<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทายาทคณะราษฎรสำนึก ขอพระราชทานอภัยโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลูกชายขุนนิรันดรชัย&amp;rdquo; สมาชิกคณะราษฎร 2475&amp;nbsp; แถลงขอพระราชทานอภัยโทษแทนบิดา ที่สำนึกผิด กระทำมิบังควรต่อทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หลังบั้นปลายเป็นอัมพาตก่อนเสียชีวิต ขอเยาวชนช่วยรักษาสถาบันกษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2563 ที่ห้องพินนาเคิล 1-2 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล บางกอก พล.ท.สรภฎ นิรันดร บุตรชายของ พ.ต.เสวก นิรันดร หรือขุนนิรันดรชัย หนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร 2475 สายทหารบก แถลงข่าวขอสำนึกผิดแทนบิดา ที่ได้กระทำการมิบังควรต่อทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาเป็นของตนเองโดยมิชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรภฎกล่าวว่า ขณะบิดามียศเป็น ร.ท. ได้ร่วมกับผู้บังคับบัญชากระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองในนามคณะราษฎร 2475 สายทหารบก ต่อมาเมื่อรับราชการเป็น พ.ต. บิดาได้ลาออก เนื่องจากคณะราษฎรแต่งตั้งให้ท่านเป็นนายกองก่อตั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อสร้างอาคารบนสองฝั่ง ถ.ราชดำเนิน และท่านได้สร้างที่อยู่อาศัยของท่านเป็นตึก 4 ชั้น ตรงข้ามวังสวนจิตรลดา ปัจจุบันให้โรงเรียนเอกชนเช่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บิดาได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่กับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ปี 2475-2491 สมัยนั้นมี ส.ส.อุบลราชธานี อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่ บิดากับพวกจึงจับ ส.ส.ท่านนั้นโยนน้ำหน้าตึกรัฐสภา ต่อมาบิดาได้ร่วมกับหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ก่อตั้งธนาคารนครหลวง กระทั่งบิดาได้เป็นประธานธนาคารนครหลวง ในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรภฎเผยว่า เรื่องสำคัญคือก่อนบิดาเสียชีวิต บิดาได้สำนึกในความผิดว่าท่านเป็นข้าราชการทหาร แต่ท่านได้เสียน้ำพระพิพัฒน์สัตยาต่อพระมหากษัตริย์ สมัยที่ท่านเป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ท่านได้ทำเรื่องบางเรื่องที่มิบังควร ท่านได้สั่งเสียต้องการขอพระราชทานอภัยโทษ แต่บิดาก็ไม่มีโอกาส ได้เสียชีวิตไปก่อนด้วยโรคความดันโลหิตสูงและอัมพาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลาผ่านมา ผมได้ปรึกษาเรื่องนี้กับพี่ชายต่างมารดา ซึ่งบอกว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราควรจะทำกัน แม้แต่นามสกุลก็เป็นนามสกุลพระราชทาน แต่พี่ชายก็ได้เสียชีวิตไปก่อน ผมเห็นว่าเวลานี้รั้งรอไม่ได้อีก เพราะบุตรของบิดาที่มีชีวิตอยู่ขณะนี้ 4 คน เหลือผมเพียงคนเดียวที่ยังพอมีแรงทำได้ คนอื่นนั่งรถเข็นหมด จึงต้องทำตามความประสงค์ของบิดา ขอทำหน้าที่ตามที่ได้สั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิต&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ท.สรภฎได้ทำพิธีขอพระราชทานอภัยโทษต่อหน้าพระบรมรูปและพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.7, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ร.8 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร.9 โดยกล่าวทั้งน้ำตาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าพเจ้า พล.ท.สรภฎ นิรันดร กราบขออภัยแทนบิดาคือ พ.ต.เสวก นิรันดร คณะราษฎร 2475 ซึ่งไม่มีโอกาสแล้ว ผมขอทำหน้าที่แทน พระราชทานพระบรมราชานุญาตต่อล้นเกล้าฯ ทั้ง 3 พระองค์ ขอพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้ เพื่อวิญญาณของคุณพ่อผม ขุนนิรันดรชัย จะได้ไปสู่สุคติ และความเป็นสิริมงคลจะได้นำมาสู่ครอบครัวตระกูลนิรันดร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ท.สรภฎยังแถลงอีกว่า สิ่งที่อยากบอกคือ สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประเทศไทยมานาน อยากให้เยาวชนศึกษาประวัติศาสตร์ให้ถ่องแท้ ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ร่วมสร้างบ้านเมืองมาตั้งแต่อดีต ย้อนไปช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยแพ้สงคราม กองทัพสัมพันธมิตรเข้าสู่ประเทศไทยเต็มไปหมด ด้วยพระบารมีล้นเกล้าฯ ร.8 ท่านทรงเป็นประธานสวนสนามต่อกองทัพพันธมิตร ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศไทย และอยากให้เยาวชนยึดถือพระราชดำรัสล้นเกล้าฯ&amp;nbsp; ร.9 ว่าการรับรู้สื่อต่างๆ ควรใช้สติรู้คิด ปัญญารู้ตัว อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ เพราะเยาวชนเป็นอนาคตของประเทศ ซึ่งต้องดูแลและรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และรักษาบ้านเมืองไว้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีนัยอื่นถึงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติของคณะราษฎร 2475 หรือไม่ พล.ท.สรภฎระบุว่า เป็นเรื่องเฉพาะตัว บิดาเป็นหนึ่งในคณะราษฎร สำนึกผิดก่อนเสียชีวิตในการกระทำ วันนี้ถ้าดวงวิญญาณของบิดารับรู้คงไปสู่สุคติ ตนได้ทำหน้าที่แทนบิดา และไม่สามารถตอบแทนคณะราษฎรหรือลูกหลานคณะราษฎรคนอื่นได้ อย่างไรก็ตาม จากที่มีโอกาสคุยกับบุตรของคณะราษฎรบางคน ก็รู้สึกสำนึกผิด และอยากขอพระราชทานอภัยโทษเช่นกัน แต่ไม่มีโอกาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีผู้ชุมนุมราษฎร 2563 เสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ มองอย่างไร พล.ท.สรภฎมองว่า เยาวชนมีความรักต่อสถาบัน แต่การแสดงออกของเขาในรูปแบบต่างๆ ตนก็ไม่เข้าใจ เพราะเขาเป็นอนาคต ที่ต้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดำรงอยู่ต่อไป ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์หลังการแผ่อิทธิพลของจักรวรรดินิยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับมรดกของครอบครัวเมื่อปี 2561 ต่อศาลแพ่ง มีผลเป็นอย่างไร พล.ท.สรภฎกล่าวว่า ภายหลังได้ถอนฟ้องแล้วในปี 2562 เนื่องจากพูดคุยเข้าใจกัน เป็นพี่น้องกันก็ถอนฟ้องหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถามว่า ในอนาคตจะมีการคืนทรัพย์สินกลับไปหรือไม่ พล.ท.สรภฎกล่าวว่า ควรจะกลับไป แต่ของที่กลับไปต้องบริสุทธิ์ผ่องใส เรื่องที่ดินจะกลับไปตนไม่ขัดข้อง แต่ต้องถามความเห็นของหลานๆ ส่วนตนแม้แต่ชีวิตก็สละได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลัง พล.ท.สรภฎแถลงข่าวเสร็จสิ้น ได้พูดคุยเพิ่มเติมกับนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต ที่เดินทางมาติดตามการแถลงข่าวและให้กำลังใจ โดย พล.ท.สรภฎระบุว่า คุณพ่อเสียตอนตนอายุ 14 ปี รู้เรื่องการเมืองและคณะราษฎรจากคุณแม่ ซึ่งจะรู้การเมืองเยอะ ตนทราบหลายเรื่องจากที่คุณแม่ถ่ายทอดให้ฟัง บางเรื่องไม่สามารถถ่ายทอดต่อสาธารณะได้ เพราะเป็นในทางลบ จะเสียหายไม่ถูกต้อง ซึ่งมีเหตุผลอย่างยิ่งที่พ่อสำนึกผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พ่อบอกทำอะไรไว้หลายประการไม่ถูกต้อง จึงอยากขอพระราชทานอภัยโทษ แต่บั้นปลายท่านไม่มีโอกาสแล้ว เพราะเป็นอัมพาต ได้แต่นอนร้องไห้ บอกที่ท่านเป็นอย่างนี้เพราะท่านถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ทำไม่บังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot; ทายาทขุนนิรันดรชัยกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88069</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอพระราชทานอภัยโทษ, ทายาทคณะราษฎร, ลูกชายขุนนิรันดรชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201226/image_big_5fe6ec63a6584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มพธม.แห่รับ5แกนนำออกจากคุก ราชทัณฑ์เตรียมแผนรองรับผู้ได้รับอภัยโทษ3-5หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10พ.ค.62-เมื่อเวลา08.30 ที่ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ กลุ่มผู้สนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ทยอยเดินทางมายังที่หน้าเรือนจำตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อรอรับแกนนำ 5 ราย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ,นายพิภพ ธงไชย &amp;nbsp;, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข &amp;nbsp;และนายสุริยะใส กตะศิลา ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ในเวลา 10.00น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศที่ความประพฤติดีให้ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ และปล่อยตัว เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป ตามพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ และเป็นโอกาสอันสำคัญที่เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จะได้นำผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ รวมถึงครอบครัวญาติพี่น้องของผู้ต้องราชทัณฑ์ ร่วมถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ในวันนี้ที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตนได้เดินทางไปเป็นประธาน ฝ่ายฆราวาส &amp;nbsp;ในการบรรพชาสามเณรหมู่ให้กับผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษรวม 20 ราย ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และขอบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขที่มีญาติพี่น้องมารอรับ สำหรับการปล่อยตัวกลับบ้านของทุกเรือนจำ จะได้มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชา และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และญาติมิตรได้ร่วมถวายสักการะ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนจะตั้งใจทำความดีสนองคุณพระองค์ท่านและแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวด้วยว่า การพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์คาดว่า จะมีผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวประมาณ 3-5 หมื่นคน และได้รับการลดโทษอีกจำนวนมาก โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อม &amp;nbsp;ก่อนปล่อย ได้แก่ การให้การศึกษา การพัฒนาจิตใจและส่งเสริมศีลธรรมจรรยาด้วยหลักสูตรสัคคสาสมาธิ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธฺโร และการฝึกอบรมวิชาชีพในหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเตรียมตัวกลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
นอกจากนี้ หลังจากพ้นโทษแล้ว ยังได้เตรียมแผนรองรับการช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ซึ่งได้บูรณาการเครือข่ายภาครัฐ และสังคม ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตาม ดูแล และช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้มิให้กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมราชทัณฑ์เชื่อว่า กระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และเครือข่ายภาคสังคมที่เข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้ จะสามารถทำให้ผู้พ้นโทษได้กลับสู่สังคมได้อย่างปกติสุข และหวังว่าสังคม ตลอดจนผู้ประกอบการหรือห้างร้านบริษัทต่างๆ จะให้โอกาสผู้พ้นโทษเข้าทำงานร่วมให้กำลังใจและเปิดใจยอมรับผู้ก้าวพลาด ให้ได้กลับตัวเป็นคนดีของสังคม เพื่อไม่ให้เขาเหล่านั้นหวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก&amp;quot;พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนักโทษในเรือนจำกลุ่มลาดยาวที่จะทำการปล่อยผู้ต้องขังที่ได้รับอภัยโทษรอบแรก ในวันที่ 10 พ.ค 62 มีจำนวนทั้งสิ้น 670 ราย &amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือนจำพิเศษกรุงเทพ &amp;nbsp;238 คน ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณท์ 72 ราย ทัณฑสถานหญิงกลาง 218 คน เรือนจำกลางคลองเปรม 49 คน ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง 102 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35481</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ขอพระราชทานอภัยโทษ, นายสุริยะใส กตะศิลา, พ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd4ea2cf30b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.วิกฤตหนัก!เกมฮั้วเขตเลือกตั้งกับเพื่อไทยพ่นพิษหวั่นตายหมู่ ขอรับผิดชอบเหตุ&#039;มิบังควร&#039;เพียงครึ่งเดียว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.62- รายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติเปิดเผยว่า หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ การกระทำของพรรคที่อาจเข้าข่ายผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รวมทั้งระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้าม ในการหาเสียงเลือกตั้งส.ส.ที่ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง ที่อาจมีผลถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคทั้ง14คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายรุ่งเรือง พิทยศิริ หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงกกต. เพื่อแสดงความบริสุทธิใจว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติของพรรคในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในนามพรรค ที่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคไปเมื่อวันที่4ก.พ. โดยจะนำเอกสารการยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ไปยื่นต่อกกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานอีกว่า คณะทำงานทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้มีการหารือต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดยมีผู้เสนอให้ทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ จากนั้นพิจารณายุติบทบาทพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือยุบพรรคไป อย่างไรก็ดีมีบางส่วนเห็นแย้งเกี่ยวกับการยุติบทบาทหรือยุบพรรคว่า โดยเห็นว่า กระบวนการยุบพรรคนั้นคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร ส่วนการยุติบทบาทของพรรคนั้น อาจกระทบต่อยุทธศาสตร์การเลือกตั้งที่พรรคไทยรักษาชาติส่งผู้สมัคร 175 เขต แม้จะแพ้แต่ก็จะได้คะแนนเพื่อนำไปคำนวนที่นั่งส.ส.บัญชีรายชื่อให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัคร 250 เขตเลือกตั้ง เน้นในส่วนของส.ส.เขต &amp;nbsp;หากพรรคไทยรักษาชาติยุติบทบาท เท่ากับจะมีถึงราว 100 เขตทั่วประเทศ ที่ไม่มีผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคลงสมัคร เป้าหมายที่ต้องการได้จำนวนที่นั่ง ส.ส.รวมกันให้เกิน 250 เสียงหรือกึ่งหนึ่งก็จะทำได้ยาก ดังนั้นจึงได้ข้อยุติเบื้องต้นว่า จะมีการประกาศลาออกและยุติบทบาทเฉพาะกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวข้อง แต่คงสมาชิกภาพไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเคลื่อนไหวกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ นส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาวนายทักษิณ และนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายทะเบียนพรรค ได้โพต์รูปขณะไปทำบุญร่วมกับ รท.ปรีชาพล พงษ์พานิชย์ หัวหน้าพรรค ขณะไปทำบุญที่วัดพระเมรุราชิการาม จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสยบข่าวลือ รท.ปรีชาพล ถูกควบคุมตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทางเพจเฟซบุ๊คพรรคได้ขึ้นกราฟฟิคข้อความว่า พรรคไทยรักษาชาติขอบคุณทุกกำลังใจ ที่มอบให้กับเรา เพื่อก้าวเดินต่อไป และโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;พรรคไทยรักษาชาติ ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งไหลกันเข้ามาให้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน พรรคไทยรักษาชาติยังคงมีจุดยืนดังเดิมและจะเดินหน้าต่อไปในสนามเลือกตั้งเพื่ออาสาแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอพระราชทานอภัยโทษ, พรรคไทยรักษาชาติ, ยุติบทบาท, ยุบพรรค, เกมฮั้วพ่นพิษ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c60d87d45588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
