<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รพ.ขอนแก่น เชื่อคนจำนวนมากมีภูมิคุ้มกันโควิด-19  และไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- &amp;nbsp;ที่ รพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย &amp;nbsp;จันทร์วรชัยกุล &amp;nbsp;ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19ของ จ.ขอนแก่น ยังคงยืนยันตัวเลขอยู่ที่ 6 ราย ซึ่งรักษาหาอย่างเด็ดขาดแล้ว 4 ราย คงเหลือผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.เพียง 2รายเป็นสามี-ภรรยากัน โดยภรรยา ซึ่งเป็นหญิง อายุ 63 ปีนั้นอาหารดีขึ้นมาก ซึ่งทีมแพทย์ได้รักษาอาการป่วยที่มีอาการดีขึ้นแล้วถึง 70% โดยเฉพาะอาการทางปอด แต่ถึงอย่างไรทีมแพทย์ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจกับผู้ป่วยอยู่ เพื่อดูอาการต่อว่าจะมีอาการแทรกซ้อนหรืออาการอื่นๆนั้นหาดดีตามแนวทางการรักษา และการใช้ยารักษาโรคโควิด-19 ซึ่งจะมีการพิจารณาการถอดช่วยเครื่องหายใจอีกครั้งในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ตอนแรกผู้ป่วยมีอาการปอดอัดเสบครึ่งปอด แต่เราก็รักษาจนอาการดีขึ้นเรื่อยๆมากถึง 80% แล้ว ก็น่าจะกลับมาเป็นปกติ อีกทั้งอาการของคุณป้าก็ดีขึ้นเรื่อยๆ มีสติรับรู้ แต่ยังพูดไม่ได้ แต่เจ้าตัวรู้เรื่องทั้งหมดและทำตามที่เราบอกได้ และเราเริ่มที่จะผ่อนเครื่องช่วยหายใจแล้ว ซึ่งหากคุณป้าท่านสู้ได้ ก็จะมีการพิจารณาในกรถอดเครื่องช่วยหายใจเร็วๆนี้ สำหรับเคสที่ 6 คือคุณลุงที่เป็นสามีของคุณป้านั้นตั้งแต่แรกไม่มีอาการอะไร และมีการดำรงชีวิตได้ตามปกติ แต่ด้วยการรักษาทางการแพทย์คุณลุงต้องอยู่กับทาง รพ. 14 วันหากหายแล้วก็จะส่งตัวกลับบ้าน สำหรับลูกก็ยังคงอยู่กับเรา เพราะไม่มีเชื้อแล้วแต่มีภูมิต้านทานโรคที่ชัดเจน อีกทั้งเรามียารักษา โดยเฉพาะกับการรักษาโรคเบาหวานที่ไม่ให้กำเริบ และเราเน้นในเรื่องการช่วยการหายใจทำให้อาการของคุณป้า ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 5 นั้นดีขึ้นมาก &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า สำหรับพลาสม่าของบุตรชายของผู้ป่วยรายที่ 5 และรายที่ 6 นั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจละเอียดที่สภากาดชาดไทย แต่ผลตรวจในเบื้องต้นพบว่ามีภูมิต้านทาน แต่อย่างไรก็ตามสภาพกาชาดไทยขอตรวจละเอียดอีกรอบ ซึ่งจะรู้ผลภายใน 1-2 วันนี้ อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวเชื่อว่ามีคนอีกจำนวนมากที่มีลักษณะเช่นนี้คือมีอาการไม่มาก หรือการที่ไม่รู้ตัวว่าเป็น หรือเป็นจนหายแล้วไม่รู้ตัวว่าเป็นก็น่าจะมี ซึ่งในการเก็บพลาสม่าไปนั้นขณะนี้หลายประเทศก็ดำเนินการอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการมีภูมิคุ้มกันของคนที่หายแล้วนั้นก็น่าจะนำมาต่อสู้กับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ แต่กระบวนการและกรรมวิธีไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิด ไม่ใช่เป็นการถ่ายเลือดจากอีกคนไปอีกคนแล้วจะได้เลย เพราะเลือด 1 ถุงที่เราได้ พลาสม่าหรือน้ำเหลืองที่เราเห็นนั้นมีภูมิต้านทานอยู่นิดเดียว ดังนั้นกระบวนการจะทำอย่างไรสภากาชาดนั้นมีวิธีในการดำเนินงาน ซึ่งมีขั้นตอนที่เยอะมาก จึงจะได้ภูมิต้านทานตัวนั้นออกมา ซึ่งบุตรชายของผู้ป่วยทั้ง 2 รายนั้นเชื่อว่าเป็นตัวที่ดีที่มีภูมิต้านทานจนนำไปสู่แนวทางการรักษาผู้ป่วย ซึ่งหลังผลการตรวจออกมาชัดเจนเช่นไร บุตรชายของผู้ป่วยก็สามารถที่จะเข้าร่วมบริจาค อย่างเต็มรูปแบบได้ตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63822</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ขอนแก่น., ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล, ภูมิต้านทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e9ea28a20d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
