<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์ร่วงอีก37ชีวิต เมาขับรถเร็วเหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนหยุดยาวสงกรานต์วันที่ 5 เกิดอุบัติเหตุ 330 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 37 ราย ผู้บาดเจ็บ 328 คน สรุปยอดรวมเสียชีวิตแล้ว 192 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,818 คน เร่งกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 330 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 37 ราย ผู้บาดเจ็บ 328 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 34.55 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.52 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 85.84 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 60.61 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.18 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.27 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.67 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 17.81
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,908 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 59,315 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 341,495 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 71,889 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 18,998 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 17,599 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ (12 ครั้ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก นครศรีธรรมราช (จังหวัดละ 13 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (10-14 เม.ย.64) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,795 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 192 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 1,818 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 15 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ นครศรีธรรมราช (76 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น ปทุมธานี (จังหวัดละ 8 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (82 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ปภ.) เปิดเผยว่า รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด จึงได้ประสานพื้นที่ให้ดูแลปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะการขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ ประกอบกับในวันนี้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับแล้ว จึงได้ประสานให้จังหวัดปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ และการอำนวยความสะดวกในการจราจรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยทั้งบนเส้นทางสายหลัก สายรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชน อย่างไรก็ตาม ระยะนี้หลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ซึ่งสภาพถนนที่เปียกลื่น และทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ไม่ดี เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จึงขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ ที่สำคัญ อย่าลืมดูแลตนเองภายใต้มาตรการสาธารณสุข (DMHTT) เพื่อช่วยกันควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99619</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถเร็ว, ดื่มแล้วขับ, ยอดรวมเสียชีวิต, สงกรานต์, สถิติอุบัติเหตุทางถนน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดยาวสงกรานต์, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_60785041c7dd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิม‘7วัน’ สังเวย‘25ศพ’ เหตุขับ‘รถซิ่ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเดิม 7 วันอันตราย วันแรกตายแล้ว 25&amp;nbsp; ราย สาเหตุหลักมาจากขับรถเร็ว ส่วนเมาแล้วขับตกไปอยู่อันดับ 2 &amp;quot;พัทลุง&amp;quot; ครองแชมป์อุบัติเหตุ &amp;quot;กทม.-ชลบุรี-เชียงใหม่&amp;quot; ตายจังหวัดละ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม&amp;nbsp; อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)&amp;nbsp; แถลงถึงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ &amp;quot;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย&amp;nbsp; ห่างไกลโควิด&amp;quot; ว่าเกิดอุบัติเหตุ 348 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 25&amp;nbsp; ราย และผู้บาดเจ็บ 356 คน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 31.61% ดื่มแล้วขับ&amp;nbsp; 22.99% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 82.91% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง&amp;nbsp; 63.22% ถนนกรมทางหลวง 39.94% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 33.91%
นายบุญธรรมแถลงต่อว่า ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. 27.87% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป 32.81% โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.พัทลุง เกิด 20 ครั้ง&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ชลบุรี เชียงใหม่ จังหวัดละ 2 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง 22 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,913 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 60,201 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 342,028 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 58,372 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 14,852 ราย และไม่มีใบขับขี่ 16,125 ราย&amp;quot;
อธิบดี ปภ.กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 เม.ย.ยังมีเส้นทางหลายสายที่มีปริมาณรถหนาแน่นต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ และเส้นทางเลี่ยงเมือง จึงได้ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนควบคู่กับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้กำชับจุดตรวจเพิ่มความเข้มข้นในการเรียกตรวจยานพาหนะและความพร้อมของผู้ขับขี่&amp;nbsp; เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องกับผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ ซึ่งบางพื้นที่ยังคงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้ถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางลดลง จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์มีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห้องประชุมปฏิบัติการ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสายัน กิจมะโน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยพบว่าวันแรกมีอุบัติเหตุทางถนน 11 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 11&amp;nbsp; คน เพศชาย 5 คน หญิง 6 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต พฤติกรรมเสี่ยงและสาเหตุสูงสุด คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย, ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์, ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ถนน อบต./ในหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเดินทางของประชาชนที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ล่าสุดปริมาณรถบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมายังมีปริมาณหนาแน่นหลายจุด ตำรวจทางหลวงร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงการทางเปิดช่องทางพิเศษบนถนนมิตรภาพ บริเวณ ต.กลางดง อ.ปากช่อง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 45-51 ขณะที่ช่วงริมเขื่อนลำตะคองปริมาณรถหนาแน่น แต่ไหลลื่นไปได้โดยใช้ความเร็ว 50-60 กม./ชม. ส่วนเส้นบายพาสทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาปริมาณรถมากเคลื่อนตัวได้ช้าๆ ต่อเนื่องช่วง กม.ที่ 2-5 และ กม.ที่ 9-15 บ้านหนองกระดังงา-สี่แยกบ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99217</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ขับรถเร็ว, สงกรานต์, สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย  ห่างไกลโควิด, สถิติอุบัติเหตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6073069f78c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4วันตาย236ศพ ยึดรถ1.7พันคัน ห่วงช่วงขากลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุรวม 2,194 ครั้ง เสียชีวิต 236 ศพ บาดเจ็บ 2,265 คน &amp;quot;ขับรถเร็ว-เมาแล้วขับ&amp;quot; สาเหตุหลัก &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; ปรับแผนตั้งจุดตรวจแหล่งชุมชนและถนนสายรองเพิ่มขึ้น &amp;quot;คสช.&amp;quot; เผยยอดยึดรถขี้เมาแล้ว 1,748 คัน &amp;quot;นิกร&amp;quot; ห่วงช่วงขากลับหลังปีใหม่ ขอทุกฝ่ายเข้มข้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) เกี่ยวกับสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน ระหว่างวันที่ 27-30 ธ.ค.61 ในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ 2562 ว่า เกิดอุบัติเหตุรวม 2,194 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 236 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,265 คน โดยจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์มี 13 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 77 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่และนครราชสีมา จังหวัดละ 12 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ &amp;nbsp;เชียงใหม่ 79 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสารกล่าวว่า ในส่วนสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 561 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 51 ราย ผู้บาดเจ็บ 578 คน &amp;nbsp;โดยสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 42.42 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ &amp;nbsp;27.99 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.31 รถปิกอัพ 6.39 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.06 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.86 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ &amp;nbsp;35.29 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.70&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจหลัก 2,051 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,742 คน เรียกตรวจยานพาหนะ &amp;nbsp;876,537 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 177,400 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 51,039 ราย ไม่มีใบขับขี่ 43,799 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา 23 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา 24 คน&amp;quot; นายประสารกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยละ 37.95 มาจากการขับรถเร็ว และกว่าร้อยละ 27.68 เกิดจากการเมาสุรา ซึ่งในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่หลายพื้นที่จะมีการจัดงานรื่นเริง &amp;nbsp;ศปถ.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการของจุดตรวจและด่านชุมชน โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบพื้นที่จัดงานรื่นเริงและสถานบันเทิง ให้เข้มงวดบังคับใช้กฎหมายและเรียกตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทั้งเมาแล้วขับและขับรถเร็ว &amp;nbsp;รวมถึงให้คุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งการจำหน่ายให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้จังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน เส้นทางสายรอง เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตำบลและหมู่บ้านเป็นพิเศษ เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทั้งการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ด้วยมาตรการดื่มไม่ขับ จับยึดรถ ของ คสช. โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมกันปฏิบัติงาน โดยพบว่า 3 วันที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 27-29 ธ.ค.61 เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 1,748 คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 1,236 คัน และรถยนต์ 512 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 60,492 คน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 35,474 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 25,018 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า สำหรับสถิติในวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมาตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์กระทำความผิด 26,520 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ &amp;nbsp;722 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี &amp;nbsp;21,028 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลพบการกระทำความผิด 17,731 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 535 คน ยึดรถยนต์ 274 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 13,638 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ได้นำรถไปเก็บรักษาในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ เช่น สถานีตำรวจท้องที่ ด่านตรวจทางหลวง สำนักงานขนส่ง หน่วยทหาร โดยหลังจากช่วงเทศกาลไปแล้ว เจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับรถคืนได้ตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมาย&amp;quot; รองโฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก สตช.) กล่าวว่า ตลอด 4 วันที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พอใจกับผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังจะเห็นได้จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่มีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดย ผบ.ตร.ยังได้กำชับให้กำลังพลทุกนายทุ่มเทกำลังกายกำลังใจปฏิบัติภารกิจให้เต็มความสามารถ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2562 ให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับให้ครบทุกช่องทาง ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทางที่สถานีขนส่ง รถไฟที่สถานีรถไฟ และเครื่องบินที่สนามบิน โดยเฉพาะการจราจรทางถนนนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมให้บริการช่วยเหลือ และอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;quot; รองโฆษก สตช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายนิกร จำนง ในฐานะประธานคณะกรรมการมูลนิธิประชาปลอดภัย แสดงความเป็นห่วงสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ที่มียอดสะสม 4 วัน เสียชีวิตแล้ว 236 ราย บาดเจ็บกว่า 2.2 &amp;nbsp;พันรายว่า แม้จำนวนยอดรวมลดลง 8% แต่ปัญหาในปีนี้คือช่วงการหยุดยาวถึงวันที่ 2 ม.ค.62 ซึ่งประชาชนจะฉลองเคาต์ดาวน์กันในคืนวันที่ 31 ธ.ค.61 ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 1 ม.ค.62 แล้วก็ต้องรีบกลับทันทีเพื่อมาทำงานในวันที่ 2 ม.ค.62 สะท้อนให้เห็นว่าแม้ตัวเลขจะลดลงบ้าง แต่ยังมีความน่าเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะเรื่องของความอ่อนเพลียและหลับใน เพราะหากเกิดจากสาเหตุดังกล่าวแล้วอุบัติเหตุจะรุนแรงมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า ขอให้หน่วยงานภาครัฐเพิ่มจุดพักชั่วคราวซึ่งเป็นที่พักริมทางเพิ่มมากขึ้น และแจ้งประชาชนให้ทราบโดยทั่วถึงกันว่ามีจุดที่พักชั่วคราว หรือที่พักริมทางเพิ่มเติมนั้นอยู่ตรงไหนบ้าง &amp;nbsp;อีกทั้งขอให้เพิ่มจุดตรวจให้มากขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื่น เพราะเวลาจอดนั้นจะทำให้ผู้ขับหายง่วงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผมยังเป็นห่วงมากคือช่วงวันกลับ โดยเฉพาะตัวเลขในวันที่ 1 ม.ค.จะน่าห่วงที่สุด เพราะเป็นการเร่งรัดกลับ จึงถือว่ายังไม่พ้นอันตราย ถึงแม้ว่าในวันนี้ตัวเลขจะลดลงบ้าง ผมก็กลัวว่าหน่วยงานเห็นว่าตัวเลขลดลงมาแล้วจะปล่อยมือ แต่อันตรายยังอยู่ข้างหลังอย่างที่บอกไว้ว่ามันจะโป่งตอนปลาย ก็ขอภาวนาว่าปีนี้จะไม่เพิ่มมากกว่าปีที่แล้ว เพราะไทยลดลงมาเป็นอันดับ 9 ของโลกแล้ว จากเดิมที่ไทยเป็นอันดับ 2 ของโลก&amp;quot; ประธานคณะกรรมการมูลนิธิประชาปลอดภัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ จ.เชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าฯ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก และมีฝนตกลงมาด้วย ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากกว่าปีก่อน แม้จังหวัดได้ขอให้ทุกภาคส่วนนำมาตรการต่างๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละพื้นที่ ทุกจุดตรวจจุดสกัดต้องเข้มงวดกวดขันและดำเนินการเรียกตรวจ 100 เปอร์เซ็นต์ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ แต่ก็ยังเกิดเหตุสูงเพียงแค่ 4 วันมีเสียชีวิตถึง 12 ศพแล้ว จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ และการอำนวยความสะดวกตามเส้นทางเสี่ยงและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทุกพื้นที่ เพื่อลดสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในคืนเฉลิมฉลอง 1-2 วันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคมสันกล่าวว่า ขอให้ทุกจุดตรวจเพิ่มการสังเกตพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ตักเตือนผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง รวมทั้งสั่งการให้ดูแลพื้นที่ 4 ดอยสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยว คือ ดอยสุเทพและดอยคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่, ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่นอกจากจะให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังขอให้ปฏิบัติตามมาตรการพิเศษของจังหวัด ที่ห้ามรถโดยสารขนาดใหญ่ 2 ชั้นวิ่งขึ้นไปบนดอย, กำหนดเวลาขึ้นลงดอย เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด &amp;nbsp;ดื่มสุราแล้วขับรถ และทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ชัดเจนเนื่องจากมีฝนตกและมีหมอกในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2562 จังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการทั้ง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการทุกมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุให้ลดน้อยลง&amp;quot; รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25531</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ขับรถเร็ว, หนังสือพิมพ์, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c2a245295ddb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 วันอันตรายเซ่น 236 ศพ&#039;ขับรถเร็ว-เมาแล้วขับ&#039;สาเหตุหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.61-นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27&amp;ndash;30 ธ.ค.61 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,194 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 236 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 2,265 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 13 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (77 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และนครราชสีมา (จังหวัดละ 12 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (79 คน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสารกล่าวว่า ในส่วนอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 561 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 51 ราย ผู้บาดเจ็บ 578 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 42.42 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.99 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.31 รถปิคอัพ 6.39 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.06 บนถนน ใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.86 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 35.29 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. ร้อยละ 28.70&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,051 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,742 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 876,537 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 177,400 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 51,039 ราย ไม่มีใบขับขี่ 43,799 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา (23 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา (24 คน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่า สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยละ 37.95 มาจากการขับรถเร็ว และกว่าร้อยละ 27.68 เกิดจากการเมาสุรา นอกจากนี้ ได้กำชับจังหวัดดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในบริเวณพื้นที่จัดงานรื่นเริง สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา โดยให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างเต็มที่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25476</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตรายปีใหม่ 2562, ขับรถเร็ว, มหาดไทย, ศปถ., อุบัติเหตุ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c299b8db13b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันอันตรายสังเวย98ศพ คสช.ยึดรถเมาขับ752คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เข้าวันที่สอง 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุ 570 ครั้ง เสียชีวิต 56 ราย บาดเจ็บ 592 ศปถ.สั่งเน้นเฝ้าระวังจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเพิ่มความถี่เรียกตรวจเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด กวดขัน จยย. ผู้ที่ดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว คสช.เผย &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ไว้แล้ว 752 คัน โฆษกศาลพบความผิดพ.ร.บ.จราจรฯ เข้าสู่การพิจารณาแล้ว 4,471 ข้อหา &amp;nbsp;นายกฯ สั่ง จนท.ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านพัก เพื่อทบทวนภารกิจในช่วงที่ผ่านมา และวางแผนการทำงานในปีหน้า รวมทั้งติดตามข่าวสารการเดินทางและการเฉลิมฉลองปีใหม่ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีได้รับรายงานตัวเลขอุบัติเหตุวันแรกในช่วง 7 วันอันตราย 27 ธ.ค.61-2 ม.ค.62 ว่าเกิดอุบัติเหตุ 420 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 432 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว นอกจากนี้ จากการตั้งจุดตรวจพบผู้ขับขี่กระทำผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่า การเมาแล้วขับและขับรถเร็วเป็นบ่อเกิดของอุบัติเหตุที่พูดกันทุกปี จึงอยากฝากเตือนให้ผู้ขับขี่พึงระลึกไว้เสมอ เพราะการดื่มสุราหรือใช้ความเร็วขณะขับเพียงช่วงเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดความสูญเสียหรือบาดเจ็บไปตลอดชีวิตได้ และหากรู้สึกเมื่อยล้า ขอให้แวะพักที่จุดบริการตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งบนถนนสายหลักและสายรอง&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รองประธานคณะกรรมการนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ คนที่สอง ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เปิดเผยว่า ศปถ.ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 570 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 56 ราย ผู้บาดเจ็บ 592 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 38.95, ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.60 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 76.68, รถปิกอัพ 7.72 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.67, บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.11, &amp;nbsp;ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 33.86 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.77 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,049 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,128 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 749,821 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 145,636 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 42,841 ราย ไม่มีใบขับขี่ 38,912 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (19 &amp;nbsp;ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และสมุทรปราการ (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (20 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 2 วัน (27-28 ธ.ค.61) เกิดอุบัติเหตุรวม 990 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 98 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 1,024 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 31 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (33 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงใหม่ และลพบุรี (จังหวัดละ 5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และนครราชสีมา (จังหวัดละ 35 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคมกล่าวว่า แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดวันแรกของเทศกาลปีใหม่ 2562 ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงที่หมายแล้ว ในขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง ศปถ.ได้เน้นย้ำจังหวัด ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งถนนสายหลักและสายรอง เน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลักผ่าน ทางแยก ทางร่วม รวมถึงเข้มงวดการจอดรถบนไหล่ทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ในเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการง่วงหลับใน กำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันรถจักรยานยนต์ ผู้ที่ดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุรุนแรง ตลอดจนขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่าตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศรับทราบ และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อุบัติเหตุ เน้นการดูแลจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งการเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ทั้งนี้ ในบางพื้นที่เริ่มมีการเฉลิมฉลองแล้ว จึงได้กำชับจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นการดูแลเส้นทางโดยรอบพื้นที่จัดงานเฉลิมฉลอง และดูแลบริเวณสถานที่จัดงานให้มีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด เกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ศปถ.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเข้มข้นดำเนินมาตรการป้องกันในมิติเชิงพื้นที่ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ และกลุ่มผู้ใช้ 3 รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย และคุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 29 ธ.ค.2561-2 ม.ค.2562 ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางพื้นที่ ทำให้สภาพถนนเปียกลื่น และทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ โดยไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ หากประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือสายด่วน 1669 เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 28 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา มีดังนี้ ในส่วนรถจักรยานยนต์, รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิดรวม 27,019 ครั้ง ดำเนินคดี 21,383 ราย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องนำรถจักรยานยนต์ไปเก็บรักษาไว้ 451 คัน รถยนต์ 213 คัน ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 942 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 732 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอด 2 วันที่ผ่านมา ( 27-28 ธ.ค.61) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 752 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 514 คัน และรถยนต์ 238 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 25,826 คน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 14,446 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 11,380 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งประชาชนจำนวนมากใช้เส้นทางอย่างหนาแน่น ทั้งถนนสายหลักและสายรอง ขณะเดียวกันคสช. โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยังคงร่วมกันตั้งจุดตรวจและจุดอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมเข้มงวดในมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยปริมาณคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร จำนวนทั้งสิ้น 232 ศาล ในช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ประจำวันศุกร์ที่ 28 ธ.ค.2561 ช่วง 2 วันที่ผ่านมา (27- 28 ธ.ค.) จำนวนข้อหาตามความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ที่ขึ้นสู่การพิจารณา ข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด 4,471 ข้อหา ข้อหาพิจารณาแล้วเสร็จ 4,140 ข้อหา คิดเป็นร้อยละ 92.60% โดยข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ยังเป็นขับรถขณะเมาสุรา จำนวน &amp;nbsp;3,724 ข้อหา, ขับรถขณะเสพยาเสพติด จำนวน 466 ข้อหา เเละขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน 205 ข้อหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถิติคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลในวันที่ 28 ธ.ค.นั้น ข้อหาตามความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่ขึ้นสู่การพิจารณาข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด 3,250 ข้อหา ซึ่งมากกว่าวันที่ 27ธ.ค. ที่มีข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด 1,221 ข้อหา ส่วนปริมาณจำเลยที่เข้าสู่การพิจารณาคดี วันที่ 28 ธ.ค. 3,247 คน ซึ่งก็มากกว่าวันที่ 27 ธ.ค. ที่มีจำเลยเข้าสู่การพิจารณาคดี 1,226 คน นับว่าทั้งสถิติคดีและจำเลยมากขึ้นกว่าวันแรกเท่าตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามสถานีขนส่งผู้โดยสารในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งที่สถานีรถไฟยังเนืองแน่นไปด้วยผู้โดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงจาก อ.ปากช่อง-ตัวเมืองนครราชสีมา ในช่วงบ่ายยังมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาทางภาคอีสาน มีปริมาณรถยนต์จำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรบางช่วงติดขัดและชะลอตัวทำความเร็วได้ประมาณ 30-40 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงที่มีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ และบริเวณบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมาซึ่งมีปริมาณรถสะสมจากถนน 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา มาสมทบ ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวประมาณ 10 กิโลเมตร.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25402</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ขับรถเร็ว, บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด, ผู้ที่ดื่มแล้วขับ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c27919c7d7fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2018 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระบะซิ่งเสียหลักตกถนนชนเสาไฟฟ้าบาดเจ็บ 4 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายวัย 29 ปี ขับรถกระบะพร้อมครอบครัวมาด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างตกลงไปร่องกลางถนน ทำให้ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย 1 ใน 4 ราย ติดภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจันทบุรี ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถนำส่งโรงพยาบาลนายายอาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 11 มีนาคม 2561 เวลา 07.00 น.ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟส่องสว่าง บนถนนสุขุมวิท สายจันทบุรี-กรุงเทพ ขาออก บริเวณบ้านเนินสงวน หมู่ที่ 5 ตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย 1 ใน 4 ราย ติดภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่างรีบรุดตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถกระบะ อีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต-8802 ฉะเชิงเทรา ที่อยู่ในสภาพพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง และต้นไม้ร่องกลางถนน พังเสียหาย ตรวจสอบภายในรถพบนายยุทธนา สีรือแสง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองนา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา คนขับ ร่างยังติดคาซากรถ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงได้ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ทำการงัดซากรถ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็สามารถช่วยเหลือ นายยุทธนา ผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ โดยได้รับบาดเจ็บตามลำตัว ก่อนเจ้าหน้าที่ฯ จะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนายายอาม เป็นการเร่งด่วน ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อรายแรก คือ นางสาวมนสิการ โอ๋เจริญ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 4 ตำบลแหลมประดู่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา รายที่สอง นายสราวุธ สีรือแสง อายุ 31 ปี และรายสุดท้ายชื่อ เด็กชายณัฐวุฒิ สีรือแสง อายุ 11 ปี ทั้ง 3 คน อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 4 ตำบลแหลมประดู่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยทั้งหมด 4 ราย พักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลนายายอาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางสวาท พัฒน์ศรี อายุ 53 ปี แม่ค้าขายไก่ย่างริมทาง ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าขณะที่ตนเองกำลังย่างไก่อยู่นั้น ก็เห็นรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ ขับมาด้วยความเร็ว และสะบัดไปมา ก่อนที่รถกระบะคันดังกล่าวจะพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง และต้นไม้ร่องกลางถนน จนทำให้ผู้ที่นั่งโดยสารมาพร้อมกับคนขับได้รับบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อม ทางเจ้าหน้าที่จะได้เชิญตัวนายยุทธนา สีรือแสง คนขับรถกระบะคันเกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติมยังสถานีตำรวจภูธรนายายอาม เพื่อนำมาประมวลกับพยานหลักฐาน ในการสรุปสำนวนคดี ก่อนจะมีการแจ้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4712</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถเร็ว, จันทบุรี, บาดเจ็บ, รถกระบะ, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa48d2b1a163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ดีไซน์สปอร์ตเร้าใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยกระดับรูปลักษณ์ให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่ 2 สไตล์ พร้อมการตกแต่งภายนอกและภายในที่ดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน ราคาเริ่มต้นที่ 564,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มิตซูบิชิ มิราจได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัว ด้วยการเป็นหนึ่งในรถที่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดในประเทศไทย ด้วยขนาดตัวถังที่เหมาะสมสำหรับการการขับขี่ที่คล่องตัวในเมืองและการเดินทางไกลที่สะดวกสบาย เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกเหนือจากการมอบความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ ตามแบบฉบับซิตี้คาร์อัจฉริยะของมิตซูบิชิแล้ว&amp;nbsp; รุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่น นี้ยังได้รับการตกแต่งพิเศษเพื่อสร้างความโดดเด่นยิ่งขึ้นสะท้อนบุคลิกของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมสีภายนอก 2 สไตล์ คือ สีแดงเมทัลลิก (Red Metallic) หลังคาดำ และ สีขาวมุก (White Pearl) ตัดกับหลังคาสีดำ เน้นความดุดันและทันสมัย ทั้งยังได้รับการตกแต่งด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 10 รายการ เริ่มจากกระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยวแอลอีดี สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบแอลอีดี ล้ออัลลอยสีดำขนาด 15 นิ้ว และตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ลายกราฟฟิก ชุดอุปกรณ์ตกแต่งดังกล่าวช่วยให้ มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มีความสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อคงความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับการใช้งานที่ยอดเยี่ยมได้อย่างลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภายในห้องโดยสารยังคงให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายเป็นหลัก พร้อมได้รับการตกแต่งเพิ่มสไตล์ที่สวยงามผสมผสานกับความเป็นสปอร์ตด้วยเบาะผ้าสีทูโทน ดำ-แดงพร้อมตะเข็บสีแดง หัวเกียร์และพวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งเสริมเพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยสีดำแบล็กเปียโนและโครเมียม เดินตะเข็บสีแดง มาพร้อมกระจกส่องหน้าบนแผงบังแดดคู่หน้า และราวมือจับเหนือศีรษะสามตำแหน่งแบบพับได้ นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งระบบสั่งงานด้วยเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และสวิตช์ควบคุมวิทยุที่พวงมาลัย ห้องโดยสารที่กว้างขวางและอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ช่วยมอบความสะดวกสบายอย่างมีสไตล์ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในการขับขี่ทุกเส้นทางระบบความปลอดภัยของมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มีความครบครันเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น แรงด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร DOHC พร้อม MIVEC ระบบวาล์วแปรผันเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันสูงสุดและลดปริมาณมลพิษ ราคา มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ราคา 564,000 บาทสำหรับรุ่นสีแดงเมทัลลิก (Red Metallic) หลังคาสีดำ และ 571,000 บาท สำหรับรุ่นสีขาวมุก (White Pearl) หลังคาสีดำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4618</URL_LINK>
                <HASHTAG>mitsubishi, ขับรถเร็ว, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, มิตซูบิชิ., มิราจ, ยานยนต์, รถใหม่, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa213fe70e39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
