<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  BEM ร่อนหนังสือถึงกทพ.ขอรัฐชดเชยพิษโควิด -19 ทำรถใช้ทางด่วนวูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17เม.ย.63-นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในปัจจุบัน ประกอบกับมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล โดยออกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมในสถานที่แออัด พร้อมออกคำสั่งห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ปริมาณจราจรบนทางพิเศษ (ทางด่วน) เฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2563 BEM จึงได้ยื่นหนังสือถึงนายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อแจ้งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยอ้างถึงสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ฉบับแก้ไข) ลงวันที่ 20 ก.พ. 2563 โดยนำเสนอปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ประจำเดือน ก.พ.-มี.ค. 2563 นอกจากนี้ ยังขอให้ กทพ. พิจารณาแนวทางการชดเชยผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพเยาว์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติแล้วนั้น BEM จะรายงานผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยและเหตุการณ์ที่เป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามสัญญา ข้อ 18.1 และ 18.2 รวมถึงแนวทางการชดเชยผลกระทบต่อไป อย่างไรก็ตาม BEM ได้ตระหนักถึงความจำเป็นของภาครัฐ และความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ BEM ได้รายงานจำนวนรถใช้ทางด่วน เดือนมีนาคมลดลง 25.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือที่ 950,000 คันต่อวัน โดยในไตรมาสแรก คาดว่าจะมีปริมาณรถใช้ทางด่วนลดลง 11.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และ ลดลง 8.8% เมื่อเทียบระหว่างไตรมาส(QoQ) โดยจะเหลือรถใช้บริการทางพิเศษเฉลี่ยอยู่ที่1.12ล้าน คันต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ขอรับการชดเชย, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99282d32ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  BEM ร่อนหนังสือถึงกทพ.ขอรัฐชดเชยพิษโควิด -19 ทำรถใช้ทางด่วนวูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17เม.ย.63-นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในปัจจุบัน ประกอบกับมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล โดยออกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมในสถานที่แออัด พร้อมออกคำสั่งห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ปริมาณจราจรบนทางพิเศษ (ทางด่วน) เฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2563 BEM จึงได้ยื่นหนังสือถึงนายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อแจ้งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยอ้างถึงสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ฉบับแก้ไข) ลงวันที่ 20 ก.พ. 2563 โดยนำเสนอปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ประจำเดือน ก.พ.-มี.ค. 2563 นอกจากนี้ ยังขอให้ กทพ. พิจารณาแนวทางการชดเชยผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพเยาว์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติแล้วนั้น BEM จะรายงานผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยและเหตุการณ์ที่เป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามสัญญา ข้อ 18.1 และ 18.2 รวมถึงแนวทางการชดเชยผลกระทบต่อไป อย่างไรก็ตาม BEM ได้ตระหนักถึงความจำเป็นของภาครัฐ และความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ BEM ได้รายงานจำนวนรถใช้ทางด่วน เดือนมีนาคมลดลง 25.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือที่ 950,000 คันต่อวัน โดยในไตรมาสแรก คาดว่าจะมีปริมาณรถใช้ทางด่วนลดลง 11.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และ ลดลง 8.8% เมื่อเทียบระหว่างไตรมาส(QoQ) โดยจะเหลือรถใช้บริการทางพิเศษเฉลี่ยอยู่ที่1.12ล้าน คันต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63412</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ขอรับการชดเชย, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99282d32ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
