<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสหรัฐถอดถอนทรัมป์ ชงวุฒิฯลงมติเดือนธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติถอดถอน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดีตามคาดเมื่อวันพุธ ด้วยข้อกล่าวหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา เตรียมส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาลงมติเดือนหน้า แต่โอกาสแทบเป็นศูนย์เพราะ ส.ว.รีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ 243 ปี ที่โดนสภาผู้แทนราษฎรลงมติถอดถอนพ้นจากตำแหน่ง แต่ 2 คนก่อนหน้านี้คือประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ปี 2532 และประธานาธิบดีบิล คลินตัน ปี 2541 ล้วนรอดการลงมติของวุฒิสภามาได้และดำรงตำแหน่งต่อจนครบวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาล่างของสหรัฐอภิปรายโต้เถียงกันนาน 10 ชั่วโมง ก่อนจะลงมติเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยเสียงส่วนใหญ่ในสภา ซึ่งเดโมแครตครองที่นั่งข้างมาก ให้ความเห็นชอบข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทั้ง 2 ข้อหา โดยข้อหาแรก การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบนั้นได้คะแนนเห็นชอบ 230 ต่อเสียงคัดค้าน 197 คะแนน ส่วนข้อที่ 2 ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภาคองเกรส ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 229 ต่อ 198 คะแนน ส.ส.รีพับลิกันลงมติคัดค้านทั้ง 2 ข้อหา ในขณะที่เดโมแครต มี ส.ส. 2 คนคือ คอลลิน ปีเตอร์สัน และเจฟฟ์ ฟาน ดริว ลงมติคัดค้านทั้ง 2 ข้อหา ส่วนจาเร็ด โกลเดน ส.ส.เดโมแครตอีกคนคัดค้านข้อหาที่ 2 และ ส.ส.ทุลซี กับบาร์ด งดออกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครต กล่าวว่า พวกเขา &amp;quot;ไม่มีทางเลือก&amp;quot; นอกจากตั้งข้อกล่าวหาทรัมป์อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขั้นตอนต่อไป สภาล่างจะส่งให้สภาสูงไต่สวนข้อกล่าวหาเหล่านี้ การลงมติจะต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา 100 ที่นั่ง ซึ่งหมายความว่าต้องมี ส.ว.รีพับลิกันอย่างน้อย 20 คนแปรพักตร์มาร่วมโหวตให้เดโมแครตเพื่อถอดถอนทรัมป์ แต่ถึงบัดนี้ไม่มี ส.ว.รีพับลิกันคนได้แสดงเจตจำนงเช่นนั้น และ ส.ว.มิตช์ แม็กคอนเนลล์ แกนนำ ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมาก ทำนายว่า &amp;quot;ไม่มีโอกาส&amp;quot; ที่วุฒิสภาจะถอดถอนทรัมป์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์วัย 73 ปี ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีโดยมิชอบ ด้วยการกดดันให้รัฐบาลยูเครนเปิดการสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา ที่เป็นตัวเก็งแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งปลายปี 2563 รวมถึงให้ลดความน่าเชื่อถือของทฤษฎีที่ว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 โดยโยนให้เป็นเดโมแครตสมคบกับยูเครนแทรกแซงการเลือกตั้งครั้งนั้นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อกล่าวหามาจากการเปิดโปงคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม หรือ 3 เดือนภายหลังเซเลนสกีชนะเลือกตั้ง โดยทรัมป์ขอให้ผู้นำยูเครนช่วยสอบสวนไบเดน และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายที่นั่งเก้าอี้ในบอร์ดบริหารของบูริสมา บริษัทพลังงานยูเครน ช่วงที่ไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐ โดยทรัมป์กล่าวหาอย่างไม่มีหลักฐานว่าทั้งคู่คอร์รัปชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดโมแครตกล่าวว่า ทรัมป์ระงับการอนุมัติความช่วยเหลือทางทหาร 391 ล้านดอลลาร์แก่ยูเครน และใช้การประชุมสุดยอดที่ทำเนียบขาวเป็นข้อต่อรองเพื่อให้เซเลนสกีเข้ามาก้าวก่ายการเลือกตั้งสหรัฐด้วยการสาดโคลนไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาภายหลังสภาผู้แทนราษฎรเปิดการไต่สวน ทรัมป์ยังมีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมือปฏิบัติตามหมายเรียกเข้าให้การและส่งเอกสารแก่สภา ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อกล่าวหาที่สองว่าทรัมป์ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทรัมป์ยืนกรานโดยตลอดว่าเขาไม่ได้ทำผิด และประณามกระบวนการอิมพีชเมนต์โดยเพโลซีเมื่อเดือนกันยายนว่าเป็น &amp;quot;การล่าแม่มด&amp;quot; และ &amp;quot;การก่อรัฐประหาร&amp;quot; ระหว่างที่สภาล่างเตรียมลงมติเมื่อวันพุธ ทรัมป์ไปหาเสียงเลือกตั้งเพื่อรักษาเก้าอี้ประธานาธิบดีปลายปีหน้าที่เมืองแบตเทิลครีก รัฐมิชิแกน กล่าวโจมตีเดโมแครตว่าเป็นพวกซ้ายจัดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เดโมแครตกำลังพยายามทำให้บัตรลงคะแนนของชาวอเมริกันผู้รักชาติหลายสิบล้านคนกลายเป็นโมฆะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา, ถอดถอนทรัมป์, ประธานาธิบดี, ลงมติถอดถอน, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb9404301cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
