<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. จ่อชง ครม. ขอพันล้านตั้งธนาคารที่ดินเฟสแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ธ.ค. 2561 - นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบการจัดตั้งและบริหารจัดการโครงการธนาคารที่ดินขึ้นใน ธ.ก.ส.โดยทบทวนกรอบวัตถุประสงค์มิให้ซ้ำซ้อนกับบทบาทหน้าที่ของแต่ละองค์กรในปัจจุบัน และขอรับการจัดสรรทุนดำเนินงานจากงบประมาณแผ่นดิน เบื้องต้นจะเสนอขอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากรอบงบประมาณเฟสแรกเพื่อนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนวงเงิน 1,000 ล้านบาท รวมระยะเวลา 5 ปี มีวงเงิน 5,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินในช่วงแรกจะให้พนักงานของ ธ.ก.ส. เพื่อลดต้นทุนดำเนินงาน และมีสินเชื่อเพื่อไถ่ถอนที่ดินหรือจัดหาที่ดิน ซึ่งจะใช้เงินจากงบประมาณ รวมทั้งยังมีสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ ซึ่งจะใช้เงินของธ.ก.ส. เพื่อช่วยให้ผู้กู้มีรายได้พอมาไถ่ถอนที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ธ.ก.ส. ระบุว่า ในการจัดทำข้อบังคับว่าด้วยโครงการธนาคารที่ดิน และแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ เพื่อกำหนดกลยุทธ์และวิธีดำเนินงาน พร้อมทั้งแยกการบริหารจัดการด้านการเงิน ด้านสินเชื่อ และด้านการบันทึกบัญชีออกจาก ธ.ก.ส.เป็นการเฉพาะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะดำเนินการเมื่อ ครม. มีมติให้ความเห็นชอบ และได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล โดยการเสนอของบประมาณในการจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังจะสูญเสียที่ดินทำกิน หรืออยู่ระหว่างการถูกฟ้องร้องที่จะยึดทรัพย์ โดยจะให้เงินกู้เกษตรกรที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด นำเงินไปไถ่ถอนที่ดินที่ติดจำนองกับนายทุน โดยจะปล่อยเงินกู้สูงไม่เกิน 2.5 ล้านบาท/ราย ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน แต่มีเงื่อนไขว่าเกษตรที่จะขอสินเชื่อดังกล่าวจะต้องเข้าโครงการอบรมฟื้นฟูอาชีพควบคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่ต้องให้ ธ.ก.ส.ทำหน้าที่เป็นธนาคารที่ดินไปก่อน เพราะการเสนอร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ที่ดำเนินการโดยสถาบันบริการจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ล่าช้า เนื่องจากมีหลายกลุ่มต่อต้านไม่อยากให้กฎหมายนี้มีผลบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การทำหน้าที่เป็นธนาคารที่ดินของ บจธ.ก็ทำได้น้อยเนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ ไม่มีความพร้อมเรื่องแหล่งเงินที่จะมาใช้ ทำให้รัฐบาลตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ ธ.ก.ส.นำร่องเป็นธนาคารที่ดินไปก่อน เพราะมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พ.ร.บ.ธนาคารดินที่จะจดตั้งขึ้น มีวัตถุประสงค์ดำเนินการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ดำเนินการเพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนและมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในการถือครองที่ดินดำเนินการเพื่อเป็นแหล่งทุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกร และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่มีความมั่นคงและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถิติเรื่องปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรมีทั้งหมด 149 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ 28% เป็นที่ดินทำกินของตัวเอง อีก 20% เป็นที่ดินติดจำนอง และขายฝาก ที่เหลืออีกราว 52% เป็นที่ดินเช่าทำกิน
นอกจากนี้ ยังพบว่าที่ดินเกษตรกร 2.2 ล้านครัวเรือน ที่มีปัญหาไม่มีที่ดินทำกินคิดเป็น 40% มีที่ดินแต่ไม่พอทำกินอีก 28% รุกล้ำที่ดิน 36.6% ซึ่งการเร่งแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินของตัวเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาลด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของบประมาณ 1 พันล้าน, ช่วยเหลือที่ดินทำกิน, ตั้งธนาคารที่ดิน, ธ.ก.ส., ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, อภิรมย์ สุขประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb054651af15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
