<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลับตจว.ถนนทุกสายแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตราย ตั้งแต่ 27 ธ.ค.-2 ม.ค.63 ร่วมบูรณาการทุกภาคส่วนสร้างการสัญจรปลอดภัย เน้นขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร &amp;quot;มท.1&amp;quot; สั่งคุมเข้มจุดพลุ ดอกไม้ไฟฉลองเคาต์ดาวน์หวั่นเกิดเพลิงไหม้ &amp;quot;ทอ.&amp;quot; ส่ง UAV สำรวจจราจรช่วยแก้รถติด สาย &amp;quot;เหนือ-อีสาน&amp;quot; ปริมาณรถเริ่มคับคั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วันที่ 27 ธ.ค. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยมีนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง, นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเลขาฯ ศปถ.ร่วมในพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน มีความห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จึงได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเต็มกำลัง โดยยึดพื้นที่เป็นตัวตั้งในช่วงการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.2562-2 ม.ค.2563 โดยมุ่งดำเนินมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนอย่างรอบด้าน ทั้งคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ภายใต้หลัก 3 ร. ของนายกรัฐมนตรี ได้แก่ รักตัวเอง รักครอบครัว และรักผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น รวมถึงดำเนินการตามแผนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น เน้นการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสิ่งแวดล้อม โดยปรับปรุงถนนและสภาพแวดล้อมริมทาง แสงสว่างป้ายเตือน สัญญาณไฟ และไฟส่องสว่าง พร้อมปฏิบัติการเชิงป้องกันด้วยการจัดตั้งจุดตรวจในเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งเส้นทางสายหลัก สายรอง และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตำบล/หมู่บ้าน รวมถึงเสริมประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ ผ่านกลไกพลังชุมชนและจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย อีกทั้งตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะและกวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ เข้มงวดการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ จัดเตรียมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้พร้อมช่วยเหลือและส่งต่อผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทุกพื้นที่ ตลอดจนรณรงค์สร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนในรูปแบบการสร้างการรับรู้มาตรการบังคับใช้กฎหมาย สถานการณ์อุบัติเหตุ การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และการส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกิจกรรมทางศาสนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ขับรถอย่างมีวินัย และมีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ถึงจุดหมายด้วยความสุขและความปลอดภัย&amp;quot; รมช.มหาดไทยกล่าว
เริ่ม 7 วันอันตรายปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพรพจน์กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ผ่านกลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัด อำเภอ และองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน มุ่งเป้าลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่สถิติอุบัติเหตุสูง ผ่านกลไกการทำงานของพลังชุมชน ด่านครอบครัวเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุในระดับพื้นที่ และจิตอาสาจำนวนกว่า 6 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งจะเข้ามามีส่วนสนับสนุนปฏิบัติการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนในการเดินทาง ทั้งในส่วนของการจัดตั้งด่านชุมชน การจัดตั้งจุดบริการ การดูแลความปลอดภัยเส้นทางสัญจรทางน้ำ สถานที่จัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑลเสริมว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2563 ภายใต้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนตลอดทั้งปี จะเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการสั่งการ และเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนกับศูนย์ปฏิบัติการฯ ระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการหลัก รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงรณรงค์ 7 วันแห่งความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.62-2 ม.ค.63 จะมีการประชุมร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการฯ ในระดับพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ เพื่อวางมาตรการและปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างการสัญจรอย่างปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือน้อยที่สุด&amp;quot; เลขาฯ ศปถ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ปภ.ช.) &amp;nbsp;กล่าวว่า ในคืนวันที่ 31 ธ.ค.ของทุกปี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศ จะจัดกิจกรรมเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ซึ่งมักจะมีการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง รวมทั้งในช่วงเวลาดังกล่าวสภาพอากาศแห้งและหนาวเย็น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยได้โดยง่าย นอกจากนี้ ประชาชนยังนิยมเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนยังสถานที่ต่างๆ อย่างคับคั่ง ส่งผลให้อาจเกิดอุบัติภัยสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัยจากการสัญจรของประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวและจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ บก.ปภ.ช.จึงได้สั่งการไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการ 3 ด้าน ดังนี้ 1.ด้านการเตรียมความพร้อม ให้กำชับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่จะจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ และมีการเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง หรือการแสดงโดยใช้เทคนิคพิเศษ ให้เตรียมการป้องกันและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และห้ามเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงภายในสถานบันเทิงอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากอัคคีภัย 2.ด้านการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน และ 3.ด้านการปฏิบัติการ ให้จัดชุดเจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.), อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเชิญชวนประชาชนจิตอาสา เฝ้าระวังสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย และความปลอดภัยอื่นๆ&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
ทอ.ส่งUAVสำรวจจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ได้กำชับให้เข้มงวดกวดขันการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดตามมาตรการเน้นหนักเรื่องความปลอดภัยทางถนน 10 มาตรการ ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย, มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย, เมาสุรา, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ไม่มีใบขับขี่, ความเร็วเกินกำหนด, ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร, ขับรถย้อนศร, แซงในที่คับขัน และใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ รวมถึงการแบ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถิติการสูญเสียชีวิตสูงย้อนหลัง 5 ปี ต้องเพิ่มมาตรการเป็นพิเศษ และหากเกิดอัคคีภัย อุบัติภัย หรือสาธารณภัยอื่นที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ให้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และรายงานให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. สั่งการให้ทุกกองบินและโรงเรียนการบิน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลประชาชน โดยจัดอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหาร ทำการบินสำรวจสภาพการจราจรในเส้นทางคมนาคมสายหลักทั่วประเทศ พร้อมส่งข้อมูลภาพแบบเรียลไทม์ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์ในการวางแผนการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน อาทิ ปภ. กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม พร้อมตั้งจุดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยม และติดตามความคืบหน้าของคดีความมั่นคงที่สำคัญในพื้นที่ รวมทั้งให้นโยบายตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงปีใหม่ได้มอบนโยบายไปแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับมา 6 ข้อ ก็ได้เน้นย้ำไปแล้ว รวมทั้งพื้นที่เฝ้าระวัง พื้นที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ ก็ให้เน้นย้ำเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตนเองได้สั่งการไปแล้วว่า หัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ รวมทั้งผู้บังคับการตำรวจห้ามลาในช่วงปีใหม่นี้&amp;rdquo; ผบ.ตร.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานการจราจรตั้งแต่ช่วงบ่ายและค่ำวันที่ 27 ธ.ค.ว่า การจราจรบนถนนสายเอเชีย ช่วงผ่าน จ.ชัยนาท ฝั่งขาขึ้นภาคเหนือ เริ่มมีรถจำนวนมาก แต่ยังใช้ความเร็วได้ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีชะลอตัวเล็กน้อย ช่วงรอสัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชัยนาท ได้ทำการปิดจุดกลับรถ บนถนนสายเอเชีย ที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุและทำให้รถชะลอตัว จำนวน 4 จุดแล้ว ประกอบด้วย จุดกลับรถวัดสมอ กิโลเมตรที่ 113+800, จุดกลับรถวัดมะปราง กิโลเมตร 115+325, จุดกลับรถโรงสีแก้วสว่าง กิโลเมตร 136+300 และ จุดกลับรถบางตาลาย กิโลเมตร 141+500 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้พิการเหยื่อเมาแล้วขับ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกรณรงค์เมาไม่ขับ บริเวณจุดพักรถ ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมนึก เพชรหัวบัว ผู้พิการเหยื่อเมาแล้วขับ ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานเครือข่ายเมาไม่ขับ จ.ชัยนาท กล่าวว่า ฝากถึงผู้ที่เมาแล้วขับขอให้เปลี่ยนพฤติกรรม หากดื่มแอลกอฮอล์แล้วไม่ควรขับรถ เพราะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผลกระทบและความสูญเสียที่ตามมา มีมากมายมหาศาล โดยเฉพาะกับเหยื่อเมาแล้วขับ ที่ต้องสูญเสียชีวิตคนในครอบครัว สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง &amp;nbsp;และต้องกลายเป็นคนพิการ อยู่อย่างยากลำบากไปตลอดชีวิตจากความประมาทของคนที่เมาแล้วยังขับรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้รับผลกระทบจากคนเมาแล้วขับ ทำให้สูญเสียบิดาและกลายเป็นคนพิการนั่งอยู่บนรถวีลแชร์มาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ตอนนี้อายุ 44 ปีแล้ว ชีวิตลำบากต้องฟื้นฟูทั้งร่างกายและสภาพจิตใจ ครอบครัวต้องมาดูแลเหมือนกับเป็นเด็กตัวเล็กใหม่คนหนึ่ง กว่าจะใช้ชีวิตได้จนถึงทุกวันนี้ยากลำบาก อยากฝากถึงคนที่เมาแล้วขับ ให้เปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าเกิดคุณเมาแล้วขับ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ตัวอย่างที่ผมเคยไปเยี่ยมเคสติดเตียง น้องคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุจากคนเมาแล้วขับ ทำให้เขาสูญเสียสามีและลูก ทำให้ครอบครัวลำบาก เสียทั้งทรัพย์สินเงินทอง และให้กรณีผู้พิการบางคนขับถ่ายไม่รู้สึกตัว ก็ต้องซื้อแพมเพิร์ส เป็นเงินมหาศาลที่ต้องนำมาใช้ตรงนี้ และต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจลำบากมาก จึงอยากให้ผู้ที่ขับรถแล้วดื่ม อยากให้เปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าขับรถแล้วอย่าไปดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าดื่มแล้วควรเปลี่ยนให้คนที่ไม่ดื่มไปขับรถแทน&amp;quot; ผู้พิการเหยื่อเมาแล้วขับกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
การจราจรเริ่มชะลอตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ช่วงผ่าน จ.นครราชสีมา มุ่งหน้าสู่จังหวัดทางภาคอีสาน เริ่มมีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การจราจรบนถนนมิตรภาพชะลอตัวบางจุด โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้นเขา เขตตำบลกลางดง จุดที่มีการก่อสร้างสะพานเกือบม้าหรือสะพานกลับรถ อำเภอปากช่อง และบริเวณที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์เกิดการชะลอตัว แต่รถยนต์ยังสามารถเคลื่อนตัวไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุจินต์ นิลพานิจ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา นำกำลังตำรวจจราจร สภ.กลางดง ไปคอยอำนวยความสะดวกจราจรบริเวณตามแยกสัญญาณไฟจราจรในเขตชุมชน ซึ่งเริ่มมีปริมาณรถสะสมมาก เช่นเดียวกัน ตำรวจทางหลวงได้เตรียมเปิดช่องทางพิเศษหากปริมาณรถสะสมเพิ่มมากขึ้น โดยช่วงค่ำสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพมีปริมาณรถหนาแน่นมากกว่าเดิม ขณะที่ถนนมิตรภาพช่วงบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ตั้งแต่ กม.ที่ 1- 5 ปริมาณรถหนาแน่น แต่เคลื่อนตัวไปได้อย่างช้าๆ ลักษณะเดียวกับ อ.ปากช่อง ที่มีการก่อสร้างจุดลงและขึ้นทางหลวงมอเตอร์เวย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าในวันที่ 28 ธ.ค. การจราจรน่าจะติดขัดหลายจุด ซึ่งมีการเตรียมเปิดช่องทางพิเศษไว้เกือบ 10 จุด โดยทาง พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 จะเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามจุดบริการประชาชนพื้นที่ อ.เมืองฯ ต.โพธิ์กลาง, อ.สูงเนิน, ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว, ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง และ ต.กลางดง และขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสภาพการจราจรมุมสูงในการแก้ปัญหาเร่งด่วน&amp;quot; ผบก.ภ.จว.นครราชสีมากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยขอความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกำลังจิตอาสา ในการสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนในรูปแบบการสร้างการรับรู้ การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และมีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง ทำให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ถึงจุดหมายด้วยความสุขและความปลอดภัย พร้อมวางมาตรการและปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างการสัญจรอย่างปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม มีพิธีเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยได้จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัย คือ 1.ศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัย ทางหลวงหมายเลข 22 หน้าหมวดทางหลวงนครพนม บ้านดอนยานาง &amp;nbsp;2.หน่วยบริการเคลื่อนที่ ตั้งอยู่บริเวณหมวดทางหลวงในสังกัด จำนวน 5 ชุด ได้แก่ หมวดทางหลวงนครพนม หมวดทางหลวงท่าอุเทน หมวดทางหลวงศรีสงคราม หมวดทางหลวงปลาปาก และหมวดทางหลวงนาแก และ 3.ศูนย์ปฏิบัติการ/อำนวยการข้อมูลเพื่อประสานงาน ตรวจสอบข้อมูลและสถานการณ์ ทางหลวงหมายเลข 212 (ชยางกูร) หน้าสำนักงานแขวงทางหลวงนครพนม บ้านน้อยใต้ เขตเทศบาลเมืองนครพนม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าฯ กระบี่ เปิดจุดให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัย เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลบปีใหม่ 2563 จังหวัดกระบี่ และกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ซึ่งจังหวัดกระบี่ได้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลและช่วงปกติมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว จากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ได้คุมเข้มข้นภายใต้ชื่อการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดีกล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติ รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงประกาศให้ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนของประเทศ ภายใต้กรอบปฏิญญามอสโก เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน ซึ่งจังหวัดกระบี่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ เดินทางเข้ามาและเป็นทางผ่านจำนวนมาก ทำให้ปริมาณคนและปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่ทำให้อุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดกระบี่มีมากขึ้นเช่นกัน กิจกรรมวันนี้เป็นพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนภาคีเครือข่าย ร่วมกันรับผิดชอบความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53393</URL_LINK>
                <HASHTAG>27 ธ.ค.-2 ม.ค.63, 7 วันอันตราย, ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร, ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุ, สร้างการสัญจรปลอดภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05f2eb52468.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
