<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ๋อยโปรดักชั่นบอกละคร’น้องตู่-พี่ป้อม’ยิ่งกว่าน้ำเน่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564 - ที่ลานประติมากรรม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าขึ้นอยู่กับการหารือในพรรคร่วมรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จะตั้งรัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ ก็ได้ การที่ยังไม่ตั้งรัฐมนตรีใหม่ แต่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้รองนายกฯ ดูแลงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทนรัฐมนตรี แม้จะยกเลิกคำสั่งแล้ว แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในรัฐบาลที่ยังไม่ลงตัว ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและแกนนำพรรค ไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมือง เพราะเป็นความขัดแย้งในเชิงอำนาจผลประโยชน์ มีความโกรธแค้นต่อกันจากการที่ล้ม หรือมีการปลดกัน ในลักษณะของการแก้แค้นและยังไม่ได้มีการเคลียร์กัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเสถียรภาพทางการเมือง และในรัฐบาล จึงเชื่อว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีทางที่จะเกิดความราบรื่นในการบริหารงาน รวมทั้งยังเห็นภาพการแสดงกำลังของแต่ละฝ่ายในการลงพื้นที่ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ยังทำให้รัฐมนตรี &amp;nbsp;ข้าราชการไม่มีสมาธิในการทำงานเพราะต้องคอยระวังว่า กำลังจะไปอยู่ในซีกไหนในความขัดแย้งนี้ และแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของอายุรัฐบาล ทั้งนายกรัฐมนตรีและพรรคแกนนำรัฐบาลควรรีบหาทางจัดการปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว เพื่อมีเวลาและมีสมาธิในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งน้ำท่วม ปัญหาโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจ ที่เป็นเรื่องใหญ่กระทบกับคนหลายล้านคนแต่รัฐบาลยังเสียงเวลากับการชิงไหวชิงพริบล้างแค้นกันอยู่ &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบล่วงหน้า ทั้งหมดคือความไม่แน่นอน เพราะไม่มั่นใจว่าในรัฐบาลจะจัดการความสัมพันธ์ การร่วมมือกันได้ดีแค่ไหนระหว่างนายกรัฐมนตรีกับพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าหากไม่ลงตัวเปิดสภามาจะต้องลุ้นในทุกการออกกฎหมายที่สำคัญว่าจะมีการแจกกล้วยอีกหรือไม่ ต้องจับตาดูว่าจะมีการทำอะไรที่ซ่อนเร้นที่ห้องน้ำหรือไม่ เพื่อให้ผ่านกฎหมาย ถ้าเป็นเช่นนั้นสภาก็จะมีปัญหาไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยังคงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหนึ่งในผู้สร้างพรรคพลังประชารัฐร่วมกับ 3 ป.และพรรคพลังประชารัฐก็สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่เกิดการพัฒนากลายเป็นความขัดแย้งระหว่างกัน ซึ่งเป็นความขัดแย้งเสมือนละครน้ำเน่าและมากกว่าเรื่องหลักการอุดมการณ์ หรือนโยบายใดๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118940</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับคณะรัฐมนตรี, ขัดแย้ง, ครม., นายจาตุรนต์ ฉายแสง, อดีตรองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d223c484a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ห่วงความเชื่อเยาวชนชู3นิ้วลากสู่ความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ &amp;nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเกรงจะเกิดความขัดแย้งในสังคมหลังมีการแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วของนิสิต- นักศึกษาในการชุมนุมที่ขยายวงกว้างออกไปว่า &amp;nbsp; ในฐานะที่อยู่ฝ่ายความมั่นคงในเรื่องความขัดแย้งนั้นก็เป็นห่วง เพราะคงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้กลับมาเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ก็เข้าใจว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ น่าจะเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และได้รับข้อมูลที่ไม่เพียงพอ รัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยเฉพาะกับน้องๆ เยาวชน เพราะพวกเราทุกคนในที่นี้เคยเป็นเด็กมาก่อน เราคงจำได้ว่ามีความเชื่ออะไรเราก็จะเชื่ออย่างนั้น เราก็คงต้องอาศัยความเข้าใจและอาศัยเวลา รวมถึงอาศัยคนที่อยู่ใกล้ชิด เช่น คุณครู คุณพ่อ คุณแม่ ที่จะช่วยพูดคุยกับเด็กและทำความเข้าใจ &amp;nbsp;คงไม่ใช่รัฐบาลที่ต้องเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้ &amp;nbsp;สมมุติว่ากองทัพ จะไปทำความเข้าใจ ทหารหรือตำรวจจะไปทำความเข้าใจ &amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคงหรือแม้กระทั่งนักการเมืองจะเข้าไปทำความเข้าใจคงจะได้ผลในระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่สามารถคลี่คลายในเวลาที่เราต้องการ สิ่งที่น่าจะแก้ไขได้ก็คือ พ่อแม่ คุณครู &amp;nbsp;ที่จะช่วยกัน&amp;rdquo;พล.อ.ณัฐพล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดแย้ง, ชูสามนิ้ว, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, รอง ผบ.ทบ., รองผู้บัญชาการทหารบก, สัญลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef52c716901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นเกิดไต้ฝุ่นมังคุดการเมืองไทย ทำลายล้างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย. 61 - ดร.นพดล&amp;nbsp; กรรณิกา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (Super Poll) เปิดเผยว่า ระวังไต้ฝุ่นมังคุดการเมืองในไทย เพราะตัวเลขทางสถิติที่สำรวจเจอแสดงให้เห็นถึงการก่อตัวขึ้นแบบเผชิญหน้า ทุก ๆ ฝ่ายต้องมีวินัยและเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ฝ่ายการเมืองในระบอบประชาธิปไตยทำหน้าที่สำคัญในเรื่องการเป็นตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์เพื่อลดความขัดแย้ง ไม่ใช่เป็นต้นตอของความขัดแย้งเสียเอง ดังนั้น การบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนในเวลานี้จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขสถิติทางการเมืองไทยที่อาจก่อตัวจนกลายเป็นไต้ฝุ่นมังคุดการเมืองไทย คือ ตัวเลขที่อยู่ในกลุ่มคนสามกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล&amp;nbsp; กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และ กลุ่มพลังเงียบ ตัวเลขของทั้งสามกลุ่มนี้เปรียบเสมือนน้ำและตะกอนในแก้วสามใบและน้ำเป็นกระแสถ่ายเทได้ไปอยู่ในแก้วใบอื่นได้ โดยทั่วไปแก้วการเมืองแต่ละใบมีตะกอนของตัวเองตัวเลขจะอยู่ประมาณร้อยละ 5 ถึง 10 ในฐานสนับสนุนรัฐบาล และไม่สนับสนุนรัฐบาล แต่กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มพลังเงียบ แต่กลุ่มพลังเงียบเป็นกลุ่มที่อาจจะไหลไปตามกระแสข้อมูลข่าวสาร จึงเป็น &amp;ldquo;กลุ่มยุทธศาสตร์&amp;rdquo; ที่จะถูกฝ่ายการเมืองพยายามมาช่วงชิงไปเป็นพวกของตนด้วยการปั่นกระแสเพื่อใช้เป็นตัวประกันต่อรองแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ตัวเลขทางสถิติเริ่มก่อตัวออกมาแล้ว ที่น่ากลัวจนอาจกลายเป็น ไต้ฝุ่นมังคุดการเมืองในไทย สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนได้คือ ถ้าตัวเลขทางสถิติสูงขึ้นในฐานสนับสนุนรัฐบาลและไม่สนับสนุนรัฐบาลโดยเริ่มจาก 70:30 เป็น 60:40 และตัวเลขที่น่ากลัวที่สุดคือ ตัวเลขเผชิญหน้าคือ 50:50 คือ คนหนุนคนต้านพอ ๆ กัน และเวลานั้นฝ่ายการเมืองก็จะไม่ได้ทำหน้าที่ลดความขัดแย้ง แต่จะกลายเป็นต้นตอความขัดแย้งทำลายล้างความอยู่ดีมีสุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศก็จะสั่นคลอน&amp;quot; ดร.นพดล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ประชาชนทั้งประเทศต้องรู้เท่าทัน เกมแย่งชิงอำนาจนี้ และไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด ให้ยึดหลักผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง แต่ก็ยาก เพราะสุดท้ายแล้ว แต่ละคนก็มุ่งหาผลประโยชน์ส่วนตัว จึงมีความจำเป็นต้องใช้ตัวแทนอำนาจรัฐ (State Power) และ ตัวแทนอำนาจที่ไม่ใช่อำนาจรัฐ (Non-State Power) ที่พอจะคุยกันรู้เรื่องมาเป็นหนึ่งเดียวกันแบบไร้รอยต่อ เอาหัวกะทิส่วนใหญ่แม้ไม่ได้ทั้งหมดของแต่ละกลุ่มมาคุยกัน โจทย์คือ ต้องเป็นหัวกะทิแท้จริง มาทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนที่ดีเพื่อสยบการก่อตัวไต้ฝุ่นมังคุดการเมืองในไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน และบ้านเมืองก็จะผ่านพ้นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ไปได้อย่างสบาย สู่ความเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ดีมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะประเทศไทยมีพื้นฐานความเจริญแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ศาสนา วัฒนธรรม สังคม และความมีน้ำใจไมตรีต่อกันเป็นทุนที่ดีอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดแย้ง, ซูเปอร์โพล, ดร.นพดล กรรณิกา, รัฐบาล, ไต้ฝุ่นมังคุดการเมืองไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f266d9f9e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ.โทษสื่อเสี้ยมแม่ทัพภาค4ซดเกาเหลา&#039;อักษรา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.61- &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;กล่าวถึงความขัดแย้งในการแก้ไขความไม่สงบเรียบร้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่าง พล.ท.ปิยวัฒน์ &amp;nbsp;นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) กับ พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯว่า &amp;nbsp;อาจมีบางครั้งที่พูดกันคนละที และสื่อไม่เข้าใจ เพราะมีความรู้สึกในใจกันอยู่ &amp;nbsp;เราก็อยากให้เป็นเนื้อเดียวกัน คงเป็นช่องว่างของรุ่น &amp;nbsp; พื้นฐานการทำงานที่ต่างกัน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเมื่อครั้งที่แล้ว ก็คุยกันแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทบ.กล่าวว่าเข้าใจดีว่า &amp;nbsp;มทภ.4 ทำงานหนัก และตั้งใจทำงาน &amp;nbsp;แต่ก็บอก มทภ. 4 ไปว่าบางเรื่องก็ต้องมีเดินข้างบน และเดินข้างล่างบ้าง ก็ทำงานกันไปเพื่อเป้าหมายเดียวกัน &amp;nbsp;และบางเรื่องก็ไม่ควรพูดผ่านสื่อ แต่การทำงานต้องเดินไปด้วยกัน ไปที่จุดหมายปลายทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; แม่ทัพฯ แต่ละคนก็มีจุดเด่นคนละแบบ ก็เอาจุดดีมาใช้ และจากการดูจากสถิติความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ค่อยๆลดลง ทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้นด้วยวิธีที่ทำมาทั้งหมด &amp;nbsp;ทั้งลองผิดลองถูก บางเรื่องก็ไม่ได้ผล บางทีไปเชื่อเขา แล้วก็เสียเปล่า แต่เวลานี้ถือว่าดีขึ้น &amp;nbsp;ตอนนี้ ทั้งสองสายก็ต้องเดินไปเหมือนเดิม แม่ทัพฯก็ทำงานต่อไป &amp;nbsp;การพูดคุยสันติสุขก็เดินหน้าไป ปัญหาที่เราต้องระมัดระวังคือการพูดกับสื่อ ซึ่งไม่ได้ตำหนิสื่อ แต่การนำเสนอไม่ได้ออกหมดทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจแปลเจตนาที่ผิดพลาดไปโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วมีผลกระทบ&amp;quot; ผบ.ทบ.ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดแย้ง, ผบ.ทบ., พล.ท.ปิยวัฒน์  นาควานิช, พล.อ.อักษรา เกิดผล, พล.อ.เฉลิมชัย  สิทธิสาท, ภาคใต้, แม่ทัพภาค 4, โทษสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8a651a7ee94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หย่าศึกเศรษฐีเมืองคอนเจ้าของร้านอาหารโร่ขอขมา&#039;จิมมี่ ชวาลา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 61 - จากกรณีความขัดแย้งระหว่างนายจิมมี ชวาลา มหาเศรษฐีใจบุญเจ้าของกิจการ &amp;ldquo;ร้านจิมมี่ คลังผ้า &amp;ldquo;ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;กับนายเสนอ ผันแปรจิตร นักธุรกิจผู้ดูแลกิจการร้านอาหาร &amp;ldquo;แดรี่ฮัท&amp;rdquo; หลายสาขาในจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายเสนอ ได้โพสต์ภาพและข้อความต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 -7 มี.ค. โดยเฉพาะที่ระบุว่าเข้าพบ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกรณีนายจิมมี่ &amp;nbsp;ให้มือปืนใช้ปืนจี้บังคับและให้กราบตีนในห้องทำงานของนายจิมมี่ &amp;nbsp;พร้อมระบุขอความว่าผู้ว่า ฯและผู้การ ฯขอให้ยุติปัญหาความขัดแย้งจึงขออโหสิกรรมให้กับเรื่องที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายจิมมี่ โพสต์ตอบโต้ว่าว่า &amp;ldquo;ผมจะไม่ให้อภัยโดยเด็ดขาดถ้ายังเหิมเกริมและยโสโอหัง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ล้มเหลวทางธุรกิจแล้วมาพาลผม (ถึงในร้านผม) แล้ววันนี้คุณเสนอจะขู่ผม และครอบครัวหรือ&amp;rdquo; และข้อความว่า &amp;ldquo;ขอให้ปรับปรุงตัว แก้ไขตัวเองเถอะครับคุณเสนอ เลิกเมา เลิกเจ้าชู้ และข่มเหงใจทั้งสตรี บุรุษและผู้อื่น อายุก็มากขึ้น -ฉะนั้นคุณเสนอหันมาดูแลเอาใจใส่ธุรกิจของตัวเองจะดีกว่านะครับ เวลาไม่คอยใครครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งข้อความว่า อย่าเอาผู้การวันไชยา ผู้ว่า จำเริญ มาข่มขู่ผมเด็ดขาด สร้างความสนใจให้กับประชาชนอย่างกว้างขวาง ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา 8 มี.ค. ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อหาทางยุติความขัดแย้งบาดหมางระหว่างทั้งสองคนดังกล่าว จากนั้นได้เชิญนายจิมมี่ มาพบที่ห้องทำงานเพื่อสอบถามเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดจนลุกลามกลายเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิมมี่ ได้เล่าเรื่องราวให้ทราบเหมือนกับที่เคยเล่าให้สื่อมวลชนฟังในงานวันนักข่าว ของสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ที่ห้องวีไอพี.ร้าน&amp;rdquo;ตู้เสบียง&amp;rdquo; ในคืนวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา พร้อมยืนยีนว่าหากนายเสนอ คู่กรณีสำนึกในสิ่งที่กระทำและยอมขอโทษก็ไม่ติดใจพร้อมที่จะยกโทษให้ ไม่ติดใจใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นผู้ว่า ฯและผู้การจึงประสานงานกับนายเสนอ คู่กรณีของนายจิมมี่ พร้อมสอบถามว่านายจิมมี่พร้อมที่จะให้อภัยทุกอย่างหากนายเสนอ สำนึกในสิ่งที่ได้กระทำและยอมขอโทษ นายเสนอ จึงตกลงที่จะกราบขอโทษนายจิมมี่ &amp;nbsp;ผู้ว่า ฯ และผู้การ ฯจึงแจ้งว่าได้เชิญนายจิมมี่ มาพบและอยู่ที่ห้องทำงานของผู้ว่า ฯ &amp;nbsp;จึงขอให้นายเสนอมาพบที่ห้องทำงานผู้ว่า ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสนอ จึงเดินทางมายังศาลากลางจังหวัดและรีบขึ้นไปยังห้องทำงานของผู้ว่า ฯ ก่อนจะเข้าไปในห้องซึ่งผู้ว่า ฯผู้การ ฯและนายจิมมี่ นั่งอยู่บนโซฟา โดยนายจิมมี่ นั่งตรงกลาง นายเสนอจึงเดินเข้าไปหาก่อนนั่งคุกเข่ากราบขอโทษนายจิมมี่ ในขณะที่นายจิมมี่ ได้เอื้อมมือมาโอบกอดนายเสนอ พร้อมพุดเบา ๆ ว่า &amp;quot;ปะป๋ายกโทษให้ &amp;nbsp;ให้อภัยทุกอย่าง ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น โดยผู้ว่า ฯและผู้การ ฯได้โอบไหล่นายจิมมี่และนายเสนอ ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4613</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดแย้ง, จิมมี ชวาลา, นครศรีธรรมราช, หย่าศึก, เมืองคอน, เสนอ ผันแปรจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa20ae63260e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2018 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2018 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเกือบ 60% หวั่นเลือกตั้งจุดไฟขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซูเปอร์โพล&amp;rdquo; เผยคนส่วนใหญ่ถึง 58.9% ผวาการเลือกตั้งทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้จบปริญญาตรีวิตกมากที่สุด 75%ของคนว่างงานก็หวั่นบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ก.พ.2561 - ดร.นพดล &amp;nbsp;กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ได้เผยผลสำรวจ เรื่อง โพล &amp;nbsp; กังวลขัดแย้งเรื่องเลือกตั้ง ศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพจำนวนทั้งสิ้น 1,463 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 58.9% กังวลขัดแย้งเรื่องเลือกตั้ง เพราะไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น หวั่นเกิดรุนแรงบานปลาย บ้านเมืองหยุดชะงัก ผู้ไม่หวังดีทั้งในและต่างประเทศบ่อนทำลายความสงบชาติ กระทบเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจะทรุดลง เดือดร้อนปัญหาปากท้องมากมายอยู่แล้ว หวั่นมือที่สามแฝงตัวป่วนสร้างสถานการณ์ ในขณะที่ 38% ไม่กังวล และ 3.1% ไม่ออกความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อจำแนกความกังวลขัดแย้งเรื่องเลือกตั้งออกตาม เพศ พบว่า ส่วนใหญ่ทั้งชายและหญิงกังวลไม่แตกต่างกันคือ 59.6% ของชาย และ 58.4% ของหญิง กังวลขัดแย้งเรื่องเลือกตั้งเช่นกัน และเมื่อแบ่งตามช่วงอายุ พบว่าคนสูงอายุส่วนใหญ่หรือ 62.7% กังวลขัดแย้งเรื่องเลือกตั้งมากกว่าทุกกลุ่ม โดยกลุ่มคนวัยทำงาน 59% &amp;nbsp;และกลุ่มเยาวชน 58.4% กังวล ในขณะที่กลุ่มเยาวชนไม่กังวลมากกว่ากลุ่มอื่นคือ &amp;nbsp;39.7% ของเยาวชน 37.6% ของคนวัยทำงาน และ 35.3%ของคนสูงอายุที่ไม่กังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และเมื่อจำแนกตามระดับการศึกษา พบว่าคนที่จบปริญญาตรีส่วนใหญ่หรือ 63.1% กังวลขัดแย้งเรื่องเลือกตั้ง มากกว่าคนที่จบต่ำกว่าปริญญาตรีที่ 53.6% อย่างไรก็ตามที่น่าสนใจคือ เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่า คนว่างงานส่วนใหญ่หรือ 75% กังวลขัดแย้งเรื่องเลือกตั้ง รองลงมาคือ กลุ่มอาชีพรับจ้างทั่วไป 59.3% กลุ่มอาชีพเอกชน 53.8% และกลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่มีสัดส่วนคนกังวลขัดแย้งเรื่องเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ 50.4% ตามลำดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2365</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, การเมือง, ขัดแย้ง, ซูเปอร์โพล, เลือกตั้ง, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180204/image_big_5a76866ab5f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
