<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอ๋หยา! &#039;ส.ส.เก่ง&#039; สวมบทนักกฎหมาย กางรธน.มาตรา 211 มัด &#039;ชวน หลีกภัย &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.62 - นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไอ๋หยา ซี้เลี้ยว!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านชวน&amp;rdquo;เปลี่ยนไป ไม่เชื่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ทั้งที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งพิพากษาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง ว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องเสนอชื่อในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น เสร็จแล้วจึงนำไปประชุม ขอความเห็นชอบโดยรัฐสภา ท่านชวนกลับจำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืมนะครับว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ!!! ตาม ม.211&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43620</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, ขั้นตอนเลือกนายกฯ, ชวน หลีกภัย, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190713/image_big_5d295976d5a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นดาวสภา&#039;มาดามเดียร์&#039;มีคิวอภิปรายหนุน&#039;บิ๊กตู่&#039;เป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที น.ส.วทันยา วงศ์โอภาศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ตนได้ลงชื่อแสดงความประสงค์ที่จะอภิปรายไปเมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้ แต่ยังไม่ทราบลำดับการอภิปราย ว่าจะได้ลุกขึ้นอภิปรายช่วงเวลาใด ขึ้นอยู่กับการจัดลำดับของประธานในที่ประชุมจะพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบื้องต้นได้เตรียมอภิปรายไว้หลายประเด็น เช่น เรื่องคุณสมบัติของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ส่วนจะพูดถึงเรื่องการถือครองหุ้นสื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่หรือไม่นั้น ยังไม่แน่ใจ โดยต้องดูความเหมาะสมในระหว่างการประชุมเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน&amp;quot;น.ส.วทันยา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37737</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขั้นตอนเลือกนายกฯ, น.ส.วทันยา วงศ์โอภาศรี, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, มาดามเดียร์, สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ, โหสตพลเอกประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf777eb60474.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดวิสัยทัศน์นายกฯแห่งความจริง &#039;ธนาธร&#039; จะพาประเทศไทยไปโลกที่หนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62 - นายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แสดงวิสัยทัศน์ &amp;nbsp;ในฐานะแคนดิเดดนายกฯ&amp;nbsp;นอกห้องประชุมรัฐสภา โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านอยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศของคนเพียงกลุ่มหนึ่ง ที่มีสิทธิชี้ชะตาคนอื่นๆ ที่เหลือตามความต้องการของตนเอง โดยไม่ต้องยึดถือหลักการและความชอบธรรมใดๆ ท่านคงไม่จำเป็นต้องรับฟังสิ่งอื่นใดต่อจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากท่านอยากให้ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน เป็นสังคมที่เราสามารถยืดอกได้อย่างภาคภูมิใจ ว่าเราอยู่ในสังคมที่เคารพสิทธิและเสียงของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน เป็นบ้านเมืองที่มีขือมีแป เต็มไปด้วยโอกาสและความสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นแปลว่า เรามีความใฝ่ฝันเดียวกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเวลาท่านเพียงไม่นาน เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงให้ท่านเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ผู้นำแบบไหนที่ท่านจะได้เห็น และประเทศไทยแบบไหนที่ผมอยากชักชวนทุกท่านมาร่วมสร้าง ร่วมเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของประชาชนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง จะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง และจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยของเรามีพัฒนาการทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่ดีกว่าอีกหลายประเทศ ได้รับการยกย่องจากนานาชาติหลายต่อหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เราก็ต้องยอมรับความจริงด้วยเช่นกัน ว่าเรายังมี ปัญหารากฐานและปัญหาเฉพาะตัว อีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ผมมีโอกาสเดินทางไปทั่วประเทศไทย พบปะผู้คนในเมือง ชาวบ้านริมทะเล ผู้คนในสลัม พบเจอคนตัวเล็กๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ และผู้คนส่วนใหญ่ที่มีชีวิตทุกข์ยากลำเค็ญ ดำรงชีวิตอยู่เพียงวันต่อวัน จีดีีไม่สะท้อนความเป็นอยู่ของผู้คนอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;งบประมาณแผ่นดินจำนวนมากถูกใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ จากผู้มีอำนาจ ช่องว่างระหว่างคนไทยด้วยกัน ทั้งที่มองเห็นวัดได้เป็นตัวเงิน หรือวัดไม่ได้อย่างโอกาสในการเรียนต่อ โอกาสในการได้งานดีๆ โดยไม่ต้องมีเส้นสาย มีแต่จะขยายตัวห่างกันออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เราจำเป็นต้องมองประเทศไทยที่เรารัก ด้วยสายตาแห่งความเป็นจริงเสียก่อนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และยอมรับว่าวิธีการแก้ปัญหาแบบที่ผ่านมานั้นล้มเหลวในหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจำเป็นต้องเข้าใจความซับซ้อนของปัญหา ในขณะเดียวกันก็ต้อง &amp;ldquo;อ่าน&amp;rdquo; สถานการณ์และเงื่อนไขของยุคโลกาภิวัตน์ให้ออก ตามเกมโลกให้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องเข้าใจว่าในโลกแห่งความเป็นจริง เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม นั้นเกี่ยวพันกันแนบแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะแก้ปัญหาทุนผูกขาดที่เอาเปรียบผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กได้อย่างไร หากไม่แก้ระบบอุปถัมภ์เส้นสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะพัฒนาการศึกษาไทยให้ทันโลกได้อย่างไร หากไม่แก้ไขวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะใช้เงินภาษีและงบประมาณที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ของคนธรรมดาๆ ได้อย่างไร หากอำนาจตัดสินใจทุกอย่างยังอยู่ที่ส่วนกลาง อยู่กับคนและหน่วยงานที่ไม่เคยรับรู้ความยากลำบากรายวันของคนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากต้องเข้าใจความซับซ้อนของปัญหาแล้ว เรายังต้อง &amp;ldquo;อ่าน&amp;rdquo; สถานการณ์และเงื่อนไขของยุคโลกาภิวัตน์ให้ออกด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลกยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยการแข่งขันที่เข้มข้น สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ พลวัตรการเปลี่ยนแปลงในประชาคมยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวท่านอีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากการส่งออกและการท่องเที่ยวถดถอย ธุรกิจไทยก็ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกจ้าง เจ้าของธุรกิจ หรือแม้แต่เกษียณอายุแล้วแต่พึ่งพารายได้จากธนาคารและตลาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่กรุงเทพฯ สงขลา อุดรธานี หรือพิษณุโลก เศรษฐกิจโลกส่งผลมาถึงชีวิตคุณอย่างไม่ต้องสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำที่เหมาะสมกับยุคสมัยจำเป็นต้องรู้เท่าทัน เข้าใจสังคมไทย เข้าใจสังคมโลก รู้ทันเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนอยู่ทุกวินาที เพื่อที่จะวางตำแหน่งแห่งที่และบทบาทของประเทศไทยให้เหมาะสม รักษาผลประโยชน์ของประเทศ จัดการกับกระแสโลกาภิวัตน์ให้เกิดประโยชน์กับคนไทยมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องอยู่กับปัจจุบันขณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัจจุบันขณะในทุกวันนี้เต็มไปด้วยความเป็นจริงอันซับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยต้องการผู้นำที่เข้าใจและจัดการกับความเป็นจริงของโลกปัจจุบันได้อย่างเท่าทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่นชมและยกย่องสิ่งดีๆ ของประเทศไทย ทำสิ่งเหล่านั้นให้เลื่องลือ เป็นที่ยอมรับของนานาชาติยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในขณะเดียวกัน ก็พร้อมประเมินและคลี่คลายปัญหาที่มีอยู่ตามความเป็นจริงของสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และตามให้ทันเงื่อนไขเศรษฐกิจการเมืองโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการมองและเข้าใจปัญหาจากความเป็นจริงอย่างเดียวยังไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายังต้องกล้าเผชิญกับปัญหาที่ &amp;ldquo;ต้นตอ&amp;rdquo; และกล้าผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องคิดอย่างเป็นระบบ กล้าเปลี่ยนแปลง และทำงานเป็นทีม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยเราเคยผ่านวิกฤตการณ์มาหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสงครามโลก สงครามเย็น วิกฤตน้ำมัน ภาวะข้าวยากหมากแพง หรือวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปู่ย่าตายายและพ่อแม่ของเราผ่านมันมาได้ มิหนำซ้ำ คนไทยเรากลับมีพลังและความร่วมแรงร่วมใจกันมากขึ้นด้วยซ้ำเมื่อเผชิญวิกฤตร้ายแรงเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทุกท่านครับ สิ่งที่สังคมไทยเผชิญอยู่ในยุคปัจจุบันไม่ใช่สงครามที่เรามองเห็นเครื่องบินรบ หรือได้ยินเสียงระเบิดโครมครามอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนเปรียบเปรยปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นเหมือน &amp;ldquo;กบที่ถูกต้ม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะหากปรับอุณหภูมิของน้ำให้ค่อยๆ สูงขึ้น กบจะไม่รู้ตัว รู้สึกสบาย ก่อนที่จะตายอย่างไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐกิจสังคมไทยวันนี้ก็คล้ายกัน การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศค่อยๆ อ่อนกำลังลง หนี้ครัวเรือนขยับสูงขึ้น บริษัทใหญ่มีเงินเหลือ แต่บริษัทเล็กผิดนัดชำระหนี้ ความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินและทรัพย์สินทะยานขึ้นไปเรื่อยๆ คุณภาพการศึกษาไทยถูกทิ้งห่างไปทุกปี ทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำอาจไม่ได้เดือดปุดๆ จนเรามองเห็น แต่มันกำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆ และเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันท่วงทีก่อนจะสายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนครับ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำสำเร็จได้ในเวลาชั่วข้ามคืน และไม่อาจทำสำเร็จด้วยผู้นำเพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะปัญหาหลายอย่างทับถมมายาวนาน และเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์แน่นแฟ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องประเมินปัญหาอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปัญหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจตจำนงของผู้นำ เพราะเป็นเรื่องที่มีงานศึกษาวิจัยรองรับ ชี้ทางออกชัดเจนอยู่แล้ว แต่ขาดความกล้าหาญในการเสนอและบังคับใช้อย่างจริงจัง (เช่น การปฏิรูปภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่ไม่บังคับใช้) ผมจะผลักดันอย่างสุดกำลัง เพราะเราเป็นตัวแทนของราษฎร ไม่ใช่กลุ่มทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปัญหาเป็นเรื่องของโครงสร้างอำนาจ (เช่น รัฐราชการรวมศูนย์ โครงสร้างการศึกษาที่ซ้ำซ้อน) เราต้องกล้าชน กล้าเป็นปากเป็นเสียง โดยเริ่มต้นจากมองปัญหาอย่างเป็นระบบ กล้าชนกับความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างอย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปัญหาหมักหมมมานานหลายสิบปี แต่ผู้เดือนร้อนเป็นคนตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่มีปากมีเสียง (เช่น การจัดการป่า ที่ดินทำกิน สวัสดิการสังคม) เราต้องเข้าไปรับฟัง เปิดประตูการมีส่วนร่วม ต้องยืนยันสิทธิของผู้เสียเปรียบ ยืนยันการตัดสินใจบนหลักความชอบธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนครับ เราจะใช้แต่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำอย่างเป็นระบบ รอบคอบ และรัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราโชคดีที่อยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร มีบทเรียนนโยบายจากต่างประเทศที่เคยลองผิดลองถูกมาแล้ว เราสามารถนำมาถอดบทเรียน และปรับใช้ให้เหมาะกับสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีจะต้องถูกนำมาใช้แก้ปัญหามากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการประเมินผลต่อเนื่อง ต้องมีกระบวนการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มียาวิเศษที่จะทำให้แก้ไขปัญหาของประเทศไทยได้ชั่วข้ามคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าเราเลือกทิศทาง เลือกเครื่องมือให้ถูกต้อง กล้าเผชิญต้นตอของปัญหา คิดอย่างเป็นระบบ และทำงานเป็นทีม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงที่เราฝันไว้จะเป็นจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดและสำคัญที่สุด ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นภารกิจแห่งชีวิตของผมและของผู้แทนราษฎรทุกคนที่มีความใฝ่ฝันร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมองชีวิตของผมผ่านการพัฒนาประเทศ ความเจ็บปวดของเราคนไทยก็คงไม่ต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อกับแม่ของผมเกิดในยุคที่ญี่ปุ่นเพิ่งแพ้สงคราม ผู้คนปากกัดตีนถีบ ไม่มีใครอยากใช้สินค้าญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวผมเองเกิดในยุคที่เกาหลีใต้ยังอยู่ในระดับพอๆ กับประเทศไทย เป็นประเทศเล็กที่ดูมีความพยายาม แต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน สินค้าเกาหลีเป็นของราคาถูก เพลงเกาหลีไม่มีใครฟัง และไม่เคยได้ยินใครบอกว่าอยากไปเที่ยวเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเราเห็นประจักษ์แล้วว่า ญี่ปุ่นฟื้นตัวจากสงครามและกลายมาเป็นประเทศชั้นนำได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนรุ่นผม ก็ต้องปวดใจที่เห็นประเทศที่ออกสตาร์ทพร้อมๆ กับเรา อย่างเกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ค่อยๆ ผลัดกันแซงหน้าประเทศไทยไปทีละประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ลูกของผมต้องมาเจอข่าวว่า เวียดนามกำลังจะแซงไทยไปในอีกไม่นานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าปีนี้ท่านจะอายุเท่าไหร่ ผมมั่นใจครับว่าท่านได้ยินประโยคที่ว่า &amp;ldquo;ไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา&amp;rdquo; มาตั้งแต่เกิดกันทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นี่ไม่ควรเป็นที่ของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยควรไปอยู่ในโลกที่หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามีทรัพยากรและศักยภาพมากพอที่จะเป็นประเทศชั้นนำ ประชาชนมีรายได้ดี เศรษฐกิจก้าวหน้า มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ธำรงรักษาปรับแต่งคุณค่าเอกลักษณ์ให้สอดคล้องกับความเป็นไทยในโลกสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างสังคมไทยที่ คนไทยเท่าเทียมกัน และประเทศไทยเท่าทันโลก จะไม่ใช่ภารกิจของพรรคอนาคตใหม่อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จะกลายเป็นภารกิจของรัฐบาลประชาธิปไตย และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่พร้อมพาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านหนึ่ง เราต้องยืนหยัดสนับสนุนความเท่าเทียมด้านสิทธิและโอกาสของคนไทยอย่างจริงจัง เพราะความเท่าเทียมเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่จะทำให้มนุษย์ทุกคนสามารถใช้ชีวิตที่มีคุณค่าและเปี่ยมความหมาย ไม่ว่าจะเกิดมาในครอบครัวไหน พื้นที่หรือเพศใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยจะต้องไม่ใช่แค่การปรับตัวเลข เปลี่ยนสถิติ แต่ต้องเป็นการยืนยันความเท่าเทียมของ &amp;ldquo;สิทธิและโอกาส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอีกด้านหนึ่ง เราต้องวางเป้าหมายในการสร้างประเทศไทยที่เท่าทันโลก ขีดเส้นมาตรฐานบริการของรัฐและยกระดับเศรษฐกิจของไทยใหม่ให้เท่าทันสากล เป็นประเทศไทยที่ทะยานไปอย่างเต็มศักยภาพ ไม่น้อยหน้าใครในเวทีโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะดีแค่ไหนครับ ถ้าเราสามารถส่งต่อ &amp;ldquo;ประเทศไทยที่อยู่ในโลกที่หนึ่ง&amp;rdquo; ให้กับลูกหลานของเราได้ ปะเทศไทยที่คนมีสิทธิเสรีภาพ มีความเป็นธรรม และไม่มีรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขอยืนยันหลักการประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่อีกครั้ง ว่าผมจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านระบอบรัฐสภา ใช้กลไกที่ยึดโยงกับประชาน มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยึดมั่นในระบบนิติรัฐ และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขควบคู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคงสถาพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะยาก จะนานเพียงใด ก็ต้องยืนยันเส้นทางนี้ ไม่มีทางลัด การด่วนรัฐประหาร ล้มกระดาน บิดเบือนเสียงของประชาชนมีแต่จะพาประเทศไทยเข้าสู่ทางตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องช่วยกันทำให้ ส.ส. เป็นผู้แทนของราษฎร ไม่ใช่ ตัวแทนของอำนาจนอกระบบ อำนาจทหาร และอำนาจทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยกันทำให้รัฐสภาเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ เป็นสถานที่ที่ปัญหาของประชาชนถูกนำมาถกเถียงเพื่อหาทางออก ไม่ใช่ สถานที่ที่ผู้คนเอือมระอา เสียดายคะแนนเสียงของตัวเอง และหมดศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นภารกิจแห่งประวัติศาสตร์ ในห้วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเป็นจริง จะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง และจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้าครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขั้นตอนเลือกนายกฯ, ธนาธรแสดงวิสัยทัศน์, ประชุมรัฐสภา, แคนดิเดตนายกฯ, โหวตนายก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf771a850573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละเอียดยิบ!อัยการเขียนให้อ่าน สภาเลือกนายกฯอย่างไร ตั้งรัฐบาลกันแบบไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- &amp;nbsp;ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่า ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พ.ศ. 2560 มาตรา 272 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ ส.ส. และ ส.ว. ร่วมกันเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ โดยตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง นายกรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองที่แจ้งไว้ต่อ กกต. ก่อนปิดการสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 88 โดยมีเงื่อนไขว่าพรรคการเมืองนั้นจะต้องมีสมาชิกที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในขณะนี้จำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร คือ 499 คน เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากการที่ กกต. ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าสมาชิกสภาพ ส.ส.ของนายธนาธร ได้สิ้นสุดลง ตามมาตรา 82 วรรคสี่ และเนื่องจากมาตรา 82 วรรคสาม กำหนดไม่ให้นับ ส.ส. ซึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าปัดเศษให้เป็นจำนวนเต็ม จึงมีจำนวน 25 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เฉพาะบัญชีรายชื่อผู้ถูกเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองบางพรรคเท่านั้นที่สามารถเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาได้ ซึ่งได้แก่พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งพรรคการเมืองในแต่ละขั้วคงจะร่วมกันพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเพียงรายชื่อเดียวในขั้วของตน เพื่อไม่ให้การลงคะแนนเสียงกระจัดกระจายในภาวะที่จำนวนเสียงของ ส.ส. ในแต่ละขั้วไม่ได้ทิ้งห่างกันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการเลือกนายกรัฐมนตรีจะเริ่มต้นจากการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองดังกล่าว ซึ่งจะต้องมีจำนวน ส.ส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 159 วรรคสอง ซึ่งถ้าปัดเศษให้เป็นจำนวนเต็ม ก็คือจำนวน 50 คน สำหรับ ส.ว. มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการร่วมลงมติกับ ส.ส. ในการให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีสิทธิในการเสนอชื่อบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย และได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งก็คือ จำนวน 376 เสียงขึ้นไปจากทั้งหมด 749 เสียง ตามมาตรา 159 วรรคสามและมาตรา 272 วรรคหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพิจารณาจากจำนวน ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ รวมกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก และขนาดกลาง ประกอบกับจำนวน ส.ว. ซึ่ง คสช. เป็นผู้คัดเลือก ถึงแม้จะไม่รวมจำนวน ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย จำนวน ส.ส.และ ส.ว.ที่จะลงคะแนนสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะประสบปัญหาในการรวมคะแนนเสียงให้ได้ 376 เสียง ขึ้นไป และยังอาจจะมีคะแนนเพิ่มเติมจาก ส.ส. ที่ลงคะแนนให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีสวนทางกับมติพรรคก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยเลือกที่จะไม่มีมติพรรคที่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หรือเลือกที่จะงดออกเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ โดยพรรคประชาธิปัตย์อาจตัดสินใจเลือกที่จะงดออกเสียงตามที่เคยให้คำมั่นไว้ในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่าจะไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่กระทบกับการเลือกพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังไม่กระทบกับการร่วมรัฐบาลของทั้ง 2 พรรคด้วย เพราะพรรคการเมืองทั้ง 2 พรรคน่าจะมีข้ออ้างในการชี้แจงได้ว่า การร่วมรัฐบาลกับพลเอกประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งและเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งต่างหากจากการเลือกนายกรัฐมนตรี และการมีพรรคการเมืองทั้ง 2 พรรคเข้าร่วมรัฐบาลด้วยย่อมทำให้รัฐบาลมีความมั่นคงมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากจำนวน ส.ส. ที่ลงคะแนนเลือกพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีไม่ถึงจำนวนครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร คือไม่ถึง 250 คน ก็ยังไม่ใช่สิ่งยืนยันว่า รัฐบาลที่มีพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งในภายหลัง และยังมีปัจจัยอื่น ๆ และกระบวนการต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมในการตั้งคณะรัฐมนตรี พรรคการเมืองที่ไม่ลงคะแนนเลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอาจจะมาเข้าร่วมรัฐบาลกับพลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐในภายหลัง ทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากก็ได้ อีกทั้ง การที่พลเอกประยุทธ์ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีน่าจะเป็นเงื่อนไขที่เป็นผลดีและเป็นประโยชน์กับพลเอกประยุทธ์ด้วยในเรื่องอำนาจต่อรอง การควบคุมและกำหนดการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิถุนายน นี้ ไม่น่าจะมีเหตุขัดข้องในการที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะมีมติเห็นชอบให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และหากจะมีเหตุขัดข้องจริง รัฐธรรมนูญ 2560 ก็ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาในการเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ว่าจะต้องให้เสร็จสิ้นภายในกี่วัน ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 202 &amp;nbsp;และรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 172 ที่กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในขณะที่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 264 วรรคหนึ่ง กำหนดให้คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันเป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญเข้ารับหน้าที่ และบทเฉพาะกาล มาตรา 265 วรรคหนึ่งก็กำหนดให้ คสช. ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถ้าดูจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาแล้ว พลเอกประยุทธ์ และ คสช. อยู่ในสถานะที่กุมความได้เปรียบมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอก จากบุคคลอื่นที่ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งต่อ กกต. นั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อไม่สามารถแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ต่อ กกต. ตามมาตรา 88 ตามที่ได้กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 272 วรรคสอง โดยบทเฉพาะกาลเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอกนี้จะใช้เฉพาะในช่วง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ และเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก
&amp;nbsp;
เนื่องจากต้องใช้คะแนนเสียงของ ส.ส.และ ส.ว. รวมกันเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;และต้องผ่านด่านหินหลายขั้นตอน เช่น ส.ส.และ ส.ว. รวมจำนวนไม่น้อยกว่ากี่งหนึ่งของทั้ง 2 สภา เข้าชื่อต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง จากนั้นถึงจะนำมาสู่การลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้ง 2 สภา ให้ยกเว้นได้ และจึงจะย้อนกลับมาสู่ขั้นตอนในการให้ความเห็นชอบบุคคลให้ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 และบทเฉพาะกาลมาตรา 272 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการอีกหลายขั้นตอนดังที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ คงน่าจะพยายามเจรจาต่อรองกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ในขั้วเดียวกันให้ได้รับประโยชน์และความพึงพอใจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยพลเอกประยุทธ์ และ คสช. &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีอำนาจต่อรองตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 264 วรรคหนึ่ง และมาตรา 265 วรรคหนึ่ง ดังกล่าว อีกทั้งมีมาตรา 44 ในมือเสริมเพิ่มเข้ามา แต่คาดว่าถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ และไม่ถึงขนาดกับไม่มีทางออก หรือทางเลือกอื่นแล้ว &amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์และ คสช. คงไม่เลือกใช้แนวทางที่จะปกครองประเทศโดย คสช. ต่อไป เพราะการปกครองประเทศต่อไปโดย คสช. หรือการล้มกระดานการเลือกตั้ง อาจนำมาซึ่งความไม่พอใจและการต่อต้านคัดค้านทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ และสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนผู้ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง และหากจะให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ก็ไม่มีความแน่นอนว่าพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญจะได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาด้วยคะแนนที่มากเหมือนในครั้งนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกใช้แนวทางเจรจาต่อรองการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีในการจัดตั้งรัฐบาล ประกอบกับอาศัยอำนาจตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญดังกล่าวและอำนาจ ของ คสช.ที่มีอยู่ จึงน่าจะเป็นแนวทางที่นำมาใช้ในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขั้นตอนเลือกนายกฯ, ธนกฤต วรธนัชชากุล, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf6c4d16b7db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
