<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยติดเชื้อเป็นศูนย์ ครั้งแรกตั้งแต่โควิดระบาด/ผุดคกก.ผ่อนปรนเล็งลดเวลาเคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไทยเฮ! 2 เด้ง ข่าวดีเป็นวันแรกผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นศูนย์-ไม่พบผู้เสียชีวิต ชี้ต่ำสิบต่อเนื่อง 17 วัน แต่ ศบค.ขออย่าเพิ่งวางใจ บางทฤษฎีต้องเป็นศูนย์ 21 วัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พอใจขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ย้ำยังประมาทไม่ได้ ลุยให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบ ลั่นอยากเปิดกิจการใจจะขาดแต่หากมีผู้ติดเชื้อจะทำอย่างไร พร้อมตั้งเลขาฯ สมช.เป็นประธาน กก.เฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนปรนมาตรการให้เป็นตามหลักเกณฑ์องค์การอนามัยโลกและผลประเมินด้านสาธารณสุข &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ระบุผ่อนปรนระยะ 2 ใช้เกณฑ์ระยะแรกพิจารณา ย้ำ ขรก.ต้อง &amp;quot;เวิร์กฟรอมโฮม&amp;quot; ต่อ รับพิจารณาช่วงเวลาเคอร์ฟิวแต่ยังคง พรก.ฉุกเฉิน &amp;quot;ภูเก็ต&amp;quot; เปิดช่องทางบก น้ำ อากาศ เริ่ม 16 พ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทยวันนี้ถือเป็นข่าวดี เพราะเป็นวันแรกของการรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นศูนย์ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ขณะนี้ยอดผู้ป่วยสะสมยังอยู่ที่ 3,017 ราย เสียชีวิตสะสม 56 ราย หายป่วยสะสม 2,844 ราย อย่างไรก็ตามตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ศูนย์รายเป็นเรื่องที่ต้องดีใจกับทุกคนที่พยายามกันมาหลายวัน ทั้งนี้ตั้งแต่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ทำให้ผู้ป่วยรายใหม่ไม่ขยับขึ้น และเราทำดีมาเรื่อยๆ จนมีการผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมในวันที่ 3 พ.ค. ตอนนั้นเรามีความกังวลใจอยู่เหมือนกันว่าเมื่อผ่อนปรนตัวเลขจะพุ่งขึ้น แต่ระยะเวลา 10 วันที่ผ่านมา มีเพียงวันที่ 4 &amp;nbsp;พ.ค.เพียงวันเดียวที่พบผู้ป่วยรายใหม่ 18 คน แต่เป็นคนที่อยู่ศูนย์กักกันที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ไม่ใช่ตัวเลขที่พบในประเทศ แต่จะบอกว่าศูนย์ก็ไม่ได้ เพราะต้องมีการรายงานตัวเลขเข้ายอดสะสม แต่วันนี้ถือเป็นศูนย์จริงๆ และถ้าไม่นับวันที่ 4 พ.ค.วันนี้ถือเป็นวันที่ 17 แล้วที่ไทยมีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่หลักเดียวติดต่อกันมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อยากให้ทุกคนภาคภูมิใจที่เราสามัคคีร่วมมือกันทำให้ตัวเลขนี้เกิดขึ้นจริง แต่ขอให้ช่วยกันทำต่อไป เพราะใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ ดังนั้นเราอาจสบายใจและเบาใจได้ แต่ยังวางใจไม่ได้ทั้งหมด เรายังต้องปฏิบัติตามมาตรการหลัก &amp;nbsp;ทั้งการล้างมือ เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ขอชื่นชมกับตัวเลขที่เป็นศูนย์ที่เราร่วมมือกัน และขอให้ทุกคนทำตัวเองให้อยู่ในชีวิตวิถีใหม่ เพื่อให้เห็นตัวเลขที่น่าพอใจอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ที่สุดเราอาจเป็นประเทศแรกๆ ที่พ้นความทุกข์ก่อนคนอื่นก็ได้&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ตั้งแต่มีการปรับเกณฑ์การตรวจผู้ที่มีนิยามในการเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ให้เปิดกว้างขึ้น ทำให้มีผู้เข้ามาตรวจ 34,444 ตัวอย่าง พบผู้ป่วย 63 ราย อัตราการติดเชื้อ 0.18% ซึ่งถือว่าน้อย แต่เราจะตรวจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ที่เก็บข้อมูลผู้ติดเชื้อตั้งแต่เดือน ก.พ.-11 พ.ค. พบว่าในสถานที่กักตัวของรัฐมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 90 ราย เป็นเพศชายมากกว่าหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลกมี 4,342,345 ราย เสียชีวิต &amp;nbsp;292,893 ราย ส่วนสถานการณ์ที่ประเทศจีนหลังมีการพบการติดเชื้อรอบใหม่ที่อู่ฮั่น ทำให้ทางการจีนมีมาตรการตรวจประชาชนทุกคนในอู่ฮั่นที่มีกว่า 11 ล้านคน ส่วนที่เกาหลีใต้ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรอบใหม่ &amp;nbsp;102 ราย ซึ่งเกิดจากชายวัย 29 ปีที่ไปเที่ยวสถานบันเทิง 5 แห่งในช่วงต้นเดือน พ.ค. ซึ่งแต่ละประเทศมีมาตรการที่แตกต่างกันไป เราไม่สามารถเทียบเคียงกับใครได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 12 พ.ค.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 13 พ.ค. มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 551 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 65 ราย ชุมนุมมั่วสุม 47 &amp;nbsp;ราย ลดลงจากคืนก่อน 21 ราย สาเหตุการชุมนุมมั่วสุมมาจากดื่มสุรา 57% รองลงมาคือเล่นการพนัน และยาเสพติด ขณะที่ผลการตรวจกิจการ/กิจกรรมประจำวันที่ 12 พ.ค. มีการตรวจไปทั้งสิ้น 23,575 &amp;nbsp;แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 22,123 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการแต่ไม่สมบูรณ์ 1,310 แห่ง หรือ 5.92% ไม่พบการไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ตรงนี้อาจเกิดจากเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทุกวันและให้คำแนะนำ จึงขอบคุณผู้ประกอบการทุกคนที่ให้ความร่วมมือ สิ่งเหล่านี้จะเป็นชีวิตวิถีใหม่ของพวกเรา
นายกฯ พอใจติดเชื้อเป็นศูนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้จะสรุปได้หรือไม่ว่าประเทศไทยปลอดภัยแล้ว นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่ายังไม่ได้ การเป็นศูนย์ในวันนี้ แต่อาจมีคนที่ฟักเชื้ออยู่แล้วเจอในวันพรุ่งนี้ เหมือนกับเกาหลีใต้ที่พบ 1 ราย และนำไปสู่การติดเชื้ออีก 102 ราย ของไทยก็เหมือนกัน ถ้ามีแม้แต่คนเดียวแล้วเขาไปสัมผัสกับคนอื่นก็สามารถติดเชื้อได้ ต้องขอให้ทุกคนช่วยกันสังเกตอาการตัวเอง และการเป็นศูนย์นั้นต้องเป็นศูนย์ไปตลอด บางทฤษฎีบอกว่าต้องเป็นศูนย์ 14 วัน หรือบางทฤษฎีบอกว่าต้องเป็นศูนย์ 21 วัน ตอนนี้เรายังไม่มีรายงานแบบนั้น ขนาดจีนเป็นศูนย์มาหลายวันยังกลับมาระบาดใหม่ จึงวางใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า พอใจตัวเลขการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเป็นศูนย์ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น ขอให้ทุกคนมีวินัยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดต่อไป &amp;nbsp;ทั้งนี้ตนห่วงใยประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ ขออย่าประมาท ช่วงนี้เป็นช่วงการผ่อนปรนมาตรการ ขอให้ทุกคนอดทนใส่หน้ากากทุกครั้ง รักษาระยะห่างทางสังคม หมั่นทำความสะอาด ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังค้นหาโรคไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มเสี่ยงและสถานที่เสี่ยงต่างๆ รวมทั้งให้สถานประกอบกิจการ กิจกรรมที่กลับมาเปิดบริการปฏิบัติตามมาตรการ และข้อแนะนำเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระลอก 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดระฆังโฆสิตารามฯ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;ในฐานะ ผอ.ศบค.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พร้อมติดตามการบริหารจัดการของโรงทาน ตามพระดำริของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นายกฯ และรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ประชาชนมีความเสี่ยงกับการติดเชื้อโรค ขณะนี้ก็ได้แก้ปัญหามาเป็นระยะ พร้อมกล่าวยืนยันกับประชาชนว่า &amp;quot;ถ้าเราทำ 3 มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างก็ไม่ต้องห่วง ถ้าไม่ติดก็ไม่ตาย&amp;quot; พร้อมอวยพรว่าให้ทุกคนอายุยืน มีสุขภาพใจและกายที่แข็งแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งได้มีชาวบ้านขอจับมือ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้จับ &amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่าที่มาวันนี้ก็เพื่อมาให้กำลังใจทุกคน แต่ที่ไม่ได้จับมือกับทุกคนก็เพราะต้องทำตามที่สาธารณสุขบอกไว้ &amp;quot;ไม่ได้รังเกียจใคร ฉันรักทุกคน รังเกียจประชาชนไม่ได้อยู่แล้ว วันนี้รัฐบาลพิจารณาเพื่อเตรียมการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ซึ่งรู้ดีว่าทุกคนเดือดร้อน แต่เนื่องจากไวรัสโควิด-19 สามารถอยู่ในตัวคนได้ แต่บางคนไม่แสดงอาการและอาจฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ได้ อย่างไรก็ตามถ้าเราพร้อมใจ และร่วมมือป้องกันก็ไม่มีปัญหา รัฐบาลก็เตรียมที่จะทยอยเปิดกิจการเพื่อให้ทำมาหากินได้เป็นระยะๆ ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือวันนี้เรากำลังเดินหน้าไปสู่ชีวิตยุคใหม่ วันข้างหน้าประชาชนอาจไม่ออกมานอกบ้านเหมือนเดิม ต้องมีการปรับปรุงขายของออนไลน์ เดลิเวอรี มีการปลูกพืชผักสวนครัวตามอพาร์ตเมนต์ตามบ้านเรือน และมีการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมในชีวิตวิถีใหม่ เราต้องเรียนรู้ในระบบเหล่านี้เพื่อนำมาสร้างอาชีพสร้างรายได้ในอนาคต เพราะหากทำพฤติกรรมเดิมๆ คงไม่ได้แล้ว ตนเป็นห่วงเรื่องนี้&amp;nbsp;
ตั้ง กก.พิจารณาผ่อนปรน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนการขยายมาตรการทำงานที่บ้านของภาคเอกชนและภาคธุรกิจ คิดว่าการทำงานที่บ้านไม่ใช่แค่การป้องกันโควิด-19 อย่างเดียว แต่ตนนึกถึงการแก้ไขปัญหาการจราจร ทั้งนี้ได้สั่งการไปแล้วว่า การเรียนการสอนที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญที่ตนได้ให้นโยบายไป และขอให้ไปทบทวนว่า การเรียนการสอนในวิชาใดสามารถเรียนออนไลน์และเรียนโทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียมได้ ซึ่งจะช่วยลดเวลาที่ต้องไปโรงเรียน รวมถึงมาตรการเหลื่อมเวลาในการทำงานที่ทำให้การจราจรไม่ติดขัด แต่ต้องคำนึงถึงผู้ปกครองที่ส่งลูกหลานไปโรงเรียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอเตือนแม้สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะลดลง แต่อย่าประมาท ถึงตัวเลขจะเป็นศูนย์ก็ประมาทไม่ได้ เพราะเชื้อโรคยังสะสมอยู่ บางคนไม่แสดงอาการ ไม่ใช่ติดเชื้อน้อยแล้วจะผ่อนปรนมากขึ้น ผมอยากให้เปิดใจจะขาด แต่ถ้ามีผู้ติดเชื้อแล้วจะทำอย่างไร&amp;quot; นายกฯ กล่าวและว่า &amp;quot;วันนี้การเมืองยังไม่มีอะไร ผมไม่ได้มาเรื่องการเมือง การเมืองก็ค่อยว่ากันไป วันนี้เราต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาโควิดก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า บ่ายวันนี้ตนเดินทางไปสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย หนึ่งในภาคธุรกิจที่มีผู้ประกอบการและแรงงานกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เพื่อรับฟังความเดือดร้อน ปัญหา และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการความช่วยเหลือต่างๆ ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งในส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง จากนั้นได้โพสต์ว่า ช่วงเย็นตนเดินทางต่อไปพบกับสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ขอขอบคุณที่นำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ ข้อมูล และข้อเสนอแนะต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจ และพยายามช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันมาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า วันที่ 12 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศบค.เป็นประธาน มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ.และรองเลขาธิการสภาพัฒน์เป็นรองประธาน โดยมีตัวแทนจากหน่วยงาน อาทิ กระทรวงยุติธรรม &amp;nbsp;กฤษฎีกา อัยการสูงสุด ตัวแทนศูนย์ปฏิบัติการด้านต่างๆ ใน ศบค. และ นพ.อุดม คชินทร, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผอ.สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม, &amp;nbsp;นายสันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์ภาคเทคโนโลยีแห่งเอเชีย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์ กลั่นกรอง รวบรวมความคิดเห็น &amp;nbsp;ข้อเสนอแนะทางวิชาการและภาคส่วนต่างๆ จัดทำแนวทางผ่อนคลายมาตรการ ในทุกช่วงระยะเวลา 14 &amp;nbsp;วันเสนอนายกฯ เพื่อพิจารณาจัดทำร่างข้อกำหนดเพื่อผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการ รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติกิจการหรือกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เพื่อให้การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันดำเนินไปตามลำดับขั้นตอน ตามหลักเกณฑ์องค์การอนามัยโลกและผลประเมินด้านสาธารณสุข เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติได้อย่างเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมในระยะที่ 2 ว่า เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้แล้ว เพื่อประเมินสถานการณ์และนำข้อมูลไว้รายงานต่อที่ประชุม ศบค.ในวันที่ 15 &amp;nbsp;พ.ค.นี้ โดยยึดหลักเกณฑ์ระยะที่ 1 ซึ่งขณะนี้ได้ผ่อนปรนมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ จึงต้องประเมินพิจารณาผ่อนปรนในระยะที่ 2 โดยจะต้องพิจารณาถึงโอกาสเสี่ยง เรื่องคน สถานที่ และกิจกรรม พร้อมกันนี้ต้องพิจารณาถึงตัวเลขผู้ป่วยสะสม ผู้ที่รักษาหาย และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นดัชนีชี้วัด แต่อาจมีสิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจ ไม่สามารถผ่อนคลายได้ทั้งหมด เพราะยังมีการละเมิดข้อกำหนดที่ห้าม เช่น ละเมิดเคอร์ฟิว และยังมีการเดินทางข้ามจังหวัด หลังจากนี้จะไม่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จะมีอีกทีหนึ่งประมาณเดือน มิ.ย. นอกจากนี้ยังมีผู้เดินทางเข้าในประเทศจำนวนมาก ตรงนี้ยังต้องคุมอยู่
ยังคง พรก.ฉุกเฉินถึงสิ้น พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้ประกอบการต้องการให้ผ่อนคลายช่วงเวลาเคอร์ฟิว รองนายกฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้เขาก็กำลังดูกันอยู่ แต่ตนยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะผ่อนคลายจุดนี้หรือไม่ ส่วนเรื่องการเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เร็วไปที่จะพูดในขณะนี้ เพราะเพิ่งผ่านมาครึ่งเดือน พ.ค. อีกครึ่งเดือนกว่าจะถึงวันที่ 31 &amp;nbsp;พ.ค. แต่เรื่องการประกาศเคอร์ฟิวต้องใช้ควบคู่กับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หลายอย่างสามารถใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อได้ แต่ก็มีจุดอ่อนเพราะ พ.ร.บ.โรคติดต่อไม่ได้ให้อำนาจอะไรกับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เป็นการให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด หาก 77 จังหวัดรวมทั้ง กทม.ใช้มาตรการคนละมาตรฐานกันจะลำบาก ผู้ว่าฯ เองก็ไม่มีความมั่นใจที่จะสั่งปิดหรือเปิด เช่นถ้าไปสั่งปิดอะไรแล้วเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อประเทศ ทำให้มีคนตกงานและคนเหล่านี้วิ่งมาขอความช่วยเหลือรัฐบาลกลาง เพราะจังหวัดเยียวยาไม่ได้ ซึ่งวันนี้รัฐบาลกลางมีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถสั่งการได้ทีเดียวทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวด้วยว่า การพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมใหญ่ &amp;nbsp;ศบค.นั้น อาจจะมีการผ่อนคลาย 4 มาตรการ ที่ภาครัฐตั้งไว้ในระยะที่ 1 ส่วนการผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ อาจมีเพิ่มนอกเหนือจากที่ ศบค.แถลงไปได้ เขาพิจารณาหมดทุกรายการ แต่กิจการไหนที่เปิดไปแล้วพฤติกรรมเกิดความเสี่ยงอีกก็สามารถปิดได้ทันที จะปิดเฉพาะร้านเฉพาะราย หรือทั้งประเภทเลยก็ได้ ส่วนมาตรการเหลื่อมเวลาการทำงานราชการให้ทำต่อไป กรุงเทพฯ ทำได้แต่ต่างจังหวัดอาจจะยากลำบาก เพราะเป็นงานบริการประชาชนจึงไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ แต่ในกรุงเทพฯ มีงานหลายประเภทสามารถทำที่บ้านได้ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจบางหน่วยงานสามารถทำงานที่บ้านได้ 80-90 เปอร์เซ็นต์ เอกชนมีวิธีการโดยที่รัฐไม่ต้องไปขอร้องอะไร สิ่งที่อยากจะขอร้องคือการเหลื่อมเวลาทำงาน เพื่อแก้ปัญหารถติดและความแออัดในการเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่มีนายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานนั้น ได้มีการหารือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ผลการทำงานที่บ้านหรือที่เรียกว่าเวิร์กฟรอมโฮม และการทำงานเหลื่อมเวลา ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้มานำเสนอต่อเนื่องมาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้หารือกัน ซึ่งนายวิษณุยังได้สั่งการให้ครอบคลุมไปถึงหน่วยงานของรัฐ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ เพื่อนำมาเปรียบเทียบและวางแนวทางการทำงานในอนาคตของการพัฒนาระบบราชการไทย เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายทุกส่วนราชการดำเนินการจัดเรื่องเหลื่อมเวลา ตอนนี้เรื่องเวิร์กฟรอมโฮมที่ ครม.สั่งการขอให้ได้ 50:50 ซึ่ง ก.พ.ได้รายงานค่าเฉลี่ยเบื้องต้นก็ปฏิบัติได้ 50:50 แล้ว แต่จะมีบางหน่วยงานที่จะเวิร์กฟรอมโฮมไม่ได้ 100% เช่น ฝ่ายความมั่นคง งานด้านสาธารณสุข การบริการประชาชน ซึ่งในส่วนดังกล่าวยังคงไว้เนื่องจากจำเป็น แต่ในส่วนอื่นขอให้ไปลองปรับดู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กิจการเสริมสวย และร้านสปา อาบน้ำ ตัดขน รับฝากสัตว์เลี้ยง ที่ได้ผ่อนปรนไปแล้วที่อยู่ในกิจการกลุ่มสีขาว สธ.ได้มีการสำรวจการทำตามมาตรการ สธ.ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งในส่วนของร้านตัดผมเสริมสวยผมไม่ผ่านเกณฑ์ สธ.กำหนดร้อยละ 63 ผ่านเกณฑ์พื้นฐานร้อยละ 9 และผ่านเกณฑ์ในระดับดีเยี่ยมร้อยละ 27 โดยสาเหตุหลักที่ไม่ผ่านเกณฑ์มีเหตุผล 3 ประการ คือ 1.ร้านตัดผมไม่มีการบันทึกรายละเอียด ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ผู้รับบริการที่ สธ.กำหนดไว้ให้มี เพื่อไว้สำหรับสอบสวนโรคหากมีผู้ใช้บริการคนใดติดเชื้อโควิด-19 2.ไม่มีการคัดกรองผู้เข้าใช้บริการร้านตัดผม และ 3.ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยขณะตัดผม ย้ำว่าร้านตัดผมในขณะนี้จะสามารถให้บริการได้เพียงสระ ตัด และไดร์ โดยยังไม่มีการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในกิจกรรม เช่น การทำเล็บและโกนหนวด ในส่วนของผลสำรวจร้านสปา อาบน้ำ ตัดขน รับฝากสัตว์เลี้ยง มีร้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 53 ผ่านเกณฑ์พื้นฐานร้อยละ 7 และผ่านเกณฑ์ระดับดีเยี่ยมร้อยละ 40 โดยสาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากเหตุผล 3 ข้อ คือ ไม่มีการคัดกรองผู้มาใช้บริการ ไม่สวมหน้ากาก และไม่เว้นระยะห่าง
ภูเก็ตเปิดทางบกเรืออากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลสำรวจจาก 2 กิจการนี้จะยังมีร้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวนมาก แต่ผลสำรวจถือว่าน่าพอใจ เนื่องจากแต่ละร้านมีการดูแลทำความสะอาด ป้องกันเชื้อโรคจริง โดยสาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนมากเป็นเรื่องที่เล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ สธ.ได้นำผลสำรวจจาก 2 กิจการนี้ส่งไปให้ ศบค.เพื่อประเมินว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป แต่คาดว่าร้านตัดผมจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในระยะเวลาอันใกล้ &amp;nbsp;โดยขอย้ำว่ายังต้องทำตามมาตรการของ สธ.อย่างเคร่งครัด&amp;quot; นพ.ดนัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุม?โรค กล่าวถึงการเปิดคลินิกทำฟันในช่วงนี้ว่า กิจการดังกล่าวได้มีการเปิดให้ดำเนินการในช่วงระยะผ่อนปรนครั้งแรกแล้ว แต่ยอมรับว่า สธ.กำลังปรึกษากับทันตแพทยสภาว่าจะเปิดอย่างไรให้ปลอดภัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ตรวจเยี่ยมการดำเนินการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสันกำแพง จ.เชียงใหม่ พร้อมขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลและชาว อ.สันกำแพง ที่เสียสละร่วมกันดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาตลอดระยะเวลา 34 วัน รวมทั้งสิ้น 13 คน จนทุกคนหายป่วยอาการดีขึ้น ซึ่งผู้ป่วยรายสุดท้ายออกจากโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันได้ชื่นชมชาวเชียงใหม่ที่ให้ความร่วมมือ ทำให้จังหวัดสามารถรับมือกับการระบาดได้ และจนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วที่ จ.เชียงใหม่ยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตขอแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.- 12 พ.ค.63 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;แล้วจำนวน 224 ราย (ไม่พบรายใหม่) โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 196 ราย (กลับบ้านเพิ่ม 3 ราย) เสียชีวิต 3 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม) จำหน่าย 1 ราย (จำหน่ายเนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ &amp;nbsp;24 ราย ทุกรายอาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตได้ประชุมหารือประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งที่ประชุมมีมติในประการแรก คือ ช่องทางอากาศ เดิมทางสำนักงานการบินพลเรือนได้งดการใช้สนามบินภูเก็ตจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ทำหนังสือแจ้งไปที่ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจให้ดำเนินการเปิดใช้สนามบินภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 00.01 น. หรือเช้าของวันที่ 16 พ.ค.นี้เป็นต้นไป ส่วนช่องทางบก บริเวณด่านท่าฉัตรไชย และช่องทางน้ำของจังหวัดภูเก็ต ที่ประชุมมีมติให้เปิดช่องทางดังกล่าว &amp;nbsp; แต่ว่ายังมีข้อกำหนดฉบับที่ 5 (7) และตลอดจนมีข้อสั่งการมาว่าในการที่จะผ่อนคลายต้องทำเรื่องไปที่ส่วนกลางก่อน ดังนั้นในส่วนช่องทางบกและช่องทางน้ำ ที่ประชุมเห็นชอบให้ผ่อนคลายตั้งแต่วันที่ 16 &amp;nbsp;พ.ค.นี้เป็นต้นไป โดยจะต้องได้รับการเห็นชอบจากส่วนกลางหรือ ศบค.กระทรวงมหาดไทยก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติ 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.เรื่องการละหมาดวันศุกร์ ได้เห็นชอบตามมีมติไว้เดิม สนับสนุนดูแลจัดการให้การละหมาดวันศุกร์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งจะเริ่มได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป 2.เรื่องของการเปิดหมู่บ้าน หมู่บ้านที่ถูกปิด 25 หมู่บ้าน รวมหมู่บ้านใกล้เคียงทั้งหมด 35-36 หมู่บ้าน ซึ่งจะครบ 28 วันตามมาตรฐานที่ได้ประเมิน หากไม่พบเชื้อ/คนไข้เพิ่มเติม ถึงวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ก็จะเป็นวันที่เปิดหมู่บ้านทั้งหมดที่ได้ทำการปิด และหมู่บ้านเดิม พร้อมกันทุกหมู่บ้านตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ยกเว้นว่าในระหว่างนี้หากมีหมู่บ้านไหนพบเชื้อเพิ่มเติม ก็จะทำการปิดเฉพาะหมู่บ้านนั้น แต่คนที่พบเชื้อจะต้องอยู่ในหมู่บ้าน แต่ถ้าเป็นคนที่อยู่ในสถานที่กักกัน หรือ local quarantine ก็สามารถเปิดหมู่บ้านได้ตามปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65862</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือ, ชี้ต่ำสิบต่อเนื่อง 17 วัน, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ไม่พบผู้ติดเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebbf2a6611ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
