<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว &#039;กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล&#039; นั่ง ผอ.ขสมก. คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.ย. 2564 นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คนใหม่ เพื่อทำหน้าที่แทน นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.ขสมก. คนปัจจุบัน ที่จะหมดวาระในวันที่ 1 ต.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ขสมก.แจ้งว่าหลังจากนี้ ขสมก. จะเชิญ นายกิตติกานต์ มาลงนามสัญญาว่าจ้างในตำแหน่ง ผอ.ขสมก. ต่อไป เพื่อให้มีผลเริ่มงานในวันที่ 2 ต.ค.2564 เป็นต้นไป โดย ผอ.ขสมก.คนใหม่มีวาระการดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างคราวละไม่เกิน 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงนามสัญญาว่าจ้างนี้จะมีอายุ 4 ปี คือ เริ่มต้นสัญญาวันที่ 2 ต.ค.2564 จนสิ้นสุดสัญญา 1 ต.ค.2568 เป็นไปตามระเบียบการสรรหา ผอ.ขสมก. ซึ่งนายกิตติกานต์ ถือเป็น ผอ.ขสมก. คนที่ 25 นับตั้งแต่ ขสมก. ดำเนินการจัดตั้งองค์การขึ้นมาเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2519-ปัจจุบัน (21 ก.ย.64) ระยะเวลาเกือบ 45 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117437</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล, ขสมก, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149d0ed95d29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียว ขสมก.กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 7,803 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7,803ล้านบาท และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ กำหนดวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่างๆในการกู้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมรายงานว่า ขสมก.ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากผลประกอบการที่ขาดทุนและไม่ได้รับเงินชดเชยผลการขาดทุนตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการที่ขสมก.เก็บค่าโดยสารตามอัตราที่ภาครัฐกำหนดซึ่งต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง และไม่สามารถปรับอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นตามสภาวการณ์ปัจจุบันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวงเงินจำนวน 7,803 ล้านบาท ที่กู้มาจะแยกเป็น ดังนี้ 1.การชำระค่าเชื้อเพลิง 2,867 ล้านบาท 2.ชำระค่าเหมาซ่อมจำนวน 1,667 ล้านบาทและ3.เสริมสภาพคล่องทางการเงิน 3,269 ล้านบาท ซึ่งการกู้เงินของขสมก.ในครั้งนี้จะทำให้ประหยัดค่าดอกเบี้ย ค้างชำระได้ปีละ232 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ฉบับปรับปรุงใหม่ อยู่ระหว่างการทบทวนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. จึงทำให้ในปีงบประมาณ 2565 ขสมก. มีภาระที่ต้องชำระหนี้เงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระ โดย ณ วันที่ 31 ม.ค.64 ขสมก. มีหนี้สินค้างชำระรวมทั้งสิ้น 127,797.432 ล้านบาท โดย ขสมก. ได้ทำประมาณการเงินสดรับ-จ่ายในปีงบประมาณ 2565 คาดว่าจะมีเงินสดคงเหลือปลายงวดขาดมือจำนวน 32,926 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ดังนั้น ขสมก. จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินจำนวน 32,926ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะนำไปชำระหนี้คืนเงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระและไถ่ถอนพันธบัตรเงินกู้จำนวน 25,122ล้านบาท ซึ่ง ขสมก. ได้เสนอสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อบรรจุเข้าแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2565 แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112853</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน, ขสมก, เงินกู้เสริมสภาพคล่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7f808cb97f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก. จำกัดผู้ใช้บริการไม่เกิน 50% เริ่ม 21 ก.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ก.ค.2564 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 จำนวน 11 ข้อ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อปฏิบัติ ในการแก้ไขและบรรเทาสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ให้คลี่คลายลงโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยข้อที่ 6 กำหนดให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท &amp;nbsp;ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด และการขนส่งสาธารณะทุกประเภทระหว่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามแนวทางที่ ศปก.ศบค. กำหนด โดยจำกัดจำนวนผู้โดยสาร ที่ใช้บริการไม่เกิน 50%ของความจุผู้โดยสาร สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภท รวมทั้งจัดให้มีการเว้นระยะห่างและการปฏิบัติตามมาตรการ ด้านสาธารณะสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยพิจารณาจัดการให้บริการขนส่งสาธารณะ ให้เพียงพอต่อความจำเป็น และตามเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางของประชาชน โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ขสมก. จึงปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางทุกคัน ไม่ให้เกินร้อยละ 50 ของความจุผู้ใช้บริการ ตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น &amp;nbsp;2. ปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการรถโดยสารประจำทาง จากเวลาปกติ เป็นให้บริการ เวลา 05.00 - 21.00 น. (เวลา 21.00 น. คือ เวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยเพิ่มความถี่ในการปล่อยรถ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (05.00 - 08.00 น.) และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ถึงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (16.00 - 21.00 น.) ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5 - 10 นาที หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
3. ให้บริการรถโดยสาร วันธรรมดา จำนวน 18,000 - 20,000 เที่ยว &amp;nbsp;วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ให้บริการรถโดยสาร จำนวน 16,000 เที่ยว หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา4. ปล่อยรถโดยสารคันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทางประมาณ 20.00 น. เพื่อให้พนักงานสามารถนำรถกลับเข้าอู่จอดรถได้ทันเวลา 21.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ในช่วงการปล่อยรถ 3 คันสุดท้าย ให้มีระยะห่างกัน 5 - 10 นาที ซึ่งรถโดยสาร 3 คันสุดท้าย จะติดป้ายข้อความบ่งชี้บริเวณหน้ารถโดยสาร ดังนี้ เหลือรถ 2 คันสุดท้าย,เหลือรถ 1 คันสุดท้ายและรถคันสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) &amp;nbsp;ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะใช้บริการรถโดยสาร &amp;nbsp;นั่งหรือยืนตามจุดที่กำหนด &amp;nbsp;กรณีผู้ใช้บริการเต็มจะต้องรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป &amp;nbsp;รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ เตรียมตัวกลับบ้านก่อนเวลา 18.00 น. เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการบนรถโดยสาร ในช่วงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (20.00 - 21.00 น.) ซึ่งจะทำให้การดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมบนรถโดยสาร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, ผู้โดยสาร 50%, รถเมล์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7b6cc80884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก. เสียบแทนเปิดเดินรถปรับอากาศ สาย 8 เคหะชุมชนร่มเกล้า - สะพานพระพุทธยอดฟ้า  เริ่มให้บริการ 16 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.2564 นายสุระชัย &amp;nbsp;เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ประกอบการ รถโดยสารเอกชนร่วมบริการปรับอากาศ สาย 8 &amp;nbsp;เส้นทางเคหะชุมชนร่มเกล้า - สะพานพระพุทธยอดฟ้า ได้ยุติการเดินรถ ส่งผลให้ประชาชน ไม่ได้รับความสะดวก สบายในการเดินทาง &amp;nbsp;ขสมก. มีความห่วงใยประชาชน จึงเตรียมจัดรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำ (Low Floor) ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 25 คัน ที่มีการออกแบบในลักษณะ Universal Design&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะสามารถรองรับผู้ใช้บริการทุกประเภท รวมทั้ง มีการติดตั้งกล้อง CCTV และระบบ GPS ภายในรถ เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน มาวิ่งให้บริการในเส้นทางดังกล่าว แทนผู้ประกอบการเอกชนรายเดิม ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป &amp;nbsp;โดยจัดเก็บค่าโดยสาร ตามระยะทาง ในอัตรา 15 &amp;ndash; 20 &amp;ndash; 25 บาท ให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 - 22.00 น. โดยมีรายละเอียดเส้นทาง ดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เริ่มจากสะพานพระพุทธยอดฟ้า &amp;ndash; เคหะชุมชนร่มเกล้าเริ่มต้นจากบริเวณใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า (ฝั่งพระนคร) ไปตามถนน ลอดใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า เลี้ยวซ้ายไปตามถนนจักรเพชร เลี้ยวขวาไปตามถนนอัษฎางค์ &amp;nbsp;เลี้ยวขวาไปตามถนนพระพิทักษ์ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนตรีเพชร เลี้ยวขวาไปตามถนนเจริญกรุง เลี้ยวซ้ายไปตามถนนจักรวรรดิ์ ถนนวรจักร เลี้ยวขวาไปตามถนนหลานหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสวรรคโลก เลี้ยวขวาไปตามถนนศรีอยุธยา เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพระราม 6 เลี้ยวขวาไปตามถนนราชวิถี เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาไปตามถนนลาดพร้าว เลี้ยวขวาไปตามถนนศรีนครินทร์ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนรามคำแหง เลี้ยวขวาไปตามถนนร่มเกล้า เลี้ยวขวาไปตามถนนเคหะร่มเกล้า ผ่านสถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า จนสุดเส้นทางที่ตลาดเคหะชุมชนร่มเกล้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับ เคหะชุมชนร่มเกล้า &amp;ndash; สะพานพระพุทธยอดฟ้า
เริ่มต้นจากเคหะชุมชนร่มเกล้า ไปตามถนนเคหะร่มเกล้า ผ่านสถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า ไปตามเส้นทางเดิมจนถึงถนนจักรวรรดิ์ ไปตามถนนจักรวรรดิ์ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนข้างสะพานพระปกเกล้า ลอดใต้สะพานพระปกเกล้า ไปตามถนนลอดใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า จนสุดเส้นทางที่ใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า (ฝั่งพระนคร)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109934</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, รถเมล์สาย 8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f121a6db8c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพฯขสมก.ยื่นหนังสือถึงนายกฯค้านคุณสมบัติสรรหา ผอ.คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ก.ค.2564 นายบุญมา ป๋งมา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) เปิดเผยว่า วันนี้ 9 ก.ค. 2564 ได้ลงนามในหนังสือ เพื่อยื่นถึงพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง การสรรหาผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยระบุว่า ตามที่ ขสมก. ได้ประกาศรับสมัครบุคคลภายนอก เพื่อสรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นผู้อำนวยการ ขสมก. ซึ่งในการรับสมัครดังกล่าว มีผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ จำนวน 2 คน ได้แก่ 1.นายรักษา พุทธรักษา และ 2.นายกิตติกานต์ จอมดวงจารุวรพลกุล และกำหนดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ในวันที่ 14 ก.ค. 2564 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สร.ขสมก. เป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มีวัตฤประสงค์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่า ขสมก. ได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งไว้ต่ำกว่ามาตรฐาน กล่าวคือ ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารส่วนราชการส่วนราชการ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับผู้อำนวยการกอง/สำนักหรือเทียบเท่า รวมถึงในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานอื่นของภาครัฐ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับผู้อำนวยการกอง/สำนักหรือเทียบเท่า ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่า ผู้อำนวยการสำนักหรือเทียบเท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้น การกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นผู้อำนวยการ ขสมก.ไว้เพียงแค่ผู้อำนวยการกอง/สำนักหรือเทียบเท่า จึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจาก ขสมก. เป็นหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนขนาดใหญ่ และเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ากว่าแสนล้าน สร.ขสมก. จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และขอคัดค้านการกำหนดคุณสมบัติดังกล่าว จึงยื่นหนังสือ เพื่อโปรดมีบัญชาหรือสั่งการให้ ขสมก.กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครผู้อำนวยการ ขสมก. ให้คงไว้ตามมาตรฐานเดิม เหมือนทุกครั้งที่ได้มีการสรรหาผู้อำนวยการ ขสมก. หรือสั่งการตามที่จะเห็นสมควร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, ค้านสรรหา ผอ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7f808cb97f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.แจงกระเป๋ารถเมล์มีอาการชักเกร็งหลังฉีดวัคซีนเพราะมีโรคประจำตัวขาดยามา 3-4 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 พ.ค.2564-นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีพนักงานเก็บค่าโดยสารสาย 62 ท่าน้ำสาธุประดิษฐ์-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพศชาย อายุ 33 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ที่สถานีกลางบางซื่อเมื่อวันที่ 27 พ.ค.64 หลังจากฉีดเสร็จสังเกตอาการ 30 นาทีไม่ได้พบอาการผิดปกติแต่อย่างใด จากนั้นขณะที่พนักงานคนดังกล่าวกำลังจะมาขึ้นรถกับกลุ่มเพื่อนพนักงาน ขสมก. ที่มาฉีดวัคซีนในวันนั้น เพื่อกลับไปที่ทำงานคืออู่สาธุประดิษฐ์พบว่าพนักงานคนดังกล่าวมีอาการปวดศรีษะ ล้มลง แล้วเกิดอาการชักเกร็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมีเจ้าหน้าที่จึงเข้ามาช่วยเหลือแล้วพาไปรักษาที่สถาบันประสาทวิทยา หมอวินิจฉัยว่าพนักงานคนดังกล่าวมีโรคประจำตัวคือโรคชักเกร็ง จากนั้นให้การรักษาจนมีอาการดีขึ้น จึงพาพนักงานคนดังกล่าวกลับอู่สาธุประดิษฐ์ จากนั้นพบว่าพนักงานคนดังกล่าวมีชักเกร็งอีกครั้ง ขณะเดียกวันจากสืบค้นประวัติพบว่าพนักงานคนนี้เคยรักษาอาการชักเกร็งที่ รพ.เลิดสิน จึงรับส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เลิดสินทันที ซึ่งแพทย์วินิจฉัยโรคว่ามีอาการชักเกร็ง ขณะนี้นอนรักษาต่ออยู่ที่ รพ.เลิดสิน รู้สึกตัวดีและช่วยเหลือตนเองได้ ยืนยันว่าไม่มีการเสียชีวิตเหมือนที่เคยมีการนำเสนอข่าวแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุระชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จากการซักประวัติพนักงานคนดังกล่าวพบว่า มีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก และเคยเข้าการรักษาอาการชักเกร็งที่ รพ.เลิดสิน เมื่อช่วงเดือน มี.ค.64 จากนั้นอาการดีขึ้น แพทย์จึงให้กลับบ้านและให้ยามารับประทานเพื่อรักษาโรคดังกล่าว เมื่อยาหมดแล้วพบว่าอาการดีขึ้น พนักงานคนดังกล่าวจึงไม่ได้กลับไปขอยาที่ รพ. มารักษาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดการรักษา และไม่ได้ทานยามาสักพักแล้ว จึงทำให้อาการกำเริบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน ขสมก. ได้ประชาสัมพันธ์ให้พนักงานเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตนแล้ว แต่กรณีพนักงานคนนี้ไม่ได้แจ้ง ขสมก. ว่ามีโรคประจำตัว เพื่อให้แพทย์ประเมินก่อนการฉีดวัคซีน ทำให้ไม่ทราบข้อมูลในส่วนนี้จึงเกิดปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ขสมก. เน้นย้ำพนักงานที่เข้าฉีดวัคซีนทุกคนว่า ถ้าใครมีโรคประจำตัวต้องแจ้งหัวหน้างานทันที เพื่อส่งข้อมูลให้แพทย์ประเมินว่าสามารถฉีดวัคซีนได้หรือไม่เพื่อป้องกันการเกิดกรณีแบบนี้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอาทร ถิ่นรัตน์ พนักงานเก็บค่าโดยสารสาย 62 ท่าน้ำสาธุประดิษฐ์-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้ที่เกิดเหตุครั้งนี้ ได้มีการอัดคลิปผ่านสื่อโชเชียลเพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ตนเข้า รพ. ครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่เป็นโรคประจำตัวของตนเอง ที่ตนไม่ได้รับยามาแล้ว 3-4 เดือน ทำให้อาการกำเริบ และขอบคุณสำหรับกำลังใจทุกคนที่ห่วงใยครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104577</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเป๋ารถเมล์, ขสมก, ชักเกร็งหลังฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b1db62513e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.เฮ!พระราชกฤษฎีกาให้ลงทุนและออกพันธบัตรได้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับสนองพระบรมราชโองการในพระราชกฤษฎีกา&amp;nbsp;จัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2564 โดยมีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 27 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว มีเนื้อหาที่สำคัญคือ มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (3) ของมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 &amp;ldquo;(3) ประกอบธุรกิจอื่นเพื่อประโยชน์แก่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพโดยใช้ทรัพย์สินขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (7/1) ของมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 &amp;ldquo;(7/1) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 เพื่อให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมีอำนาจในการประกอบธุรกิจอื่นเพื่อประโยชน์แก่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพโดยใช้ทรัพย์สินขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และให้มีอำนาจในการออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูรายละเอียดฉบับเต็มที่นี่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, นายกรัฐมนตรี, พระบรมราชโองการ, พระราชกฤษฎีกา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606985bc8e5df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
