<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลักฐานชัดมัดถุงขนม‘บิ๊กตู่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo; ยันปัญหาร้าวฉาวใน พปชร.แค่จินตนาการ ยกประสบการณ์อ้าง ส.ส.มักให้เรื่องจบแล้วจบเลย &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ตีปี๊บอภิปรายไม่ไว้วางใจสำเร็จตามเป้า เตรียมทาเกลือ สัปดาห์หน้าหารือส่งเรื่องขยี้ต่อ &amp;ldquo;สุทิน&amp;rdquo; มั่นใจกรณีแจกเงิน 5 ล้านมัดแน่น มีทั้งคลิป-กล้องวงจรปิด-พยานบุคคล &amp;ldquo;เรืองไกร&amp;rdquo; ส่งอีเอ็มเอสถึงลุงตู่ทบทวนมติ ครม.อุ้มดาวเทียม ชี้อาจผิดกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 8 กันยายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสความขัดแย้งภายในพรรค ว่าดูเหมือนไม่มีอะไร เพราะจากประสบการณ์ด้านการเมือง หากกรณีไหนผ่านพ้นไปแล้ว ส่วนใหญ่ ส.ส.จะทำความเข้าใจกันได้ดี สิ่งที่เป็นข่าวออกไปทั้งหมดคิดว่าอาจมีเรื่องจริงบ้าง และอีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของจินตนาการของแต่ละคน การคิดว่าความสัมพันธ์ต่างๆ จะก้าวไปถึงการมีปัญหามากขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องของจินตนาการ แต่ในข้อเท็จจริงคิดว่าไม่น่ามีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องแก๊ง 4 ช. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่มีการประชุมพรรค หลังจากที่อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล แต่ทุกอย่างเป็นปกติดี การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ก็เห็นไปครบถ้วนดี ถามต่อถึงกระแสข่าวปรับเปลี่ยนเลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์กล่าวว่า อย่างที่เรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่า เรื่องจริงยังไม่มี แต่เรื่องของจินตนาการของทุกคนที่ว่ากันไป ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีศาลฎีกามีคำสั่งให้นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง พรรค ภท. หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคดีเสียบบัตรแทนกัน ว่าทั้งสองก็ต้องต่อสู้ไปตามกระบวนการ เรื่องนี้คาดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะศาลเคยสั่งให้ ส.ส.พรรค พปชร.หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคดีเดียวกันมาก่อนแล้ว ซึ่งก็ทำให้เสียงของพรรคที่จะโหวตเรื่องสำคัญหายไป 2 เสียง แต่ถึงแม้ไม่ได้ทำหน้าที่ในสภา ก็ยังลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนได้ เพราะยังเป็น ส.ส.อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าแม้ 2 เสียงหายไป แต่มีเสียงอื่นมาเติมหลายคน นายศุภชัยตอบว่า ยังไม่ได้นับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ได้หารือสรุปการทำงานหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เพื่อสรุปจุดอ่อน จุดแข็งการอภิปรายที่ผ่านมา ซึ่งพอใจผลการทำงาน เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยวัดจากประชาชนที่อยู่ในเกณฑ์พึงพอใจ ซึ่งอาจบกพร่องเรื่องการวางน้ำหนักวางตัวบุคคลเพื่ออภิปรายอยู่บ้าง ส่วนคะแนนโหวตก็เป็นไปตามคาด ไม่เคยมีรัฐบาลแพ้โหวตในสภา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้อภิปรายไป พบว่ารัฐมนตรีตอบไม่ชัดเจนหลายประเด็น เจตนาหลีกเลี่ยงไม่ตอบ เช่น เรื่องส่วนต่างราคาวัคซีนซิโนแวค ซึ่งรัฐบาลยังไม่แสดงหลักฐานการซื้อ รวมถึงเรื่องการจัดซื้อแบบจีทูจี ที่ฝ่ายค้านเอาหลักฐานการเสียภาษีมาแสดงในส่วนนี้รัฐบาลก็ไม่ตอบ เรื่องชุดตรวจโควิดแบบ ATK ยังมีเงื่อนงำ บริษัทหนึ่งประมูลแล้วเซ็นสัญญาอีกบริษัท รวมถึงเรื่องทุจริตยาง รัฐบาลตอบแบบเลี่ยงบาลี ไม่ตอบตรงๆ เบื้องต้นมี 3-4 เรื่องที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นดำเนินคดีต่อไป ประกอบด้วย 1.เรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค 2.การที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการแทรกแซง หรือล้มกระบวนการจัดซื้อชุดตรวจ ATK เป็นการประพฤติมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 3.เรื่องยางพารา และ 4.การทุจริตในกองทัพอากาศ โดยสัปดาห์หน้าผู้อภิปรายทุกคนจะเข้ามาหารือเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะมีหลายคดีกว่านี้ การจะยื่นเอาผิดแต่ละเรื่องนั้นจะพิจารณากันต่อไปว่า เรื่องใด ควรยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานอื่นให้ตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานทูตจีนประณามคนด้อยค่าวัคซีน พรรค พท.จะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า คงไม่ต้องปรับความเข้าใจอะไร เพราะการพูดถึงวัคซีนซิโนแวคเป็นการอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และองค์การที่น่าเชื่อถือ เราไม่ได้เอาความรู้สึกส่วนตัวมาพูด
พท.ตามขยี้แจกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินยังกล่าวว่า เรื่องใหญ่ที่สุด คือ เหตุการณ์แจกจ่ายเงินบนชั้น 3 อาคารรัฐสภา เพื่อจูงใจให้ ส.ส.ลงคะแนน ตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท.เปิดประเด็น เรื่องนี้พบว่ามีหลักฐานหลายอย่าง และเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้ โดยจะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมยื่นต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด และอาจยื่นต่อคณะกรรมการจริยธรรม ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงหลักฐานเพื่อที่จะเอาผิดกรณีแจกจ่ายเงินชั้น 3 อาคารรัฐสภา นายสุทินกล่าวว่า มีทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เราไปขอล็อกไว้ ภาพถ่าย พยานบุคคล ซึ่งแบ่งเป็นคนที่พบเห็นเหตุการณ์ ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย และคนที่ได้รับการทาบทาม แต่เขาปฏิเสธ แม้นายกฯ ไม่ใช่ผู้จ่ายเอง แต่ก็อาจเชื่อมโยงไปถึงได้ มีบุคคลที่เป็นตัวแทนจ่าย จะเป็นคนแรกที่ถูกร้องดำเนินคดี ยืนยันว่ามีพยานสมบูรณ์ คนที่ได้รับการทาบทามแล้วยินดีที่จะมาเป็นพยาน และต่อสู้คดีในศาลให้เราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแจกจ่ายเงิน ส.ส.เป็นเรื่องความเสียหายต่อสภามาก จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบลงไปโดยไม่ชัดเจน แต่จะติดตามให้ถึงที่สุด คนที่อยู่ในกระบวนการแจกจ่ายเงินต้องถูกดำเนินคดีและลงโทษอย่างถึงที่สุด คาดว่าช่วงต้นเดือน ต.ค.น่าจะยื่นต่อองค์กรต่างๆ ได้ ทั้ง ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาคำร้องกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย เพื่อให้พิจารณาส่งคำร้องดังกล่าวไปยัง ป.ป.ช.ให้ไต่สวน และดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ หรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ประเด็นเกี่ยวการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ (ทอ.) 3 โครงการ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ที่เข้าข่ายการดำเนินการที่ขัดต่อระเบียบและกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์เปิดเผยว่า เรื่องที่อภิปรายไม่ใช่การกล่าวหา แต่มีข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารและคำให้การของผู้เกี่ยวข้องในชั้น กมธ. โดยทั้ง&amp;nbsp; 3 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ ซึ่งความไม่ชอบมาพากลในกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะใน ทอ.ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ กำลังตรวจสอบความผิดปกติในการใช้งบประมาณในปี 2564 อยู่อีกหลายโครงการ มั่นใจว่า กมธ.จะหาผู้กระทำผิด และส่งรายละเอียดให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบต่อไปได้อย่างแน่นอน
เรืองไกรท้วงมติดาวเทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ&amp;nbsp; อดีต กมธ.พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ระบุว่า ในฐานะที่เคยตรวจสอบเรื่องเดิมเกี่ยวกับสัมปทานดาวเทียม ซึ่งหลายคดีที่เกิดขึ้นในอดีต เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย เห็นว่ามติ ครม.เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2564 ในการแก้สัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคม อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยในมติ ครม. มี 2 กรณี คือ 1.กรณีการแก้ไขสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (สัญญาฉบับที่ 5)&amp;nbsp; ครม.เห็นชอบให้ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ ถือหุ้นใน บมจ.ไทยคม ไม่ต่ำกว่า 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดำเนินการแก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 และ 2.กรณีดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ครม.เห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมสัญญา โดยกำหนดให้ดาวเทียมไทยคม 4 ผนวกเข้ามาเป็นดาวเทียมภายใต้สัญญา ทั้งนี้ ให้แก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า มติ ครม.ดังกล่าวต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ และรัฐธรรมนูญ 2560 แต่จากการพิจารณาศึกษาข้อกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง มีประเด็นว่า มติ ครม.อาจขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และมติ ครม.มิใช่กฎหมาย การอาศัยเพียงประกาศของคณะกรรมการ กสทช. อาจหาเพียงพอไม่ มติ ครม.ครั้งนี้ ยังอาจส่อไปในทางเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. 2562 หมวด 6 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพื่อให้มติ ครม.ดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่ผิดพลาดเหมือนรัฐบาลในอดีต ซึ่งรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลชุดนี้เคยร่วมกระทำผิดจนตกเป็นจำเลยมาแล้ว จึงมีเหตุที่ควรแจ้งเตือนนายกฯ ให้ทราบ อีกทั้งเรื่องนี้มีรายละเอียดมาก ความไม่รอบคอบและเร่งรีบอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐตามมาได้ จึงได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงนายกฯ เพื่อขอให้พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบก่อนว่า มติ ครม. 7 ก.ย.เกี่ยวกับการแก้สัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมนั้นชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;rdquo; นายเรืองไกรระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116098</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, ถุงขนม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อุ้มดาวเทียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f8d30c17c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกปชป.เชื่อร่างพรบ.ประชามติไม่ขัดรธน. แม้รัฐสภาขอทำสุดท้ายครม.ตัดสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการทำประชามติ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา ว่า ทุกฝ่ายต้องรับฟังซึ่งกันและกัน มุมมองของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็มีเหตุมีผล&amp;nbsp; 5 เงื่อนไข ที่ได้กำหนดขึ้นในมาตรา 9 ต่อการทําประชามติ ได้แก่ 1. การออกเสียงที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่มีบทบัญญัติกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2. การออกเสียงกรณีเมื่อ ครม. เห็นว่ามีเหตุอันสมควร 3. การออกเสียงตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องมีการออกเสียง 4. การออกเสียงในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะให้มี การออกเสียงและได้ชี้แจงเรื่องให้ ครม. ดําเนินการ และ 5.การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาไปแล้วในมาตรา 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเชื่อว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะยังมีอีก 4 มาตรา ที่ต้องปรับปรุงมาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 14 และมาตรา 15 ให้สอดคล้องต้องกัน รัฐสภาสั่งฝ่ายบริหารไม่ได้ แม้จะถูกหลักการแต่ฝ่ายบริหารเห็นควรกับเหตุผลที่จะทำประชามติในบางเรื่องได้ ประชาชนใช้สิทธิเข้าชื่อเพื่อขอให้ถามความเห็นประชาชนในบางเรื่อง ปชช. เป็นเจ้าของอำนาจ ขอรัฐบาลเพื่อให้พิจารณาจัดทำประชามติคงจะไม่มีอะไรร้ายแรงถึงขนาดเกิดความเสียหายใหญ่โต มีแต่เกิดประโยชน์ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 2 มาตราก็จริงอยู่ คือ มาตรา 166 และ มาตรา 256(8) แต่ มาตรา 166 ก็ระบุไว้ชัดว่า ครม. ขอให้มีการออกเสียงประชามติได้ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ เปิดกว้างไว้ให้ออกกฎหมายกำหนดรายละเอียดได้ การกำหนดให้รัฐสภาและประชาชน ขอ ครม. ให้ทำประชามติจึงไม่ใช่การก้าวก่ายแทรกแซง เพราะท้ายที่สุดก็อยู่ที่ ครม. เห็นสมควร&amp;quot; นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า ตนเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของสำนักงานกฤษฎีกา และเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาจะได้พิจารณากันอย่างรอบด้านและยึดหลักการรับฟังเสียงของประชาชนเป็นหลักการสำคัญที่สุด พรรคจะได้มีการเรียกประชุม ส.ส. ก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาต่อไป ร่างกฎหมายประชามติไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็นผูกโยงเป็นเรื่องการเมือง แต่ถ้ามีใครตั้งใจดึงรั้ง หรือไม่ให้ผ่าน จะด้วยเหตุผลใดก็ดี ผู้นั้นก็ต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, นายราเมศ รัตนะเชวง, ร่างพรบ.ประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d43a833083.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยผ่านประชามติก่อนแก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; แจงยังไม่ได้คุยพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ โปรยยาหอมเอาด้วยอยู่แล้ว แต่ต้องทำตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; ลั่นจะดันสุดลิ่มหวังจบในวาระครองเก้าอี้ รุมสวด &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ท้าทายเรื่องแก้ รธน. ซัดเป็นใบเสร็จมัดไม่อยากแก้ นายกฯ รับห่วง กม.ประชามติขอให้ช่วยทำออกมาให้ดี &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; โยนเผือกร้อนหากโหวตวาระแพ้ ครม.ถกหนักหลังมาตรา 9 ถูกรื้อ เล็งดันให้ผ่านไปก่อนแล้วชงแก้ไขทันที ส.ว.ประสานเสียงขัดรัฐธรรมนูญแน่ เชื่อมีการส่งเรื่องให้ศาลตีความอีกฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคม ยังคงมีความต่อเนื่องในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 โดยเฉพาะข้อเสนอให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพแก้ไข พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องของสภาอยู่แล้ว จะไปเกี่ยวข้องกับรัฐบาลได้อย่างไร รัฐบาลกับสภาเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งรัฐบาลให้แก้อยู่แล้ว จะแก้รายมาตราหรือแก้ทั้งฉบับก็แล้วแต่ ขอให้ทำตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้ดูเหมือนว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญแตกต่างกับพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรระบุว่า ไม่แตกๆ ก็เหมือนกันนั่นแหละ จะแก้หลายมาตราหรือแก้ไขทั้งฉบับ พรรครัฐบาลก็พร้อมอยู่แล้ว ส่วนจุดยืนของพรรค พปชร.นั้นจะเอายังไงก็ได้ไม่เป็นปัญหา ได้ทุกเรื่อง เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามหรอก
เมื่อถามว่า จะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;quot;ก็เห็นสิ จะดำเนินการอย่างไรก็ว่าไปเลย คุณอยากแก้ก็แก้เลย แก้ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่า การแก้ไขได้รัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นภายในรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;จะไปรู้ได้อย่างไร ถ้าไม่ทำตามศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการหารือพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน อย่างไรก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ในพรรคร่วมรัฐบาลคงต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว ขณะนี้ยังไม่เจอกัน ถ้าเจอก็จะคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจทำความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีๆ อะไร&amp;nbsp; พวกคุณไปคิดกันเองทั้งนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคการเมืองก็ต่างคนต่างคิดกัน ไม่เป็นไร
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงประเด็นเจ้าภาพแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ถ้าคิดตรงกันมันก็จะง่าย ใครจะเป็นเจ้าภาพก็ไม่แปลก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือแต่ละพรรคคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 279 มาตราไม่ตรงกัน จึงบอกว่าเลือกเอามาตราที่จำเป็น และไม่ต้องทำประชามติก่อน อันนั้นจะง่าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาระบุว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน รัฐบาลควรต้องแสดงความรับผิดชอบ นายวิษณุสวนกลับว่า &amp;ldquo;คุณว่าใช่หรือไม่ ไม่เป็นไรเขาก็พูดทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวคนนั้นพูดคนนี้พูด บางคนบอกให้ยุบสภาเสียด้วยซ้ำ&amp;rdquo;
ลั่นดันสุดลิ่มจบรัฐบาลนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์? ลักษณวิศิษฏ์? รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์? ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์? (ปชป.) ยืนยันว่า พรรคจะพยายามผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่เหลือ ถือเป็นทิศทางที่ได้พุ่งไปตั้งแต่ต้น ที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าได้ทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย นั่นคือการลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเป็นทางออกที่ดีที่สุดใช่หรือไม่ นายจุรินทร์?กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมีเครื่องหมายคำถาม และดูเหมือนข้อถกเถียงยังไม่ได้ข้อยุติว่าสุดท้ายต้องไปทำประชามติก่อนวาระ 1 หรือไปทำประชามติหลังผ่านวาระ 3 ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ? ถวายยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐบาล? ฝ่ายค้านและ ส.ว. จะจับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ? นายจุรินทร์กล่าวว่า ?อยากให้เป็นอย่างนั้น อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น และเคยพูดมาแล้วว่าอยากให้ 3 ฝ่ายได้คุยกัน หาทางออกร่วมกันเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป ซึ่งนำมาซึ่งข้อสรุปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. กล่าวถึงความคืบหน้าในการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ว่านายจุรินทร์ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายพรรคจัดทำการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา โดยฝ่ายกฎหมายจะนัดประชุมในวันที่ 24 มี.ค. เวลา 14.00 น. เมื่อดำเนินการเสร็จก็จะนำเสนอหัวหน้าพรรคต่อไป คาดว่าจะเสร็จทันก่อนเปิดสมัยประชุมสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ? ศิลปอาชา? รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม? ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา? (ชทพ.)? ยอมรับว่า ในวันนี้แต่ละพรรคก็มีแนวทางที่แตกต่างกันออกไป แต่ท้ายที่สุดแล้วผลการแก้ไขก็ต้องกลับมาร่วมกันทำอยู่ดี เพราะทุกพรรคมีเป้าหมายที่ตรงกันในการที่จะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับของประชาชน จึงต้องรอผลของแต่ละพรรคว่าพิจารณาออกมาอย่างไร? ซึ่ง?พรรคก็ยังไม่ได้มีการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคฝ่ายค้านนั้น ต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องรัฐธรรมนูญว่า &amp;ldquo;ถ้าระแวงว่าจะสืบทอดอำนาจก็ไปแก้รัฐธรรมนูญมา แต่แก้ให้ได้ก็แล้วกัน&amp;rdquo; โดยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ระบุว่า การพูดเช่นนี้เท่ากับยอมรับและท้าทายว่าไม่มีทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากให้แก้ ส่วนที่อ้างว่าไม่สามารถสั่ง ส.ว.ได้นั้นเป็นการพูดเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ควรมีความเป็นลูกผู้ชาย พูดออกมาเลยว่าตราบใด พล.อ.ประยุทธ์และอำนาจของ คสช.ยังอยู่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลจะไม่ยอมให้ประชาชนสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ควรออกมายอมรับมาตรงๆ จะดีกว่านี้ อย่ามาพูดดีโกหกประชาชนไปวันๆ&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท. ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่แก้รัฐธรรมนูญที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเอง นอกจากไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆ ยังออกมาเย้ยหยันท้าทายประชาชน ประเทศนี้จะอยู่กันไปแบบนี้จริงๆ หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ถือเป็นใบเสร็จรับรองว่าเป็นผู้ปฏิวัติเพื่อสร้างรัฐธรรมนูญมาสืบทอดอำนาจ กระบวนการแก้ไขยุ่งยากซับซ้อน เสมือนผูกเงื่อนตายให้กับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุว่า คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ชี้ถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงที่ไม่คิดแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย คนที่เป็นนายกฯ จะพูดให้คำมั่นกับประชาชน แล้วเพิกเฉยต่อคำมั่นนั้นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า ไม่สบายใจยิ่ง ผู้นำที่ดีควรแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความปรารถนาดีที่อยากเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ขจัดความขัดแย้งทั้งปวง ไม่ใช่ทำทุกวิถีทางเพื่อสืบทอดอำนาจเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ควรแสดงวุฒิภาวะให้สมกับความเป็นผู้นำประเทศ รู้จักให้เกียรติประชาชนผู้จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้กับนายกฯ ด้วยการพูดจาที่เป็นสุภาษิต ดีกว่ามาท้าทายประชาชน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบ้านเมืองและลดความขัดแย้ง ดังมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า สุภาสิตา จ ยา วาจา
ภาคีชงแก้รธน.รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยจัดประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์การเมือง และการดำเนินการสู่รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ภาควิชาการ และภาคประชาชนเข้าร่วม อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ และนายโภคิน พลกุล จากกลุ่มสร้างไทย,&amp;nbsp; นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ปชป., นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ, นายโคทม อารียา, นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานคณะกรรมการบริหารภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์แถลงภายหลังว่า ภาคียังยืนยันในการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มั่นคง เข้มแข็ง ก้าวหน้า แต่จากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ยังมีการวางกับดักให้มีการสืบทอดอำนาจอย่างต่อเนื่อง เราจึงสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.ดำเนินการกับ 208 สมาชิกรัฐสภาที่ลงมติเห็นชอบวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการกระทำที่จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ป.ป.ช. และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ญัตติโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป แต่การที่ ส.ส. และ ส.ว. 208 คนไปรับรองมติ ถือเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. ระบุว่า ป.ป.ช.มีอำนาจสอบสวน และส่งอัยการฟ้องร้องภายใน 108 วัน ให้ศาลสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี&amp;quot; นายณัฐพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังมีความต่อเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติประชามติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์มีความห่วงใยในเรื่องของกฎหมายทำประชามติ เพราะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในโอกาสต่อไปด้วย ซึ่งการทำประชามติกฎหมายนี้สำคัญก็ขอให้ช่วยกันทำออกมาให้ดี ซึ่งยังอยู่ในวาระการพิจารณา ส่วนเรื่องของการคว่ำไม่คว่ำวาระ 3 ทุกคนเข้าใจดีอยู่แล้ว ถามว่าห่วงไหม ก็ห่วงนั่นแหละ ซึ่ง ส.ส.ทุกคนก็เป็นห่วงเหมือนกัน
ขณะที่นายวิษณุกล่าวถึงร่างกฎหมายประชามติจะถูกตีตกในวาระ 3 หรือไม่ ว่าอย่าคิดล่วงหน้า เพราะเรื่องอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมาธิการที่ไปทำงานร่วมกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอยู่ที่มาตรา 10-13 และบทกำหนดโทษ ที่เรายังไม่เห็นกัน ดังนั้นการโหวตวาระ 3 จึงไม่ควรมีอะไร แต่ก็ยังพูดยาก เพราะยังมีประเด็นใหญ่ในมาตราหลังๆ อีก เช่น จำนวนเสียงประชาชนเท่าไหร่ถึงจะเป็นประชามติ รวมทั้งเสียงโหวตจะใช้เสียงข้างมากหรือเสียงขนาดไหน ซึ่งเป็นมาตราสำคัญที่ยังไปไม่ถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ระบุว่าถ้ากฎหมายประชามติถูกคว่ำในวาระ 3 รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ต้องเข้าใจว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นของรัฐบาล เป็นกฎหมายปฏิรูป และกฎหมายสำคัญ ต้องเข้าใจคำว่าผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ได้มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เป็นประเพณีการปกครองของในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ถ้ารัฐบาลเสนอกฎหมายแล้วไม่ผ่านวาระ 1 ตรงนั้นจะมีผลกระทบ เช่น ลาออกหรือยุบสภา เพราะแสดงว่าสภาไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อกฎหมายประชามติผ่านวาระ 1 สภารับร่างไปแล้ว ต่อมามีการแก้ไข การแก้จึงเป็นเรื่องของ กมธ.ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ผลจะออกมาไม่เหมือนกันกับคำว่าไม่ผ่าน
เตรียมชงร่างแก้ประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ พ.ศ.... และร่าง พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมสภาสมัยวิสามัญ พ.ศ.... โดยคาดว่าจะเป็นวันที่ 7-8 เม.ย.นี้ ซึ่งเรื่องนี้นายกฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการทำประชามติเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยได้กำชับให้หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคให้ความสำคัญกับกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ ทั้งกฎหมายประชามติและกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า ประเด็นประชุม ครม.ที่มีการหารือกันอย่างเข้มข้นคือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติในที่ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 17-18 มี.ค.ที่ปรากฏว่า กมธ.เสียงข้างมากแพ้ กมธ.เสียงข้างน้อยในการลงมติมาตรา 9 โดยนายวิษณุได้รายงานที่ประชุม ครม.ถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือให้พรรคการเมืองต่างๆ ให้ช่วยให้ความสำคัญ ขอให้ช่วยกัน เพราะกฎหมายประชามติเป็นกฎหมายสำคัญต้องผ่านให้ได้ ถ้าไม่ผ่านก็อยู่ไม่ได้ การคว่ำร่างกฎหมายประชามติไม่ควรทำแบบนั้น เพราะเป็นกฎหมายสำคัญของรัฐบาล อย่างไรต้องขับเคลื่อนให้ได้ ส่วนในมาตรา 9 ที่เสียงข้างมากแพ้ไป 6 เสียง อาจเป็นปัญหาได้ โดยนายวิษณุยังระบุแนวทางด้วยว่า หลังร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติประกาศใช้ รัฐบาลต้องเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติทันทีภายใน 7-8 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงการแก้ไขเนื้อหามาตรา 9 ร่าง พ.ร.บ.ประชามติตาม กมธ.เสียงข้างน้อยว่า อาจขัดกับมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร โดยกำลังรอดูว่าผลการแก้ไขเนื้อหามาตรา 9 ของ กมธ.จะไปกระทบกับเนื้อหามาตราอื่นๆ เช่น มาตรา 10-11 และมาตราอื่นๆ หรือไม่ ถ้าแก้แล้วมีเนื้อหาไปขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จำเป็นต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งดูแนวโน้มแล้วคิดว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษก กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าจะมีสมาชิกรัฐสภายื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความบทบัญญัติที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในมาตรา 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 9 ร่าง พ.ร.บ.ประชามตินั้น สมาชิกรัฐสภาบางส่วนและรัฐบาลเห็นว่ามีความขัดหลักการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจและขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 166 ซึ่งจะทำให้ พ.ร.บ.ประชามติผ่านวาระ 3 ยาก อาจเกิดกรณีถามหาความรับผิดชอบด้วยการยุบสภา ซึ่ง ส.ส.ไม่ต้องการ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีทางออกหลายวิธี เช่น เสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไข มาตรา 9 เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. ซึ่งเป็น กมธ.เสียงข้างน้อยและแปรญัตติให้แก้ไขมาตรา 9 และที่ประชุมลงคะแนนเห็นชอบด้วยระบุว่า มั่นใจว่าสิ่งที่เสนอนั้นไม่เกินกรอบหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนที่มีการระบุว่าหากร่าง พ.ร.บ.ประชามติไม่ผ่านวาระ 3 รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการยุบสภาหรือลาออกนั้น ร่าง พ.ร.บ.ประชามติเป็นร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอให้รัฐสภาพิจารณา ที่ผ่านมาหากกฎหมายของรัฐบาลไม่ผ่านสภาต้องพิจารณา แต่กรณีนี้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณา ต้องคิดเอาเอง แต่สิ่งที่เสนอไม่ได้มีเป้าหมายให้เป็นเช่นนั้น เพราะคิดถึงการแก้ปัญหาของประเทศ รัฐสภา และรัฐธรรมนูญ ไม่คิดว่าให้ยุบสภาหรือรัฐบาลลาออก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97065</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ประชามติ, พรรคร่วมรัฐบาล, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605a06b0c544e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;กระทุ้ง&#039;อนุทิน&#039;ลอยแพนักพนันติดโควิดระวังขัดรธน.ทำปัญหาบานปลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 2564 &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึง แนวความคิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่จะยกเลิกการรักษาฟรีให้คนทำผิด ติดเชื้อลอบเข้าเมืองว่า กรณีดังกล่าวถ้าจะยึดหลักการใครทำผิดจะต้องรับผิดชอบนั้น ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามความรู้สึกของคนทั่วไป &amp;nbsp;แต่สำหรับสำหรับคนไทยการรักษาพยาบาลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ซึ่งได้บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลย่อมมีสิทธิ์ได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิ์ได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติ บุคคลย่อมมีสิทธิ์ได้รับการป้องกัน และขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหากรัฐบาลปฏิเสธการรักษาพยาบาลหรือผลักภาระให้กับผู้ป่วย ก็จะมีปัญหาตามมามากมาย ถ้าผู้ป่วยเหล่านั้นมีฐานะเป็นคนยากจน ไม่มีกำลังเงินในการใช้จ่ายรักษาพยาบาล ก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้ และอาจจะทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายออกไปยังบุคคลอื่นๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เป็นการได้ไม่คุ้มเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหากคุณอนุทินจะผลักดันแนวความคิดนี้จริง อยากให้แยกแยะพฤฒิกรรมของบุคคลออกจากกัน ระหว่างการทำผิดจากวงพนัน และการหลบหนีเข้าเมือง กับสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;และหลักมนุษยธรรม ก็อยากให้คิดอย่างรอบคอบถึงผลเสียที่ตามมาในหลายด้าน เช่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.จะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.จะขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มากยิ่งขึ้น หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีประชาชนคนใดที่ต้องการอยากจะป่วย หรืออยากติดเชื่อไวรัสโควิด-19 เพื่อแลกกับการรักษาพยาบาลฟรีจากรัฐบาล &amp;nbsp;เพราะมนุษย์ทุกคน รักชีวิตรักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น แต่เมื่อเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ก็จำเป็นที่จะต้องรักษาพยาบาล และถ้าเป็นคนที่มีฐานะทางการเงินดี สามารถรับผิดชอบตัวเองได้ก็จะรักษาพยาบาลในโรงบาลชั้นดี แต่ถ้าเป็นคนฐานะยากจน ไม่มีค่ารักษาพยาบาล ก็เป็นภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่อยากให้สังคมตั้งข้อรังเกียจกับคนบางกลุ่มที่ติดเชื่อโควิด-19 ไม่ว่าจะติดเชื้อมาจากบ่อน หรือจากต่างประเทศก็ตาม ต้องคิดว่าทุกคนคือคนไทย ซึ่งรัฐบาลจะต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจ จะต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่า จะเลือกแนวทางไหนดีกว่ากัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, จ่ายเงินเอง, นักพนัน, เทพไท เสนพงศ์, โควิด, ไม่รักษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe942692ab74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรม&#039;เปิด737รายชื่อลงมติญัตติตั้งกมธ.ชี้สส.ควบรมต.ร่วมโหวตอาจขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ย.63 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp; การโหวตที่ญัตติตั้ง กมธ. เตะถ่วงการแก้ รธน. ที่อาจขัด รธน. มาตรา 163 มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่มีรัฐสภาได้มีการลงมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ ยืดเวลาการพิจารณาออกไปอีก 1 เดือน
.
ซึ่งพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่านี่คือการเตะถ่วงให้ล่าช้า แถมยังอาจเป็นเกมการเมืองเพื่อให้ร่างแก้รัฐธรรมนูญถูกคว่ำในสมัยประชุมหน้า และจะไม่สามารถเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อีกกว่า 8 เดือน
.
ในที่ประชุมสภา ผมได้ทักท้วงไปว่าในการลงมติครั้งนี้ พบว่ามี ส.ส. ที่ควบตำแหน่งรัฐมนตรี ได้กดปุ่มโหวตในครั้งนี้ด้วย
.
ซึ่งอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 163 ที่กำหนดว่า &amp;quot;รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิเข้าประชุมและแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภาแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เว้นแต่เป็นการออกเสียงลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎรในกรณีที่รัฐมนตรีผู้นั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย&amp;quot;
.
กล่าวง่ายๆ คือ ถ้าเป็นรัฐมนตรี เมื่อมาเข้าประชุมสภา ห้ามลงมติ เว้นแต่เป็นการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่รัฐมนตรีนั้นเป็น ส.ส. ด้วย
.
แต่ประเด็นคือในการประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมร่วมของ &amp;quot;รัฐสภา&amp;quot; ที่มีทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ไม่ใช่การประชุม &amp;quot;สภาผู้แทนราษฎร&amp;quot; ที่มีแค่ ส.ส. เท่านั้น
.
และเมื่อมาดูบันทึกผลการลงมติ ก็พบว่ามี ส.ส. ที่ควบตำแหน่งรัฐมนตรี ลงมติด้วย ดังรายชื่อต่อไปนี้
.
1. คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
2. คุณธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
3. คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
4. คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
5. คุณสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
6. คุณสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
7. คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
8. คุณอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
9. คุณอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
10. คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคภูมิใจไทย ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
11. คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรรคประชาธิปัตย์ ลงมติ &amp;quot;ไม่เห็นด้วย&amp;quot;
.
12. คุณถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคประชาธิปัตย์ ลงมติ &amp;quot;ไม่เห็นด้วย&amp;quot;
.
13. คุณสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พรรคประชาธิปัตย์ ลงมติ &amp;quot;ไม่เห็นด้วย&amp;quot;
.
14. คุณประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคชาติไทยพัฒนา ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
15. คุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พรรคชาติไทยพัฒนา ลงมติ &amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;
.
(หมายเหตุ: คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย ไม่ลงมติ/ลาประชุม/ขาดการประชุม)
.
ผมจึงอยากฝากไปยังประธานรัฐสภา คุณชวน หลีกภัย ให้ติดตามกรณีดังกล่าวที่อาจเข้าข่ายกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ และมีคำวินิจฉัยต่อกรณีนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ขัดรัฐธรรมนูญ, นายรังสิมันต์ โรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e43e6b9e10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สป.ยธ.ชำแหละร่างพรบ.ตำรวจใหม่ขัดรธน.เสนอนำร่างชุด&#039;มีชัย&#039;เข้าสู่สภาเพื่อการปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดค้านร่าง พ.ร.บ. ปฏิรูปตำรวจฉบับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขอให้นำฉบับนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์ เสนอต่อสภาเพื่อการปฏิรูป แก้ปัญหาการทุจริต ประพฤติมิชอบของตำรวจผู้ใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อตำรวจผู้น้อยและประชาชน มีใจความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มติเมื่อ 15กันยายน 2563 เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอแทนฉบับคณะกรรมการชุดนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธ์ ร่างตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแม้จะยังไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากขาดหลักการเรื่องตำรวจจังหวัด กำหนดให้ตำรวจต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบควบคุมของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยผ่าน &amp;rdquo;คณะกรรมการตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; ตามหลักสากล&amp;nbsp; และสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบในวงการตำรวจอย่างจริงจัง&amp;nbsp; ทั้งปัญหาการรับส่วยสินบนจากบ่อนการพนัน ตู้ม้า และแหล่งอบายมุขของตำรวจผู้ใหญ่ที่เป็นสาเหตุของอาชญากรรมมากมาย&amp;nbsp; รวมไปถึงปัญหาการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนถูกผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไม่รับแจ้งความ หรือกลั่นแกล้งแจ้งข้อหาประชาชนโดยมิชอบ หรือสอบสวน &amp;ldquo;ล้มคดี&amp;rdquo; เช่น กรณีเหตุการณ์ทำร้ายผู้กองปูเค็มเนื่องจากการไปตรวจสอบแจ้งให้ตำรวจจับกุมตู้ม้า&amp;nbsp; รวมทั้งการทำลายพยานหลักฐานคดีบอสที่เป็นข่าวอื้อฉาวและที่ไม่เป็นข่าวอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว นอกจากจะขัดต่อรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา 258 และ 260 ให้การปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งซึ่งกำหนดสัดส่วนผู้เป็นตำรวจไว้แล้ว เนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญในการปฏิรูปตามร่างเดิมหลายเรื่อง ยังถูกแก้ไขและตัดออกไปอีกด้วย ที่เห็นชัดในเบื้องต้นก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ตามร่างฉบับนายมีชัยฯ ในมาตรา 15&amp;nbsp; ซึ่งยุบรวม ก.ตช. และ ก.ตร. เข้าด้วยกัน&amp;nbsp; มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp; โดย ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายป้องกัน สอบสวน บริหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จเรตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัยการสูงสุด&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;nbsp; อดีตตำรวจระดับ ผบช. ขึ้นไปห้าคนและบุคคลภายนอกสามคนที่ผ่านการเลือกตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปทุกคนร่วมเป็นกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; องค์ประกอบ ก.ตร. ดังกล่าว กลับถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแก้ไขในมาตรา 14&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ ผบ.ตร. เป็น รอง ประธาน และ รอง ผบ.ตร. ทุกคน จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ถึง 5&amp;nbsp; ตำแหน่ง (ไม่นับตำแหน่งเทียบเท่าซึ่งอาจปรับได้)เป็นกรรมการ โดยมีอัยการสูงสุด&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอก 3คนเช่นเดิม และลดสัดส่วนของอดีตตำรวจระดับ ผบช. ขึ้นไปที่มาจากการเลือกตั้งของตำรวจเหลือเพียง 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp; การกำหนดให้ ผบ.ตร. เป็นรองประธาน ก.ตร. แทนที่จะเป็นอัยการสูงสุด หรือปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีฐานะเป็นกรรมการนั้น&amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมการบริหารราชการแผ่นดินที่อัยการสูงสุดและปลัดกระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นผู้มีสถานะสูงกว่า ผบ.ตร.&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงสถานะความเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนตาม ป.วิ อาญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งอำนาจในการสั่งคดีที่ ผบ.ตร. ต้องเสนอสำนวนการสอบสวนที่ตนมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นแย้งพนักงานอัยการให้อัยการสูงสุดชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp; นอกจากนั้นสิทธิในการเลือก ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ที่กำหนดให้ตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปมีสิทธิเลือก ก็ถูกแก้ไขให้เป็นตำรวจระดับรองผู้กำกับการขึ้นไป&amp;nbsp; เป็นการตัดสิทธิของตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับรองสารวัตรถึงสารวัตรทั่วประเทศซึ่งมีจำนวนรวมกว่าห้าหมื่นคน และไม่สามารถสะท้อนความต้องการของข้าราชการตำรวจที่แท้จริงเท่ากับร่างเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp; องค์ประกอบของ ก.ตร. มีสัดส่วนของตำรวจผู้ใหญ่ทั้งในและนอกราชการถึง 9 คน จากคณะกรรมการรวม 18คนดังกล่าว โดยเฉพาะ รอง ผบ.ตร. ทุกคนซึ่งมีฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ ผบ.ตร. โดยตรง เพิ่มขึ้นจาก 3 คน เป็น&amp;nbsp; 5 คน และอาจเพิ่มอีกได้ตามการปรับชื่อตำแหน่ง&amp;nbsp; จะส่งผลทำให้การออกกฎและระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจหลายเรื่องที่ถูกร่างฉบับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้กระทำโดยมติ ก.ตร. เช่น การกำหนดให้ตำรวจบางหน่วยไม่มียศ&amp;nbsp; การโอนงานตำรวจเฉพาะทาง13&amp;nbsp; หน่วยไปให้กระทรวง ทบวง กรมที่รับผิดชอบ และอื่นๆ อีกหลายเรื่อง เป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp; ประเด็นการแยกงานสอบสวนให้มีสายการบังคับบัญชาและการสั่งคดีต่างหากจากงานตำรวจ&amp;nbsp; ป้องกันมิให้ถูกแทรกแซงจากผู้บังคับบัญชาฝ่ายตำรวจ&amp;nbsp; เนื่องจากสามารถกลั่นแกล้งแต่งตั้ง โยกย้ายพนักงานสอบสวนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายได้ง่าย&amp;nbsp; ก็ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตัดออกไปพร้อมกับวิธีประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยตำรวจโดยภาคประชาชนที่จะทำให้ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นมากขึ้น &amp;nbsp;
สป.ยธ. จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญและเด็ดขาดในการปฏิรูปตำรวจให้เป็นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้&amp;nbsp; โดยนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับที่คณะกรรมการชุดนายมีชัย ฤชุพันธ์&amp;nbsp; ซึ่งได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมาแล้วมากมาย แม้กระทั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง&amp;nbsp; เสนอต่อสภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa394dd1a696.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยุ่งแล้ว!&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ชี้คำสั่งอัยการกรณีไม่ฟ้อง&#039;บอส-อยู่วิทยา&#039;ส่อขัดรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงยืนยันว่าพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวราวุธ อยู่วิทยาหรือบอส ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้ว และดำเนินการเพิกถอนหมายจับต่อไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าว ถูกสังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงการใช้อำนาจที่อาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติในการสั่งคดีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจเพราะผู้ถูกกล่าวหาเป็นทายาทของผู้มีสถานะทางสังคมที่สูง เป็นทายาทนักธุรกิจที่ร่ำรวยในลำดับต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งเหตุแห่งคดีไม่ได้มีข้อยุ่งยากในการสืบสวนสอบสวนแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ต้องหาในคดีที่มีลักษณะเดียวกัน เช่น คดีเสี่ยเบนซ์เมาชน รอง ผกก.เสียชีวิต อัยการกลับอุทธรณ์สู้จนถึงที่สุดแม้จำเลยจะชดใช้ดูแลบุตรผู้ตายแล้ว 45 ล้านก็ตาม แต่ทว่าคดีที่ผู้ตายมียศเพียงแค่ดาบตำรวจ ผลการสั่งคดีกลับแตกต่างกัน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการใช้แทกติกในการทำสำนวนคดี หรือประวิงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการประวิงเวลาจนทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปยังต่างประเทศ และตำรวจไม่สามารถนำตัวมาส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลได้ ทำให้ฐานความผิดอย่างน้อย 4 ข้อหาขาดอายุความไปแล้วส่วนข้อหาสุดท้ายคือข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอายุความ 15 ปี อัยการกลับมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง และตำรวจก็มิได้ทำความเห็นแย้งคัดค้านแต่อย่างใด จึงถือเป็นข้อพิรุธที่สำคัญที่นายกรัฐมนตรีควรใช้อำนาจตาม ม.11(6) แห่งพรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 ในการตั้งกรรมการมาสอบอัยการและตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะอ้างว่านายกฯไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งอัยการแล้วจะสั่งให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจของอัยการมิได้นั้น หาชอบด้วยกฎหมายไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ประเด็นการสั่งคดีนี้ของอัยการนั้น แม้รัฐธรรมนูญ 2560 ม.248 วรรคสอง จะให้ความเป็นอิสระของอัยการในการพิจารณาสั่งคดี แต่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ไปโดยรวดเร็ว เที่ยงธรรม ปราศจากอคติทั้งปวง แต่การประวิงเวลาการสั่งคดีมาจนกว่า 8 ปีย่อมถือได้ว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว อีกทั้งตาม พรบ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ 2553 ม.21 วรรคสอง ประกอบระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของอัยการ 2547 กำหนดให้อัยการต้องทำหน้าที่ให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน และระเบียบฯว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลประโยชน์อันสําคัญของประเทศ 2554 ได้กำหนดไว้ว่า คดีอาญาที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศให้เสนอต่ออัยการสูงสุดเพื่อมีคำสั่ง แต่กรณีของบอส อยู่วิทยา ความปรากฏว่าอัยการสูงสุดไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด จึงชี้ให้เห็นว่าคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องบอสในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72606</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, บอส อยู่วิทยา, พรบ.องค์กรอัยการ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1e31c4b8e50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
