ่มความถี่ในการปล่อยรถ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (04.00 - 08.00 น.) และช่วงเวลาก่อนเคอร์ฟิว (21.00 - 22.00 น.) ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5 - 10 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ปล่อยรถโดยสารคันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทางประมาณ 21.00 น. เพื่อให้พนักงานสามารถนำรถกลับเข้าอู่จอดรถได้ทันเวลา 22.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ในช่วงการปล่อยรถ 3 คันสุดท้าย ให้มีระยะห่างกัน 5 - 10 นาที ซึ่งรถโดยสาร 3 คันสุดท้าย จะติดป้ายข้อความบ่งชี้บริเวณหน้ารถโดยสาร ดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.1 เหลือรถ 2 คันสุดท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.2 เหลือรถ 1 คันสุดท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.3 รถคันสุดท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) &amp;nbsp;ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะใช้บริการรถโดยสาร &amp;nbsp; การนั่งหรือยืนตามจุดที่กำหนด (รถโดยสาร 1 คัน อนุญาตให้ผู้ใช้บริการยืนได้ไม่เกิน 10 คน) &amp;nbsp;กรณีผู้ใช้บริการเต็มจะต้องรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป &amp;nbsp;รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ เตรียมตัวกลับบ้านก่อนเวลา 19.00 น. เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการบนรถโดยสารในช่วงเวลาก่อนเคอร์ฟิว (21.00 - 22.00 น.) ซึ่งจะทำให้การดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมบนรถโดยสาร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาให้บริการรถเมล์, ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df84419196c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
