<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2019 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2019 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039;ด่ากราด!กปปส.สมรู้ร่วมคิดรัฐประหารทำประเทศถอยหลังไป 5 ทศวรรษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.62- สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การขัดขวางการเลือกตั้งของ กปปส.เพื่อเปิดทางให้มีการทำรัฐประหารของ คสช. เป็นการ &amp;quot;สมรู้ร่วมคิด&amp;quot; ที่ทำให้ประเทศ ถอยหลังไป 5 ทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38669</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ขัดขวางการเลือกตั้ง, รัฐประหาร, สมรู้ร่วมคิด, สุชาติ สวัสดิ์ศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b694ae952180.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาสั่งปล่อยตัวชั่วคราว 10 แกนนำกปปส.พัทลุงขัดขวางการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.62 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่ศาลจังหวัดพัทลุง ได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ภาค 9 &amp;nbsp;คดีกลุ่มแกนนำ กปปส.พัทลุง ฐานขัดขวางการเลือกตั้ง โดยเหตุเกิดระหว่างวันที่ 25&amp;ndash;31 ธันวาคม &amp;nbsp;2556 และวันที่ 1 มกราคม 2557 &amp;nbsp;โดย ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาปรับแก้โทษของศาลชั้นต้นโดยให้จำคุก นายสุพลชัย &amp;nbsp;คงเขียว 3 ปี 16 เดือน นายทวี ภูมิสิงหราช อดีตสว.พัทลุง 2 ปี 24 เดือน นายจรูญ พรรณราย &amp;nbsp;และนายประหยัด &amp;nbsp;อินทองปาน 2 ปี 16 เดือน นายสันติชัย ชายเกตุ 16 เดือน นายปิติพันธุ์ จุรุพันธุ์ &amp;nbsp;และนางวิมล พงศ์จันเผือก 1 ปี 24 เดือน นายปราโมทย์ เพชรดวง นายดรณ์ พุ่มมาลี และนางโฉมพิไล บุญผลึก 8 เดือน เมื่อวันที่ &amp;nbsp;15 &amp;nbsp;มกราคม &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 10 คน ที่มานั่งฟังการอ่านคำพิพากษา และได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ต่อศาลจังหวัดพัทลุง แต่ศาลมีคำสั่งให้ยื่นต่อศาลฏีกา เป็นผู้สั่ง ทำให้จำเลยทั้ง 10 คน ถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำกลางพัทลุง ในตอนเย็นวันเดียวกัน เพื่อรอคำสั่งจากศาลฎีกา ว่าจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทังเวลาประมาณ &amp;nbsp;19.30 น.วันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางพัทลุง อ.เมือง จ.พัทลุง &amp;nbsp; รต. อนุกูล สุภาไชยกิจ อดีต &amp;nbsp;สว.พัทลุง &amp;nbsp;พร้อมญาติแกนนำ กปปส. และพรรคพวกเพื่อน ประมาณ 100 คน ได้เดินทางมารับตัวกลุ่มแกนนำ กปปส.พัทลุง ทั้ง 10 คน หลังจากที่ศาลฎีกา ได้สั่งปล่อยตัวชั่วคราวในตอนเย็นวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นได้นำทั้ง 10 คน ไปกราบไหว้พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ เพื่อเป็นศิริมงคล และจากนั้นได้นำทั้ง 10 คนไปนั่งรับประทานข้าวต้ม &amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวี ภูมิสิงหราช อดีต สว.พัทลุง กล่าวว่าขอขอบคุณศาลฎีกา ที่ให้ความเมตตาและอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้ง 10 คน &amp;nbsp;ซึ่งจากนี้ไปกลุ่มจำเลยทั้ง 10 คน จะได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 &amp;nbsp;ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26910</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส.พัทลุง, ขัดขวางการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c419d0c5e783.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งจำหน่ายคดีกกต.เรียกค่าเสียหาย3พันล้าน&#039;สุเทพ-พวก&#039;ขัดขวางการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 714 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางในการดำเนินคดีหมายเลขดำ พ.3500/2560 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 38 คน เป็นจำเลย เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย กรณีที่กลุ่ม กปปส.ขัดขวางการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของ กกต. เมื่อปี 2557 ทำให้ กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 3,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายสุเทพ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พร้อมทีมทนายความเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลได้พิจารณารวมคดีของจำเลยอีกคนหนึ่งที่มีการแยกฟ้องเข้ามารวมในคดีนี้ ทำให้จำเลยคดีนี้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 39 คน และศาลได้ชี้สองสถานกำหนดประเด็นการต่อสู้คดีให้มีความครอบคลุม เช่น การฟ้องโจทก์ครอบคลุมหรือไม่ คดีหมดอายุความหรือไม่ การฟ้องของโจทก์ใช้สิทธิ์โดยสุจริตและมีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ โจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด จำเลยทั้งหมดต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใด อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นควรให้มีการพิจารณาจำหน่ายคดีแพ่งนี้ชั่วคราว เพื่อรอฟังผลในส่วนคดีอาญา ที่นายสุเทพกับพวกถูกฟ้องในข้อหากบฏและข้อหาอื่นที่รวมถึงการขัดขวางการเลือกตั้งจากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเสร็จสิ้นการพิจารณา นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ กกต.ฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีการจัดเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ที่จัดไม่สำเร็จ เพราะพวกตนไปขัดขวางการเลือกตั้งทำให้เกิดความเสียหาย จำเลยคดีนี้มีชาวพัทลุงรายหนึ่งเสียชีวิต ฝ่ายโจทก์บอกให้นำภรรยาและบุตรของผู้เสียชีวิตเข้ามาเป็นจำเลยร่วมรับผิดชอบความเสียหายในคดีนี้ด้วย ส่วนตัวสงสารมากเพราะภรรยาและบุตรของผู้เสียชีวิตนั้นไม่มีสมบัติอะไร แต่ก็ถูกนำมาร่วมรับผิดชอบ ต้องว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยรายหนึ่งที่ถูกแยกฟ้องก็เอามารวมเป็นคดีเดียวกัน ประเด็นการฟ้องของโจทก์ใช้สิทธิ์โดยสุจริตหรือไม่ ข้อเท็จจริงคือการจัดการเลือกตั้งนั้น โจทก์คือ กกต.รู้อยู่แล้วว่าประชาชนทั้งประเทศต่อต้านคัดค้านการเลือกตั้ง แล้วก็มีองค์กรหลายองค์กรได้แสดงความเห็นแล้วว่าไม่ควรจัดการเลือกตั้ง แต่ กกต.ก็เลือกที่จะเสี่ยงภัยเอาเอง ดึงดันจัดการเลือกตั้ง เมื่อจัดแล้วมีความเสียหายจะมาบอกว่าเป็นการใช้สิทธิ์โดยสุจริตก็ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า ฝ่ายโจทก์ได้เสนอพยานมาทั้งหมด 126 คน ฝ่ายจำเลยมีพยานประมาณ 50 คน ศาลเห็นว่าคดีแพ่งนี้มีผลเกี่ยวข้องต่อเนื่องจากคดีอาญา ศาลได้สอบถามคดีอาญาที่ตนถูกดำเนินคดี ตนก็ได้กราบเรียนให้ทราบคดีจากการชุมนุมคราวนี้มีตั้งแต่ก่อการร้าย กบฏ ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อั้งยี่ ซ่องโจร บุกรุกสถานที่ราชการ และขัดขวางการเลือกตั้ง ศาลจึงวินิจฉัยให้รอผลการพิจารณาคดีอาญาเรื่องขัดขวางการเลือกตั้งด้วย ขอขอบคุณประชาชนที่เป็นห่วงพวกตนจะล้มละลายเพราะต้องเสียค่าเสียหาย 3,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกผม มวลมหาประชาชนที่ออกมาต่อสู้กัน เรามีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมือง ความตั้งใจดีของเราในเรื่องนี้ เราได้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังว่า เราต่อสู้ในฐานะพลเมืองดี เราระวังไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นตามข้อกล่าวหาทั้งหมดเรามั่นใจว่า เราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นเราต้องรวบรวมเอกสารพยานหลักฐาน บุคคลมาเป็นพยานยืนยันกับศาล แล้วเราคิดว่าเราทำได้&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนที่ประเด็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับการเมือง นายสุเทพยังไม่ขอตอบ โดยจะแถลงข่าวให้ทราบต่อไปในเวลา 14.00 น. ของวันนี้ (21 พ.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีอาญาของนายสุเทพกับพวกเกี่ยวกับการชุมนุมกลุ่ม กปปส. ในข้อหากบฏและข้อหาอื่นที่รวมถึงการขัดขวางการเลือกตั้งนั้น ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้นัดตรวจหลักฐานในวันที่ 25 มิ.ย. นี้ เวลา 9.00 น. ส่วนคดีแพ่งนี้เคยมีการนัดชี้สองสถานครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2561 แต่เลื่อนนัดมาเป็นวันนี้เนื่องจากมีจำเลย 1 รายที่เสียชีวิต และการฟ้องเพิ่ม 1 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9644</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กปปส., ขัดขวางการเลือกตั้ง, ศาลแพ่ง, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b0267b220dc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2018 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!แค่ 3.3%มองประชาธิไตยคือการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.61 - สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องการ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,113 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึง ความรู้ประชาชนต่อ ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิดให้คนตอบตอบเอง พบว่า ประชาชนจำนวนมากกว่า 1 ใน 3 หรือ 36.6% ระบุ ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่ตอบ รองลงมาคือ 19.5% ระบุ ประชาธิปไตยคือ ความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ 18.8% ระบุประชาธิปไตย คือ อิสระในการคิดการพูด &amp;nbsp;13.5% ระบุประชาธิปไตยคือ ฟังเสียงคนข้างมาก &amp;nbsp;6.9% ระบุประชาธิปไตยคือ ประชาชนรักสามัคคีกัน มีส่วนร่วม ในขณะที่เพียง 3.3% ระบุประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง และ 1.4% ระบุประชาธิปไตยเป็นเรื่องผลประโยชน์ ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความชอบต่อประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้หรือเป็นแบบใด พบว่า จำนวนมากหรือ 41.3% ชอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่ &amp;nbsp;58.7% ต้องการประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน และบางส่วนระบุแบบไหนไม่รู้แต่ขอให้ดีขึ้นกว่านี้ เป็นต้น และเมื่อจำแนกตามเพศ พบว่า หญิง 42.2% ชอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ตอนนี้ ในขณะที่ชายมีอยู่ 40.3% แต่ในกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน หรือแบบไหนไม่รู้แต่ขอให้ดีขึ้น นั้น ชายมีอยู่ 59.7% ส่วนหญิง 57.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่น่าสนใจคือ คนการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 45.9% ชอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่คนการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปมีอยู่ 36% ในขณะที่ คนการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 54.1% เทียบกับ คนการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป 64% ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน หรือแบบไหนไม่รู้แต่ขอให้ดีขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดขวางการเลือกตั้ง, ซูเปอร์โพล, ประชาธิไตย, พอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a88e4cbd1dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2018 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2018 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำนันขึ้นศาล&#039;คดีเลือกตั้งอัปยศ&#039;ยันเจตนาคัดค้านไม่ได้ขัดขวาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.61- ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพิจารณาคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และอดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 38 คน เป็นจำเลยเรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหาย จำนวนทุนทรัพย์ 3,100 ล้านบาท กรณีเมื่อปี 2557 กกต.โจทก์ได้กล่าวอ้างว่า กลุ่ม กปปส. ได้ขัดขวางการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ทำให้ กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ จนทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยต่อมานายสุเทพ เปิดเผยว่า ทาง กกต. ได้กล่าวโทษว่ากลุ่มของตนเป็นต้นเหตุที่ทำให้การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่สำเร็จ โดยอ้างเหตุว่ามาจากกระทำของกลุ่ม กปปส. และตน ซึ่งถือเป็นการละเมิดโดยการยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกลุ่มตนทั้งหมด 38คน เป็นเงินทั้งสิ้น 3,100 ล้านบาท วันนี้ศาลจึงนัดพร้อมทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสอบถามถึงพยานหลักฐานต่างๆ ในคดี อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการพิจารณา เนื่องจากที่ผ่านมามีจำเลย 1 ราย เป็นชาว จ.พัทลุง ได้เสียชีวิตลง โดยทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายชื่อจำเลยที่เสียชีวิตออกจากสารบบความ แต่อัยการไม่ยินยอมโดยให้เหตุผลว่าต้องให้ภรรยาและลูกของผู้เสียชีวิตเข้ามารับผิดชอบแทน โดยจะยื่นฟ้องและให้ศาลออกหมายเรียกภรรยาและลูกของบุคคลดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา นอกจากนี้ อัยการยังได้ยื่นฟ้องชาวบ้านในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจำเลยเพิ่มเติมอีก 1 ราย เป็นรายที่ 39 จึงเป็นเหตุผลที่ต้องทำให้คดีเลื่อนการพิจารณาออกไป เป็นวันที่ 21 พ.ค. นี้ เวลา 9.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพยังระบุด้วยว่า ส่วนตัวตนต้องการต่อสู้คดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ไม่ให้มีความยืดเยื้อเกิดขึ้น ยืนยันว่าตน กลุ่ม กปปส. และประชาชนทั้งหมด มีเจตนาที่จะคัดค้านการเลือกตั้ง โดยที่ไม่ได้ทำการขัดขวางการเลือกตั้งตามที่โจทก์กล่าวอ้าง รวมถึงมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ากรณีดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความผิดของกลุ่ม กปปส. และประชาชน พร้อมให้เหตุผลว่าการที่ กกต. จัดการเลือกตั้งไม่สำเร็จนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลในขณะนั้น และเป็น กกต. ที่จะต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุเทพปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่างๆ ในด้านสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ โดยบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ซึ่งตนขอให้ความสำคัญเกี่ยวกับการสู้คดีความที่ตนมีทั้งหมดก่อน แต่ยืนยันว่าจะมาร่วมรับผิดชอบบ้านเมืองกับประชาชนโดยไม่ได้ทิ้งไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ศาลนัดชี้ 2 สถาน ซึ่งเป็นการนัดตกลงแนวทางการสืบพยานและตกลงกันว่าคู่ความแต่ละฝ่ายประสงค์จะนำพยานเข้าสืบเท่าอย่างไร ตรงไหนรับกันได้บ้าง แต่ในวันนี้ต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยที่ 24 ในคดีเสียชีวิตลง พนักงานอัยการประสงค์ให้ทายาทมาร่วมเป็นจำเลยแทน และทางอัยการเองก็ได้มีการฟ้องเพิ่มอีก 1 คน ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดชี้สองสถานในวันนี้ออกไป พร้อมนัดอีกครั้งในวันที่ 21 พ.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2926</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กำนัน, ขัดขวางการเลือกตั้ง, ศาลแพ่ง, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a81555c07706.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
