<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.จวกส.ว.สรรหาป.ป.ช.สนองอำนาจการเมืองทำลายบรรทัดฐานเรื่องขัดกันแห่งผลประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 มิ.ย. 63 - รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช. และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตีความอดีตสมาชิกสถานิติบัญญัติแห่งชาติ( สนช.) ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า เป็นการตีความที่ทำลายบรรทัดฐานเรื่องการขัดกันของผลประโยชน์และธรรมาภิบาล เป็นการเมืองแบบอำนาจนิยมระบบอุปถัมภ์ ผู้ที่เกี่ยวข้องขาดจิตสำนึกในการปฏิรูปการเมือง และเรื่องดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.พิชาย กล่าวว่า ที่จริงตนไม่คาดหวังอะไรมากจาก ส.ว. ชุดนี้อยู่แล้ว เพราะถูกตั้งขึ้นโดยกลุ่ม คสช. แต่เมื่อเห็นความคิดและพฤติกรรมที่กระทำล่าสุด โดยลงมติเลือกอดีต สนช. เป็น กรรมการป.ป.ช. และอธิบายตีความรัฐธรรมนูญเพื่อตอบสนองเป้าหมายของตนเองอย่างน่าเกลียดเกินกว่าจะยอมรับได้ ก็อดไม่ได้ที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์โดยมี 4 ประเด็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป็นการตีความกฎหมาย เพื่อตอบสนองเป้าหมายทางการเมืองแบบอำนาจนิยมอุปถัมภ์ ซึ่งทำลายบรรทัดฐานที่สังคมไทยเพียรพยายามสร้างในช่วงสองทศวรรษนี้ นั่นคือ หลักการขัดกันของผลประโยชน์ หลักการนี้วิญญูชนที่มีความคิดและจริยธรรมอยู่บ้างย่อมศึกษา รับรู้และตระหนักดีว่าเรื่องใดที่ควรทำ เรื่องใดที่ไม่ควรทำ แม้จะไม่มีการเขียนไว้อย่างชัดเจน หรือเขียนไว้แล้วแต่ไม่ชัดเจนก็ตาม ส่วนอวิญญูชน แม้กฎหมายจะเขียนเอาไว้อย่างไรก็พยายามหาช่องโหว่ตีความเพื่อรับใช้เป้าหมายของตนเองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.การลงมติ กระทำไปโดยขาดสำนึกแห่งการปฏิรูปการเมืองและสำนึกแห่งธรรมาภิบาล แต่เป็นสำนึกของความล้าหลังที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง เป็นการลงมติตามแบบแผนความคิดแบบเก่า การเมืองแบบเก่า น่าเสียดายว่าหลายคนใน ส.ว. ชุดนี้เคยพูดถึงการปฏิรูปการเมืองอย่างเป็นตุเป็นตะ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกนับวันก็ยิ่งเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาว่า ที่พวกเขาต้องการคงไม่ใช่การปฏิรูปการเมือง แต่น่าจะเป็นอำนาจเสียมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3.การลงมติเช่นนั้นป็นการถมก้อนหินใส่ลงในจิตใจของประชาชน ซึ่งสร้างความอึดอัดคับข้องใจแก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น เป็นการสะสมเชื้อเพลิงของความขัดแย้งทางสังคม และเร่งให้ความขัดแย้งเกิดการปะทุออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การตีความและการลงมติแบบนี้เป็นหลักฐานชัดเจน ซึ่งจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่า ส.ว. ชุดนี้น่าจะมีเป้าหมายในการทำหน้าที่เพื่อตอบสนองกลุ่มอำนาจนำทางการเมืองเป็นหลัก และบั่นทอนการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. กล่าวว่า เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวของ ส.ว. ที่ได้มาโดยมิชอบธรรมและหลักขัดกันแห่งผลประโยชน์ จึงลงมติเลือกอดีต สนช.ที่พ้นตำแหน่งมาเพียง 1 ปี มานั่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. คนใหม่ เป็นการตีความพิทักษ์สถานะอำนาจของพวกพ้อง เพื่อเข้าไปยึดกุมการเมืองการปกครองทั้งระบบผ่านกลไกองค์กรอิสระต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเมืองไทยทุกวันนี้จึงเป็นลักษณะคณาธิปไตย พยายามสืบทอดอำนาจที่วางไว้ผ่านกลไกรัฐธรรมนูญ 60 แม้ว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญจะบัญญัติให้ สนช. ทำหน้าที่ ส.ส. ส.ว. ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในรัฐสภา เรื่องนี้จึงขัดรัฐธรรมนูญในตัวเองเรื่องคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่จะมาเป็นองค์กรอิสระ เจตนารมณ์ให้เว้นวรรค 10 ปีก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเมธา กล่าวว่า&amp;nbsp; เราจะตีความตามตัวอักษรอย่างเดียวไม่ได้ ไม่ใช่เรียกชื่อหรือตำแหน่งต่างกัน แต่ต้องถือว่าได้ทำหน้าที่นั้นหรือไม่ เป็นเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญที่ไปเขียนไว้ไม่ให้เลือกปฏิบัติเฉพาะกลุ่มตน ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองก็ไม่ก้าวไปข้างหน้าเสียที ติดหล่มกับดักอำนาจ สร้างลัทธิพวกใครพวกมัน ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญปกครองให้ ส.ว.สืบทอดอำนาจไปอีก 5+5+5+5 ไปอีก 20 ปีเลยก็แล้วกัน ภาคประชาชนจะได้ไม่ต้องเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นผมเห็นว่าคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช. และ ส.ว.ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ อย่าตีความตามอำเภอใจ และควรสรรหาผู้มีบทบาทตรวจสอบการทุกจริตคอร์รัปชันเป็นที่ประจักษ์ พิทักษ์ผลประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีฝักฝ่ายทางการเมือง ส่วนคณะกรรมการสรรหา กสม. วินิจฉัยถูกต้องแล้ว และผู้ที่จะมาเป็น กสม. ควรมาจากผู้ที่มีบทบาทการทำงานพิทักษ์และปกป้องสิทธิมนุษยชน เพราะกลไก กสม. คือการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ ว่าใช้อำนาจละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ไม่ใช่การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของโจรผู้ร้ายเพราะนั่นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงไม่ควรเอาอดีตข้าราชการมาทำงานผิดหน้าที่แบบในปัจจุบัน&amp;quot;นายเมธา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67874</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดกันแห่งผลประโยชน์, ครป., ธรรมาภิบาล, นายเมธา มาสขาว, พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, สรรหาปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f81e5e8bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลถาม&#039;สมชัย&#039;ไม่ยอมปฏิบัติหลักขัดกันแห่งผลประโยชน์แล้วจะคุมเลือกตั้งได้อย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.-นายสมชัย &amp;nbsp;ศรีสุทธิยากร ที่เพิ่งจะถูกปลดออกจากกกต.ด้วยม.44 ด้วยเหตุผลการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เนื่องจากสมัครเป็นเลขาธิการกกต.โดยไม่ลาออกจากกรรมการกกต. เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ด้วยการนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ และข่าวออนไลน์ มาโพสต์ ซึ่งสื่อแทบทุกแขนงต่างพาดหัวการปลดพ้นตำแหน่งกกต.ในครั้งนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่ามีผู้เข้าไปโพสต์ข้อความให้กำลังใจ ขณะที่บางคนแสดงความกังขาเรื่อง การขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะเป็นหลักการพื้นฐาน กลับไม่ยอมปฏิบัติ แต่นายสมชัยไม่ได้ชี้แจงกลับแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5468</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขัดกันแห่งผลประโยชน์, ปลดสมชัย, ม.44, สมชัย ศรีสุทธิยากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1adb65446c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
