<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยสร้างไทย&#039; ลุยอีสานเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น ชูนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - ที่จ.ขอนแก่น พรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย นายพงศกร อรรณนพพร ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ และทีมงานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่มอบสิ่งของ พบปะพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมเทศบาลตำบลเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมกับเปิดตัว นส.รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ ผู้สมัครส.ส.ขอนแก่นเขต 1 ซึ่งเป็นทายาทนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเมืองเก่าหลายสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ภาคอีสาน พบว่ามีผู้สูงอายุจำนวนมาก ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญต่อแผ่นดินเพราะได้สร้างคุณูปการ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ พรรคไทยสร้างไทย จึงมีนโยบาย บำนาญประชาชน 3,000 บาท ให้ผู้สูงอายุสามารถมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และเพื่อแบ่งเบาภาระลูกหลานคนวัยทำงาน&amp;nbsp;นอกจากนี้ นโยบายด้านพืชผลการเกษตรกร ที่จะมีการผลักดันราคาพืชผล และเพิ่มการผลิต โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าใช้จ่าย พรรคไทยสร้างไทย จะผลักดันราคาข้าวให้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท เพื่อให้เกษตรกรคนตัวเล็ก สามารถลืมตาอ้าปาก และหยุดพ้นจากวงจรความยากจนที่กดทับการทำมาหากินของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ในฐานะลูกคนอีสาน ภารกิจสำคัญในชีวิตที่เหลืออยู่ คือการทำให้พี่น้องชาวอีสาน หายจน หมดหนี้ มีรายได้ทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศกรกล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จึงได้ถือโอกาสนี้ ปักธงภาคอีสาน เปิดตัวนางสาวรัมภามาศ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการลงพื้นที่ขอนแก่นเขต1 พรรคไทยสร้างไทยจึงมีความพร้อมและมั่นใจมากว่าจะได้รับความไว้วางใจมากพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120320</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ขอนแก่น, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พรรคไทยสร้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fcd7294e49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นจมบาดาลรอบ3! &#039;คมปาซุ&#039;ถล่มท่วมศูนย์ราชการมัญจาคีรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในเขตเทศบาลเมืองมัญจาคีรี อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ยังคงมีระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ หลังจากมวลน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ได้หนุนเข้าท่วมตัวเมืองมัญจาคีรีซ้ำเป็นรอบที่ 3 หลังจากหมดพายุเตี้ยนหมู่ ก็เข้าสู่พายุไลออนร็อก และมาต่อพายุคมปาซุลูกนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าระดับน้ำที่ท่วมในรอบนี้อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp; 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะในเขตศูนย์ราชการของ อ.มัญจาคีรี ทั้งตัวที่ว่าการอำเภอ, สถานีตำรวจ, กศน., ไปรษณีย์ , สำนักงาน พช, ตลาดสด และหน่วยงานราชการ ต่างๆ รวมไปถึงทั้งบ้านเรือนประชาชนต่างถูกมวลน้ำไหลเข้าท่วม และมีระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรุณี โคตะเป อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 409/17 บ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น กล่าวว่า&amp;nbsp; น้ำที่เห็นนี้เป็นน้ำที่มาจาก จ.ชัยภูมิ ซึ่งได้ไหลเข้ามาท่วมเป็นรอบที่ 3 แล้ว ครั้งแรกประมาณปลายเดือนกันยายน ฝนตกน้ำท่วมสองวันน้ำก็ลด พื้นแห้ง จึงช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ผ่านไป 2 วันน้ำชีมา ก็ท่วมอีกเป็นครั้งที่ 2และเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นครั้งที่ 3 น้ำก็ไหลเข้ามาในบ้านอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เช้าวันนี้พบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอีก ข้าวของเครื่องใช้บางส่วนจมอยู่ในน้ำ เนื่องจากขนย้ายออกตั้งแต่น้ำมารอบแรกไม่ทัน โดยเฉพาะตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา&amp;nbsp; ครอบครัวได้ช่วยกันทำความสะอาดบ้านเพราะน้ำแห้งไปแล้ว และกำลังจะขนย้ายตู้เสื้อผ้าที่ถูกน้ำท่วมจนเสียหายไปทิ้ง แต่วันนี้น้ำไหลเข่าท่วมอีกรอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งถามว่าลำบากไหมก็ลำบาก แต่ยังมีคนที่ลำบากกว่า เราก็ทำได้แค่บอกตัวเองว่าสู้ๆ และเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมสู้ๆ เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ตนเองและครอบครัวได้หลับนอนอยู่บนตึกของโรงพัก โดยทาง พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี ได้ใช้ห้องของตึกโรงพักชั้น 3 และ ชั้น 4 เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&amp;quot; นางอรุณี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.ยุทธนา&amp;nbsp; งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี กล่าวว่า ได้เปิดชั้นที่ 3 และ 4 เป็นสถานที่ช่วยเหลือและจุดพักของผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.มัญจาคีรี โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจในสังกัดซึ่งมีอาศัยอยู่ในบ้านพักฯรวมกว่า 30 ครอบครัว ซึ่งบางคนก็ย้ายไปอยู่กับญาติพี่น้องชั่วคราวทิ้งทรัพย์สินบางส่วนไว้โดยเก็บขึ้นที่สูง ขณะที่บางส่วนได้ปรับย้ายให้มา อาศัยหลับนอนอยู่โรงพัก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120051</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, คมปาซุ, น้ำท่วม, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616ce2617e52b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 นิ้วขอนแก่นดิ้นหนัก! จวก &#039;บิ๊กป้อม&#039; ตาบอดไม่เห็นผู้ชุมนุมขอพบต้อนรับขณะลงพื้นที่ดูน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;ต.ค.64 - ที่ศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติ จ.ขอนแก่น หรือ ไคซ์ นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือ เซฟ แกนนำคณะราษฎรขอนแก่น และ แกนนำกลุ่มขอนแก่น พอกันที เปิดเผยว่า การที่ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าไม่เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาให้การต้อนรับหรือเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่นั้น เรียกได้ว่า พล.อ.ประวิตร ตาบอด และแสดงออกถึงตัวตนที่ชัดเจนที่ชอบระบุมาตลอดว่า ไม่รู้ ไม่รู้&amp;nbsp;ซึ่งในวันที่ พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย คณะรัฐมนตรี และ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ต.ค.นั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตามไปในทุกจุดแต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นและไม่ยอมให้เข้าพบ โดยเฉพาะที่ ต.ท่าพระ ที่ผู้ชุมนุม และ พล.อ.ประวิตร อยู่ห่างกันไม่ถึง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เมตร ซึ่งก็พยายามจะเข้าไปพบ ไปต้อนรับ และมอบของฝากแต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าจนเกิดการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น ดังนั้นการที่มาระบุว่าไม่รู้ ไม่รู้ ถือว่าตาบอดชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุการณ์ปะทะทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุดระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ตำรวจใช้ความรุนแรงชัดเจน เพราะผู้ชุมนุมนั้นได้แสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยและสิทธิ์ที่สามารถกระทำได้ แต่ทำไมตำรวจต้องใช้ความรุนแรงและกระทำกับผู้ชุมนุมขนาดนี้ เราอยู่ในจุดที่กำหนดและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์คู่ขนานกับการจัดกิจกรรม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาใช้กำลัง มาใช้ความรุนแรงและห้ามปรามด้วยการใช้กำลังที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งในการปะทะทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุดที่เกิดขึ้นนั้นผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ซึ่งขณะนี้ทุกคนได้เข้ารับการตรวจร่างกายและเตรียมที่จะแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่แล้ว โดยเฉพาะกับผู้สั่งการ ทั้ง ผบช.ภ.4 , รอง ผบช.ภ.4&amp;nbsp;และ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวชิรวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ นายภาณุพงศ์&amp;nbsp;ศรีธนานุวัฒน์ หรือ ไนซ์ ดาวดิน เพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กล่าวหา จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด คือ ข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่และประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ขณะปฎิบัติงาน ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้แจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่แล้วเช่นกัน โดยเฉพาะกับ พล.ต.ต.ไพศาล&amp;nbsp;ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.4&amp;nbsp;ที่ควบคุมและสั่งการจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเอาผิด ตามมาตรา&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ขณะที่ทีมทนายความเตรียมพิจารณาข้อหาเพิ่มเติม ในทุกข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจากเหตุการณี่เกิดขึ้น เนื่องจากฝ่ายกฎหายของผู้ชุมนุมนั้นมีหลักฐานการเอาผิดเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ชัดเจนเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119906</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, บิ๊กป้อม, วชิรวิทย์ เทศศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a8c59326bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาน้ำหนุนจากชัยภูมิ-เลย เขื่อนอุบลรัตน์ระดับน้ำทะลุ 96% เร่งระบายน้ำเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ที่พาดผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่น ส่งผลให้พื้นที่ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ส่งผลให้ปริมาณน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ล่าสุดมีระดับน้ำอยู่ที่ 2,300 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 96% ของความจุอ่าง โดยสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 131 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ได้มีการพิจารณาเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 10 ล้าน ลบ.ม.เป็นวันละ 13 ล้าน ลบ.ม. ในวันที่ 17 ต.ค.และในวันที่ 18 ต.ค.ปรับเป็น 15 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะส่งผลให้มวลน้ำก้อนใหญ่จากเขื่อนอุบลรัตน์จะไหลลงสู่แม่น้ำพองและไหลลงสู่แม่น้ำชีภายใน 3 วันตามการบริหารจัดการน้ำที่ทางจังหวัดได้กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ ที่มีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ,เพชรบูรณ์,หนองบัวลำภู และ จ.เลย ที่ขณะนี้ปริมาณน้ำฝนลงสู่ความจุอ่างอย่างต่อเนื่องแล้ว โดยที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่ลุ่มน้ำพรม-เชิญ และแม่น้ำพองตอนบนและไหลสู่เขื่อนอุบลรัตน์ตามลำดับ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมานั้นเขื่อนอุบลรัตน์ มีมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่ถึง 43 ล้าน ลบ.ม. และหากพายุฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องอย่างนี้ ก็อาจที่จะเป็นไปได้ว่าในช่วง 1-2 วันนี้ มวลน้ำน่าจะไหลลงสู่ความจุอ่างจากเส้นทางน้ำต่างๆมากถึงวันละกว่า 100 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งหากระดับน้ำไหลลงสู่ความจุอ่างในปริมาณที่มากเช่นนี้ไม่น่าจะเกิน 2 วันระดับน้ำจะเต็มความจุอ่างอย่างแน่นอน ดังนั้นการเร่งระบายน้ำแบบขั้นบันได ตามที่ กฟผ.เสนอมา จะสามารถที่จะระบายน้ำจากเขื่อนฯลงสู่แม่น้ำพองและไหลลงสู่แม่น้ำชีตามเส้นทางของการระบายน้ำที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระดับน้ำในแม่น้ำชีลดลงวันละ 10 ซม. จากการวัดระดับน้ำที่สถานีวัดระดับน้ำที่ บ.กุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง และ ที่ สถานีวัดระดับน้ำที่ อ.มัญจาคีรี ที่ลดลงทุกวัน เนื่องจากมวลน้ำก้อนใหญ่ของแม่น้ำชีได้ไหลเข้าสู่ จ.ร้อยเอ็ดแล้ว ซึ่งเมื่อตรวจสอบเส้นทางน้ำตามการบริหารจัดการจากนี้ไปอีก 3 วัน ระดับน้ำของแม่น้ำชีจะลดลง 30 ซม. ซึ่งจะสอดคล้องกับน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนอุบลรัตน์ ที่มาตามแม่น้ำพอง ที่จะบรรจบกับแม่น้ำชี ที่ เขต ต.พระลับ และ ต.บึงเนียม ก่อนที่จะเข้าเขต จ.มหาสารคาม ตามเส้นทางน้ำ แต่มีตัวแปรคือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในระยะนี้ ดังนั้นทางจังหวัดได้แจ้งเตือนพื้นที่อำเภอที่ติดกับ จ.ชัยภูมิ,หนองบัวลำภู,เลย และ จ.เพชรบูรณ์ คือ อ.ภูผาม่าน,ชุมแพ,สีชมพู.ภูเวียง และ อ.หนองนาคำ ที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจากมวลน้ำที่เกิดจากพายุในระยะนี้อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้เขื่อนจุฬาภรณ์ มีระดับน้ำเก็บกักอยู่ที่ประมาณ 99% ซึ่งได้มีการประสานแผนการรับมือหากเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิจะต้องมีการปรับการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นในระยะนี้ รวมทั้งการเร่งระบายน้ำตามแนวแม่น้ำชีให้ไหลลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง ตามเส้นทางของน้ำให้ได้มากที่สุดภายใน 3 วันเพื่อรองรับมวลน้ำจากการระบายตามแนวแม่น้ำพอง ขณะเดียวกันยังคงมีการเร่งผันน้ำจากลุ่มน้ำต่างๆที่มีปริมาณน้ำที่มากให้เข้าสู่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางของจังหวัดทั้ง 14 แห่ง ซึ่งยังคงพบว่า อ่างเก็บน้ำที่ อ.ภูเวียง และ อ.บ้านฝาง นั้น ยังคงมีระดับน้ำเก็บกักเพียง 10%ของความจุอ่างเท่านั้น รวมไปถึงการเก็บกักน้ำในพื้นที่แก้มลิงในเขต อ.ชุมแพ ดังนั้นการเร่งผันน้ำจากพื้นที่ลุ่มน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จึงจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119901</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a7e2579e80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้ำชี&#039; เอ่อท่วมหลายหมู่บ้านใน 2 อำเภอ จ.ขอนแก่น ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น นำคณะเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;มอบถุงยังชีพมอบเป็นขวัญกำลังใจ ให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่บ้านละว้าบ้านชีกกค้อ ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นอกจากนี้ยังร่วมกันลงพื้นที่ไปให้กำลังประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานคอยช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมบ้านในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำจากแม่น้ำชีที่ไหลมาจาก อ.ชนบท เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ 2 หมู่บ้าน ของ อ.บ้านไผ่ รวมกว่า 410 หลังคาเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,532 คน สัตว์เลี้ยงโค กระบือ รวม 1,683 ตัว ถนนน้ำท่วมและถูกตัดขาด 15 สาย ซึ่งอำเภอบ้านไผ่ ได้ดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้น จัดตั้งจุดรองรับการอพยพไว้ 5 จุด และช่วยขนย้ายสิ่งของ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ น้ำดื่ม อาหาร&amp;nbsp;และในช่วงวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มอีก รวม 5 หมู่บ้าน จำนวน 40 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พื้นที่ อ.บ้านแฮด มีมวลน้ำไหล เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 4 หมู่บ้าน และเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของราษฎรเสียหายเป็นบริเวณกว้างรวม19 หมู่บ้าน ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมสูงไม่สามารถสัญจรไป-มาได้ &amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 1,300 ราย การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น อำเภอบ้านแฮด ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและจิตอาสาพระราชทาน เข้าไปสำรวจและให้ความช่วยเหลือ รายงานให้จังหวัดทราบเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้สถานการณ์น้ำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ที่ อ.พระยืน มีน้ำไหลเข้ามาเพิ่มในระดับที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการที่เลี้ยงสุกร มากกว่า 4,000 ตัว ได้รับความเดือดร้อนซึ่งจังหวัดได้มีการปรับแผน โดยให้พื้นที่ที่น้ำลดแล้วทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น ทั้ง อ.ภูเวียง อ.สีชมพู อ.ชุมแพ หรือ อ.ภูผาม่านถอนกำลังมาช่วยทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ &amp;nbsp;ซึ่งผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ อ.พระยืน ที่ได้นำสุกรไปอยู่บนที่สูง และน่าจะสามารถเคลื่อนย้ายกลับมาได้แล้วบางส่วน อย่างไรก็ดีสิ่งที่ทางจังหวัดได้พยายามที่จะควบคุมคือปริมาณน้ำที่เอ่อล้นมาจากลำน้ำชี เพื่อไม่ให้กระทบกับพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด โดยให้มีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์กับผู้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งประกอบด้วย ทต.เมืองเก่า, เทศบาลนครขอนแก่น, ชลประทานจังหวัด และแขวงทางหลวงที่ 1 ขอนแก่น ในการประเมินร่วมกันว่ามีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในพื้นที่เศรษฐกิจได้จากจุดใดบ้าง โดยประเมินจากสถานการณ์ปี 60 ที่มีน้ำเซาะคันกั้นน้ำ ทำให้คันกั้นน้ำชำรุด และน้ำไหลย้อนกลับเข้ามา ซึ่งกรมชลประทานได้สร้างคันกั้นน้ำใหม่แล้ว ซึ่งหากมีภาวะน้ำหลาก และน้ำวนอาจส่งผลให้เกิดการกัดกร่อน จึงให้ทุกภาคส่วนได้ตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118766</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615afee8a35fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ตั้ง3ข้อหาหนักฝากขัง&#039;โรเบิร์ต&#039; ฝรั่งโหดข่มขืนทำร้ายหมอนวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบร่วม บช.สตม.,บช.ภ.4,บช.น.และ บช.ทท. ได้ทำการจับกุมตัวนายโรเบิร์ต แอนดรู กอร์ดอน อายุ 37 ปี สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ จ.190/2564 หลังก่อเหตุข่มขืนและทำร้ายร่างกาย น.ส.มนัสนันท์&amp;nbsp; กลิ่นสุคนธิ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ม.1 ต.บ้านเบิก อ.ท่าวุ่ง จ.ลพบุรี พนักงานประจำร้านดีนะ นวดแผนไทย ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 3 ถ.รอบเมือง ด้านหลังวิทยาลัยอาชีวะศึกษาขอนแก่น จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ ซ.นานาเหนือ กรุงเทพฯ ก่อนที่จะถูกส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปอย่างต่อเนื่องนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้เบิกตัวผู้ต้องหา เพื่อนำส่งศาล จ.ขอนแก่น เพื่อขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกในช่วงระหว่างการสอบสวน โดย 3 ข้อกล่าวหา และได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหาเอาผิดผู้ต้องหารายดังกล่าวรวม 3 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส,ข่มขืนกระทำชำเราจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และกักขังหน่วงเนี่ยว&amp;nbsp; โดยได้ยื่นต่อฝากขังและคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติและเกรงว่าจะหลบหนี ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาและลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยคนเดินทางมาที่ขอนแก่นแล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา และมูลเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้คือผู้ต้องหาได้ทะเลาะกับภรรยาที่ จ.อำนาจเจริญ หลังภรรยาชาวไทย จับได้ว่ามีการพูดคุยและติดต่อกับหญิงสาวรายอื่นอยู่ ผู้ต้องหาจึงโกรธ และขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่ขอนแก่น โดยจุดแรกไปก่อเหตุอาละวาดและประพฤติตนวุ่นวาย ที่ร้านนวดแห่งหนึ่ง ในเขต อ.เมือง พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บ้านเป็ด วันต่อมาได้ขับรถจักรยานยนต์ เข้ามาในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และพบร้านนวดแห่งนี้จึงจอดและเข้ามาใช้บริการนวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ต้องหาพยายามที่จะข่มขืนพนักงาน จนเกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่พนักงานคนไทยทนแรงของผู้ต้องหาไม่ได้จนถูกข่มขืนกระทำชำเรา ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้ผ้าขนหนูรัดเข้าที่คอจนสลบ และใช้ขวดน้ำหวานสีแดงตีเข้าที่ศีรษะและท้ายทอยของผู้เสียหาย จนแน่นิ่งและคิดว่าผู้เสียหายนั้นเสียชีวิตแล้ว ก่อนที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปและไปก่อเหตุอีกที่ อ.บ้านไผ่&amp;quot; พ.ต.อ.ปรีชา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น&amp;nbsp; กล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนของ สภ.เมืองขอนแก่น เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ต้องหาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างดี และให้การที่เป็นประโยชน์ จึงได้ควบคุมตัวส่งศาลเพื่อฝากขังผลัดแรก ขณะที่ สภ.บ้านเป็ด และ สภ.บ้านไผ่ ขณะนี้ได้ประสานขออายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตามสำหรับผู้เสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าเยี่ยมอาการทุกวัน ซึ่งเจ้าตัวมีอาการดีขึ้นตามลำดับแต่ยังไม่สามารถสื่อสาร พูดคุยหรือให้การใดๆ ได้ โดยแพทย์ระบุว่าประมาณ 2 วันจึงจะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ข่มขืนหมอนวด, ฝากขัง, โรเบิร์ต แอนดรู กอร์ดอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a7b75ce578.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมรถบรรทุกน้ำช่วยรพ.บ้านไผ่ ท่วมหนักระบบประปาเดี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 ต.ค. 64 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำชี จากการระบายน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ได้ไหลเข้าพื้นที่ จ.ขอนแก่น อย่างต่อเนื่อง โดยมวลน้ำได้ไหลเข้าพื้นที่ เขตตัวเมืองขอนแก่นแล้วในหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำแก่งละว้า อ.บ้านไผ่&amp;nbsp; ที่ระดับน้ำเกินกว่าความจุอ่าง และไหลท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนตามเส้นทางน้ำได้ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากมวลน้ำที่ไหลท่วมพื้นที่แก่งละว้า ทำให้ระบบการผลิตน้ำประปาในเขต อ.บ้านไผ่ ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนโดยเฉพาะ รพ.บ้านไผ่ แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 ที่ได้มีการประสานขอรับน้ำประปาจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6&amp;nbsp; กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทานในระดับพื้นที่ ได้ระดมรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร ในพื้นที่ เร่งส่งน้ำประปาให้กับ รพ.บ้านไผ่แห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 เนื่องจากน้ำในแม่น้ำชีได้ล้นตลิ่งเอ่อล้นเข้าท่วมอ่างเก็บน้ำแก่งละว้า ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างฯ สูงขึ้นจนล้นเข้าท่วมบริเวณโรงสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอบ้านไผ่ จึงทำให้การประปาฯ ไม่สามารถผลิตน้ำประปาส่งให้ประชาชนในเขตเทศบาลบ้านไผ่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ ชป.6 ได้สนับสนุนรถบรรทุกน้ำชุดแรก จำนวน 2 คัน รับน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขา อ.ชนบท เร่งจัดส่งส่งน้ำประปาให้กับโรงพยาบาลทั้ง 2แห่ง ไปจนกว่าการซ่อมแซมโรงสูบน้ำดิบของการประปาบ้านไผ่จะแล้วเสร็จ&amp;quot; ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 6 ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, น้ำท่วม, ประปา, รพ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a62a4c0698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
