<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่&#039;ส่งมอบของขวัญวันเด็กแล้วขณะเด็กๆส่งส.ค.ส.อวยพร ให้สู้ๆอยู่ไปอีกนานๆประเทศจะได้สงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 10.30 น ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร เป็นตัวแทนรัฐบาลรับมอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 ที่ได้รับการสนับสนุนจำนวน 1,000 ชุด จากบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี เพื่อนำไปรวบรวมกับของขวัญวันเด็กจากหน่วยงานต่างๆ ภายในทำเนียบรัฐบาลที่เคยเตรียมไว้ สำหรับมอบให้กับเด็กที่มาร่วมงานวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาลดังเช่นทุกปี แต่ด้วยปีนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำเนียบฯจึงปรับรูปแบบเป็นการจัดงานวันเด็กผ่านรายการโทรทัศน์ โดยของขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานต่างๆ จะทยอยรวบรวมเตรียมแจกจ่ายให้กับเด็กๆในจังหวัดต่างๆ รวมถึงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะทยอยส่งมอบตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 8 ม.ค.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.00 น. นางนิชา เป็นตัวแทนรัฐบาลมอบของขวัญวันเด็กฯให้ตัวแทนชุมชนและหน่วยงาน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้เด็กๆในชุมชนต่างๆและต่างจังหวัด ได้แก่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) บ้านราชวิถี และชุมชนรอบทำเนียบฯ ประกอบด้วย ชุมชนเขตพระนคร ชุมชนเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และชุมชนนางเลิ้ง สำหรับของขวัญจากนายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กๆ อาทิ รถจักรยานจำนวน 10 คัน กระเป๋าผ้าพร้อมหน้ากากผ้าลายหนุมานตัวสีขาว ที่มือหนึ่งถือไม้เรียวอีกมือหนึ่งถือสมุด พร้อมมีโลโก้ไทยคู่ฟ้า จำนวน 1,200 ชิ้น เจลแอลกอฮอล์ ของเล่น และสมุดเครื่องเขียนต่างๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในปีนี้สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดบอร์ด ส.ค.ส.ที่เด็กๆแต่ละโรงเรียนส่งมาถึงนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายโรงเรียนปิดการเรียนการสอน ทำให้ส.ค.ส.ถึงนายกฯในปีนี้มีจำนวนน้อย ส่วนการประกวดวาดภาพเหมือนนายกฯที่แต่ละโรงเรียนจัดประกวดในปีนี้ ก็ไม่มีส่งมาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับ ส.ค.ส.ที่ส่งถึงนายกฯปีนี้รวมทั้งสิ้น 21 ใบ จากนักเรียนโรงเรียนวัดบันไดม้า จ.นครราชสีมา 18 ใบ และโรงเรียนสาธิตเกษตรศาสตร์ 3 ใบ พร้อมระบุความในใจถึง &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; เช่น &amp;ldquo;ลุงอยู่ต่อนานๆ สู้ๆ ลุงออกกำลังเยอะๆ ประเทศต้องพึ่งลุงอยู่&amp;nbsp; ผมประทับใจที่ลุงใจดี ไม่ว่าคนอื่น ผมรักลุง เพราะลุงใจดีมากๆถึงจะมีคนว่าอะไรลุงก็ไม่ท้อ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีส.ค.ส.ที่วาดเป็นรูปเรือดำน้ำและมีพล.อ.ประยุทธ์ นั่งอยู่บนเรือ พร้อมเขียนอวยพรว่า &amp;ldquo;หนูไม่อยากให้ประชาชนด่าลุง หนูรู้ว่าลุงรักประเทศ&amp;rdquo; และยังมีเด็กเขียนความในใจถึงนายกฯอีกว่า &amp;ldquo;ผมรักลุงตู่ ผมอยากให้ลุงตู่มาแจกข้าวปลา ผมอยากให้ลุงตู่มาแจกเงินคนละ 1 พันบาท และผมอยากให้ลุงมีกำลังใจ อยู่นานๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังมี ส.ค.ส. รูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมข้อความระบุว่า &amp;ldquo;กราบอวยพรพล.อ.ประยุทธ์ ที่เคารพ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงบันดาลให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดให้เป็นดังหวังทุกประการ และอยู่เป็นนายกฯไปอีกนานๆจนครบวาระ&amp;rdquo; ขณะเดียวกันยังมีข้อความอวยพรว่า &amp;ldquo;เนื่องในวาระวันขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้พล.อ.ประยุทธ์อายุยืน ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย พบแต่เรื่องดีๆจะได้ทำหน้าที่ให้ดีต่อไป ประเทศไทยจะได้สงบ สู้ๆนะครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการ์ดอวยพรที่มีรูปหัวใจ เขียนว่า &amp;ldquo;ซุปเปอร์ลุงตู่&amp;rdquo; พร้อมอวยพรว่า &amp;ldquo;กราบอวยพรพล.อ.ประยุทธ์ที่เคารพ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยดลบันดาลให้พล.อ.ประยุทธ์ มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ขอบคุณที่ยอมเสียสละเพื่อประเทศชาติ ผมขอสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี&amp;rdquo; เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89207</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของขวััญวันเด็ก, นิชา ธุวธรรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff8267bd33cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเผยปชช.ต้องการกระจายโอกาสการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเสมอภาคเป็นของขวัญวันเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;11ม.ค.62 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง &amp;ldquo;เด็กและเยาวชนไทยในยุคดิจิทัล&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7 &amp;ndash; 9 มกราคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,270 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนไทยในยุคดิจิทัล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงอาชีพในฝันที่เด็กและเยาวชนไทยอยากเป็น ในยุคดิจิทัล (5 อันดับแรก) พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้อยละ 15.83 ระบุว่าเป็น อาชีพส่วนตัว (ค้าขาย เสริมสวย ฯลฯ) รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 12.40 ระบุว่าเป็น อาชีพครู/อาจารย์ อันดับ 3 ร้อยละ 11.87 ระบุว่าเป็น อาชีพรับราชการ (ไม่ระบุสาขา) อันดับ 4 ร้อยละ 11.61 ระบุว่าเป็น อาชีพแพทย์/พยาบาล และอันดับ 5 ร้อยละ 6.86&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบุว่าเป็น อาชีพวิศวะ/สถาปนิก/นักออกแบบดีไซน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับอาชีพที่ผู้ปกครองอยากให้บุตรหลานเป็น ในยุคดิจิทัล (5 อันดับแรก) พบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ อันดับ 1&amp;nbsp; ร้อยละ 30.08 ระบุว่าเป็น อาชีพรับราชการ (ไม่ระบุสาขา) รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 15.82 ระบุว่าเป็น อาชีพแพทย์/พยาบาล อันดับ 3 ร้อยละ 13.36 ระบุว่าเป็น อาชีพอาชีพส่วนตัว (ค้าขาย เสริมสวย ฯลฯ) อันดับ 4 ร้อยละ 7.30 ระบุว่าเป็น อาชีพครู/อาจารย์ และอันดับ 5 ร้อยละ 7.18 ระบุว่าเป็น อาชีพนักธุรกิจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณสมบัติที่ดีของเด็กไทยในยุคดิจิทัล ตามความคิดเห็นของประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 39.69 ระบุว่า มีระเบียบวินัย เคารพกฎระเบียบ รองลงมา ร้อยละ 38.03 ระบุว่า มีคุณธรรมจริยธรรม ช่วยเหลือสังคม ไม่เห็นแก่ตัว ร้อยละ 36.38 ระบุว่า มีความอดทน อดกลั้น ร้อยละ 27.17 ระบุว่า รู้จักการคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลที่ได้รับ ร้อยละ 26.69 ระบุว่า มีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ ร้อยละ 19.21 ระบุว่า หมั่นศึกษาหาข้อมูลหรือนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการเรียน ร้อยละ 16.61 ระบุว่า มีทักษะในการใช้ภาษาต่างประเทศได้ดี และร้อยละ 12.83 ระบุว่า ไม่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับโลกอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงของขวัญวันเด็กด้านการศึกษาที่ประชาชนต้องการจากรัฐบาลชุดใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.00 ระบุว่า กระจายโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม รองลงมา ร้อยละ 29.76 ระบุว่า โครงการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี ร้อยละ 19.69 ระบุว่า ส่งเสริม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 6.85 ระบุว่า พัฒนาหลักสูตรการศึกษาระดับอาชีวศึกษา ร้อยละ 3.23 ระบุว่า การพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ต (จัดหา High Speed Internet ในโรงเรียน) ร้อยละ 2.99 ระบุว่า แก้ปัญหาระบบแอดมิชชั่น ร้อยละ 2.83&amp;nbsp; ระบุว่า กำจัดค่าแป๊ะเจี๊ยะ และร้อยละ 4.65 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์กีฬา สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ต้องการของขวัญอะไรจากรัฐบาลชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัย/เหตุผล ของผู้ปกครองในการเลือกโรงเรียนให้กับบุตรหลาน พบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.13 ระบุว่า การเดินทาง รองลงมา ร้อยละ 27.83 ระบุว่า บุคลากรในโรงเรียน (ครู และ ผู้บริหาร) ร้อยละ 24.69 ระบุว่า ค่าใช้จ่ายการเรียน ร้อยละ 21.66 ระบุว่า สถานที่และสภาพแวดล้อมดี ร้อยละ 20.20 ระบุว่า ความปลอดภัย ร้อยละ 14.93 ระบุว่า ชื่อเสียงโรงเรียน ร้อยละ 12.46 ระบุว่า หลักสูตรมีการสอนภาษาต่างประเทศ ร้อยละ 12.23 ระบุว่า ขึ้นอยู่กับความต้องการของบุตรหลานเอง ร้อยละ 11.67 ระบุว่า โรงเรียนรัฐบาลหรือโรงเรียนเอกชน&amp;nbsp; ร้อยละ 10.77 ระบุว่า สิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการ ร้อยละ 1.12 ระบุว่า เครื่องแบบนักเรียน และร้อยละ 1.01 ระบุอื่น ๆ ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของผู้ปกครองเกี่ยวกับการห้ามไม่ให้มีการสอบคัดเลือกเข้าประถมศึกษาปีที่ 1 หากฝ่าฝืนจะถูกปรับไม่เกิน 5 แสนบาท เข้ากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.41 ระบุว่า เห็นด้วย รองลงมา ร้อยละ 25.25 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 18.86 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง ร้อยละ 2.58 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และร้อยละ 0.90 ระบุว่า ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26281</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายโอกาสการศึกษา, ของขวััญวันเด็ก, นิด้าโพล, เด็กและเยาวชนในยุคดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c38116208864.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
