<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยุติธรรม ย้ำแนวทางพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในช่วงโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่ผ่านมายังคงมีข่าวการแพร่ระบาดเชื้อโควิดอย่างต่อเนื่อง และในส่วนของศาลยุติธรรมก็มีขั้นตอนดำเนินการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำด้วยนั้น ประกอบกับล่าสุดมีกรณีที่ศาลอาญาเลื่อนนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ หรือระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์&amp;nbsp;ในส่วนของนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันฯ ตาม ป.อาญา ม.112 ซึ่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 28 เม.ย.64 ขอให้งดเบิกตัวผู้ต้องขังแม้โดยระบบการสื่อสารผ่านทางไกลเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังและจำกัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาในพื้นที่เรือนจำ จึงไม่สามารถเบิกตัวผู้ต้องหาได้ โดยศาลอาญาเลื่อนไปนัดไต่สวนคำร้องในวันที่ 1 มิ.ย.64 เวลา 10.00 น. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ก็เป็นการปฏิบัติตามแนวทางมาตรการลดการคุมขังและการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ออกหนังสือเวียนถึงหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม เน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการลดการคุมขังและการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฯ และคำแนะนำของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการขยายโอกาสในการเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราว พ.ศ.2562 โดยการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาคดี (ทุกชั้นศาล) และผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ไม่เคยถูกคุมขังคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด ในสถานที่คุมขัง และเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยพึงใช้วิธีกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติ รวมทั้งมาตรการกำกับดูแลมาใช้เพื่อลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นระหว่างนี้ และเมื่อใช้มาตรการดังกล่าวแล้วสามารถผ่อนคลายการเรียกหลักประกันลงได้ โดยวิธีดังกล่าวสามารถนำไปใช้กับการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในศาลสูงสำหรับจำเลยที่ไม่เคยถูกคุมขังในระหว่างพิจารณาคดีของศาลล่างได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากศาลกำหนดเงื่อนไขให้แก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวต้องรายงานตัวเป็นระยะ ๆ อาจใช้วิธีรายงานตัวทางโทรศัพท์หรือทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ส่วนกรณีที่ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หากจำเลยเคยได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาชองศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์มาก่อน ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่จำเป็นต้องส่งให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาสั่ง และในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งไม่เคยถูกคุมขังมาก่อน หรือจำเลย
ที่เคยได้รับการปล่อยชั่วคราวมาก่อน หรือจำเลยซึ่งมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี แม้ยังไม่ได้อุทธรณ์หรือฎีกา หรือยังไม่ได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์หรือฎีกา ศาลอาจพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยกำหนดเงื่อนไข เช่น มีคำสั่งกำกับดูแลผู้ต้องหาหรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM)&amp;nbsp;จำกัดการเดินทางของผู้ต้องหา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณาคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาที่ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ในกรณีที่สถานที่คุมขังแห่งใดมีมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังเพื่อจำกัดวงของการแพร่ระบาดเชื้อโรคให้อยู่ในพื้นที่ที่ทางสถานที่คุมขังกำหนด ทำให้ไม่สามารถเบิกตัวผู้ต้องขังมาศาล หรือดำเนินการในลักษณะการประชุมทางจอภาพผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ การสอบถามผู้ต้องหาว่าจะคัดค้านการฝากขังหรือไม่ อาจดำเนินการโดยส่งสำเนาคำร้องขอฝากขังไปยังสถานที่คุมขัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สถานที่คุมขังแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบและลงชื่อคัดค้านหรือไม่คัดค้านการฝากขัง หากผู้ต้องหาคัดค้านให้สถานที่คุมขังแจ้งให้ศาลทราบโดยเร็ว เพื่อเรียกไต่สวนผู้ร้องถึงเหตุจำเป็นในการฝากขังต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการอ่านคำพิพากษา กรณีจำเลยทุกคนในคดีได้รับการปล่อยชั่วคราว ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาและแจ้งให้คู่ความทราบ เว้นแต่คู่ความแจ้งให้ศาลทราบว่าประสงค์จะฟังคำพิพากษาตามกำหนดเดิม ก็ให้อ่านคำพิพากษาไปได้ โดยกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ส่วนกรณีจำเลยบางคนหรือทุกคนในคดีถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ให้อ่านคำพิพากษาตามกำหนดนัดเดิมโดยผ่านระบบการประชุมทางจอภาพผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวเป็นแนวปฏิบัติที่ประธานศาลฎีกาท่านก่อนและท่านปัจจุบันได้วางไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดระลอกนี้แล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมนำมาเน้นย้ำเพราะเป็นแนวทางที่สอดคล้องต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดยังลุกลามไปมาก จะสังเกตเห็นได้ว่ายังมียอดผู้ติดเชื้อมีจำนวนหลักพันทุกวัน การนำแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการคดีในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดนำมาปฏิบัติใช้นั้น เพื่อความปลอดภัยสำหรับประชาชน ผู้ต้องขัง และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งช่วยลดความเสี่ยงและลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103205</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอปล่อยชั่วคราว, ประกันตัว, ศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088e9af25169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดไต่สวน 31 มี.ค.ทนายขอประกันตัว &#039;โตโต้&#039; คดีอั้งยี่ซ่องโจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26&amp;nbsp;มี.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม&amp;nbsp;Wevo&amp;nbsp;ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธิน วันเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม&amp;nbsp;REDEM&amp;nbsp;หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก และไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง โดยคำร้องมีเนื้อหารายละเอียดขอให้ศาลเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องขอประกันตัวระบุสาระสำคัญสรุปได้ว่า นายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถูกจับกุมโดยยังไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมใดๆ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนก็ไม่มีพยานหลักฐานใดยืนยันแน่ชัดว่าผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระทำการในลักษณะอั้งยี่และซ่องโจร คงมีเพียงแต่การกล่าวหาโดยลอยๆ เท่านั้น ตามวันเวลาเกิดเหตุ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพียงเดินทางไปรับประทานอาหารที่ห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธินเท่านั้น ปรากฏตามใบเสร็จค่าอาหารจำนวน&amp;nbsp;962&amp;nbsp;บาท รับประทานเสร็จในเวลา&amp;nbsp;17.52&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้นได้ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบพยายามเข้ามาควบคุมตัว โดยไม่มีหมายจับ ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่แจ้งว่ากระทำความผิดอันใด ไม่มีหมายค้น ขอค้นตัว ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก็ให้ความยินยอมแต่โดยดี หากดูตามคลิปวิดีโอจะเห็นได้ว่า ไม่พบสิ่งของใดๆ ไว้ในครอบครองตามที่ถูกกล่าวหา แต่เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษเดินทางมาถึงได้พยายามปัดกล้องไม่ให้ถ่ายภาพเหตุการณ์เอาไว้ คลิปวิดีโอถูกตัดออกไป ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กับเพื่อนถูกควบคุมตัวพร้อมถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดและถูกยึดสิ่งของต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดหรือขอข้อมูลกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด ต่อมาบุคคลผู้ถูกควบคุมตัวก็ได้ไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดกับห้างเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมบุคคลต่างๆ ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;17.43&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17.45&amp;nbsp;น. ซึ่งเป็นระยะเวลาช่วงเดียวกันกับที่ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ยังอยู่ในห้างและกำลังจะจ่ายเงินค่าอาหารตามใบเสร็จเวลา&amp;nbsp;17.52&amp;nbsp;น. อันแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไม่ได้มีพฤติการณ์ต่างๆ อันเป็นความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ ตามสำเนาบันทึกการตรวจยึดของกลางจากผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก็ระบุเพียงแค่ว่าตรวจยึดได้เสื้อคล้ายเกราะเท่านั้น ไม่ใช่เสื้อเกราะ ไม่มีมีสิ่งของต่างๆ ตามที่พนักงานสอบสวนได้บรรยายไว้ในคำร้องขอฝากขังอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ยืนยันว่า เพิ่งเคยถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ไม่ได้มีพฤติการณ์ลักษณะซ้ำๆ ข้อเท็จจริงที่พนักงานสอบสวนกล่าวอ้างมาในคำร้องขอฝากขังจึงน่าจะคลาดเคลื่อน สำหรับคดีอื่นๆ ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดนั้น ไม่ได้ลักษณะคดีและข้อหาข้อเท็จจริงต่างๆ เหมือนกับคดีนี้ เป็นแต่เพียงการแสดงออกและการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังไม่มีคดีใดที่ศาลพิพากษาลงโทษ จึงถือว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ จึงขอให้ศาลได้โปรดตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหา หากพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ขอศาลได้โปรดเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวนเหตุว่ามีมูลเหตุจริงเท็จเพียงใด เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจของศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการยื่นคำร้องแล้ว ศาลเห็นควรให้เบิกตัวนายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และหมายเรียกพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน มาศาลเพื่อไต่สวนคำร้องร่วมกัน ในวันที่ 31 มี.ค. นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งเมื่อศาลไต่สวนทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้นายปิยรัฐได้ประกันตัวหรือไม่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97387</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว่, ขอปล่อยชั่วคราว, คดีอั้งยี่ซ่องโจร, นรเศรษฐ์ นาหนองตูม, ประกันตัว, ปิยรัฐ จงเทพ, ศาลอาญา, โตโต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fc71821ff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศาลฯ เผยศาลเร่งทำความเข้าใจประชาชนถึงกระบวนการประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;22 มี.ค.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบาย 5 ส. คือ เสมอภาค-สมดุล-สร้างสรรค์-ส่งเสริม-ส่วนร่วม&amp;nbsp;ของนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาที่ได้ประกาศไว้ภายหลังดำรงตำแหน่ง ซึ่งจากนโยบายเป็นเรื่องอำนวยความสะดวก โดยมีจุดมุ่งหมายว่าทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิในการขอประกันตัวได้ง่ายขึ้น จะเห็นได้ว่าเรื่องการขอประกันตัว ทางศาลยุติธรรมเราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ครั้ง นายไสลเกษ วัฒนพันธ์ เป็นประธานศาลฎีกา ที่ได้วางนโยบายที่เรียกว่า ลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นทุกขั้นตอน การปล่อยชั่วคราวก็คือ การไม่ขังถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายนี้ โดยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เข้าถึงโอกาสที่ขอประกันตัวต่อศาลได้มากขึ้นและง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าการขอประกันตัวของชาวบ้านที่ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาที่ได้ตั้งแต่ชั้นตำรวจ ถึงชั้นศาล กฎหมายให้ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 48 ชั่วโมง จากนั้นต้องนำตัวมาฝากขังต่อศาลจนกว่าจะฟ้องหรือพิจารณาคดีเสร็จ ฉtนั้นระยะเวลาที่จะถูกคุมขังอยู่ในอำนาจศาลจึงค่อนข้างยาวนาน การปล่อยชั่วคราวหรือประกันตัวในชั้นศาลจึงมีความสำคัญกว่า เพราะว่าถ้าไม่ได้ประกันตัวในชั้นศาลก็จะถูกคุมขังนานกว่าขั้นตอนของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาการขอประกันตัวของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมักต้องใช้หลักประกันไม่ว่าเงินสด ที่ดิน หรือหลักทรัพย์อื่น &amp;nbsp;แต่พอต้องใช้หลักประกัน ก็ทำให้ชาวบ้านที่ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ไม่มีหลักทรัพย์ กลายเป็นไม่มีโอกาสขอประกันตัว หมายถึงไม่ได้ขอประกันตัวเลย ไม่ใช่ศาลไม่ให้ประกัน แต่เขาไม่ยื่นขอประกัน ฉะนั้นถ้ายังยึดติดกับการใช้หลักทรัพย์ในการขอประกันตัว คนกลุ่มนี้ก็ไม่มีโอกาสใช้สิทธิขอประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดนี้โจทย์ของนโยบายประธานศาลฎีกาว่าจะทำอย่างไร ให้การขอประกันตัวง่ายขึ้นและก็ไม่ต้องไปติดยึดกับการใช้หลักประกัน ศาลจึงปักหลักตั้งต้นจากจุดนี้ก่อน เพราะถ้าเราไม่ข้ามพ้นจุดที่ว่าต้องใช้หลักประกันมันก็ยังเหมือนเดิม เรียกว่าเป็นจุดอุปสรรคหนึ่งของระบบการประกันตัวที่ผ่านมา คือการใช้หลักประกัน ผลก็คือทำให้คนกลุ่มหนึ่งเข้าไม่ถึงสิทธิประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่ 2 คือเรื่องที่เป็นข้อจำกัดเรื่อง &amp;ldquo;เวลา&amp;rdquo; ในเมื่อการทำงานมีวันหยุด แต่โอกาสที่ชาวบ้านจะตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยและถูกคุมขังในระหว่างการดำเนินคดีอาญาไม่ได้มีวันหยุดด้วย &amp;nbsp;หากถูกจับตัววันเสาร์ก็ถูกคุมขังตั้งแต่วันเสาร์ แต่วันอาทิตย์ราชการไม่มีใครทำงานศาลก็ปิดทำการ&amp;nbsp; เปิดทำการอีกทีก็วันจันทร์ จึงยังเป็นสุญญากาศเรื่องเวลา นายไสลเกษ ประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะนั้นจึงมีนโยบายที่เรียกติดปากว่าความยุติธรรมไม่วันหยุด ทุกวันนี้ศาลยุติธรรมเปิดทำการให้ประชาชนสามารถมายื่นขอขอประกันตัวได้ทุกวันโดยไม่มีวันหยุด แต่ถึงเเม้ไม่มีวันหยุดก็จริง ก็ยังมีเวลาหยุดหลัง 16.30 น. ในตอนกลางคืนศาลปิดยื่นขอประกันไม่ได้แล้ว นางเมทินีประธานศาลฎีกาท่านปัจจุบัน จึงต่อยอดให้มีการยื่นขอประกันตัวอีกอย่างหนึ่ง คือการขอประกันตัวออนไลน์ ทำให้เเม้หลัง 16.30 น. ศาลปิดทำการแล้ว แต่ระบบบริการออนไลน์ของศาลเปิดตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านสามารถยื่นขอประกันได้ทางออนไลน์ หลัง 18.30 น. จนถึงเช้าก่อน 08.30 น. ก็สามารถยื่นเข้ามาได้ตลอดเวลา พอ 08.30 น. เมื่อศาลเปิดทำการก็จะได้พิจารณาคำขอประกันได้ทันที ยกระดับเป็นการประกันตัวแบบไม่มีเวลาหยุดที่ประชาชนสามารถทำได้ตลอด&amp;nbsp;24 ชั่วโมง ตรงนี้ทำให้ข้อจำกัดเรื่องเวลาหมดไปเปลาะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงตรงนี้เราก็ย้อนไปดูปัญหาเรื่องการที่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว เพราะถ้ายังก้าวไม่ข้ามปัญหานี้ก็จะแก้ปัญหาเรื่องโอกาสประกันตัวได้ยาก ถึงแม้จะเปิดให้ขอประกันได้ 24 ชั่วโมง คนกลุ่มเดิมคือกลุ่มที่ไม่มีเงินหรือหลักทรัพย์ก็จะไม่ได้ขอประกันตัวอยู่ดี เพราะปัญหาไม่ใช่เรื่องเวลาสำหรับกลุ่มเป้าหมายนี้ แต่เป็นเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจ เราต้องแก้ให้ถูกจุด จึงต้องทราบก่อนว่าหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ศาลจะให้ประกันตัว หรือไม่ให้ประกันตัว&amp;nbsp;อยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108-108/1 เป็นเกณฑ์ที่ศาลใช้พิจารณาในการปล่อยชั่วคราว ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการให้หรือไม่ให้ประกันกฎหมายให้ศาลใช้ดุลพินิจตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ให้ดูความหนักของข้อหา ดูว่าปล่อยไปแล้วจะหลบหนีหรือเปล่า จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายอย่างอื่นไหม นี่เป็นเกณฑ์ของกฎหมายที่ศาลใช้พิจารณาคำขอประกันทุกเรื่องซึ่งต้องอาศัยข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์จึงมีความจำเป็นต้องใช้วิธีให้วางหลักทรัพย์ค้ำประกันเอาไว้ นอกจากนี้ กระบวนการยื่นคำขอประกันจะต้องยื่นคำร้องต่อศาล ต้องกรอกข้อมูลหลายอย่าง ต้องมีเอกสารเช่นภาพถ่าย แผนที่ สำเนาโฉนดที่ดินแนบมาประกอบ ปกติคนยื่นคำร้องขอประกันให้จะเป็นญาติหรือคนรู้จัก ลองนึกภาพว่า ถ้าคนที่ถูกจับมาคนเดียวไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อนตามมาด้วย ก็อาจไม่ได้ขอประกันเพราะไม่มีคนมาติดต่อยื่นให้ จะยื่นเองก็ทำไม่เป็น ยิ่งต้องใช้เอกสารอีกเยอะแยะ เผลอๆถูกจับมาบัตรประชาชน ยังไม่ได้พกติดตัวมาเลย&amp;nbsp;อุปสรรคมากมายไม่ว่าเรื่องที่ต้องใช้หลักประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อจำกัดเรื่องเวลาทำการ หรือความยุ่งยากในขั้นตอนการทำคำขอประกันหรือเอกสารที่ต้องใช้ &amp;nbsp;ชาวบ้านบางคนอาจเขียนหนังสือไม่ถนัด ตอนนี้ทุกศาลจึงมีคำร้องขอประกันที่สามารถเขียนเองง่าย ๆ แค่เขียนชื่อตัวเองหรือพิมพ์ลายนิ้วมือและไม่ต้องแนบเอกสารอะไรมาเลย &amp;nbsp;เราเรียกกันว่าคำร้องใบเดียว ให้ทุกคนยื่นคำขอประกันได้เอง ไม่ต้องรอให้คนอื่นมายื่นให้ก็ได้ &amp;nbsp; คำร้องใบเดียวเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ศาลยุติธรรมนำมาใช้ในการขยายโอกาสให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีอาญามีสิทธิได้รับประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อก่อนหน้านี้การให้วางหลักประกันในการประกันตัวเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่หนี&amp;nbsp;การหนีหรือไม่หนีเป็นเรื่องความเสี่ยงของเหตุการณ์ในอนาคต เราต้องแก้ตรงต้นเหตุ ว่าทำอย่างไรให้ศาลมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอที่จะประเมินว่าคนไหนเสี่ยงจะหนีหรือไม่หนี เสี่ยงต่ำ เสี่ยงสูง เป็นการประเมินความเสี่ยงคือการเอาข้อมูลในอดีต ปัจจุบัน มาประกอบเพื่อทำนายอนาคตนั่นเอง เช่นคนนี้ถูกจับมาฝากขัง ศาลก็ดูข้อมูลในอดีตว่าเคยทำผิดอะไรมาก่อนหรือไม่ มีครอบครัวมีที่อยู่หลักแหล่ง หน้าที่การงานเป็นอย่างไร เอาสิ่งเหล่านี้มาประกอบหรือประเมินด้วยวิธีการทางสถิติว่า คนนี้ถ้าให้ประกันตัวไปมีความเสี่ยงที่จะหลบหนีสูงหรือจะไปยุ่งกับพยานหลักฐานมากน้อยขนาดไหน&amp;nbsp;ถ้าความเสี่ยงต่ำหรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ก็อาจให้ประกันไปโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์มาประกันเลย ตรงนี้คือการประเมินความเสี่ยงซึ่งเป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือที่ทุกศาลมีใช้อยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลที่นำมาใช้ประเมินความเสี่ยงมาจาก 3 แหล่งหลักๆ คือ 1.ข้อมูลจากฐานข้อมูลของศาลเอง เช่น ประวัติคดีอื่นว่ามีคดีจากที่อื่นหรือไม่ 2.ข้อมูลที่ได้จากการสอบถามตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยเอง &amp;nbsp;เช่น ข้อมูลส่วนตัว ครอบครัว ที่อยู่ อาชีพ 3.ข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น หน่วยงานราชการ ประวัติการคุมประพฤติ หรือถามความเห็นจากผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้ข้อมูลแล้ว นำข้อมูลที่ได้จากทั้ง 3 ส่วนมาประกอบประเมินค่าความเสี่ยงว่าอยู่ในระดับไหน เพื่อประกอบดุลพินิจของศาลว่าควรให้ประกันตัวหรือไม่และถ้าจะให้ประกัน จะต้องให้วางหลักประกันหรือไม่ หรือควรมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ การประเมินความเสี่ยงถือเป็นเครื่องมือประเมินที่ศาลนำมาใช้เพื่อลดการใช้หลักประกัน เพราะปัญหาที่เราพูดกันคือการใช้หลักประกัน ถ้าเป็นคนยากจนก็เข้าไม่ถึงโอกาสขอประกันตัว แต่ถ้าประเมินความเสี่ยงแล้วไม่มีปัญหาศาลก็ปล่อยได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อะไรมาประกันตัวเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเครื่องมือหนึ่งที่ศาลใช้เกี่ยวกับการประกันตัวคือการใช้กำไล EM ซึ่งเป็นขั้นตอนหลังจากที่ประเมินความเสี่ยงแล้ว ผู้ต้องหาหรือจำเลยบางคนหากดูแล้วค่อนข้างที่จะมีความเสี่ยงหรือมีความจำเป็น ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขการให้ประกันตัว เพิ่มด้วย ไม่ว่าจะใช้หลักประกันหรือไม่ใช้หลักประกัน เงื่อนไขอื่นที่ศาลอาจกำหนดเพิ่ม เช่น ห้ามออกนอกประเทศ ห้ามไม่ให้เข้าใกล้ หรืเข้าไปในที่อยู่อาศัยของผู้เสียหาย ก็แล้วแต่ความเสี่ยงที่มีขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละคน ถ้าจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขก็ทำได้ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องกำหนด &amp;nbsp;ถ้าเป็นเงื่อนไขเกี่ยวกับการจำกัดเดินทางหรือจำกัดที่อยู่ก็มีเครื่องมือมาสอดส่องว่าทำตามเงื่อนไขหรือไม่ เช่น ให้ปล่อยชั่วคราวแต่วางเงื่อนไขห้ามออกจากบ้านหลังจาก 22.00 น.หรือห้ามไม่ให้ไปอยู่ใกล้บ้านผู้เสียหายเพราะเกรงว่าจะไปทำร้ายกันอีก &amp;nbsp;เป็นการวางเงื่อนไขใดที่เกี่ยวกับพื้นที่หรือการเดินทาง สามารถสั่งติดกำไล EM เพื่อเฝ้าระวังอีกชั้นหนึ่งได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การตั้งผู้กำกับดูแล เป็นมาตรการตามพระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยตัวชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560 บางครั้งการติดอีเอ็มดูความเคลื่อนไหวผ่านจอมอนิเตอร์อาจสู้การใช้คนสอดส่องดูแลไม่ได้&amp;nbsp;บางคนศาลให้ประกันไปโดยวางเงื่อนไขให้มารายงานตัวเป็นระยะๆ แต่ก่อนต้องมารายงานตัวที่ศาล เดี๋ยวนี้สามารถสั่งให้ไปรายงานตัวที่ผู้ใหญ่บ้านได้เลย ผู้ใหญ่บ้านยังช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมได้ด้วยว่าอย่าให้ไปทำอะไรผิด อย่าให้ไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน อันนี้เป็นกลไกของกฎหมายอีกชิ้นหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าใช้ 3 เครื่องมือนี้แล้วตอบได้ว่าคนนี้สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ ก็ให้ประกันตัวไปได้โดยไม่ต้องมีการเรียกเงินหรือหลักประกัน ทั้งหมดนี้คือกลไกการทำงานของการปล่อยชั่วคราวภายใต้นโยบายของนางเมทินี ชโลธร ที่เป็นนโยบายที่ว่าทำอย่างไรที่จะลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นโดยการปล่อยตัวชั่วคราหรือให้ประกันตัว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องปล่อยทุกเรื่อง เพราะการปล่อยหรือไม่ปล่อยชั่วคราวเป็นดุลพินิจของศาลตามหลักกฎหมาย ส่วนโยบายเป็นเรื่องการอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสในการปล่อยโดยใช้ทุกกลไกของกฎหมายมาขับเคลื่อน โดยที่กำลังทำอยู่คือส่งเสริมให้ทุกศาลทั่วประเทศใช้เครื่องนมือและกลไกตามกฎหมาย เปิดทำการศาล เเละการยื่นขอประกันตัวทำได้ง่าย ลดการใช้หลักประกัน ถ้าทำได้เต็มรูปเเบบจะเกิดภาพรวมที่สังคมสงบสุขด้วย เพราะปล่อยไปแล้วความเสี่ยงว่าสังคมจะเดือดร้อนจากผู้ต้องหาหรือจำเลยไปทำอันตรายก็จะน้อยลงหรือไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพก็คือ กรณี 22 ชาวบ้านบางกลอย ถือว่าเคสนี้ได้ใช้ทุกแทบทุกกลไกที่กล่าวมา ทั้ง 22 คนเป็นผู้ต้องหาชั้นสอบสวน ถ้าใช้ระบบเก่าในการประกันตัว ที่การยื่นประกันต้องเขียนคำร้อง มีเอกสารประกอบ บัตรประชาชน สำเนาโฉนด สำเนาบัตรสมุดเงินฝากซึ่งเป็นเอกสารจำนวนมาก ถ้าบางคนไม่มีความรู้เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ออกก็ไม่สามารถทำขั้นตอนนี้ก็ไปต่อไม่ได้ ไม่สามารถขอประกันตัวได้ แต่กรณีนี้ศาลจังหวัดเพชรบุรีใช้คำร้องใบเดียวมาบริการให้ คือส่งไปให้ลงชื่อจากที่คุมขังเลยแล้วส่งกลับมา มีคำสั่งให้ประกันตัวได้ออกมาในวันเดียวกัน ที่ทำได้รวดเร็วเพราะใช้คำร้องใบเดียวซึ่งใช้ง่ายมาก เพียงเซ็นชื่อหรือบางคนพิมพ์ลายนิ้วมือมา มีคนรับรองว่าเป็นลายนิ้วมือผู้ต้องหาจริงก็ใช้ได้แล้ว กรณีนี้เป็นการปล่อยตัวในวันหยุดราชการ ก็มีคนสงสัยว่าศาลทำงานวันหยุดด้วยหรือ เรื่องการให้ประกันตัวในหยุดศาลดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 โดยได้รับความร่วมมือจากทางกรมราชทัณฑ์ มีประชาชนรู้บ้าง แต่ก็ยังมีคนที่ไม่รู้ จึงต้องฝากสื่อมวลชนช่วยกันประชาสัมพันธ์ว่า ศาลทำงานเรื่องการปล่อยชั่วคราวหรือประกันตัวไม่มีวันหยุด หรือถ้าใครสะดวกที่จะยื่นคำขอประกันตอนกลางคืนก็สามารถยื่นทางออนไลน์ใช้ระบบ CIOS ของศาลได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีของบางกลอย เราก้าวพ้นอุปสรรคในเรื่องเวลาเพราะทำในวันหยุดได้&amp;nbsp;แต่ลองนึกดูว่าถ้าต้องใช้เงินประกันตัว คนละ 50,000 บาท 22 คนต้องใช้เงินนับล้านบาท&amp;nbsp;เงินมากขนาดนี้ชาวบ้านไม่มีแน่ๆ แต่ศาลจังหวัดเพชรบุรี ให้ประกันตัวทุกคนแบบไม่ต้องใช้หลักประกันแม้แต่บาทเดียว เพียงแค่ให้ทำสัญญาประกันไว้ว่าถ้าคนไหนหลบหนีหรือทำผิดเงื่อนไขค่อยปรับคนนั้น 50,000 บาท พร้อมกับวางเงื่อนไขไม่ให้กลับเข้าไปในพื้นที่ในระหว่างพิจารณาคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เข้าไปยุ่งกับที่เกิดเหตุชั่วคราวมากกว่า ศาลไม่ได้ห้ามเด็ดขาดหรือถาวร ขอแค่ว่าระหว่างพิจารณาคดีซึ่งคงใช้เวลาไม่นาน อย่าเพิ่งเข้าไปในพื้นที่ เพราะยังโต้แย้งสิทธิกันอยู่ว่าเข้าไปอยู่ได้หรือไม่ ทำนองเดียวกับการวางเงื่อนไขว่าไม่ให้ไปก่อภยันตรายประการอื่น คำว่าภยันตรายตามกฎหมายไม่ได้หมายถึงเฉพาะไป ไปตีไปต่อยไปฆ่าใคร เเต่หมายถึงไปทำซ้ำกับสิ่งที่โต้แย้งกันอยู่หรือที่จะทำให้เกิดปัญหาขึ้น ก็ห้ามไว้ชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี แล้วก็แต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านขึ้นมาสอดส่องดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดด้วย ถือว่ากรณีประกันตัวของคนบางกลอยเป็นตัวอย่างที่ใช้เครื่องมือตามกฎหมายเกือบครบ ที่ขาดคือไม่ได้ยื่นขอประกันทางออนไลน์กับไม่ต้องใส่กำไล EM&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผลลัพธ์ที่ได้เหมือนกัน เพราะว่าการตั้งคนมาสอดส่องดูเเลกับการติด EM นั้นมีจุดประสงค์เดียวกัน &amp;nbsp;แต่การติด EM ก็เหมือนใส่นาฬิกาติดตัวตลอดเวลามีผลกระทบกับการใช้ชีวิตบ้าง ศาลจึงเลือกใช้วิถีทางที่กระทบสิทธิน้อยที่สุดโดยใช้คนสอดส่องดูแลแทนการติดอีเอ็ม ถือเป็นแนวทางการให้ประกันตัวที่น่าสนใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่านโยบายคุ้มครองสิทธิเป็นนโยบายที่ศาลทำมาอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้ว่าไปเน้นว่าต้องเป็นเฉพาะผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งเป็นคนที่ถูกกล่าวหาว่าทำความผิด ในส่วนของผู้เสียหายซึ่งเป็นคนถูกทำร้ายถูกกระทำ ศาลก็คุ้มครองอย่างเท่าเทียม ซึ่งศาลยุติธรรมจะต้องสื่อสารไปยังประชาชนให้ทราบถึงสิทธิและวิธีการใช้สิทธิอย่างทั่วถึง โดยขอให้ศาลที่อยู่ในพื้นที่ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจประชาชนให้ได้มากที่สุด &amp;nbsp;ต้องให้ประชาชนรู้สิทธิ ต่อไปประชาชนมีคดีมาศาลจะขอประกันตัวสามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้เลยว่าขอใช้คำร้องใบเดียว ถ้าสื่อสารได้ทั่วถึงน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากกระบวนการที่กล่าวมา ตนยืนยันว่ามีการใช้ในทุกศาลทั่วประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องคดีความหรือขั้นตอนของศาล คนที่ไม่ได้มีคดี คงไม่มีใครมาศึกษาหาข้อมูลไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะไม่มีใครเตรียมตัวว่าวันหนึ่งจะตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย แต่เมื่อถึงคราวตกเป็นผู้ต้องหาจริงๆแล้ว ก็หาข้อมูลไม่ทัน &amp;nbsp;ทุกคนต้องช่วยกันเผยแพร่เรื่องที่มีประโยชน์เช่นนี้ให้รู้กันอย่างทั่วถึง&amp;rdquo; นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โฆษกศาลยุติธรรม ยังเปิดเผยถึงสถิติการปล่อยชั่วคราวในคดีอาญาของศาลยุติธรรมด้วยว่า ในปี พ.ศ.2564 ปรากฏข้อมูลสถิติการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ล่าสุดช่วงเดือนมกราคม (วันที่ 1-31 ม.ค.64) ดังนี้ จำนวนคำร้องที่ยื่นพิจารณาทั้งสิ้น 19,550 คดี ศาลมีคำสั่งอนุญาตจำนวน 18,076 คดีคิดเป็นร้อยละ 92.46&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถิติการปล่อยชั่วคราวย้อนหลัง 4 ปี ปรากฏข้อมูลการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ดังนี้ ปี 2563 จำนวนคำร้องที่ยื่นพิจารณาทั้งสิ้น 237,875 คดี ศาลมีคำสั่งอนุญาตจำนวน 217,094 คดี คิดเป็นร้อยละ 91.26&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2562 จำนวนคำร้องที่ยื่นพิจารณา ทั้งสิ้น 217,903 คดี ศาลมีคำสั่งอนุญาตจำนวน 200,713 คดี คิดเป็นร้อยละ 92.11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2561 จำนวนคำร้องที่ยื่นพิจารณา ทั้งสิ้น 235,404 คดี ศาลมีคำสั่งอนุญาตจำนวน 214,444 คดี คิดเป็นร้อยละ 91.10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2560 จำนวนคำร้องที่ยื่นพิจารณา ทั้งสิ้น 227,687 คดี ศาลมีคำสั่งอนุญาตจำนวน 212,653 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.40&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโฆษกศาลยุติธรรม กล่าวย้ำถึงการขอปล่อยชั่วคราวด้วยว่า จากสถิติคดีจึงเห็นได้ว่าศาลยุติธรรมอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเป็นหลัก จะไม่อนุญาตเฉพาะบางกรณีเท่านั้น แต่ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแล้วศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ขอประกันยังสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำร้องได้อีก หรือจะยื่นเป็นคำร้องใหม่ก็ได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลใหม่ หรือเหตุผลที่จะหักล้างเหตุผลเดิมของศาล ที่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมให้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96867</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอปล่อยชั่วคราว, ประกันตัว, ศาลยุติธรรม, สุริยัณห์ หงษ์วิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047247146d0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.เอกชัย&#039; เปิดข้อมูลเด็ดจากผู้รู้กฎหมายช่วย 4 แกนนำได้ออกจากคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำสั่งศาลชั้นต้นกรณีการไม่อนุญาตให้ประกันตัว 4 แกนนำการชุมนุม โดยอ้างถึงกระทำผิดซ้ำซากทั้งที่ศาลชั้นต้นยังไม่มีคำพิพากษา ช่วงหลายวันนี้ทีมทนายความร้องขอประกันตัวแกนนำเหล่านี้ แต่ศาลยังคงปฏิเสธการประกันตัว โดยอ้างคำสั่งของศาลชั้นต้นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้รู้กฎหมายคนหนึ่งแนะนำให้ทีมทนายความเปลี่ยนแนวทางจากการร้องขอประกันตัว เป็นการร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นนี้ เนื่องจากคำสั่งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังควรดำเนินคดีผู้พิพากษาที่ออกคำสั่งนี้ เนื่องจากเป็นการประพฤติมิชอบ (กฎหมายอาญา ม.157)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94381</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 แกนนำม็อบ, ขอปล่อยชั่วคราว, ประกันตัว, เอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6038fe1d50ffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศาลยุติธรรม แจงเปิดให้ยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาได้ทุกวันไม่มีวันหยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม อธิบายถึงการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (การขอประกันตัว) คดีในศาลยุติธรรมว่า เมื่อศาลมีคำพิพากษาในคดีอาญาใดๆ แล้วถ้าคดียังไม่ถึงที่สุด จำเลยนั้นก็มีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวหรือขอประกันตัวได้ โดยที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2562 ศาลยุติธรรมได้เปิดให้มีการพิจารณาคำร้องที่ยื่นได้เข้ามาได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจุบัน การยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนั้นผู้ขอประกันสามารถ 1.ยื่นเอกสารคำร้องได้โดยตรงต่อศาลที่พิจารณาคดีนั้น&amp;nbsp;หรือ 2.ยื่นคำร้องทางระบบออนไลน์ผ่าน &amp;quot;ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม&amp;quot; ที่เรียกว่า ซีออส (CIOS) โดยระบบเปิดให้ยื่นได้ทั้งการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ต่อศาลชั้นต้น หรือการยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ให้ปล่อยชั่วคราวต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ซึ่งการยื่นคำร้องทางระบบออนไลน์ CIOS นั้นสามารถยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง และผู้ยื่นสามารถทราบคำสั่งศาล ตลอดจนดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องทางออนไลน์ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวคดีอาญาต่างๆ ในศาลยุติธรรม ณ ปัจจุบัน จึงดำเนินการได้ตลอดทุกวันแบบไม่มีวันหยุด ซึ่งเป็นการยกระดับคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาและจำเลยเรื่องการขอปล่อยชั่วคราวในทุกขั้นตอนทั้งชั้นฝากขัง ชั้นพิจารณา ชั้นระหว่างอุทธรณ์ ชั้นระหว่างฎีกาและในคดีอาญาทุกประเภท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94231</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอประกันตัว, ขอปล่อยชั่วคราว, ศาลยุติธรรม, สุริยัณห์ หงษ์วิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603742b839bd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
