<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;จี้ผู้พิพากษาออกมาร่วมแก้ปัญหาบ้านพักศาลอย่าโยนภาระให้รัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.61 - &amp;nbsp;พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โพสต์ข้อความ ว่าเมื่อท่านขอมา พุทธะอิสระก็จัดให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้พิพากษา โทรมาขอให้พุทธะอิสระพูด เขียนถึงกรณี พิพาทกันระหว่างประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่กับสถาบันศาล เขตภาคเหนือในเรื่องการใช่ที่ดินราชพัสดุ ซึ่งอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นผู้อนุมัติให้ใช้พื้นที่ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2547 อนุมัติงบประมาณในปี 2556-57 ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้ศาลตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาเสียเองโดยเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ตั้งเป้าเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการเพื่อขอคืนพื้นที่ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งความขัดแย้งครั้งนี้ได้ดำเนินมานานพอสมควร ต่อมาท่านพลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เข้ามาเป็นแกนกลางเชิญประชุมร่วม 3 ฝ่ายเพื่อหาทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผลปรากฏว่า ตัวแทนผู้พิพากษาไม่ได้มาร่วมประชุม นี่จึงถือว่าเป็นจุดแตกหัก เพิ่มความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงถือว่าศาลได้ทิ้งหลักการ และโอกาสที่จะทำให้สังคมสงบสุข และการมีส่วนร่วมกันในสังคมระหว่างประชาชนกับสถาบันตุลาการศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เรื่องนี้ตุลาการศาลมิได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะเป็นการดำเนินการของรัฐบาลยุคนายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ก็ตามที แต่ตุลาการศาลเป็นผู้รับประโยชน์โดยตรง จึงคงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะรัฐบาลเขาทำที่อยู่ให้ท่านผูกพิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาล เรื่องนี้จึงต้องมองเป็น 2 ประเด็นคือ ประเด็นด้านกฎหมาย และประเด็นความเหมาะสมคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประเด็นทางกฎหมาย แน่นอนล่ะโครงการก่อสร้างบ้านพักและอาคารชุดของข้าราชการตุลาการ จังหวัดเชียงใหม่ เชิงดอยสุเทพย่อมเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ และกฎหมายที่กำหนดเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถูกต้องทั้งที่ดินที่ได้มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถูกต้องทั้งงบประมาณที่ได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถูกต้องทั้งแบบแปลนในการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ก็กลายเป็นปัญหาจนได้ เพราะสร้างไม่ถูกที่ ดันไปสร้างในที่ที่ไม่สมควรจะสร้าง ที่ควรจะไม่เป็นเรื่อง จึงกลายเป็นเรื่องขึ้นมาเสียได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่โครงการนี้มันเริ่มมาตั้งแต่ปี 47 ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตรนั้นแล้ว และอนุมัติงบก่อสร้างเมื่อปี 57 ในยุครัฐบาลปู ยิ่งลักษณ์ก็ตามที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อมีผู้ไปขุดคุ้ยขึ้นมาจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ แต่มันดันกลายเป็นประเด็นว่า เหมาะสมหรือไม่ สมควรหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประเด็นความเหมาะสม จึงถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันในสังคม ประเด็นนี้คงต้องอธิบายด้วยภาพถ่ายทางดาวเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากภาพถ่ายดาวเทียมที่ปรากฏ ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า การก่อสร้างครั้งนี้ได้ทำลายพื้นที่สีเขียว หายไปจนกลายเป็นสภาพฟันหลออย่างที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งปัญหานี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเพราะมีประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งก็อาจจะมาจากหลักคิดที่ว่า สถาบันตุลาการศาลนอกจากเป็นผู้แก้ความขัดแย้ง แล้วจักต้องสง่างามด้วย เมื่อโครงการนี้เกิดขึ้นในพื้นที่สีเขียว ที่มีสภาพเป็นป่า ภาคประชาชนจึงมองว่า เวลาชาวบ้านไปบุกรุกป่าเพื่อทำกิน กลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับดำเนินคดี ต้องคำพิพากษาให้ติดคุก แต่บ้านพักตุลาการศาล เข้าไปสร้างในพื้นที่ป่า ที่อุดมสมบูรณ์ได้เพราะมีระเบียบอนุญาต มันจึงกลายเป็นความย้อนแย้งในหัวใจของประชาชน เกิดขึ้นจนกลายเป็นการไม่เห็นด้วย กับการก่อสร้างครั้งนี้ ด้วยเหตุข้ออ้างที่ว่าไปทำลายทัศนียภาพทางธรรมชาติของดอยสุเทพ ที่ประชาชนถือว่า เป็นดอยศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งโครงการนี้มันมีการทำลายทรัพยากรป่าไม้อย่างชัดแจ้ง แม้จักเป็นที่ราชพัสดุก็ตาม แต่ชาวบ้านเขามองว่าศาลผู้ทำงานในพระปรมาภิไธยของพระเจ้าแผ่นดิน จึงควรเป็นต้นแบบที่ดี ในการปกป้องรักษาทรัพยากรของชาติ อันเป็นสมบัติของทุกคนในแผ่นดิน ไม่สมควรที่ใครจักมาผูกขาด ได้ประโยชน์จากสมบัติของแผ่นดินผืนนี้แต่เพียงกลุ่มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่านี้คือที่มาของคำว่า ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งยึดถือกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกฝ่ายหนึ่งยึดถือความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่ยอมพูดคุยกันเพื่อหาจุดร่วม เพื่อให้ได้ข้อยุติ เรื่องนี้จึงเดินมาสู่จุดแตกหัก อย่างที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะถามว่าฝ่ายใดผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบได้เลยว่า ไม่มีฝ่ายไหนผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มันอยู่ที่จิตสำนึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฝ่ายไหน ควรมีจิตสำนึกมากกว่าหรือเท่าๆ กันอย่างไร พุทธะอิสระไม่ขอลงลึก เดี๋ยวทั้งจะอายกันทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาเป็นว่า หากต้องการจะให้เรื่องนี้จบโดยเฉลี่ยประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายคงต้องเปิดใจพูดคุยกัน ด้วยเหตุด้วยผล โดยเฉพาะในเรื่อง พูดคุยนี้ คงต้องท้วงติงฝ่ายตุลาการ ด้วยที่พลาดเรื่องสำคัญที่ท่านควรต้องใช้เพื่อการยุติความขัดแย้งซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ ในวิชาชีพของท่านต่อการยุติความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่ท่านมีพระบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ ที่ได้ทรงทำต้นแบบให้ท่านตุลาการทั้งหลายได้ดู มาตลอดพระชนชีพขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบรมราชชนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ทรงใช้กุศโลบายการพูดคุย เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ มาตลอดยาวนานถึง 60 กว่าปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ท่านผู้พิพากษาทั้งหลาย ทำไมถึงได้เพิกเฉยไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ทั้งที่ท่านทั้งหลายได้ทำหน้าที่ในพระปรมาภิไธยของพระองค์ท่าน ทำไมถึงไม่น้อมรับเอากุศโลบายการเจรจาพูดคุย กับผู้ขัดแย้งมาใช้ในเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือท่านทั้งหลายคิดไปเองว่า ท่านไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เลยไม่ให้ความสำคัญต่อการเจรจาพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชน เรื่องมันก็เลยบานปลายอย่างที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งที่สถานภาพของสถาบันตุลาการ มีอำนาจหน้าที่ยุติความขัดแย้ง แต่งานนี้กลับโยนภาระไปให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นการดีต่อความเชื่อมั่นที่ประชาชน ควรจะมีให้แก่สถาบันตุลาการ อันเป็นหลักชัย 1 ใน 3 อำนาจของประเทศ คือ บริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การผลักภาระการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ของตุลาการกับประชาชน ในกรณีนี้ไปให้รัฐบาล ก็เท่ากับตุลาการ กำลังทำลายความน่าเชื่อถือที่ประชาชนมีให้แก่ตุลาการไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า และจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบว่า ก็ใช้วิธีขององค์พ่อหลวงที่ทรงเสด็จลงไป นั่งสนทนา พูดคุยกับชาวบ้านเพื่อรับรู้ถึงปัญหาที่เขามี เขาคิด แล้วทรงนำมาสังเคราะห์ ค้นหา จุดรวมในการประสานประโยชน์และให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพุทธะอิสระคิดว่า ชาวบ้านเขายังอยากฟังท่านผู้พิพากษาพูดอยู่นะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากฟังท่านอธิบาย และให้โอกาสพวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าเมื่อใดที่ท่านคิดว่า ตนเป็นผู้อยู่เหนือปัญหา ไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว นั้นแหละคือตัวก่อปัญหาสำหรับชาวบ้าน เพราะเขาไม่รู้ว่าจะหวังพึ่งใครได้ ไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายก็อย่างที่ท่านทั้งหลายเห็นนั้นแหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่านี้คือ ความเห็นของพุทธะอิสระที่มีต่อกรณี ความขัดแย้งระหว่างประชาชนและตุลาการศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่า ท่านผู้พิพากษาที่ถามมาคงจะเข้าใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, บ้านพักตุลาการ, บ้านพักศาล, ผู้พิพากษา, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad85e13dc6c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;บินกล่อมม็อบ เคลียร์ปมบ้านตุลาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; บินไปเชียงใหม่นัดคุยเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ 6 พ.ค.นี้ เชื่อจบเร็ว &amp;nbsp;แต่ลงมือทำเป็น 3 ระยะ กฎหมายปกติแก้ไขได้ ส่วน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยันไม่ใช้ ม.44 คำสั่ง คสช.ต้องสร้างสรรค์ ไม่เอามาทุบตึกรื้อบ้านทำลายทรัพย์สินทางราชการ ขณะที่เครือข่ายต้านป่าแหว่งเปิดแนวทางตกลงเป็นเรื่องๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ว่าจะลงพื้นที่วันที่ 6 พ.ค. พยายามให้ได้ข้อยุติ พูดคุยภาคประชาชนเป็นหลัก เพราะทราบว่าในพื้นที่มีถึง 17 เครือข่ายที่รวมกันอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ผู้ตรวจราชการประสานในพื้นที่และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ติดต่อกลุ่มที่จะมาพูดคุยกับผม การดำเนินการตรงนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญภาคประชาชน ส่วนรายละเอียดมีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์กล่าวว่า รัฐบาลต้องการรับฟังข้อเสนอแนะของกลุ่มที่คัดค้าน ที่ผ่านมาได้รับฟังมาบ้างแล้ว รวมถึงประชาชนต่างๆ ที่แสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียที่มีความเห็นที่หลากหลาย ดังนั้นการลงพื้นที่จะเป็นการพูดคุยในภาคปฏิบัติว่าเราจะสามารถทำอะไรได้ก่อนและหลัง เราควรทำอย่างไรในระยะที่ 1, ระยะที่ 2 และ 3 ทางออกควรจะเป็นอย่างไร โดยบางเรื่องอาจได้ข้อสรุปเลย บางประเด็นอาจต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมา เวลานี้จึงไม่สามารถบอกได้ว่าหลังวันที่ 6 พ.ค.จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กำหนดระยะเวลาหาข้อยุติหรือไม่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตอบว่า ให้เร็วที่สุด เราอยากให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด นโยบายของนายกฯ ต้องการให้ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไข นายกฯ เป็นห่วงเรื่องนี้มาก จึงอยากให้แก้ไขโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเรื่องนี้มีกระแสการคัดค้านประชาชนในพื้นที่ และกระแสสังคมกดดันอยู่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาของความเห็นที่ไม่ตรงกันเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่ถ้าทุกฝ่ายเห็นว่าเราต้องยืนอยู่บนหลักความจริงและความถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม คิดว่าน่าจะมีทางออกที่จะเกิดขึ้นได้ รัฐบาลพร้อมเปิดกว้างพูดคุย &amp;nbsp;และเท่าที่ทราบ กลุ่มที่คัดค้านอยากพูดคุยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายละเอียดต้องมาพูดจาร่วมกัน เช่น ถ้าเขาต้องการให้รื้อทั้งหมด ต้องมาพิจารณาร่วมกันทำได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ และประเด็นการพูดคุยไม่สามารถตอบได้ว่าจะจบได้วันนั้นหรือไม่ เพราะบางประเด็นอาจมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด แต่ส่วนตัวยังมองว่าเรื่องนี้น่าจะจบรวดเร็วได้ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับในหนทางที่เห็นตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าสามารถกันเป็นพื้นที่แนวเขตอุทยานได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เป็นไปได้ แต่การทำให้เป็นไปได้จะเป็นอย่างไร ใช้กฎหมายข้อไหน ทำได้มากน้อยแค่ไหนใช้เวลาเท่าไหร่ ต้องดูว่าประชาชนเขาต้องการหรือไม่ จะเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับตรงนี้ ต้องหาทางทำให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการใช้มาตรา 44 นั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ บอกว่า ทุกเรื่องถ้าสามารถแก้ได้ด้วยกฎหมายปกติจะเป็นข้อดี เราต้องตระหนักอย่างหนึ่งว่า ถ้าวันหน้าไม่มีมาตรา 44 จะทำอย่างไร และนโยบายของหัวหน้า คสช.ชัดเจนว่าจะใช้มาตรา 44 เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าเรื่องไหนสามารถหาทางออกด้วยเส้นทางปกติได้ให้ไปเส้นทางนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า ณ เวลานี้กฎหมายปกติน่าจะแก้ปัญหาได้ การใช้มาตรา 44 อาจจะเห็นผลปุ๊บปั๊บ แต่ไม่รู้ผลกระทบที่ตามมาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ถ้าเราใช้กฎหมายปกติ ซึ่งมันเคยถูกใช้มาแล้ว ก็น่าจะดีมีประโยชน์มากกว่า ความจริงทางออกมีหลายทาง รอดูกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายสุวพันธุ์เป็นการส่วนตัว แต่ในขั้นตอนนี้ยังไม่มีเรื่องที่ต้องหารือทางกฎหมาย ยกเว้นไปตรวจพบว่าต้องมีการตอบในเชิงกฎหมาย อาจจะมาหารือในภายหลัง โดยการมอบหมายนายสุวพันธุ์ถือเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ไปดูแลทั้งหมด ไปฐานะส่วนกลาง เพราะในพื้นที่มีกองทัพภาค 3 และฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่แล้ว โดยหลังจากลงพื้นที่แล้วจะนำจิ๊กซอว์มาต่อกันเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ส่วนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ถูกต้อง จากนั้นจึงเสนอนายกฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เชื่อว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตใจ ไม่ได้มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีสัญญาณว่ามีความไม่สงบหรือการเมืองเข้ามาแทรกแซงแต่อย่างใด ไม่ว่าเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่ยากนัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่พบอะไรที่จะชักจูงหรือนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้รัฐบาลต้องเป็นผู้แก้ไขปัญหา แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจของทั้ง 3 ฝ่าย คือ ตุลาการ ประชาชน และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยต้องใช้ข้อมูลด้านวิชาการ และเชิงความต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ข้อตกลงเดิมที่มีมาในสมัยรัฐบาลก่อนๆ ที่ผ่านมากว่า 10 ปี คือต้องการให้ศาลมีที่อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน โดยมีการอนุมัติตั้งแต่รัฐบาลนี้ยังไม่เข้ามา จนกระทั่งมีการก่อสร้างในขณะนี้ ดังนั้นจึงขอให้เห็นใจศาลด้วย การพูดจาให้กระทบกระเทือนศาลไม่ได้ และต้องปล่อยให้เป็นไปตามการดำเนินการของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแนวโน้มการใช้มาตรา 44 &amp;nbsp;นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบว่าต้องใช้มาตรา 44 ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่มองว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น เพราะคำสั่ง คสช.จะต้องใช้ในทางสร้างสรรค์ ต้องไม่ใช้ในการทุบตึกและรื้อบ้าน ทำลายทรัพย์สินทางราชการ ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ก่อน เพราะตนไม่ได้รับมอบหมายโดยตรง เป็นเพียงผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่พัฒนาภาคเหนือ และส่งที่ปรึกษาไปดูเท่านั้น เพื่อให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ทำประชามติ รองนายกฯ แจงว่า การทำประชามติถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องตั้งเวทีและตั้งประเด็นเพื่อเข้าคูหากาบัตร จึงไม่จำเป็นต้องถึงขั้นนั้น แต่สามารถทำประชาพิจารณ์ อาจทำได้เนื่องจากเป็นการทำในวงจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 2 พ.ค. ได้รับการติดต่อพูดคุยประสานงานจากทีมงานของนายสุวพันธุ์ &amp;nbsp;เพื่อกำหนดนัดหมายพูดคุยเจรจาหาทางออกกรณีโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ร่วมกับเครือข่ายที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 6 พ.ค. เบื้องต้นทางเครือข่ายได้แจ้งไปแล้วว่า ในการเจรจาดังกล่าวนั้น ขอไม่ให้มีการกลับไปเริ่มต้นที่การตั้งกรรมการหาทางออกขึ้นมาใหม่ แต่ขอว่าเรื่องใดที่สามารถตกลงกันได้ และเรื่องใดที่มีความเห็นพ้องตรงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายกตัวอย่างเช่น ความจำเป็นต้องฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่โดยเร็ว หรือศาลอาจจะไม่ประสงค์จะใช้พื้นที่แล้ว ซึ่งจะมีการหาพื้นที่ใหม่ และงบประมาณใหม่ให้ &amp;nbsp;เป็นต้น ให้มีการประกาศออกไปก่อน ส่วนเรื่องใดที่ยังติดขัด เช่นการรื้อหรือไม่รื้อนั้น ให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมาเพื่อศึกษา ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การแก้ไขปัญหาเกิดความติดขัด และทำให้ประชาชนที่รอคอยคำตอบในเรื่องนี้เกิดความรู้สึกเบาใจขึ้น ซึ่งทางคณะทำงานเครือข่ายจะมีการประชุมหารือและจัดเตรียมวาระสำหรับการเจรจาในครั้งนี้โดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อกรณีปัญหานี้นั้น โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพแสดงความเห็นว่า เชื่อว่านายกฯ อาจจะไม่สามารถพูดอะไรมากได้ แต่เชื่อว่าน่าจะได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ประกอบการพิจารณาตัดสินใจแล้ว เพียงแต่ว่าการจะตัดสินใจบางอย่างติดขัดข้อกฎหมาย จึงกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในภาพรวมถือว่าการตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาไม่ได้ล่าช้า เพราะอย่างน้อยมีการนัดหมายเจรจากัน และมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ยังเป็นเพียงแค่ขั้นตอนของการเจรจาเท่านั้น ในส่วนของการรณรงค์เรียกร้องยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดสัปดาห์นี้ จะเป็นการรณรงค์ด้วยกิจกรรม เขียวไปทั้งเมือง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงออกด้วยสัญลักษณ์ริบบิ้นหรือผ้าสีเขียวที่จะมีการติดไปทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่&amp;quot; นายบัณรสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 1 พ.ค. เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ไทยคู่ฟ้า&amp;rdquo; ขอความเห็นปัญหาเรื่องบ้านพักตุลาการจากประชาชนในโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่าในช่วงค่ำของวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น &amp;nbsp;เพจ &amp;ldquo;ไทยคู่ฟ้า&amp;rdquo; ได้โพสต์อีกครั้ง เพื่อขอบคุณทุกความเห็นว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพจไทยคู่ฟ้า ขอขอบพระคุณทุกความเห็นของพี่น้องประชาชน ต่อกรณีปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ซึ่งนับว่าเป็นตัวอย่างของการมีส่วนร่วมในการบริหารงานของภาครัฐได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม มั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะพิจารณาและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงข้อกฎหมาย หลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล เช่น การมีส่วนร่วมของประชาชน ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายลงด้วยความราบรื่น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มที่คัดค้าน, ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, คสช., นายบัณรส บัวคลี่, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.44, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพจไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cd46ae323.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; กังวลกลุ่มต้านบ้านพักศาลขีดเส้น 7 วัน &#039;ป้อม&#039; เชื่อจบสวย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.61 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ ว่า ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่สบายใจมีความกังวลใจมาโดยตลอด &amp;nbsp;และขอร้องว่าอย่าใช้คำว่ายื่นคำขาดเลย เพราะรัฐบาลเองก็พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าวันนี้เราได้ตั้งคณะทำงานโดยมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงไปพูดคุย ก็ทราบว่ามีผลการพูดคุยในทางที่ดี การที่จะออกมาเคลื่อนไหวเดินขบวนต่างๆก็เป็นปัญหาต่อส่วนรวม รัฐบาลกำลังทำหลายอย่างจึงไม่ต้องการให้ความขัดแย้งจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาทำให้อย่างอื่นเสียหายไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปจึงต้องดูหลายๆอย่าง เพราะมีกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของชาวเชียงใหม่ด้วย แต่ก็ต้องใช้เหตุผลในการร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp; กล่าวถึงกรณี ประชาชนชาวจ.เชียงใหม่ เรียกร้องให้รื้อถอนบ้านพักตุลาการ เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ และขอคำตอบจากนายกรัฐมนตรีภายใน 7 วันว่า เรื่องนี้กำลังดูอยู่ เชื่อจะจบลงอย่างสวยงามสำหรับทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8244</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอคืนผืนป่าดอยสุเทพ, ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, บ้านพักตุลาการ, บ้านพักศาล, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae542e14a620.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2018 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2018 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก’พญามังราย’ทวงคืนป่าดอยสุเทพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2561- เพจขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้เผยแพร่แถลงการณ์เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ฉบับที่ 1
เรื่อง ต้องคืนผืนป่าดอยสุเทพเท่านั้น โดยมีเนื้อหาว่า &amp;nbsp;ดอยสุเทพ เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ชัยมงคลสำคัญของเมืองเชียงใหม่ล้านนา ต่อเนื่องมาถึง 722 ปี เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยพญามังรายมหาราชเจ้า กษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ ทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งขององค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง มีพิธีกรรมสักการบูชา สืบเนื่องต่อกันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพื้นที่ดอยสุเทพจึงเป็นสมบัติอันสูงค่าร่วมกันของชาวเมืองขนบจารีตที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี จากบรรพชน คนเชียงใหม่รุ่นสู่รุ่นจากปู่ทวดย่ายาย สู่ลูกหลานเหลน ความผูกพันดังกล่าวจึงลึกซึ้ง มีศักดิ์และสิทธิ์เหนือกว่ากฎหมายใดๆ ที่เกิดขึ้นในชั้นหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนคนเชียงใหม่ จึงผูกพันกับดอยสุเทพ.. ตื่นมาก็เห็น กลับถึงบ้านก็เห็น เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ชาวเชียงใหม่ ตลอดถึงชาวไทยทั้งปวง จึงมีสิทธิ์อย่างเต็มเปี่ยม ที่จะปกปัก ดูแลรักษา มิให้ดอยสุเทพ รวมถึงอาณาเขตป่าที่ประกอบขึ้นเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา ถูกกระทำย่ำยี บีฑา ละเมิดทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการ &amp;ldquo;หมู่บ้านป่าแหว่ง&amp;rdquo; แม้จะอ้างว่าก่อสร้างในพื้นที่ราชพัสดุ แต่แท้จริงแล้วก็คือเขตป่าดอยสุเทพที่ต่อเนื่องเป็นผืนเดียว มีการถางทำลาย เปิดหน้าดิน ก่อความอัปลักษณ์ อุจาดนัยน์ตา ก่อให้เกิดอัปมงคลใหญ่ ระดับ &amp;ldquo;ขึดหลวง&amp;rdquo; ล่วงละเมิดสิทธิ์ของประชาชนชาวเมือง ละเมิดระบบนิเวศวัฒนธรรม อันเป็นสมบัติอันล้ำค่า ไม่มีแม้แต่ไต่ถาม ขอความเห็นใดๆ นับตั้งแต่เริ่มโครงการ จนใกล้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจตจำนงเรา ต้องการสิ่งเดียวเท่านั้น คือให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอุจาดอัปมงคล และคืนพื้นที่ป่าให้ป่ากลับเป็นป่า ให้ดอยยังเป็นดอย !&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราขอเรียกร้อง ให้รัฐบาลต้องตัดสินใจเร่งแก้ไขโดยด่วนทันที ให้มีการประกาศคำมั่นสัญญาจะคืนผืนป่าดอยสุเทพกลับคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ และพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าในที่นี้ ขอประกาศยืนยันเจตนาอันแน่วแน่ ที่จะดูแลรักษาป้องกันมิให้ผู้ใดมาทำลายดอยสุเทพ ที่อันเป็นมิ่งขวัญและหลักชัยทางจิตวิญญาณของชาวเมืองสืบกันมาแต่ครั้งโบราณกาล ให้ยืนยงสืบไป เพราะนี่เป็นสิทธิอันชอบธรรมของพวกเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เราขอประกาศว่า พวกเราจะยืนหยัดสู้ เพื่อรักษาเจตนานี้ โดยไม่ท้อถอย เราต้องการป่าดอยสุเทพที่สมบูรณ์&amp;nbsp;ไม่ต้องการป่าแหว่ง คืนป่าให้ดอยสุเทพ คืนป่าให้กับประชาชน &amp;nbsp;เอาป่าดอยสุเทพคืนมา เอาป่าแหว่งคืนไป !
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, ดอยสุเทพ, บ้านพักศาล, ป่าแหว่ง, พญามังราย, รัฐบาล, ล้านนา, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae53ebd5f40d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
