<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านขับไล่เจ้าอาวาสวัดเกาะแก้ว สุดทนพฤติกรรมไม่เหมาะสม รีบเก็บข้าวของออกวัดทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดเกาะแก้ว หมู่ 4 ต.จอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านบ้านเกาะแก้ว จำนวนกว่า 50 คน นำโดยนายสมบัติ ทองเถื่อน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.จอมทอง นางสุธาสินี พรหมสิทธิ์ กำนันตำบลจอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้รวมตัวกันมาที่วัดจอมทอง เพื่อขับไล่ พระจุฬาชินวโร หรือ หลวงพ่อแตงโม เจ้าอาวาสวัดเกาะแก้ว เนื่องจากทนไม่ไหวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยกลุ่มชาวบ้านมาได้ทำการส่งเสียงขับไล่หลวงพ่อแตงโม ที่บริเวณกุฎิเจ้าอาวาส พร้อมกับเข้าไปเจรจากับหลวงพ่อแตงโตให้ทราบถึงพฤติกรรมที่ผ่านมา ทำให้จนถึงวันนี้ต้องมารวมตัวไม่ยอมให้หลวงพ่อแตงโม อยู่ภายในวัดอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ กล่าวว่า&amp;nbsp;หลวงพ่อแตงโม&amp;nbsp;เจ้าอาวาสได้มาอยู่วัดนี้นานกว่า 14 ปีแล้ว แต่ไม่เคยพัฒนาวัดอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง จนชาวบ้านได้จดมา&amp;nbsp;24 ข้อ เช่น ไม่เอาใจใส่พัฒนาวัด ทั้งสิ่งก่อสร้าง การบูรณะปรับปรุงวัด การยุแหย่ให้ชาวบ้านแตกความสามัคคีกัน พูดเชิงท้าทายชาวบ้านให้ออกมาไล่โดยไม่เกรงใจใคร การไร่เรี่ยเงินชาวบ้านทำศาลา 100 ปี คนละ 5,000 บาท แต่ทำไม่สำเร็จพอชาวบ้านถามถึงก็บอกให้ชาวบ้านไปขุดเสากันเอาเอง&amp;nbsp;การยักยอกเงินเหรียญผงหลวงพ่อแจง ปี 2550 ไว้ 21 กล่องๆละ 500 เหรียญๆละ 99 บาท รวมเป็นเงินกว่า 1 ล้านกว่าบาท&amp;nbsp;หลอกลวงชาวบ้านว่าไปเมืองนอก จนทำให้ชาวบ้านต้องเรี่ยไรกันออกค่าน้ำค่าไฟ โกงเงินจากการที่ชาวบ้านนำเงินมาบริจาคทำรั้วรอบอุโบสถ เป็นต้น ทำให้ชาวบ้านต้องสุดทนมารวมตัวขับไล่ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;หลวงพ่อแตงโม&amp;nbsp;เจ้าอาวาส&amp;nbsp;ได้ชี้แจงว่า การที่ชาวบ้านไม่อยากให้อาตมาอยู่ก็ไม่เป็นไร ตนก็พร้อมจะย้ายออกไป เพื่อให้ชาวบ้านได้สบายใจและมีความสามัคคีเกิดขึ้นในหมู่บ้าน ซึ่งอาตมาขออยู่จนครบพรรษา 3 เดือน ชาวบ้านก็ไม่ให้ 3 วันก็ไม่ให้ ก็ไม่เป็นไร ซึ่งขณะกำลังติดต่อกับวัดในที่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อไปขอจำพรรษาต่อ ส่วนเงินที่อาตมายืมไปร่วม 2 แสนบาท ก็จะทยอยคืนภายในเมษายน 2564 ให้หมด ซึ่งอยากให้ชาวบ้านสบายใจไม่ต้องกังวล&amp;nbsp;ส่วนเรื่องเงินในการก่อสร้างต่างๆ ก็อยากชี้แจงว่า บางส่วน เช่น ซุ้มประตูวัด อาตมาก็ออกเงินเอง ส่วนเงินผ้าป่านั้น มีโยมรายหนึ่งที่ประสงค์จะเป็นเจ้าภาพใหญ่มาทำบุญ และให้ทำแบบแผน เพื่อกำหนดราคาให้ เมื่อถึงเวลาโยมคนดังกล่าว กลับมาทำบุญเพียง 8,000 บาท ซึ่งข้าวของก็สั่งหมดแล้ว ก็ต้องรับใช้หนี้สินไปอีกเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามอาตมาก็ไม่ได้โกรธเคืองชาวบ้านที่ออกมาขับไล่ในครั้งนี้ ซึ่งก็ยอมออกไปโดยดี แต่ก็ต้องขนย้ายข้าวของภายในกุฏิไปด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเจรจากันเสร็จ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ได้ร่วมกันย้ายสิ่งของและคัดแยกว่า ของสิ่งใดบ้างเป็นของวัด และเป็นของหลวงพ่อแตงโมง พร้อมกับแกะรูปภาพต่างๆภายในกุฏิออกมาจากฝาผนัง โดยต่อจากนี้ก็จะผลัดเปลี่ยนมาเฝ้ากุฏิหลวงพ่อ เพื่อป้องกันการขนของวัดออกไปด้วย ขณะที่ชาวบ้านที่ถูกหลวงพ่อแตงโต ยืมเงินไปนั้นก็จะได้ทำหนังสือสัญญา เพื่อให้หลวงพ่อนำเงินมาชดใช้คืนตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพระครูประภัศร์โสตถิคุณ เจ้าคณะตำบลจอมทอง ได้เดินทางที่เกิดเหตุ พร้อมกับตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นก็ได้อนุญาตให้พระจุฬาชินวโร เจ้าอาวาส ย้ายวัดไปจำวัดที่อื่นได้ ซึ่งระหว่างนี้ก็ต้องหารักษาการเจ้าอาวาสรูปใหม่ขึ้นมาแทนเป็นการชั่วคราวตามหลักพุทธศาสนานั้น หากวัดไหนไม่มีเจ้าอาวาสในช่วงเข้าพรรษา วัดนั้นก็จะไม่มีองค์กฐินเช่นกัน ส่วนพระที่ทำการย้ายวัดช่วงเข้าพรรษาก็ทำให้พรรษาขาดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางชาวบ้านได้นั่งประชุมและมีมตินิมนต์ให้พระครูประภัศร์โสตถิคุณ เจ้าคณะตำบลจอมทอง ซึ่งถือว่าเป็นคนกลาง มารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเกาะแก้ว เป็นการชั่วคราวก่อน เพื่อรอให้หาพระรูปอื่นมาเป็นเจ้าอาวาสที่แท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับไล่เจ้าอาวาส, จังหวัดพิษณุโลก, วัดเกาะแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b1f2cc845b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านสุดทนรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสวัดดังสงขลา พาสีกาพม่าซุกกุฏิพระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ที่วัดน้ำกระจาย ม. 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ม. 2 และหมู่บ้านข้างเคียงในตำบลพะวง กว่า 500 คน รวมตัวกันหน้ากุฎิเจ้าอาวาส เพื่อกดดันและขับไล่พระมหาเอกชัย ชุติมนุโต เจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย ออกจากวัดโดยทันทีหลังชาวบ้านได้สังเกตเห็นผู้หญิงอยู่ในกุฎิพระช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม อีกทั้งที่ผ่านมาชาวบ้านยังตั้งข้อสงสัยถึงการบริหารเงินวัดที่ไม่โปร่งใสโดยไม่มีคณะกรรมการวัดคอยกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินของวัด อีกทั้งยังมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าอาวาส ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้บุกเข้าไปตรวจสอบที่กุฏิเจ้าอาวาส&amp;nbsp;พบว่าภายในกุฏิซึ่งอยู่ด้านหลังวัด พบผู้หญิงสัญชาติพม่าจำนวน 5 คน อยู่ในกุฎิ และพบพระสงฆ์สัญชาติพม่าจำนวน 2 รูปซึ่งอยู่กุฎิติดกัน หลังจากที่เจ้าหน้าตำรวจตรวจสอบเอกสารพบว่าทั้งหมดได้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถถามถึงสาเหตุที่เข้ามาอยู่ในวัดนี้ได้เนื่องจากพูดจากันไม่รู้เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นได้มีชาวบ้านเดินทางเข้ามาเรื่อยๆจนเต็มพื้นที่วัด ขณะเดียวกันชาวบ้านอีกกลุ่มได้เข้าไปนำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาสซึ่งนั่งสวดมนต์อยู่ในศาลาการเปรียญ พร้อมกับตะโกนขับไล่เจ้าอาวาสให้ออกจากวัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเจ้าอาวาสเข้าไปนั่งในรถเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งพระครูสังฆรักษ์ เจ้าคณะตำบลพะวง พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสงขลา ได้เดินทางมาถึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ อส. เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าคณะตำบลพะวงได้เข้าไปในรถตำรวจเพื่อสอบถาม ก่อนที่จะออกมาหารือร่วมกับ พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ นายเจือ กิ้มอั้น นายกเทศมนตรีตำบลพะวง และผู้นำชุมชนเพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว โดยได้นำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาส พร้อมกับผู้หญิงสัญชาติพม่าและพระสงฆ์สัญชาติพม่าอีก 2 รูป ขึ้นรถตำรวจออกจากวัดทันทีและยอมลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย และจะทำการย้ายวัดไปอยู่ที่วัดอื่น ทำให้ชาวบ้านต่างพอใจและแยกย้ายกับกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับไล่เจ้าอาวาส, จังหวัดสงขลา, วัดน้ำกระจาย, สภ.เมืองสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39238b8797c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าอาวาสพิลึก! ขวางชาวบ้านจัดประเพณีชักพระ ก่อนโดนชุมนุมขับไล่พ้นวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านสุดทนพฤติกรรมเจ้าอาวาสวัดดัง อ.อ่าวลึก รวมตัวขับไล่พ้นวัด ฐานขัดขวางชาวบานจัดงานพระเพณีชักพระ อ้างวัดไม่เคยได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.61 - นายบุญมา มุกแก้ว อายุ 50 ปี ตัวแทนชาวบ้านพร้อมด้วยชาวบ้านในยวนไทย หมู่ 3 ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันขับไล่เจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์ ต.เขาใหญ่ ให้ออกจากวัด โดยชาวบ้านที่มามีความข้องใจในเรื่องของการห้ามชาวบ้านจัดงานพระเพณีชักพระ ซึ่งถือเป็นพระเพณีเก่าแก่ของชาวพุทธและความไม่โปร่งในการทำหน้าที่ของพระณัฐชัย วรเสฏโฐ เจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์ โดยมีนายวิวรรธน์ แซ่ลิ้ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้าน ม.3 นายดนัย สุขสกุล ปลัดอำเภออ่าวลึกฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าร่วมสังเกตสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญมา ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า การรวมตัวของชาวบ้านในครั้งนี้ เพื่อต้องการออกมาขับไล่พระณัฐชัย วรเสฏโฐ เจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์ เนื่องจากขัดขวางไม่ยอมให้เจ้าบ้านเข้าไปซ่อมแซมและตกแต่งเรือพระ ซึ่งจอดอยู่ภายในอาคารเก็บเรือพระของวัดฯ ซึ่งเป็นเรือของชาวบ้านที่นำไปจอดไว้ เมื่อถึงเทศกาลพระเพณีชักพระทุกปี ชาวบ้านในยวนไทยก็จะเข้าไปซ่อมแซมเรือพระ พร้อมกับตกแต่งให้สวยงาม และนำออกมาร่วมพระเพณีชักพระ ซึ่งชาวบ้านได้ปฎิบัติสืบทอดกันมายาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทุกแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ทุกปี ชาวบ้านก็จะเริ่มตกแต่งเรือพระ เพื่อนำไปใช้ในพิธีชักพระ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 25 ต.ค.นี้ แต่เจ้าอาวาสขัดขวาง ไม่ยินยอมให้ชาวบ้านซ่อมเรือพระ และจัดงานพระเพณีชักพระ โดยอ้างว่าการจัดงานพระเพณีชักพระทุกครั้ง วัดไม่เคยได้อะไร ซึ่งก่อนหน้านี้ นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก ได้เข้ามาเจรจาแล้วครั้งหนึ่งแต่ทางเจ้าอาวาสยืนยันที่จะไม่ให้ชาวบ้านจัดงานพระเพณีชักพระ ชาวบ้านจึงต้องรวมตัวออกมาขับไล่เจ้าอาวาสให้พ้นวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ ไปหาเจ้าอาวาส เพื่อจะสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งจากการสอบถามพระลูกวัด ทราบเพียงว่าเจ้าอาวาสได้ออกไปจากวัดตั้งแต่ตอนเช้าที่ผ่านมา และไม่ทราบว่ากลับมาตอนไหน และไม่ขอออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าอาวาสกับชาวบ้าน โดยพระณัฐชัย วรเสฏโฐ เจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ชาวบ้านได้รวมตัวเดินทางเข้ามาที่บริเวณวัด ทางเจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์ ก็ได้ออกไปจากวัดไปโดยไม่ยอมเผชิญหน้ากับชาวบ้าน และต่อมาโทรศัพท์หานายดนัย สุขสกุล ปลัดอำเภออ่าวลึก พร้อมกับแจ้งว่า เจ้าอาวาสอนุญาตให้ชาวบ้านจัดงานพระเพณีชักพระได้ ทำให้ชาวบ้านพากันดีใจ และรวมตัวกันไปที่โรงเก็บเรือพระของวัด พร้อมทำพิธีและทำการซ่อมแซมตกแต่งเรือพระทันทีอย่างคึกครื้น เพื่อให้ทันในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นวันชักพระตามพระเพณีของชาวพุทธ ส่วนเรื่องขับไล่เจ้าอาวาส ทางชาวบ้านจะหยุดไว้ก่อน รอให้เสร็จงานพระเพณีชักพระก็จะมาว่ากันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19575</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, ขับไล่เจ้าอาวาส, งานพระเพณีชักพระ, ชาวบ้านในยวนไทย, พระณัฐชัย วรเสฏโฐ, วัดไพรสณฑ์, อำเภออ่าวลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbdbac207b35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสวัดถูกหามั่วสีกา-อ้างลูกบุญธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.61 - นายอัครชัย ได้ผลธัญญา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง อ.โพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;จ.พิจิตร และ พระครูวิกรมสมาธิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอ ร่วมกันเจรจาแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับพระครูวิราศธรรมาพร อายุ 77 ปี เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์ &amp;nbsp;ต.โพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง สืบเนื่องจากกลุ่มชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คนได้รวมตัวกันประกาศขับไล่เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์ โดยให้เหตุผลว่าพระรูปดังกล่าวประพฤติตนไม่เหมาะสม โดยอนุญาตให้สีกาเข้าไปนอนในกุฏิ&amp;nbsp;อีกทั้งมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาถึงกับประกาศว่า จะไม่ทำบุญตักบาตรและไม่นิมนต์เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์&amp;nbsp;แม้จะบวชมานานกว่า 30 พรรษาแต่ต้องมามีเรื่องฉาวดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ชาวบ้านกับวัดเกิดความแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าอาวาสรูปดังกล่าวให้เหตุผลว่า ผู้หญิงหรือสีกาที่มานอนในกุฏิเป็นลูกบุญธรรม มาดูแลเนื่องจากพระเจ้าอาวาสรูปดังกล่าว มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย อีกทั้งมาช่วยเก็บกวาดเช็ดถูกุฏิ ไม่ได้มีเรื่องโลกีย์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยทุกครั้งที่ผู้หญิงหรือสีกาที่เป็นลูกบุญธรรมมาเยี่ยมเยียนที่วัดบึงโพธิ์ &amp;nbsp;พระเจ้าอาวาสรูปนี้ก็จะลงมานอนที่กุฏิหลังเล็กไม่ได้นอนด้วยกัน แต่ชาวบ้านก็ติฉินนินทาว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสมส่วนเรื่องอาวุธปืน พระครูวิราศธรรมาพร&amp;nbsp;ก็ยอมรับว่ามีอาวุธปืนลูกซองยาวไว้ในครอบครองจริง เนื่องจากเป็นมรดกตกทอดและเก็บรักษาไว้ไม่ได้เอามายิงหรือเอามาข่มขู่ใคร&amp;nbsp;หลังจากที่ชาวบ้านรวมตัวกันชุมนุมขับไล่จนกลายเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของวัดบึงโพธิ์ และเสื่อมเสียในแวดวงพระพุทธศาสนาเพราะเป็นข่าวฉาวไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนในที่สุด&amp;nbsp;นายอัครชัย พร้อมคณะก็ได้ร่วมกันเข้าเจรจและได้ข้อสรุปว่า พระครูวิราศธรรมาพร ไม่ขอยึดติดกับลาภยศประกาศขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส แต่ต่อรองว่าจะขอจำวัดปฏิบัติกิจของสงฆ์อยู่ที่วัดบึงโพธิ์แห่งนี้จนกว่าจะถึงวันออกพรรษา จากนั้นก็จะขอไปจำวัดอยู่ที่วัดอื่น แต่ชาวบ้านไม่ยอมจะขับไล่ให้ออกจากวัดภายในวันนี้ สุดท้ายทุกฝ่ายต้องช่วยกันเจรจาไกล่เกลี่ยให้เห็นกับคุณงานความดีที่เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์ที่บวชมานานกว่า 30 พรรษา&amp;nbsp;ส่วนเรื่องของความผิดก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงคำบอกเล่า คำนินทา หรือ โลกวัชชะ โลกติเตียน เท่านั้น สุดท้ายชาวบ้านเห็นแก่วัด เห็นแก่พระพุทธสาสนาจึงยอมตามคำร้องขอไกล่เกลี่ยของ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาและเจ้าคณะอำเภอดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับไล่เจ้าอาวาส, จ.พิจิตร, วัดบึงโพธิ์, อ.โพธิ์ประทับช้าง, เจ้าอาวาสวัดบึงโพธิ์, โลกติเตียน, โลกวัชชะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8b974cad96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
