<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือปืนเยอรมันขวาจัดชังต่างชาติถล่มบาร์ชิชาฆ่า 9 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนสาดกระสุนถล่มบาร์ชิชา 2 แห่งในเมืองฮาเนาของเยอรมนีเมื่อคืนวันพุธ ฆ่าเหยื่อรวม 9 ราย ตำรวจเปิดปฏิบัติการไล่ล่าหลายชั่วโมง สุดท้ายพบผู้ต้องสงสัยฆ่าตัวตายที่บ้านและพบศพเหยื่อที่นั่นอีก 1 ศพ พนักงานสอบสวนสงสัยแรงจูงใจจากความเกลียดชังคนต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุด้านนอกบาร์ชิชาในเมืองฮาเนาเมื่อคืนวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 กล่าวว่า การโจมตีเกิดขึ้นที่บาร์ 2 แห่งในเมืองฮาเนา รัฐเฮสเซิน ซึ่งอยู่ห่างจากนครแฟรงก์เฟิร์ตภาคกลางของเยอรมนีราว 20 กิโลเมตร คนร้ายซึ่งเริ่มแรกตำรวจยังไม่แน่ใจว่ามีจำนวนเท่าใด กราดยิงบาร์ชิชาชื่อมิดไนต์ ที่อยู่ในเขตฮอยมาร์คต์ของเมืองฮาเนา เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น (04.00 น.วันพฤหัสบดีของไทย) ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวกันว่าได้ยินเสียงปืนประมาณ 12 นัด มีคนถูกยิงเสียชีวิตด้านนอกบาร์นี้อย่างน้อย 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายขึ้นรถยนต์หลบหนีไปที่ย่านเคสเซลสตัดต์ แล้วเปิดฉากยิงใส่บาร์แห่งที่ 2 ชื่ออารีนาบาร์แอนด์คาเฟ่ มีเหยื่อถูกสังหาร 5 คน ต่อมาตำรวจเผยว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน ทำให้ยอดรวมเป็น 9 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์บิลด์ของเยอรมนีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตที่บาร์แห่งแรกนั้นเป็นคนเชื้อสายเคิร์ด ส่วนเหตุการณ์ในบาร์แห่งที่สองนั้น ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า มือปืนสั่นกระดิ่งประตูจากนั้นก็กราดยิงผู้คนที่สูบชิชากันอยู่ในห้องสูบ ผู้เสียชีวิต 1 ใน 5 รายเป็นผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจติดอาวุธเปิดปฏิบัติการไล่ล่าคนร้ายทั่วพื้นที่ โดยเข้าใจว่าอาจมีคนร้ายมากกว่า 1 คน เฮลิคอปเตอร์ตำรวจหลายลำลาดตระเวนทางอากาศ ปฏิบัติการตามล่าใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง กระทั่งตำรวจไปถึงบ้านของผู้ต้องสงสัยช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดี และพบว่าเขากลายเป็นศพอยู่ภายในบ้านหลังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการคดีต่อต้านการก่อการร้ายเข้ามาดูแลคดีนี้แล้ว โดยโฆษกของอัยการเผยกับเอเอฟพีว่า การสอบสวนคดีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ และมีสัญญาณบ่งชี้ว่าคนร้ายอาจมีแรงจูงใจจากความเกลียดชังชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวนยืนยันรายงานของสื่อด้วยว่า เจ้าหน้าที่พบข้อความและวิดีโอภายในบ้านของคนร้าย ซึ่งสื่อเยอรมนีระบุว่าเป็นชายชาวเยอรมันวัย 43 ปี ชื่อโทเบียส อาร์. หนังสือพิมพ์บิลด์บอกว่าในรถของเขามีกระสุนและตลับกระสุนปืนหลายตลับ และเขามีใบอนุญาตครอบครองปืนสำหรับล่าสัตว์ ขณะที่สถานีเออาร์ดีและสื่ออีกหลายแห่งรายงานว่า พบศพที่ 2 ภายในบ้านของแม่คนร้ายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาร์ชิชาเป็นบาร์ที่เปิดบริการให้ลูกค้าได้สูบยาที่เรียกว่าชิชาหรือบารากู่ โดยใช้บ้องหรืออุปกรณ์ที่เรียกว่าฮุคคา ซึ่งเป็นวิธีการสูบยาแบบเก่าแก่ยาวนานหลายศตวรรษของผู้คนในแถบตะวันออกกลางและเอเชีย บาร์ลักษณะนี้ที่เปิดในประเทศตะวันตกมักมีชาวอาหรับหรือชาวเอเชียใต้เป็นเจ้าของหรือดำเนินกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนีเคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของผู้ก่อการร้ายและพวกหัวรุนแรงหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุรุนแรงครั้งหนึ่งเกิดที่กรุงเบอร์ลินเมื่อเดือนธันวาคม 2559 คนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนคนในตลาดขายของคริสต์มาส มีคนเสียชีวิต 12 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการก่อเหตุของพวกขวาจัด ที่ทางการเยอรมนีกำลังห่วงกังวลเป็นพิเศษ เดือนตุลาคมปีที่แล้วมือปืนนาซีใหม่ต่อต้านชาวยิวสังหารเหยื่อที่เมืองฮัลเลอในวันยมคิปปูร์ มีเหยื่อถูกฆ่า 2 ราย โดยคนร้ายถ่ายทอดเหตุการณ์สดทางออนไลน์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันศุกร์ที่แล้ว ตำรวจเยอรมนีจับกุมสมาชิกกลุ่มขวาสุดโต่ง 12 คน โดยเชื่อว่าพวกเขากำลังวางแผนโจมตีครั้งใหญ่ที่น่า &amp;quot;ช็อก&amp;quot; เป้าหมายคือมัสยิดหลายแห่ง เลียนแบบเหตุการณ์กราดยิงสังหารหมู่ภายในมัสยิดที่เมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เมื่อปีที่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, ขวาจัด, บาร์ชิชา, เกลียดคนต่างชาติ, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e8f8ca5411.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา&#039;ดร.อาทิตย์&#039;ชวนสร้าง&#039;พรรคสังคมธรรมาธิปไตย&#039;ที่ไม่ขวาจัด-ซ้ายจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 62 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ &amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arthit Ourairat ระบุว่า ขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า &amp;nbsp;ที่รักสังคมแห่งความสงบสันติสุข สังคมแห่งความเป็นธรรม และสังคมแห่งความเอื้ออาทรการให้และการแบ่งปัน ไม่นิยมอภิสิทธิ์ในการผูกขาดตัดตอน เอารัดเอาเปรียบแบบรวยกระจุกจนกระจาย &amp;nbsp;มาร่วมสร้าง &amp;quot;พรรคสังคมธรรมาธิปไตย&amp;quot; &amp;nbsp;ที่ไม่ขวาจัดและซ้ายจัด เพื่อประชาชนส่วนใหญ่กันดีกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, ซ้ายจัด, พรรคสังคมธรรมาธิปไตย, อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต, อาทิตย์ อุไรรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd274c6d9a71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาตินิยม-ขวาจัดโกยที่นั่งสภายุโรป แต่ฝ่ายหนุนอียูยังมีเสียงข้างมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป 28 ประเทศ พบพรรคแนวทางขวาจัดและชาตินิยมกังขาอียูคว้าชัยชนะในหลายประเทศโดยเฉพาะอิตาลี, อังกฤษ, ฝรั่งเศสและโปแลนด์ แต่พรรคฝ่ายโปรอียูและเสรีนิยมยังคงรักษาที่นั่งข้างมาก รักษาเอกภาพของประชาคมแห่งนี้ไว้ได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักข่าวติดตามผลการนับคะแนนภายในห้องประชุมรัฐสภายุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปที่จัดเลือกตั้งใน 28 ประเทศ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าพรรคการเมืองแนวทางขวาจัดและชาตินิยมจะชนะอันดับหนึ่งหรือกวาดที่นั่งได้มากขึ้นในหลายประเทศ แต่ในภาพรวมของรัฐสภายุโรปซึ่งมี 751 ที่นั่ง พรรคการเมืองฝ่ายนิยมสหภาพยุโรป (อียู) ยังคงรักษาที่นั่งข้างมากไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และบีบีซีเมื่อวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม กล่าวว่า พรรคสังคมนิยม, พรรคกรีน, เสรีนิยม และอนุรักษนิยม ครองที่นั่งรวมกัน 506 ที่นั่ง ซึ่งน่าจะช่วยผลักดันการผ่านกฎหมายสำคัญที่มีผลต่อประชากรอียูมากกว่า 500 ล้านคน กระนั้น คะแนนที่ได้เพิ่มมากขึ้นของพรรคการเมืองชาตินิยมในอิตาลี, ฝรั่งเศส, อังกฤษและโปแลนด์ ก็มีนัยว่า ฝ่ายกังขาอียูที่ต้องการจำกัดขอบเขตอำนาจของอียู ก็มีสิทธิมีเสียงมากขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอังกฤษ พรรคเบร็กซิต ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่จัดตั้งโดยไนเจล ฟาราจ ได้คะแนนอันดับหนึ่ง กวาดที่นั่ง 29 ที่นั่ง จากโควตาของสหราชอาณาจักร 73 ที่นั่ง แต่พรรคอนุรักษนิยมของนายกฯ เทเรซา เมย์ กลับได้เพียง 4 ที่นั่ง ผลคะแนนที่ออกมายิ่งบ่งชี้ว่าชาวอังกฤษมีเสียงแตกเป็นสองขั้วเรื่องการถอนตัวจากอียู หลังจากเสียงส่วนใหญ่ 52% เห็นด้วยกับการแยกตัวในการลงประชามติเมื่อ 3 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิตาลี สันนิบาตขวาจัดกลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ที่สุดของอิตาลี ภายใต้การนำของมัตเตโอ ซัลวินี ส่วนโปแลนด์ พรรคกฎหมายและความยุติธรรมที่มีแนวทางกังขาอียู ได้อันดับหนึ่งด้วยคะแนนสนับสนุนถึง 45% ได้ผู้แทน 27 ที่นั่ง จาก 51 ที่นั่ง และฝรั่งเศส พรรคต่อต้านคนเข้าเมืองและต่อต้านอียู ของมารีน เลอ เพ็น เอาชนะขบวนการสายกลางโปรยุโรปของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ได้
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาชนยุโรป (อีพีพี) ซึ่งมีแนวทางกลาง-ขวา ยังคงเป็นกลุ่มพรรคขนาดใหญ่ที่สุดของสภา โดยคาดว่าจะได้ 179 ที่นั่ง ลดลงจาก 216 ที่นั่งเมื่อปี 2557 ส่วนพรรคสังคมนิยมและประชาธิปไตย (เอสแอนด์ดี) จะได้ที่นั่งลดลงจาก 191 ที่นั่ง เหลือเพียง 150 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า อีพีพีน่าจะจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรกับพรรคสังคมนิยมและประชาธิปไตยเพื่อครองเสียงข้างมากไว้ต่อไป โดยอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคเสรีนิยมและพรรคกรีน ซึ่งจะช่วยปกป้องอียูจากฝ่ายต่อต้านความเป็นเอกภาพของประชาคมแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนในการเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิมากเป็นอันดับ 2 ของโลกในครั้งนี้ มีจำนวนมากที่สุดในรอบ 20 ปี โดยเพิ่มจาก 43% ในปี 2557 เป็น 51% ในครั้งนี้ บีบีซีกล่าวว่า ที่ฮังการีและโปแลนด์นั้นมีผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวจากครั้งก่อน ส่วนเดนมาร์กมีคนใช้สิทธิมากที่สุดถึง 63% นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ชาวยุโรปรักษาสิทธิกันมากขึ้นนั้นรวมถึงกระแสที่มาแรงของพรรคประชานิยมและความตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนที่เทให้พรรคฝ่ายเสรีนิยมและพรรคแนวทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอาจส่งผลให้คณะกรรมการบริหารของอียูชุดใหม่ ซึ่งจะเลือกโดยสภาแห่งนี้ มีแนวทางที่แข็งกร้าวมากขึ้นในด้านการควบคุมอุตสาหกรรมที่สร้างมลภาวะ, การจัดเก็บภาษีกับบรรษัทข้ามชาติ หรือเรียกร้องให้ประเทศคู่ค้าของอียูร่วมมือในการควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ไปจนถึงการกดดันชาติสมาชิกอียูเอง โดยเฉพาะในยุโรปตะวันออก ด้านการคุ้มครองสิทธิพลเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36961</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, พรรคชาตินิยม, รัฐสภายุโรป, สหภาพยุโรป, อียู, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebf27caa6d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป อียูรอลุ้นอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลเมือง 21 ชาติสมาชิกอียูที่เหลือ ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปชุดใหม่ในวันอาทิตย์ ปิดฉากการเลือกตั้งยาวนาน 4 วัน ที่จะชี้วัดอนาคตของสภายุโรปว่าจะเอียงไปในทิศทางใด ระหว่างฝ่ายชาตินิยมกับฝ่ายนิยมอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กชายนำบัตรลงคะแนนของพ่อหย่อนลงหีบบัตร ที่เมืองบาร์เซโลนาของสเปน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ซึ่งจัดการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่น, ภูมิภาค และรัฐสภายุโรปไปพร้อมกัน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิถึงช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 ในบางประเทศมีมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2557 โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฝรั่งเศสและโรมาเนีย ส่วนประเทศอื่นๆ จำนวนผู้ใช้สิทธิค่อนข้างคงเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกอียู 7 ชาติลงคะแนนเลือกตั้งเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้ แต่ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการจะประกาศได้ต่อเมื่อทุกประเทศลงคะแนนกันครบแล้ว รัฐสภายุโรปจะประกาศผลการประเมินในเวลา 01.15 น.ของวันจันทร์ตามเวลาไทย และจะเริ่มประกาศผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ตั้งแต่เวลา 04.00 น.วันจันทร์ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษและเนเธอร์แลนด์เป็น 2 ประเทศแรกที่ลงคะแนนเมื่อวันพฤหัสบดี ตามด้วยไอร์แลนด์และสาธารณรัฐเชกในวันศุกร์ จากนั้นในวันเสาร์เป็นการลงคะแนนของสโลวาเกีย, มอลตา และลัตเวีย ที่เหลืออีก 21 ประเทศซึ่งมีผู้มีสิทธิราว 400 ล้านคน จัดเลือกตั้งพร้อมกันในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว สโลวาเกียมีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยที่สุด ไม่ถึง 14% และประธานาธิบดีอันเดรีย กิสกา ซึ่งมีแนวทางสายกลาง กำลังวิตกกับการระดมกำลังของพวกคตินิยมสุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาพรรคการเมืองที่มีแนวคิดคัดค้านอียูคาดหวังกันว่าพวกเขาจะได้ที่นั่งมากถึง 1 ใน 3 ของรัฐสภาที่มี 751 ที่นั่ง เพื่อคัดง้างฝ่ายที่สนับสนุนการรวมสหภาพอย่างเหนียวแน่นของยุโรป ฝ่ายนี้นำโดยพรรคการเมืองขวาจัดของรองนายกฯ มัตเตโอ ซัลวินี ของอิตาลี และมารี เลอ เพน ของฝรั่งเศส ส่วนอังกฤษนั้น แม้จะต้องพ้นจากอียูภายในวันที่ 31 ตุลาคม ตามเส้นตายใหม่ แต่ชาวอังกฤษยังมีสิทธิเลือกสมาชิกรัฐสภายุโรปในครั้งนี้ด้วย โดยคาดว่าพรรคเบร็กซิตของไนเจล ฟาราจ เป็นหัวขบวนแนวคิดต่อต้านอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเป็นหัวขบวนของฝ่ายสายกลางและเสรีนิยมที่หวังจะสกัดพวกชาตินิยมจากการกำหนดนโยบายและตำแหน่งสำคัญในอียู.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, ชาตินิยม, ต้านอียู, รัฐสภายุโรป, อียู, เลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5ceaa69b52af5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสรวบขวาจัด 6 คน วางแผนประทุษร้าย &#039;มาครง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝรั่งเศสจับผู้ต้องสงสัย 6 คน เกี่ยวโยงขบวนการขวาจัดหัวรุนแรงที่กำลังวางแผนก่อเหตุรุนแรงต่อประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง สนทนากับชาวเมืองขณธมาประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ที่จังหวัดอาร์แดน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเผยเมื่อวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายนว่า หน่วยข่าวกรองในประเทศ&amp;nbsp; (DGSE) สามารถจับผู้ต้องสงสัย 6 คนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มขวาจัดหัวรุนแรง ซึ่งกำลังวางแผนก่อเหตุรุนแรงต่อประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง โดยเป็นชาย 5 คนและหญิง 1 คน อายุระหว่าง 22-62 ปี&amp;nbsp; แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องสงสัย 4 คนถูกจับกุมที่จังหวัดโมแซลทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ จังหวัดนี้อยู่ห่างจากบริเวณสมรภูมิที่ยืดเยื้อในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เรียกว่า &amp;quot;ยุทธการที่แวร์เดิง&amp;quot; ด้วยระยะทางขับรถราว 1 ชั่วโมง เมื่อวันอังคารมาครงมาร่วมในพิธีรำลึกครบ 100 ปีสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่แวร์เดิงแห่งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกคนโดนควบคุมตัวในเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส และคนที่ 6 โดนควบคุมตัวที่เมืองทางตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวผู้หนึ่งเผยว่า สำนักอัยการในกรุงปารีสเปิดการสอบสวนผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 รายนี้ในคดีก่อการร้ายทั่วประเทศ ในขณะนี้แผนก่อการร้ายที่พบยังอยู่ในภาวะคลุมเครือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส คริสตอฟ กัสตาเนร์ ออกมาเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า ฝรั่งเศสยังคงต้องให้ความระมัดระวังต่อภัยคุกคามจากเครือข่ายหัวรุนแรงทั้งฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยวางแผนสังหารมาครงมาแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 เป็นชายวัย 23 ปี เขาถูกจับในข้อหาวางแผนสังหารมาครงระหว่างพิธีสวนสนามในวันชาติฝรั่งเศส เขาให้การว่าต้องการฆ่ามาครง, มุสลิม, ยิว, คนผิวสี และคนรักร่วมเพศ ในรถยนต์ของเขาพบมีดทำครัว 3 เล่ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21562</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, ประธานาธิบดีมาครง, ฝรั่งเศส, ลอบประทุษร้าย, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2e98936706.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลิก บราซิลเลือก &#039;โบลโซนาโร&#039; หัวขวาจัดนั่งเก้าอี้ ปธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาอีร์ โบลโซนาโร นักการเมืองขวาจัดฉายา &amp;quot;ทรัมป์แห่งบราซิล&amp;quot; ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบชี้ขาดเมื่อวันอาทิตย์ตามความคาดหมาย เตรียมเป็นผู้นำบราซิลคนแรกที่มีปูมหลังจากกองทัพ เจ้าตัวแถลงฉลองชัยชนะด้วยคำมั่นจะเปลี่ยนชะตาของบราซิล เลิกเกี้ยวพาสังคมนิยมประชานิยมและฝ่ายซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนชาอีร์ โบลโซนาโร ฉลองชัยชนะที่ด้านนอกบ้านของเขาในนครรีโอเดจาเนโร เมื่อคืนวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบชี้ขาดระหว่างชาอีร์ โบลโซนาโร นักการเมืองขวาจัดวัย 63 ปี กับเฟอร์นันโด ฮัดดาด ตัวแทนจากพรรคแรงงานที่เคยบริหารบราซิลนาน 13 ปีจาก 15 ปีหลังสุด ปรากฏผลเมื่อวันจันทร์ที่ 29 ตุลาคมว่า โบลโซนาโรคือผู้ชนะตามการคาดคะเนของโพลหลายสำนักก่อนเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งบราซิลประกาศว่า โบลโซนาโตได้คะแนน 55.2% ส่วนฮัดดาดได้คะแนน 44.8% ผู้ชนะจะเข้ารับตำแหน่งวันที่ 1 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตร้อยเอกแห่งกองทัพบกบราซิลจะเป็นผู้นำบราซิลคนแรกที่มีปูมหลังมาจากกองทัพ นับตั้งแต่บราซิลยุติการปกครองโดยเผด็จการทหารช่วงปี 2507-2528 เขามักยกย่องระบอบเผด็จการของบราซิลอย่างเปิดเผย และยังวางตัวนายพลเกษียณหลายคนรับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญหลายกระทรวง รวมถึงตำแหน่งรองประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ชาวบราซิลจำนวนไม่น้อยจะรังเกียจที่โบลโซนาโรชื่นชมระบอบเผด็จการอย่างเปิดเผย และมักกล่าวดูถูกเพศหญิง, เกลียดชาวรักร่วมเพศ และเหยียดผิว แต่ชาวบราซิลจำนวนมากก็ยังคงเทคะแนนเลือกนักการเมืองขวาจัดรายนี้ ด้วยความโกรธแค้นปัญหาคอร์รัปชัน อาชญากรรมและภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกาะกินประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงต่อประชาชนครั้งแรกหลังชนะเลือกตั้ง โบลโซนาโรให้คำมั่นว่าเขาจะเคารพหลักการตามระบอบประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ต้องการเปลี่ยนทิศทางของประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่อาจเกี้ยวพากับสังคมนิยม, คอมมิวนิสต์, ประชานิยม และลัทธิคตินิยมสุดโต่งของฝ่ายซ้ายได้อีกต่อไป เรากำลังจะเปลี่ยนชะตาของบราซิล&amp;quot; โบลโซนาโตกล่าว พร้อมปฏิญาณว่าเขาจะถอนรากถอนโคนการทุจริตประพฤติมิชอบและกำจัดอาชญากรรมรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของฉายา &amp;quot;ทรัมป์เขตร้อน&amp;quot; ผู้แสดงความเลื่อมใสประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รายนี้ยังประกาศจะนำบราซิลปรับตัวเข้ากับประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้ามากขึ้น แทนที่จะอิงแอบกับพันธมิตรร่วมภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โทรศัพท์แสดงความยินดีกับโบลโซนาโรแล้ว และอวยพรให้เขาโชคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนเฟอร์นันโด ฮัดดาด จากพรรคแรงงาน ปลอบใจกันภายหลังพ่ายแพ้ ระหว่างการชุมนุมที่นครรีโอเดจาเนโร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ณ ที่ทำการของพรรคแรงงานในนครเซาเปาลู ผู้สนับสนุนฮัดดาดที่มารวมตัวกันต่างแสดงความผิดหวัง บ้างร้องตะโกนว่า &amp;quot;ฟาสซิสต์&amp;quot; ส่วนฮัดดาด อดีตนายกเทศมนตรีเซาเปาลู วัย 55 ปี ได้กล่าวตอบโต้คำปราศรัยหาเสียงทิ้งทวนของโบลโซนาโรที่ว่าจะล้างบางพวก &amp;quot;แดง&amp;quot; ฝ่ายซ้าย ว่าเขาจะต่อสู้ต่อไปเพื่อ &amp;quot;ปกป้องเสรีภาพของประชาชน 45 ล้านคน&amp;quot; ที่ลงคะแนนเลือกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบราซิลจำนวนมากวิตกว่าผู้นำคนใหม่จะกดขี่สิทธิมนุษยชน, จำกัดเสรีภาพพลเมืองและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์เรียกร้องบรรดาผู้พิพากษา, อัยการ, สื่อ และภาคประชาสังคม ยืนยันต่อต้านความพยายามใดๆ ของโบลโซนาโรที่จะ &amp;quot;กัดกร่อนสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยและสถาบันต่างๆ ที่บราซิลสร้างขึ้นอย่างยากลำบากในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรตอบโต้ความกังวลนี้ โดยให้สัญญาในสุนทรพจน์ของเขาด้วยว่า เขาจะบริหารประเทศนี้โดยยึดถือคัมภีร์ไบเบิลและรัฐธรรมนูญของประเทศ และจะปกป้องรัฐธรรมนูญ, ประชาธิปไตย และเสรีภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจบราซิลพร้อมอาวุธลาดตระเวนตามถนน ระหว่างที่ผู้สนับสนุนเฟอร์นันโด ฮัดดาด ชุมนุมกันที่นครรีโอเดจาเนโร / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, ชาอีร์ โบลโซนาโร, บราซิล, เฟอร์นันโด ฮัดดาด, เลือกตั้งประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd716142d279.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 21:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขวาจัด &#039;ทรัมป์แดนแซมบา&#039; ชนะเลือกตั้ง ปธน.บราซิล รอบแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตนายทหารและสมาชิกสภาแนวทางขวาจัดที่ถูกเปรียบเทียบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ได้คะแนนไม่พอ ยังต้องลุ้นเลือกตั้งชี้ขาดรอบที่ 2 ปลายเดือนนี้กับเฟอร์นันโด ฮัดดาด จากพรรคฝ่ายซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาอีร์ โบลโซนาโร (ขวา) ชูนิ้วโป้งอย่างมั่นใจขณะมาลงคะแนนพร้อมกับฟลาวิโอ ลูกชายของเขาที่สมัครชิงเก้าอี้ ส.ว. ที่นครริโอเดจาเนโร เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2561 ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของบราซิลเมื่อวันอาทิตย์เป็นไปตามความคาดหมายของโพลก่อนหน้านี้ โดยโบลโซนาโร เจ้าของฉายา &amp;quot;ทรัมป์เขตร้อน&amp;quot; ได้คะแนนสนับสนุน 46.3% นำห่างฮัดดาด อดีตนายกเทศมนตรีนครเซาเปาลู ซึ่งได้เพียง 29% คะแนนที่ไม่ถึงครึ่ง ทำให้โบลโซนาโรต้องมาเลือกตั้งชี้ขาดกับฮัดดาดในวันที่ 28 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายทหารผู้กล่าวปกป้องเผด็จการทหารของบราซิลที่เคยครองอำนาจช่วงปี 2507-2528 ถูกนำมาเปรียบเทียบกับทรัมป์ เนื่องจากแนวนโยบายชาตินิยมของเขา และการประณามกลุ่มพรรคการเมืองเก่าที่อิงกับภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน และกำลังเป็นที่เกลียดชังในสังคมบราซิลปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรสัญญาว่าเขาจะปราบปรามการรับสินบนและอาชญากรรมในประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 ของโลกแห่งนี้ ซึ่งปีที่แล้วมีคนตายเพราะความรุนแรงมากถึง 63,880 คน โบลโซนาโรให้คำมั่นด้วยว่าเขาจะผ่อนปรนการควบคุมอาวุธปืนและเปิดช่องให้ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนชาอีร์ โบลโซนาโร เชียร์กันอย่างคึกคักที่ด้านหน้าคอนโดมิเนียมของเขาในเขตบาร์รา ดา ติชูกา ของนครรีโอเดจาเนโรเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความนิยมต่อตัวเขายังส่งผลสะเทือนถึงการเมืองบราซิลในภาพรวมด้วย พรรคเสรีสังคมนิยม (พีเอสแอล) ของเขากำลังจะเป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ 2 จากการเลือกตั้งที่จัดในวันเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้การผลักดันนโยบายลดภาษีและทำให้รัฐยุ่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำปราศรัยครั้งแรกของเขา โบลโซนาโรรับปากว่าจะลดขนาดของรัฐลง, ลดจำนวนกระทรวงให้เหลือ 15 กระทรวง, ลดภาษีเงินเดือน และแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือปิดบริษัทหลายแห่งหากเขาได้เป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนที่เพิ่มขึ้นของเขาในผลสำรวจ ส่งผลให้ค่าเงินและตลาดหุ้นบราซิลคึกคักในช่วงไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง นักลงทุนจำนวนมากไม่ต้องการให้พรรคแรงงานของฮัดดาดกลับมาเป็นรัฐบาล ฮัดดาดได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคฝ่ายซ้าย หลังจากอดีตประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา โดนตัดสิทธิ์ เนื่องจากถูกจำคุก 12 ปี ฐานคอร์รัปชัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟอร์นันโด ฮัดดาด ภายหลังทราบผลเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ก็ยังมั่นใจว่าเขาจะเอาชนะโบลโซนาโรได้ในการเลือกตั้งรอบสอง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, ชาตินิยม, ชาอีร์ โบลโซนาโร, ทรัมป์แห่งบราซิล, บราซิล, เฟอร์นันโด ฮัดดาด, เลือกตั้งประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6c661c5ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
