<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 07:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยไม่มีน้ำยา!&#039;ไก่จ๋า&#039;ลั่นถ้าใจเราได้ครึ่งของคนฮ่องกงรับรองเผด็จการไม่มีแผ่นดินอยู่นานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21มิ.ย.62-นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Watana Muangsook ระบุว่า&amp;nbsp;
โฆษก กอ.รมน. แถลงข่าวถึงการปรับโอนหน้าที่ของ คสช. ให้กับ กอ.รมน. โดยมีการจัดโครงสร้างไว้รองรับแล้ว โดยเมื่อปลายปี 2560 พลเอกประยุทธ์ได้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 51/2560 แก้ไขเพิ่มเติม พรบ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ขยายคำจำกัดความของการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรให้รวมถึงอาชญากรรมปกติที่เคยอยู่ในอำนาจของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามคำสั่งดังกล่าว กอ.รมน. จังหวัดมีอำนาจสำคัญที่ซ่อนอยู่ในมาตรา 13/2 (7) คือมีอำนาจเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลหรือจัดส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานประกอบเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของคณะกรรมการ ซึ่งแท้ที่จริงคืออำนาจเรียกตัวบุคคลมาควบคุมตัวในรูปแบบของการมาให้ข้อมูลคล้ายกับอำนาจตามข้อ 6 ของคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจทหารสามารถเรียกบุคคลมาเพื่อสอบถามข้อมูลหรือให้ถ้อยคำ หากยังสอบถามไม่แล้วเสร็จสามารถควบคุมตัวบุคคลนั้นไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจในการสั่งให้บุคคลมาให้ข้อมูลหรือจัดส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานประกอบนั้น ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ขัดต่อรัฐธรรมนูญเพราะเป็นการกระทำที่ละเมิดหรือกระทบสิทธิของบุคคลและเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ ขัดต่อกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่พนักงานสอบสวนและศาลเท่านั้นจะมีอำนาจออกคำสั่งให้บุคคลใดจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารมาประกอบการพิจารณาได้ กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจใครก็ได้สามารถเรียกเอกสารหลักฐานจากบุคคลอื่นนอกจากเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูโครงสร้างของ กอ.รมน. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน่วยงานด้านกฎหมายและความมั่นคงซึ่งรวมถึงกองทัพบก เรือ อากาศ และ สตช. อยู่ภายใต้การกำกับเท่ากับว่าพลเอกประยุทธ์จะบริหารประเทศนี้โดยมีกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงไว้จัดการกับฝ่ายตรงข้ามต่อไปโดยเอาเรื่องความมั่นคงมาบังหน้า ทั้งที่งานที่กำหนดให้ กอ.รมน. ทำนั้นมีหน่วยงานปกติรับผิดชอบอยู่แล้ว มีคนกล่าวว่าที่คนพวกนี้เหิมเกริมได้ขนาดนี้เพราะคนไทยไม่มีน้ำยา ถ้าใจเราได้ครึ่งของคนฮ่องกงรับรองเผด็จการไม่มีแผ่นดินอยู่นานแล้วครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39078</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., ขัดหลักสิทธิมนุษชน, ปรับโอนหน้าที่ คสช.ให้ กอ.รมน., วัฒนา เมืองสุข, ฮ่องกงโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c86f588370cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นร่างพรบ.ปลดอาวุธคสช. ภาคปชช.ชี้ลิดรอนเสรีภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;23 องค์กรเครือข่ายภาคประชาชนยื่น 20 รายชื่อต่อประธานสภาฯ เป็นผู้ริเริ่มเสนอร่าง พ.ร.บ.ปลดอาวุธ คสช. เพื่อยกเลิกประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. 35 ฉบับ ที่ขัดหลักสิทธิมนุษชนและประชาธิปไตย-ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ปชช. เผยรวมได้แล้วกว่า 1.3 หมื่นชื่อ เตรียมกลับมายื่นอีกครั้งวันจันทร์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารทีโอที สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ วันที่ 20 มิถุนายน องค์กรเครือข่ายภาคประชาชน 23 เครือข่าย นำโดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน, นายนิมิตร์ เทียนอุดม เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน เดินทางมายื่นรายชื่อพร้อมเอกสารตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.2556
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนำรายชื่อผู้ริเริ่มจำนวน 20 รายชื่อ และร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย รวม 35 ฉบับ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า กิจกรรม &amp;quot;ปลดอาวุธ คสช. ทวงคืนสถานการณ์ปกติ&amp;quot; แก่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิมิตร์กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีประกาศ คสช.หลายร้อยฉบับที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เครือข่ายภาคประชาชนจึงรวมตัวกันและพูดคุยกันว่าจะปล่อยให้ประกาศและคำสั่ง คสช.อยู่เป็นกฎหมายต่อไปแบบนี้ไม่ได้แน่ จึงมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อปลดอาวุธ คสช. ทั้งนี้ การดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ นั้น มีอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งเราหวังว่าทางสภาจะรับพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยิ่งชีพกล่าวว่า ภาคประชาชนใช้สิทธิ ตามมาตรา 133 ที่ระบุว่า ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ โดยอาศัยรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คน ซึ่งเรารวบรวมได้แล้ว 13,409 รายชื่อ ที่ผ่านมานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการยกเลิกคำสั่ง คสช.ทั้งหมด 68 ฉบับ แต่บางฉบับนั้นยังประกาศใช้อยู่ ทางเราจึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งหรือประกาศจำนวน 35 ฉบับ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน อย่างเรื่องการนำประชาชนขึ้นศาลทหาร การคุมสื่อ หรือการยึดที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทั้ง 23 เครือข่ายจะเดินทางมายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อประชาชนทั้งหมดอีกครั้งในวันที่ 24 มิ.ย. 2562. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39073</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดหลักสิทธิมนุษชน, พ.ร.บ.ปลดอาวุธ คสช., ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ, หนังสือพิมพ์, องค์กรเครือข่ายภาคประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b904557b1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
