<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ตั้งเงื่อนไข3ข้อภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ลั่นเปิดได้ก็ปิดได้ ตอบข้อสงสัยทำไมกล้าเปิดประเทศ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธาน ว่า เรื่องการเปิดพื้นที่นำร่องรับการท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) โดยเน้นหนักที่ จ.ภูเก็ตเนื่องจากมีความพร้อมมากกว่า โดยหลักการแล้วทางนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้เน้นย้ำว่าเป็นเรื่องที่ได้ให้นโยบายเชิงของทิศทางของประเทศไทยเพื่อเปิดประเทศ โดยมีการเปิดพื้นที่นำร่องและมีการเรียนรู้กันไปทุกภาคส่วน ดังนั้น ต้องมีการจัดสมดุลการป้องกันคนไทยในการติดเชื้อ โควิด-19 ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาได้มอบทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้นำเสนอต่อที่ประชุม ถึงหลักการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายละเอียดตั้งแต่ก่อนเดินทาง เมื่อเดินทางมาถึง ขณะพำนัก กระทั่งเดินทางออกจากประเทศ โดยให้ความสำคัญถึงกลุ่มคนที่เราจะรับเข้ามาจะต้องเป็นมาจากประเทศที่ทางกระทรวงสาธารณะสุขกำหนดว่าเป็นประเทศเสี่ยงต่ำ หรือเสียงปานกลาง และจะต้องได้รับวัคซีนมาแล้วซึ่งกำหนดว่าเป็นวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เป็นผู้กำหนด 5 ตัว ได้แก่ ซิโนแวค แอสตราเซเนกา ซิโนฟาร์ม โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน หรือถ้าไฟเซอร์ หรือ ยี่ห้ออื่นๆ ก็รอให้ WHO รองรับด้วย ดังนั้น ต้องได้รับมาแล้วอย่างน้อย 2 เข็มหรืออย่างน้อย 14 วัน เมื่อลงเครื่องบินแล้วต้องทำนักอยู่ที่ภูเก็ต 14 คืน ถ้าอยู่น้อยกว่านั้นจะต้องเป็นการเดินทางกลับออกนอกราชอาณาจักรไทยเท่านั้น แต่ยกตัวอย่างถ้าจะบินไปเกาะสมุยก็ต้องอยู่ที่ภูเก็ตให้ครบ 14 คืนก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขมีข้อห่วงใยจึงขอให้มีมาตรฐานกำกับเพิ่มอีก 3 ข้อ คือ 1. ต้องมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเรื่องสถานการณ์ โควิด-19 เพื่อให้มีการติดตามข้อมูล การติดเชื้อ การดูแลทรัพยากรบุคลากรด้านสาธารณสุขและด้านการท่องเที่ยวรวมไปถึง ภาคประชาสังคม 2. การเตรียมความพร้อมของประชาชนโดยต้องมีการจัดเวทีความคิดเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงการสื่อสารเพราะหากสอดคล้องกันทั้งจังหวัดก็จะเป็นเรื่องที่ดี ก่อนที่จะนำเสนอมาเป็นแนวทางในภาพรวมของจังหวัด เพื่อให้เกิดความยอมรับร่วมกัน เป็นความเห็นตั้งต้นจากทางจังหวัด เพื่อนำเสนอให้ทางศบค.ได้อนุมัติ และ3. การเตรียมความพร้อมมาตรการการเฝ้าระวังซึ่งจะต้องมีอยู่ตลอดเวลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;และเมื่อมีเปิดได้ก็ต้องมีปิดได้ นี่คือสิ่งที่จะต้องพูดกันเนื่องจากจะต้องเตรียมทรัพยากรด้านการแพทย์สาธารณสุขกำลังคน การกำกับติดตามและทรัพยากรอื่นๆอย่างเต็มที่ โดยมีการพิจารณาว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจึงจะมีการปิด ซึ่งมีการพูดถึงการติดเชื้อรายใหม่ มากกว่า 90 รายต่อสัปดาห์ ลักษณะการกระจายโรคในจังหวัด ทั้ง 3 อำเภอมากกว่า 6 ตำบล และมีการระบาดเกินกว่า 3 คลัสเตอร์ มีการระบาดในวงกว้าง หรือหาสาเหตุของความเชื่อมโยงไม่ได้ หรือความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย อัตราการครองเตียงมีมากตั้งแต่ 80% ขึ้นไป แสดงว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะดี และเป็นการระบาดในวงกว้างที่ควบคุมไม่ได้ โดยมาตรการจะต้องปรับลดกิจกรรมลง ทำให้เกิดระบบปิด และที่สุดคือทบทวนหรือยุติ แซนด์บอกซ์ที่ภูเก็ตนี้ ถ้ามีการ ระบาดโดยที่ไม่ตรงตามที่วางหลักการไว้ เน้นย้ำว่าในวันนี้ยังอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) คงจะเป็นสเต็ปถัดไป ซึ่งในที่ประชุมได้เห็นชอบหลักการการเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยว โดยนายกฯได้ระบุว่าจะเดินทางไปติดตามในวันที่ 1 ก.ค. เพื่อเยี่ยมชมและ คิกออฟ เปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ซึ่งในช่วงต้นนี้จะได้ให้ทางจังหวัดภูเก็ต กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เตรียมความพร้อมต่างๆให้เรียบร้อย ขอให้ทุกคนได้ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อทำให้สามารถเปิดประเทศได้ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเมื่อยังมีคนติดเชื้อเป็นพันคนอย่างนี้แล้วยังจะเปิดประเทศ ทำไมไม่มีความกังวลใจ อย่างที่ว่ากันไม่ใช่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่มีการติดเชื้อ โควิด-19 ประเทศอื่นที่ติดเชื้ออันดับสูงกว่าใครเขาก็มีความขยับและมีการนำไปสู่การใช้ชีวิตวิถีใหม่ หรือนิวนอร์มอลกันแล้ว ดังนั้น เราต้องเรียนรู้เพื่อที่จะกลับไปมีชีวิตแบบเดิม โดยทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันโรค ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด ตามที่นายกฯบอกว่ามีความเสี่ยง ดังนั้น เราต้องร่วมด้วยช่วยกันเป็นการกำหนดทิศทางเป็นเป้าหมายไปข้างหน้า เป็นหน้าที่ของทุกคน เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เป็นฟันเฟืองนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106813</URL_LINK>
                <HASHTAG>120วันเปิดประเทศ, ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc5be9f2d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมูล5จีสุดคึก รัฐโกยแสนล้าน! ‘AIS’กวาด23ใบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประมูล 5G สุดคึกคัก! กสทช.โกยกว่า 1 แสนล้าน &amp;quot;เอไอเอส&amp;quot; ซิวทั้ง 3 คลื่น 23 ใบอนุญาตจ่าย 4.2 หมื่นล้าน &amp;quot;แคท&amp;quot; เซอร์ไพรส์คว้า 700 MHz 2 ใบอนุญาตควัก 3.4 หมื่นล้าน &amp;quot;ทรู&amp;quot; 17ไลเซนส์ 2 คลื่นความถี่ 2.1 หมื่นล้าน &amp;quot;ทีโอที&amp;quot; 4 ใบอนุญาต 1,795ล้าน &amp;quot;ดีแทค&amp;quot; ได้แค่ 2 ไลเซนส์ 900 ล้าน &amp;quot;ฐากร&amp;quot; โวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจพลิกโฉมประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700, 2600 MHz และ 26 GHz &amp;nbsp;หรือคลื่น 5G โดยมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) เข้าร่วมประมูล ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น) ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเวลา 07.30 น. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เข้ารายงานตัวที่จุดลงทะเบียนบริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. เป็นรายแรก ถัดมา เวลา 07.35 น. บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น) ในเครือดีแทค เข้าลงทะเบียนเป็นรายที่ 2 นำโดยนายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวลา 07.40 น. บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ในเครือทรู เข้าลงทะเบียนเป็นรายที่ 3 นำโดยนายเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร, นายนพปฎล เดชอุดม รองประธานคณะกรรมการบริหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 07.45 น. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เข้าลงทะเบียนเป็นรายที่ 4 นำโดยนายพิพัฒน์ ขันทอง กรรมการบริษัท และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่, นายชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบริษัท เวลา 07.50 น. บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือเอไอเอส เข้าลงทะเบียนเป็นรายที่ 5 นำโดยนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประมูลจะต้องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย? แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือพาสปอร์ตต่อเจ้าหน้าที่ จากนั้นลงลายมือชื่อในแบบลงทะเบียนและรับบัตรประจำตัว โดยต้องฝากอุปกรณ์สื่อสารหรือสิ่งของที่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าห้องประมูลไว้กับเจ้าหน้าที่ และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมการประมูลที่มาภายหลังเวลา 09.30 น. เข้าห้องประมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในเวลา 08.15 น. ผู้เข้าร่วมประมูลเตรียมตัวในจุดที่กำหนด ก่อนเริ่มพิธีเปิดในเวลา 08.20 น. โดย พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. เป็นผู้จับฉลากรายชื่อผู้เข้าร่วมประมูลว่ารายใดจะได้ทำการจับฉลากเลือกเลขห้องประมูล และเลือกซองบรรจุ Username และรหัสผ่านตามลำดับ ก่อนเข้าห้องประมูลในเวลา 09.00 น.
ค่ายมือถือแห่ประมูลคึก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 09.20 น. ผู้เข้าร่วมการประมูลทำการ Log in เข้าระบบ ก่อนเริ่มการประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz เป็นลำดับแรกในเวลา 09.30 น. ตามด้วยคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz และคลื่นความถี่ย่าน 26 GHz โดยในการประมูลรอบแรกของแต่ละย่านความถี่ ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเสนอความต้องการชุดคลื่นความถี่ในย่านความถี่ที่ได้มีการวางหลักประกันไว้ หากไม่มีการเสนอความต้องการชุดคลื่นความถี่นั้นจะพ้นจากสถานะผู้เข้าร่วมการประมูล และถูกริบหลักประกันการประมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประมูลคลื่น 5G และเริ่มต้นที่คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 3 ชุด ชุดละ 5 เมกะเฮิรตซ์ รวม 15 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้น 8,792 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 440 ล้านบาท โดยในคลื่นนี้มีผู้เข้าประมูล 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส ทรูมูฟ และแคท เทเลคอม ซึ่งเริ่มประมูลเริ่มตั้งแต่ 09.30 น. ในรอบแรกมีการเสนอความต้องการมากถึง 6 ชุดความถี่ มากกว่าจำนวนที่มีจัดสรรถึงเท่าตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในรอบที่ 2 มีการเสนอความต้องการลดเหลือ 4 ชุดมากกว่าจำนวนที่มีจัดสรร 1 ชุด โดยจากรอบที่ 2 เคาะราคายืนที่ 4 ชุดมาตลอด เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง จนมาถึงรอบที่ 20 มีการเสนอความต้องการเท่ากับจำนวนที่จัดสรรแล้วที่ 3 ชุด โดยราคาคลื่นมาหยุดที่ 17,153 ล้านบาท ในเวลา 11.58 น. ด้วยเวลาประมูล 2.20 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ราคาคลื่น 700 ครั้งนี้ถือว่ามีราคาประมูลที่แพงขึ้นมาก ต่างจากการประมูลคลื่น 700 ที่สำนักงาน กสทช.จัดประมูลไปเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2562 ที่ 3 ชุดใบอนุญาต &amp;nbsp;ใบอนุญาตละ 10 เมกะเฮิรตซ์ โดยครั้งนั้น เอไอเอส, ทรูมูฟ และดีแทค ได้ไปคนละ 10 เมกะเฮิรตซ์ ในราคาเท่ากันที่ 17,584 ล้านบาท แต่ครั้งนี้ การประมูลจัดสรรเพียงแค่ 5 เมกะเฮิรตซ์ แต่กลับมีราคาถึง 17,153 ล้านบาท รวมกัน 3 ใบ เท่ากับ &amp;nbsp;51,459 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 2600 MHz &amp;nbsp;โดยมีจำนวน 19 ใบอนุญาต ใบละ 10 MHz ผู้เข้าร่วมประมูลจะสามารถประมูลได้ไม่เกิน 10 ใบ โดยมีราคาขั้นต่ำใบละ 1,862 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มขึ้นขั้นละ 93 ล้านบาท โดยการประมูลจบลงอย่างรวดเร็วในเวลา 13.30 น. ซึ่งเป็นการประมูลรอบที่ 2 ทั้งนี้ มีผู้เข้าประมูล 3 ราย ได้แก่ เอดับบลิวเอ็น ในเครือเอไอเอส, ทียูซี ในเครือทรู และ แคท เสนอราคาประมูล การเคาะราคารอบแรกใบละ 1,955 ล้านบาท แสดงความต้องการ 25 ใบ และรอบที่ 2 แสดงความต้องการ 19 ใบตามจำนวนที่เปิดประมูล ด้วยราคาใบละ 1,956 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่า 37,164 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ถือว่าจบการประมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเปิดการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม 26 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) เป็นคลื่นที่ 3 จบที่การประมูลครั้งแรก เนื่องจากมีผู้เคาะความต้องการคลื่นมาจำนวน 26 ใบอนุญาต จากที่มี 27 ใบอนุญาต ที่ราคาใบละ 445 ล้านบาท รวมทั้งหมดคิดเป็นมูลค่า 11,570 ล้านบาท สำหรับผู้เข้าประมูลคลื่นในย่านนี้ ได้แก่ เอไอเอส, ทรูมูฟ, ดีแทค และทีโอที&amp;nbsp;
กสทช.โกย 100,521 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา กสทช.ประกาศรายชื่อผู้ให้บริการเครือข่ายที่ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 5G ทั้ง 3 คลื่น ประกอบด้วย คลื่น 700 MHz, &amp;nbsp;2600 MHz และ 26 GHz มูลค่ารวม 100,521,177,777 บาท ขั้นตอนต่อไปทางสำนักงาน กสทช.จะเรียกประชุมรับรองผลการประมูลในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นความถี่ 700 MHz ใบอนุญาตละ 5 MHz จำนวน 3 ชุด ผู้ที่ได้รับใบอนุญาต คือ 1.กสท ได้ใบอนุญาต 2 ชุด เป็นจำนวนรวม 10 MHz มีราคาสุดท้าย 34,306 ล้านบาท 2.เอไอเอส ได้ใบอนุญาต 1 ชุด เป็นจำนวนรวม 5 MHz มีราคาสุดท้าย 17,154 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลื่นความถี่ 2600 MHz ใบอนุญาตละ 10 MHz จำนวน 19 ชุด ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตคือเอไอเอส ได้ใบอนุญาต 10 ชุด เป็นจำนวนรวม 100 MHz มีราคาสุดท้าย 19,561 ล้านบาท, ทรูมูฟ เอช ได้ใบอนุญาต 9 ชุด เป็นจำนวนรวม 90 MHz มีราคาสุดท้าย 17,872 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คลื่นความถี่ 26 GHz ใบอนุญาตละ 100 MHz จำนวน 26 ชุด ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตคือเอไอเอส ได้ใบอนุญาต 12 ชุด เป็นจำนวนรวม 1200 MHz มีราคาสุดท้าย 5,345 ล้านบาท, ทรูมูฟ เอช ได้ใบอนุญาต 8 ชุด เป็นจำนวนรวม 800 MHz มีราคาสุดท้าย 3,576 ล้านบาท, ทีโอที ได้ใบอนุญาต 4 ชุด เป็นจำนวนรวม 400 MHz มีราคาสุดท้าย 1,795 ล้านบาท, ดีแทค ได้ใบอนุญาต 2 ชุด เป็นจำนวนรวม 200 MHz มีราคาสุดท้าย 910 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า การประมูลคลื่น 5G ครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในโลกยุคใหม่ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงช้าถือว่าถอยหลัง หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเร็วคืออยู่กับที่ แต่หากจะให้ประเทศเดินไปข้างหน้า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทันทีและอย่างรวดเร็วที่สุด สำนักงาน กสทช.จะไม่ปล่อยให้โอกาสของประเทศไทยอยู่กับที่ ในทางตรงข้าม จะเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพลิกโฉมประเทศให้เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีในอาเซียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความล่าช้าด้าน 3G กว่าประเทศอื่น 8 ปี ส่วน 4G ล่าช้ากว่าประเทศอื่นประมาณ 4 ปี วันนี้ประเทศไทยกำลังจะมีการเปิดให้บริการ 5G ทางด้านธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.คาดการณ์ขั้นต่ำว่าจะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2563 ประมาณ 177,039 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1.02% ของ GDP ในปี 2563 สำหรับในปี 2564 คาดว่าจะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจขั้นต่ำประมาณ 332,619 ล้านบาท และในปี 2565 จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประมาณ 476,062 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประมูลคลื่นความถี่ 5G กล่าวว่า หลังจากนี้กมธ.จะติดตามการดำเนินงานตามแผนงานที่ กสทช. ได้ออกกฎระเบียบเงื่อนไขในการประมูลไว้ ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องขยายโครงข่ายตามแผนที่กำหนดไว้ รวมทั้งจะติดตามตรวจสอบในเรื่องคุณภาพและราคาให้เหมาะสมและเป็นธรรมตามกฎเกณฑ์ของ กสทช.ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กมธ.การสื่อสารฯ กล่าวว่า หากการให้บริการขยายไปสู่หัวเมืองใหญ่จนสามารถครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ จะทำให้รูปแบบการสื่อสารและความบันเทิงเปลี่ยนไปอย่างมาก จนทำให้วงการสื่อสารมวลชนต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, ดีแทค, ทรู, ทีโอที, ประมูล 5G, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอไอเอส, แคท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e4945e16e09a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าใจคลาดเคลื่อน &#039;โฆษกรัฐบาล&#039; แจงให้สิทธิต่างชาติเช่าที่99ปีไม่ใช่ขายชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เป็นนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยกำหนดให้มีการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ของ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง เหมือนกับในหลายประเทศ เช่น ปุตราจายา ของมาเลเซีย และซิลิคอนวัลเลย์ของสหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;ซึ่งทุกโครงการที่จะเข้ามาลงทุนต้องศึกษาความเป็นไปได้ เช่น ประโยชน์ที่จะได้รับ ผลกระทบที่เกิดกับชุมชน และแนวทางการเยียวยา โดยก่อนการอนุมัติโครงการต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงเปิดเผยผลการศึกษา และร่างผังของเขตส่งเสริมที่จะขอรับการสนับสนุนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า รัฐบาลให้สิทธินักลงทุนต่างชาติเช่าที่ดินถึง 99 ปี ถือเป็นการขายชาติ ทั้ง ๆ ที่ความจริงการให้สิทธิดังกล่าวไม่ได้แตกต่างไปจากสิทธิตาม พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 แต่อย่างใด ดังนั้น จึงไม่ได้เป็นการให้สิทธิใหม่หรือให้สิทธิเพิ่มเติม เพราะเป็นสิทธิเดิมที่นักลงทุนต่างชาติเคยได้รับมาตั้งแต่ปี 2542 แล้ว&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่าสัญญาเช่าครั้งแรกจะไม่เกิน 50 ปี และขยายตัวได้ตามความตกลงอีกไม่เกิน 49 ปี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสากลที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนถึงความคุ้มค่า แต่การต่ออายุการเช่าที่ดินนั้นจะไม่ใช่การต่อโดยอัตโนมัติ เพราะทุกโครงการจะต้องผ่านการทบทวน และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางคณะกรรมการบริหาร EEC กำหนด เช่น จำนวนเงินลงทุน การจ้างงาน ประโยชน์หรือผลกระทบที่เกิดขึ้น ฯลฯ นอกจากนี้ ผู้ที่เข้ามาลงทุนจะต้องเป็นนิติบุคคล ต้องเช่าที่ดินเพื่อประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเช่าเพื่ออยู่อาศัยไม่ได้ และถือจำนวนที่ดินได้ไม่เกินที่กฎหมายส่งเสริมการลงทุนและกฎหมายการนิคมอุตสาหกรรมกำหนด ถ้าหากไม่ได้ประกอบกิจการ 3 ปี จะต้องขายสิทธิที่ดินภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯระบุว่าขณะนี้มีขบวนการสร้างข่าวบิดเบือน เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่ารัฐบาลขายชาติให้กับคนต่างด้าว จึงแสดงความเป็นห่วงเรื่องการรับข่าวสารของประชาชน &amp;nbsp;โดยขอให้ทุกคนพิจารณาด้วยความรอบคอบและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับการให้คนต่างด้าวสามารถซื้อคอนโดที่พักได้ โดยยกเว้นหลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดนั้น จะอนุญาตเฉพาะนิติบุคคลหรือผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาลงทุน คนต่างด้าวทั่วไปไม่สามารถทำได้ และผู้ประกอบกิจการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร หรือผู้ชํานาญการ ต้องได้รับอนุญาตให้ทำงานจากเลขาธิการ EEC สำหรับการชำระเงินของนักลงทุนเหล่านี้สามารถใช้เงินตราต่างประเทศภายในเขตส่งเสริมได้ และหากมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถเข้ามากำกับดูแลได้ทันที.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4680</URL_LINK>
                <HASHTAG>99ปี, ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, ต่างชาติเช่าที่ดิน, อีอีซี, โฆษกรัฐบาล, ไกอู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180120/image_big_5a63353c02d9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
