<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขออนุญาตว่าด้วยเรื่องพระๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มต้นสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตไปว่ากันเรื่อง &amp;ldquo;พระๆ&amp;rdquo; ก็แล้วกัน ไหนๆ ก็ออกอาการธรรมะ-ธัมโม มานานพอสมควรแล้ว จะด้วยเหตุเพราะความ &amp;ldquo;บาปหนา&amp;rdquo; จนต้องหันหน้าเข้าวัด หรือวิ่งหนีเข้าวัด ในช่วงยามแก่ ยามชรา ก็ตามที แต่เอาเป็นว่าหลังๆ นี้...ข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องพระ-เรื่องเจ้า ไม่ว่าจะออกไปทางตลกโปกฮา หรือหนักไปทางเคร่งเครียด-ซีเรียส ชนิดทำท่าว่าถึงกับคิดจะก่อเหตุ ก่อการณ์ เข้าชื่อ ล่ารายชื่อ แบบหวิดๆ อาจเข้าทางเท้า-เข้าทางตีน ของพวก &amp;ldquo;ทะลุแก๊ส-ทะลุฟ้า&amp;rdquo; ยิ่งเข้าไปทุกที การหยิบเอาเรื่อง &amp;ldquo;พระๆ&amp;rdquo; มาพูดจาว่ากล่าวเอาไว้มั่ง จึงอาจถือเป็นสิ่งที่น่าจะเหมาะ น่าจะสมควรต่อกรณี อยู่ตามสมควร...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเรื่องของพระ ของเจ้านั้น...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า นับตั้งแต่กว่า 200 ปีที่แล้ว หรือตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสิน พระเจ้ากรุงธนบุรีโน่นเลย เป็นอะไรที่ต้องควบคุมดูแล ต้อง &amp;ldquo;ปกครอง&amp;rdquo; อย่างชนิดเข้มงวดมิใช่น้อย ถึงขั้นต้องจัดให้มีการ &amp;ldquo;ดำน้ำ&amp;rdquo; พิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ศีล พิสูจน์ธรรม ไปตามแบบฉบับ หรือตามสภาพของเมื่อครั้งอดีต ใครดำได้อึด ได้ทน ผ่านมาตรฐานที่พระเจ้าตากสินท่านทรงกำหนดเอาไว้ ก็อาจได้รับพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าไตร&amp;rdquo; ได้บวชต่อ ได้สืบสานพระพุทธศาสนา ตามแบบฉบับพระสงฆ์ทั้งหลาย แต่ถ้าใครอึดไม่ไหว ทนไม่ไหว ก็อาจถูก &amp;ldquo;จับสึก&amp;rdquo; เอาดื้อๆ!!! ถูกเสือกไสไล่ส่งจากบวรพระศาสนา หรือเผลอๆ...อาจถูกเฆี่ยน ถูกตี ถูก &amp;ldquo;ลงโทษ&amp;rdquo; ไม่ให้มาข้องแวะกับเรื่องศีล เรื่องธรรม ต่อไปอีก...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ---------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่ต้องมี &amp;ldquo;มาตรการ&amp;rdquo; ทำนองนี้ ไว้ในยุคนั้น สมัยนั้น...ก็คงไม่มีอะไรมากกว่าความ &amp;ldquo;เละเป็นขี้-เละเป็นโจ๊ก&amp;rdquo; ของวงการพระที่แทบไม่ต่างอะไรไปจากแวดวงฆราวาสเช่นกัน คือถึงขั้นระดับพระสังฆาธิการหันไปช่วยพม่า หันมาเล่นงานคนไทยด้วยกันเอง ชี้ช่อง ชี้หนทางยึดทรัพย์ ริบทรัพย์ หรืออะไรต่อมิอะไรต่างๆ หรือเกิดสภาพอย่างที่ &amp;ldquo;สมเด็จพระเทพฯ&amp;rdquo; ท่านได้ทรงพระราชนิพนธ์ เอาไว้ในงานวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;บันทึกการปกครองของไทย-สมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; ตั้งแต่ 20 กว่าปีที่แล้ว หรือตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2540 โน่นเลย...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประมาณว่า... &amp;ldquo;ภายหลังสมัยอยุธยาพม่าเข้าตี พระสงฆ์วุ่นวายมากอ่อนวินัยมานานแล้ว&amp;rdquo; ดังนั้น...แม้ว่า &amp;ldquo;ตามหลักปฏิบัติของพุทธศาสนานั้น ฆราวาสจะปกครองสงฆ์ไม่ได้ พระสงฆ์ต้องปกครองกันเองและถือพระวินัยเป็นกฎหมาย แต่มีข้อเสียอยู่ที่ว่าในการปกครองทั่วไป กฎหมายที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีบทลงโทษ (Sanction) แม้ว่าในพระวินัยจะบัญญัติโทษไว้ เช่น ให้พระสงฆ์ที่ประพฤติผิดวินัยร้ายแรง ขาดจากภิกขุภาวะ แต่โทษในพระวินัยก็ไม่หนักพอที่จะให้เกิดความหลาบจำ และถ้าต้องปาราชิกแล้ว แต่พระไม่ยอมสึก ทางคณะสงฆ์ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำให้พุทธศาสนาต้องเศร้าหมอง เพราะฉะนั้น...อำนาจของพระมหากษัตริย์จึงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปกครองสงฆ์&amp;rdquo;...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; --------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่...ต้องเรียกว่าตั้งแต่ยุคนั้น สมัยนั้น มาแล้ว ที่ทำให้ผู้ที่คิดฟื้นฟู บูรณะบ้านเมือง อย่างสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านเลยหนีไม่พ้นที่จะต้องทรงจัดให้มีการ &amp;ldquo;ดำน้ำ&amp;rdquo; พิสูจน์ตนเอง ของพวกพระๆ กันไปเป็นรายๆ ไม่ต่างไปจากยุคต่อมาหรือในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรงป่าวประกาศไว้แบบเสียงดัง-ฟังชัด ประมาณว่า &amp;ldquo;ตั้งใจจะอุปถัมภก-ยอยกพระพุทธศาสนา-จะป้องกันขอบขัณฑสีมา-รักษาประชาชนและมนตรี&amp;rdquo; ดังที่ &amp;ldquo;สมเด็จพระเทพฯ&amp;rdquo; ท่านระบุเอาไว้ในพระราชนิพนธ์ด้วยข้อเขียนประโยคที่ว่า...&amp;ldquo;มาถึงแผ่นดินพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงจัดระเบียบการปกครองสงฆ์เสียใหม่ ออกกฎพระสงฆ์ ใช้พระราชอำนาจปกครอง ทรงเอาพระทั้งหมดมาขึ้นกับกรมธรรมการ ก่อนขึ้นกับกรมสังฆการี แต่เดิมเมื่อเกิดอธิกรณ์ตามพระวินัยให้สงฆ์พิจารณากันเอง ในสมัยรัตนโกสินทร์เลิกหลักการนี้ ยกมาให้กรมสังฆการีพิจารณา มีเจ้าหน้าที่ต่างๆ เช่น ขุนอธิกรณ์วิจัย หลวงวินัยวิจารณ์ ฯลฯ กรมนี้...ขู่พระ ดุพระได้...&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือสำหรับการฟื้นฟู บูรณะบ้านเมืองแล้ว...สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องถือเป็นความ &amp;ldquo;จำเป็น&amp;rdquo; อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ด้วยเหตุเพราะ &amp;ldquo;พระศาสนา&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์&amp;rdquo; นั้น ไม่เพียงแต่มีความเกี่ยวข้อง ผูกพัน ยึดโยงซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ยังมี &amp;ldquo;ปฏิสัมพันธ์&amp;rdquo; กับความสุข ความสงบ ความร่มเย็น ในสังคมนั้นๆ บ้านเมืองนั้นๆ อย่างมิอาจแยกออกจากกันได้เลย หรือโดยคุณค่าทางศีลธรรมในศาสนา กับความเป็นพระราชา อันมีความหมายถึงผู้ที่ทำความอิ่มใจ สุขใจ ให้แก่ผู้อื่น ย่อมมีความสอดคล้อง ต้องกัน จนก่อให้เกิดความเกี่ยวข้อง ผูกพัน และยึดโยงซึ่งกันและกัน ชนิดไม่ต่างอะไรไปจาก &amp;ldquo;เสาหลัก&amp;rdquo; ในการค้ำจุนโครงสร้างของสังคมทั้งสังคมเอาไว้นั่นเอง...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ &amp;ldquo;พระราชา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์&amp;rdquo; ในรัชกาลปัจจุบัน...ค่อนข้างแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิด ผูกพัน กับวงการสงฆ์ไม่ว่าในทางส่วนตัว หรือส่วนรวมก็แล้วแต่ จึงต้องเป็น &amp;ldquo;โชคดี&amp;rdquo; ของสังคมไทย!!! เพราะคุณค่าทางศีลธรรมทั้งหลาย ทั้งปวง ในพระพุทธศาสนา กับความมุ่งมั่น ปรารถนา ในอันที่จะสร้างความอิ่มใจ สุขใจ ให้แก่ผู้อื่น ถ้าสามารถผสมกลมกลืน จนเกิด &amp;ldquo;จุดลงตัว&amp;rdquo; ขึ้นมาได้เมื่อไหร่ โอกาสที่จะนำมาซึ่งความสุข ความสงบ ความร่มเย็น ภายในสังคมไทย ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น หรือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ยิ่งไปกว่ากฎ ระเบียบ หรือกฎหมายใดๆ ก็ตามที...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้...เอาเป็นว่า ใคร? ที่คิดจะหยิบเอาเรื่องราวในวงการพระ มาทะลุแก๊ส-ทะลุฟ้ากันในช่วงนี้ หรือช่วงไหนๆ ก็แล้วแต่ คงต้องหันไปคิดใหม่-ทำใหม่ซะแต่เนิ่นๆ หรืออย่างน้อย...ก็น่าจะหันไปสำรวจตรวจสอบบรรดาพระๆ ที่ตัวเองเคารพ-นับถือให้จริงๆ จังๆ ขึ้นมาอีกซักหน่อย แม้ไม่ถึงกับต้องให้ &amp;ldquo;ดำน้ำพิสูจน์&amp;rdquo; เอาเลยก็ตาม เพราะถ้าองค์กรสงฆ์ตามตัวบทกฎหมายอย่าง &amp;ldquo;มหาเถรสมาคม&amp;rdquo; ท่านไม่ &amp;ldquo;เข้าถึง-เข้าใจ&amp;rdquo; ต่อปัญหาในวงการพระอย่างลึกซึ้งถึงแก่น ยอมให้สำนักพระพุทธศาสนาออกมาชี้แจง แถลงไข ถึงรายละเอียดของ &amp;ldquo;พระ&amp;rdquo; ในแต่ละรูป แต่ละราย แบบเป็นเรื่อง เป็นราว โอกาสที่ &amp;ldquo;พุทธศาสนาต้องเศร้าหมอง&amp;rdquo; หรือโอกาสเสียพระ เสียสุนัข ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;------------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก &amp;ldquo;Mother Teresa&amp;rdquo;... &amp;ldquo;The fruit of silence is prayer. The fruit of prayer is faith. The fruit of faith is love. The fruit of love is service. &amp;ndash; ผลบุญแห่งความสงบคือการสวดมนต์ไหว้พระ ผลบุญแห่งการสวดมนต์ไหว้พระคือศรัทธา ผลบุญแห่งศรัทธาคือความรัก-ความเมตตา ผลบุญแห่งความรัก-ความเมตตาคือการบริการรับใช้ (หรือการสร้างความอิ่มใจ สุขใจ) ให้ผู้อื่น...&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขออนุญาตว่าด้วยเรื่องพระๆ, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
