<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉกันยาว...เลขาฯอนค.ชลบุรี เผย“ทนายนู้ด” ลิ้น 2 แฉก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รูปจากเฟซบุ๊ค กฤตนู เอกวัฒนากุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ค กฤตนู เอกวัฒนากุล ซึ่งเป็น เลขานุการพรรคอนาคตใหม่ ศูนย์ประสานงานจังหวัดชลบุรี โพสต์ข้อความระบุว่า

เนื่องจากมีคนทักข้อความมาถามผมเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถตอบได้ ผมจึงขอเรียนชี้แจง ณ ตรงนี้

ผมในฐานะ เลขานุการพรรคอนาคตใหม่ ศูนย์ประสานงานชลบุรี ต้องขอกราบอภัยประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ที่มี ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ โหวตสวนมติพรรค นั้นเท่ากับเป็นการทรยศต่อประชาชน

ผมขอเขียนอธิบายดังนี้ว่า ตอนที่คัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นแคนดิเดต ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ เรามีเวลาคัดเพียง&amp;nbsp;2อาทิตย์ ซึ่งเราไม่สามารถทราบรายละเอียดเชิงลึกของบุคคลแต่ละบุคคลได้และทางพรรคอนาคตใหม่เปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคทุกคนสามารถเสนอตัวเองลงเป็นผู้สมัคร ส.ส.ได้ ผ่านการโหวตของสมาชิกในเขตนั้นๆ

เรื่องของ ส.ส.คนนี้ผมทราบทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ จึงขอเขียนอธิบายดังนี้
ส.ส.คนนี้เข้ามาเป็นผู้สมัคร ส.ส. ผมสามารถนับจำนวนครั้งการลงพื้นที่หาเสียงได้ ขนาดทีมงานของจังหวัดไปช่วยลงพื้นที่ ยังมีปัญหาในหลายๆครั้ง และคนคนนี้ไม่ได้มีความเป็นอนาคตใหม่แม้แต่น้อย คอยคุยและดิวกับอีกฝั่งอยู่เสมอ ซึ่งทางคณะทำงานจังหวัดนั้นทราบดีและคอยประคับประคองประนีประนอมกันอยู่ตลอดมาเวลา เพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตอนนี้ทุกอย่างมันชัดเจนแล้วว่าอะไรคืออะไร(ผมเชื่อว่าทุกท่านไม่สามารถถามหาคำชี้แจงจากเค้าได้ เพราะการกระทำมันชัดเจนอยู่แล้ว)

และ ส.ส. คนนี้เค้าไม่ได้ลงพื้นที่หาเสียงมากเท่าไหร่ และไม่ได้คิดว่าจะเป็น ส.ส. ตั้งแต่ตอนแรก พอเค้าได้เป็นเค้าจึงไม่ยึดโยงและไม่เห็นหัวประชาชน (ผมขอยืนยันตอนนี้ว่าครั้งหน้า จะไม่มีทางได้ลง ส.ส.อีก)

ผมอยากให้ทุกคนในพรรคอนาคตใหม่เข้มแข็งไว้ นี้เป็นเพียงยุทธวิธีทางสงคราม ที่แยกกันตีแบ่งคนในพรรคออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย เพื่อจะได้จัดการได้เบ็ดเสร็จ(คนที่น่าสงสารที่สุดคือคุณ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผมสัมผัสคุณธนาธรมา&amp;nbsp;1ปี เค้าเป็นผู้ชายที่เสียสละมาก ผมไม่เคยเจอใครที่เสียสละได้เท่านี้ เข้ามาเพราะอยากเปลี่ยนแปลงการเมืองต้องมาเจอคดี ต้องมานั่งบริหารความพอใจของคนภายในพรรคเพราะพรรคให้อิสระเต็มที่ในระบอบประชาธิปไตยและยังต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้อีก ผมเชื่อว่าครั้งหน้าระบบกลั่นกลองของพรรคจะดียิ่งขึ้น เพราะนี้คือการเลือกตั้งครั้งแรกของพรรคเรา)

ความคิดเห็นส่วนตัวของผมคือ พรรคควรมีมติไล่ ส.ส. คนนี้ออกจากพรรค (ผมเข้าใจดีว่าจะเป็นการเพิ่มเสียงให้อีกฝั่ง) แต่ถ้าไม่ไล่ออก ส.ส. คนนี้ก็จะตามไล่เต๊าะ ส.ส. ด้วยกันเพื่อให้ย้ายฝั่ง ซึ่งจะเกิดปัญหาในระยะยาว และถ้าพรรคไล่ ส.ส. คนนี้ออก ส.ส. คนนี้ก็ต้องหาสังกัดพรรคใหม่ ไม่อย่างงั้นจะทำให้สิ้นสุดการเป็น ส.ส. เท่ากับค่าตัวจะน้อยลงหรือแทบไม่เหลือเลย ทำให้เค้าไปหาผลประโยชน์แบบนี้อีกไม่ได้ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้&amp;nbsp;voter&amp;nbsp;ของพรรค (ไม่ว่ามติของกรรมการบริหารเป็นอย่างไรก็ตาม ผมเคารพเพราะผมเข้าใจดีว่ากรรมการบริหารพรรคได้คิดไตร่ตรองมาทุกด้าน และนำมติที่ดีที่สุดออกมาเผยแพร่)

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ขายตัว เงินที่ได้นั้นคือเงินที่มาจากการคอรัปชั่นของนักการเมืองด้วยกัน ไปคอรัปชั่นเงินของประชาชนมา ต่อให้คุณรับเงินมาเท่าไหร่ แต่ตราบาปจะติดตัวคุณจนวันตาย และคุณจะถูกตราหน้าว่า ส.ส.ขายตัว

&amp;nbsp;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48451</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, กวินนาถ ตาคีย์, ขับออกจากพรรคมิชอบ, แหกมติพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191020/image_big_5dac17c08b6b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นกกต.เบรกพรรคทรงกลด ฟันคฑาเทพส่อผิดจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ควันหลงเลือกตั้งยังป่วน! 69 สมาชิกพรรคพลังชาติไทยร้อง กกต.สอบ &amp;quot;ทรงกลด&amp;quot; พร้อมระงับการประชุมใหญ่ เหตุ กก.บห.ขับออกจากพรรคมิชอบหลังระดมผู้สมัครขอชดเชยค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง &amp;nbsp;ขณะที่อดีตผู้สมัครพลังไทยรักไทยจี้ กกต.เอาผิด &amp;quot;คฑาเทพ&amp;quot; ปูดติดสินบน 1 ล้านแลกพรรคได้ร่วมรัฐบาล ซ้ำหนีไม่จ่ายค่าหาเสียงเลือกตั้งตามสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 17 มิถุนายน นายพรพิพัฒ พรหมชนะ อดีตนายทะเบียนและกรรมการบริหารพรรคพลังชาติไทย รวมทั้งตัวแทนสมาชิกพรรค เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธาน กกต.เพื่อให้ตรวจสอบ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค &amp;nbsp;และให้มีคำสั่งด่วนที่สุด ระงับการประชุมใหญ่ของพรรคที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มิ.ย. ที่โรงแรมเวสท์เกต &amp;nbsp;เรสซิเดนท์ เนื่องจากกรรมการบริหารพรรคได้มีมติไล่ตนเองและสมาชิกรวมจำนวน 69 คนออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ตามข้อบังคับพรรคข้อที่ 63 (4) ที่เห็นว่าพวกตนก่อการเป็นเหตุให้พรรคเสียหาย ทั้งที่เราไม่ได้ทำความผิด และจะเห็นว่าเป็นการไล่ออกทั้งที่ไม่ผิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องการให้ กกต.ระงับการประชุมดังกล่าว และจะต้องไม่ให้พวกตนพ้นจากสมาชิกภาพ เนื่องจากไม่ได้ทำผิดใดๆ เพราะผลจากการที่พรรคให้พวกตนออกทำให้ไม่สามารถโหวตเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพิพัฒกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่พรรคไม่ได้รับการเลือกตั้งตามเป้าที่ประกาศไว้ ตนในฐานะกรรมการบริหารพรรคก็แสดงสปิริตลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และได้มีการพูดคุยกับผู้สมัคร ส.ส.ในเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อขอรับการเยียวยาจากพรรค แต่พรรคกลับมีหนังสือแจ้งให้พ้นสมาชิกภาพทั้ง 69 คน โดยอ้างว่าก่อความวุ่นวายทำให้พรรคได้รับความเสียหาย จากการไปรวบรวมผู้สมัครมาเรียกร้องค่าเยียวยาจากพรรค เป็นการปลุกระดมทั้งที่ไม่มีการทำหนังสือแจ้งความผิดและทำการสอบสวนก่อน ซึ่งมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ ทำให้สมาชิกไม่สามารถเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวินัย ไชยบุตร เลขาธิการพรรคพลังไทยรักไทย พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค &amp;nbsp;ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ทวงถามความคืบหน้า กรณีก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอให้ กกต.ถอดถอนนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย เนื่องจากกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวินัยกล่าวว่า พรรคพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่านายคฑาเทพกระทำผิดจริง โดยนายคฑาเทพได้เขียนจดหมายด้วยลายมือตนเองลงวันที่ 29 ม.ค.ถึงผู้ใหญ่คนหนึ่งที่มีชื่อเสียง โดยมีเนื้อหาเสนอว่า &amp;quot; จะสนับสนุนเงินให้ 1 ล้านบาทในนามพรรคพลังไทยรักไทย หากพรรคได้ร่วมรัฐบาล และหากมีตำแหน่งรัฐมนตรี พรรคยินดีมอบตำแหน่งดังกล่าวให้&amp;quot; ซึ่งประเด็นนี้กรรมการบริหารพรรคไม่เคยรู้เห็นด้วยมาก่อน เพราะไม่เคยมีการนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคว่านายคฑาเทพได้ไปสัญญาอะไรกับใครไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เมื่อกรรมการบริหารพรรคพบจดหมายฉบับดังกล่าว เห็นว่าเป็นการทำผิดจริยธรรมและอาจผิดกฎหมายด้วยจึงมายื่นขอให้ กกต.ดำเนินการ แต่ผ่านมานานแล้ว กกต.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงได้มาทวงถามและยื่นหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้เร่งดำเนินการถอดถอนนายคฑาเทพออกจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังไทยรักไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังไทยรักไทยยังได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.ขอความเป็นธรรม กรณีที่นายคฑาเทพให้คำสัญญากับผู้สมัครของพรรคว่าจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง &amp;nbsp;เพราะเมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จและนายคฑาเทพได้เป็น ส.ส.ก็เงียบหายไปติดต่อไม่ได้ ทั้งที่ผู้สมัครเชื่อคำพูดนายคฑาเทพและนำเงินส่วนตัวเฉลี่ยคนละ 2-4 แสนบาทจ่ายค่าหาเสียงเลือกตั้งไปก่อนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ได้มีหนังสือชี้แจงไปถึงหัวหน้าพรรคไทรักธรรม เรื่องการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า ตามที่ได้มีหนังสือขอให้ทบทวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ และขอให้เพิกถอนประกาศ กกต.เรื่องผลการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 2) ที่ลงวันที่ 28 พ.ค.62 นั้น กกต.ขอแจ้งให้ทราบว่าการประกาศผลการรวมคะแนน ส.ส. กกต.ประจำเขตเลือกตั้งจะต้องนำผลคะแนนจากรายงานผลการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งปกติรายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง และรายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักรรวมกันเพื่อประกาศผลการรวมคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งทั่วไปที่ได้ประกาศผลเมื่อวันที่ 28 มี.ค.62 กกต.พบว่าเมื่อ กกต.ประจำเขตเลือกตั้งบางแห่งไม่ได้นำผลคะแนนที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักรมารวมผลคะแนนด้วย จึงได้สั่งการให้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนอีกครั้ง เมื่อ กกต.ได้รับข้อมูลผลการรวมคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตที่มีการตรวจสอบความถูกต้องครบทุกเขตเลือกตั้งแล้ว จึงได้เสนอ กกต.เพื่อคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อภายหลังประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 349 เขต ตามมาตรา 129 ประกอบมาตรา 128 แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 2561 พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนรวมที่ใช้ในการคำนวณ 3,957,620 คะแนน ซึ่ง กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 1) ตามผลการคำนวณจำนวน 26 พรรคการเมือง 149 คน โดยพรรคไทรักธรรมได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อได้มีการเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ เขต 8 ใหม่ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. กกต.ก็ได้คำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ภายหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 เขต ตามมาตรา 128 ประกอบมาตรา 129 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 61 พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนรวมที่ใช้ในการคำนวณ 3,959,358 คะแนน ซึ่งมีผลให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 2) เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ตามผลการคำนวณจำนวน 25 พรรค 150 คน โดยพรรคไทรักธรรมไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในการประกาศการเลือกตั้งครั้งดังกล่าว และทำให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทรักธรรมพ้นจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38794</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขับออกจากพรรคมิชอบ, นายคฑาเทพ  เตชะเดชเรืองกุล, พรรคพลังชาติไทย, พรรคพลังไทยรักไทย, พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d07a0027485e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
